- หน้าแรก
- มือปราบผีสายโหด โหมดทำดาวโรงเรียนขวัญผวา
- บทที่ 120 แม่ฮะ มีพี่ชายสามคนกำลังทำตัวเบียว
บทที่ 120 แม่ฮะ มีพี่ชายสามคนกำลังทำตัวเบียว
บทที่ 120 แม่ฮะ มีพี่ชายสามคนกำลังทำตัวเบียว
เมื่อมองดูข้อความที่จางเชาส่งมา จางเหว่ยก็ตอบกลับไปว่า
"จางเหว่ย: นายไม่รู้ความแข็งแกร่งของผีงั้นเหรอ? อย่างน้อยก็น่าจะพอรู้คร่าวๆ นะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะรับงานโดยไม่สืบอะไรเลย"
ผีแต่ละตนมีความแข็งแกร่งแตกต่างกันไป ผีที่ทรงพลังนั้นสามารถต่อกรได้แม้กระทั่งกับนักปราบผีฝีมือฉกาจ
ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่างานที่รับมาจะไม่เกินกำลัง นักปราบผีจึงมักจะสืบหารายละเอียดของภารกิจปราบผีก่อนเสมอ เพื่อประเมินสถานการณ์คร่าวๆ ว่าพวกเขาจะสามารถจัดการกับผีตนนั้นได้หรือไม่
ในฐานะผู้สืบทอดของสำนักเหมาซาน เป็นไปไม่ได้เลยที่จางเชาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้
และก็เป็นไปตามคาด จางเชาตอบกลับมาว่า
"จางเชา: แน่นอน ฉันสืบมาบ้างแล้ว จากข้อมูลที่ได้มา ถ้าภารกิจนี้มีผีอยู่จริงๆ ก็คงเป็นแค่ผีธรรมดา ไม่ได้เก่งกาจอะไร"
"ผีธรรมดามันให้แต้มระบบฉันไม่เยอะหรอกนะ" จางเหว่ยพึมพำพร้อมกับเบ้ปาก
ในตอนนั้นเอง จางเชาก็ส่งข้อความมาอีก
"จางเชา: จางเหว่ย นายอยากรับงานนอกนี้ด้วยกันไหม?"
"จางเหว่ย: ไม่ล่ะ ในเมื่อเป็นแค่งานปราบผีธรรมดา ค่าจ้างก็คงไม่สูงนัก แค่นายกับอู๋เนี่ยนแบ่งกันก็คงแทบจะไม่พออยู่แล้ว ถ้าฉันเข้าไปเอี่ยวด้วย พวกนายก็คงไม่ได้เงินเท่าไหร่งั้นช่างมันเถอะ"
"จางเหว่ย: เข้าเรื่องเลยดีกว่า พวกนายจะมาเมืองลู่เซี่ยเมื่อไหร่?"
"จางเชา: พรุ่งนี้!"
"จางเหว่ย: เชี่ย! เร็วขนาดนั้นเลย?!"
"จางเชา: ฮ่าๆ เพราะฉันรับงานวันนี้แล้วก็ตกลงเรื่องที่จะไปเมืองลู่เซี่ยคืนนี้เลย เที่ยวบินของฉันคือสิบโมงสิบนาทีพรุ่งนี้เช้า"
"จางเหว่ย: โอเค เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปรับ ไปล่ะ ฉันยุ่งอยู่"
"จางเชา: ยุ่งอะไร? แล้วทำไมถึงตอบแชทได้ทันควันแบบนี้ล่ะ? นายอยู่ห้องในโรงแรมใช่ไหม? บอกมานะ ตอนนี้นายกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับสาวคนไหนอยู่?"
"จางเชา: ไม่ต้องพูดอะไรแล้วจางเหว่ย ไม่ว่านายจะอยู่กับใคร ฉันขอสั่งให้นายจัดหนักๆ ไปเลย! รักษาหน้าตาของตระกูลจางเราด้วย!"
...วันรุ่งขึ้น ณ สนามบินเมืองลู่เซี่ย
จางเหว่ยมารอที่สนามบินตั้งแต่เนิ่นๆ
ไม่นานนัก อู๋เนี่ยนกับจางเชาก็เดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า
"อมิตาภพุทธ" อู๋เนี่ยนพนมมือทักทายจางเหว่ยพร้อมกับรอยยิ้ม
"โอ้ อู๋เนี่ยนแข็งแกร่งขึ้นแฮะ" จางเหว่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อสังเกตเห็นว่าบรรยากาศรอบตัวของอู๋เนี่ยนดูสูงส่งทะลุปล้องยิ่งกว่าตอนที่อยู่ตงเป่ยเสียอีก
ไม่ได้มีแค่อู๋เนี่ยนคนเดียว
จางเหว่ยปรายตามองจางเชา
"จางเชา ดูเหมือนนายเองก็แข็งแกร่งขึ้นมากเหมือนกันนะ"
ด้วยเนตรสวรรค์และพลังอันแข็งแกร่งของเขา จางเหว่ยสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองคนได้ในทันที
เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋เนี่ยนก็พนมมือยิ้มและกล่าวว่า
"อมิตาภพุทธ อาตมาเพียงแค่พัฒนาขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น"
ก่อนที่จางเหว่ยจะได้ตอบกลับ จางเชาก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน พร้อมกับตบหลังอู๋เนี่ยนดังป้าบ
"อย่าไปฟังที่อู๋เนี่ยนพูดไร้สาระเลย นั่นเรียกว่า 'พัฒนาขึ้นเล็กน้อย' เหรอ? จางเหว่ย นายคงไม่เชื่อหรอกว่าเจ้านี่น่ะ พัฒนาเร็วหยั่งกับติดจรวด!"
"หลังจากที่เขากลับจากตงเป่ยไปยังมณฑลเสฉวน เขาก็เก็บตัวฝึกวิชาทันทีจนกระทั่งถึงเมื่อวาน พอออกจากด่านมา ความแข็งแกร่งของเขาก็ก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด"
"ตอนนี้ ในหน่วยพิทักษ์มรรคาของเรา พี่สาวของฉันไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นอู๋เนี่ยนต่างหาก"
"พี่สาวของฉันกำลังพิจารณาที่จะให้อู๋เนี่ยนรับตำแหน่งกัปตันคนใหม่แทนแล้วเนี่ย"
จางเหว่ยยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"โอ้? อู๋เนี่ยนเลื่อนขั้นเป็นระดับผู้พิทักษ์พยัคฆ์แล้วเหรอ? ยินดีด้วย ยินดีด้วยนะ"
เขารู้ดีว่าการจะเป็นกัปตันหน่วยพิทักษ์มรรคาได้ อย่างน้อยก็ต้องบรรลุถึงระดับผู้พิทักษ์พยัคฆ์เสียก่อน
เขาเพิ่งจะพูดจบ จางเชาก็โบกมือไปมา
"จางเหว่ย นายแสดงความยินดีเร็วไปแล้ว ฉันยังพูดไม่จบเลย อู๋เนี่ยนไม่ได้แค่เลื่อนขั้นเป็นผู้พิทักษ์พยัคฆ์นะ ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ไม่ใช่ระดับผู้พิทักษ์พยัคฆ์ธรรมดาๆ ด้วยซ้ำ"
"ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผีร้ายรวมหยินเก้าประการโผล่มาอีกครั้ง ตอนนี้อู๋เนี่ยนสามารถจัดการมันได้ด้วยตัวคนเดียวเลยแหละ"
เขาพูดพลางเบ้ปากและตบไหล่อู๋เนี่ยนอย่างแรง
"อู๋เนี่ยน ทำไมนายไม่เปลี่ยนชื่อไปเลยล่ะ? ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าอู๋เนี่ยนแล้ว เรียกตัวเองว่าอู๋ซื่อเถอะ ฉันดูออกนะ นายมันพวกใช้โปรชัดๆ ไม่เคยอ่อนแอไปกว่าใครเลย เข้าใจไหม?"
จางเหว่ยระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
อู๋ซื่อเป็นตัวละครจากนิยายชื่อดังเรื่อง “เจ้อเทียน” ซึ่งมีชีวิตที่เป็นดั่งตำนาน ยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวต่อกรกับสรรพสิ่ง และคอยค้ำจุนเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งปวง
จางเหว่ยอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย
"จางเชา นายคิดเหมือนฉันเลย ฉันก็รู้สึกว่าอู๋เนี่ยนเป็นเหมือนตัวเอกในนิยาย เป็นบุตรแห่งโชคชะตาอะไรทำนองนั้น"
"ใช่ไหมล่ะ? อู๋เนี่ยน เห็นไหม? ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่พูดแบบนี้นะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของจางเชา อู๋เนี่ยนที่ยืนพนมมืออยู่ข้างๆ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน
"จางเหว่ย โยมอย่าไปร่วมวงอวยอาตมาเกินจริงกับจางเชาเลย แล้วก็จางเชา นายก็อย่ามัวแต่พูดถึงอาตมาเลย การพัฒนาของนายในครั้งนี้ก็ถือว่าก้าวกระโดดเหมือนกัน"
เขาหันไปอธิบายกับจางเหว่ย
"จางเชาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในครั้งนี้เหมือนกัน โยมจางเหว่ยได้สังเกตเห็นรายชื่อดาวรุ่งพุ่งแรงเมื่อเร็วๆ นี้บ้างไหม?"
"หืม? ไม่อ่ะ ทำไมเหรอ? จางเชาติดอันดับด้วยงั้นเหรอ?" จางเหว่ยพอจะเดาออก
อู๋เนี่ยนพยักหน้า
"ใช่ เขาติดอันดับ แถมยังพุ่งพรวดขึ้นไปถึงอันดับที่ห้าสิบเลยล่ะ"
จางเหว่ยมองจางเชาด้วยความประหลาดใจ พลันนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่จางเชาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ตงเป่ย
ตอนนั้นจางเหว่ยเคยล้อจางเชาเรื่องที่ไม่ติดอันดับ และจางเชาก็ตอบกลับมาว่าจะมุ่งมั่นไต่อันดับให้ได้ เขาไม่คิดเลยว่าจางเชาจะทำได้จริงๆ แถมยังขึ้นไปถึงท็อปห้าสิบอีกต่างหาก
ในตอนนั้นเอง เสียงของอู๋เนี่ยนก็ดังขึ้น
"ติดอันดับห้าสิบในการขึ้นบอร์ดครั้งแรกเลยนะ ตอนที่อาตมาติดอันดับครั้งแรกยังอยู่ที่แปดสิบเก้าเอง"
จางเชาพูดแทรกอู๋เนี่ยนขึ้นมา
"อันดับห้าสิบมันจะไปพิเศษอะไร? เทียบกับนายแล้ว ฉันมันไม่เป็นสับปะรดเลย อย่าพูดถึงมันเลย ท่านมหาจักรพรรดิอู๋ซื่อ รีบหันหลังให้สรรพชีวิตทั้งหลายเถอะ"
อู๋เนี่ยนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่จางเหว่ยก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"เอาล่ะ พวกนายสองคนเลิกอวยกันเองได้แล้ว พวกนายมันจอมขี้เก๊กทั้งคู่นั่นแหละ ความเร็วในการพัฒนาของพวกนายนี่มันบ้าบอมาก ร้ายกาจจริงๆ"
วินาทีต่อมา หลังจากที่เขาพูดจบ ทั้งจางเชาและอู๋เนี่ยนก็หันขวับมามองจางเหว่ยเป็นตาเดียว
จางเชากรอกตาบนและพูดอย่างอารมณ์เสีย
"ร้ายกาจงั้นเหรอ? พวกเราต่างหากที่ควรจะเป็นคนพูดคำนั้นกับนาย! นายต่างหากล่ะราชาจอมขี้เก๊กตัวพ่อ!"
อู๋เนี่ยนพนมมือเงียบๆ
"อาตมาเห็นด้วย ความเร็วในการพัฒนาของโยมจางเหว่ยนั้นเร็วเกินไป เกินความคาดหมายของอาตมาไปมาก อาตมาไม่คิดเลยว่าในเวลาเพียงสั้นๆ ตั้งแต่ที่เราพบกันครั้งล่าสุด โยมจางเหว่ยจะพุ่งขึ้นไปถึงอันดับที่ห้าบนบอร์ดดาวรุ่งพุ่งแรงแล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น จางเหว่ยก็ทำหน้าประหลาดใจ "ห๊ะ? ฉันอยู่อันดับห้าบนบอร์ดดาวรุ่งเหรอ?"
จางเชาเบิกตากว้าง "บ้าเอ๊ย จางเหว่ย อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ตัวว่าตัวเองอยู่อันดับที่ห้าน่ะ"
หลังจากที่จางเชาอธิบาย จางเหว่ยก็ได้รู้ว่าอู๋เนี่ยนอยู่อันดับที่แปด ส่วนตัวเขาเองพุ่งขึ้นมาถึงอันดับที่ห้าแล้ว
"สรุปพวกนายสองคนนั่นแหละจอมขี้เก๊กตัวพ่อ ไอพวกเวรเอ๊ย เพลาๆ เรื่องใช้โปรลงหน่อยเถอะ เปิดโอกาสให้คนธรรมดาอย่างพวกเราตามทันบ้างสิวะ!" จางเชากัดฟันกรอด
บทสนทนาของพวกเขาบังเอิญไปเข้าหูเด็กประถมที่เดินผ่านมาพอดี
เด็กชายทำหน้างุนงงและแปลกใจ ก่อนจะวิ่งกลับไปหาแม่พร้อมกับชี้ไปทางจางเหว่ยและอีกสองคนที่ยืนอยู่ไกลๆ "แม่ฮะ พี่ชายสามคนตรงนั้นกำลังทำตัวเบียวแล้วก็อวดเก่งกันใหญ่เลยฮะ"
...หลังจากนั้นไม่นาน ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่สนามบิน
"แล้วนี่พวกนายมีแผนจะทำอะไรต่อ?" จางเหว่ยถามจางเชาและอู๋เนี่ยน
"พวกเราจะไปพบลูกค้าก่อน ยังไงงานก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว"
"ตกลงตามนั้น แล้วพวกนายจะไปเจอกันที่ไหนล่ะ? เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง"
"ที่โรงพยาบาลที่หนึ่งเมืองลู่เซี่ย" จางเชาซู้ดเส้นบะหมี่เข้าปากคำโต
จางเหว่ยหันไปมอง
จางเชาดูเหมือนจะรู้ว่าจางเหว่ยกำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดขึ้นมาตรงๆ ว่า
"ลูกสาวของลูกค้าป่วยและกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะ"
"อันที่จริง ที่ลูกค้าจ้างพวกเราในครั้งนี้ก็เป็นเพราะลูกสาวของเขานี่แหละ เขาสงสัยว่าลูกสาวของเขาถูกผีสิง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อาการป่วยของเธอรักษาไม่หายเสียที จากที่ลูกค้าเล่ามา เขาคิดว่าวิญญาณแฟนหนุ่มที่ตายไปแล้วของเธอตามมาหลอกหลอนน่ะ"