เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 021 สตรีมเมอร์ อ้าปากหน่อยได้ไหม?

บทที่ 021 สตรีมเมอร์ อ้าปากหน่อยได้ไหม?

บทที่ 021 สตรีมเมอร์ อ้าปากหน่อยได้ไหม?


หวังเส่าจวินมองดูสัญญาฉบับนั้น พลางยิ้มอย่างมีความหมายแฝง "นายแน่ใจนะว่าจะให้ฉัน? ตามหลักแล้ว นี่มันเป็นของรางวัลที่นายชนะมานะ"

ใครจะไปคิดว่าหลี่อี้กลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "พี่จวิน พี่พูดอะไรแบบนั้น พวกเราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วนี่นา อีกอย่างนะ ถ้าไม่มีพี่ ผมก็คงเอาชนะเฉินกงต้านไอ้สารเลวนั่นไม่ได้หรอก แถมผมก็ยังได้กำไรมาตั้งเยอะแยะ ถึงแม้บริษัทสื่อสารมวลชนนี้ในสายตาพี่มันจะไม่มีค่าอะไรเลยก็เถอะ แต่นี่มันเป็นสิ่งที่เราตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าชนะ บริษัทก็เป็นของพี่ แฮะๆ แล้วผมก็ยังประหยัดค่ารักษาพยาบาลไปด้วยนะ"

มันก็จริงนี่นา บอดี้การ์ดไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยสักนิด ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็มีแค่ฝ่ามือที่แดงขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น

บางทีอาจจะเกิดจากการออกแรงมากเกินไปก็ได้

เมื่อเห็นดังนั้น หวังเส่าจวินก็หันไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของพ่อบ้านเว่ยสองสามประโยค

เห็นเพียงพ่อบ้านเว่ยพยักหน้ารับ แล้วหันหลังเดินจากไป

สิบกว่านาทีให้หลัง เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง ในมือก็ถือสัญญามาสองฉบับพร้อมกับปากกาหนึ่งด้าม

หวังเส่าจวินรับมาเซ็นชื่อของตัวเองลงไป จากนั้นก็ดันไปตรงหน้าหลี่อี้

"เซ็นซะ!"

หลี่อี้รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง เขามองไปที่สัญญาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้เห็นเนื้อหาข้างใน ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

หวังเส่าจวินถึงกับแบ่งหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ให้เขา ความตื่นเต้นดีใจในใจนั้นแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน

"พี่จวิน นี่มัน........."

ถึงแม้สิบเปอร์เซ็นต์จะตีเป็นมูลค่าแค่สองร้อยกว่าล้าน แต่สิ่งที่เขาสนใจใช่เงินสองร้อยกว่าล้านซะที่ไหนล่ะ?

เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ สิ่งที่เขาสนใจคือความสัมพันธ์กับหวังเส่าจวินต่างหาก

หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาสองวันนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่า ความสัมพันธ์กับหวังเส่าจวินไม่ใช่สิ่งที่จะเอาเงินมาประเมินค่าได้ และหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นี่ ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการยอมรับในตัวเขานั่นเอง

หวังเส่าจวินมองดูสีหน้าที่ประหลาดใจเล็กน้อยของอีกฝ่าย โบกมือแล้วยิ้มตอบ "เอาเถอะ เซ็นซะ บริษัทนี้ให้นายเป็นคนบริหาร หุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็ถือซะว่าเป็นเงินเดือนของนายก็แล้วกัน"

จุดศูนย์กลางของเขาอยู่ที่ต่างประเทศ หยางจงโจวต่างหากที่เป็นเสาหลักดูแลทรัพย์สินของเขา ส่วนในประเทศน่ะ แค่ทำเล่นๆ ก็พอแล้ว ถ้าทำกำไรได้ก็ดี ถือซะว่าเป็นการสร้างตัวตนบังหน้าที่ดูดีให้กับตัวเองก็แล้วกัน

ในประเทศอยู่ในที่สว่าง ส่วนต่างประเทศอยู่ในที่มืด แบบนี้ประวัติของเขาก็จะไม่ดูว่างเปล่าจนเกินไป

หลี่อี้ได้ยินดังนั้น ถึงค่อยยอมจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป พร้อมกับตบหน้าอกรับประกันว่า "วางใจได้เลยครับพี่จวิน ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน"

จนถึงตอนนี้ เขาก็ถือว่าได้ก้าวขึ้นเรือลำใหญ่ของหวังเส่าจวินอย่างเป็นทางการแล้ว

ในเวลาเดียวกัน!

พวกเฉินกงต้านก็มาถึงไนต์คลับแห่งหนึ่งด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ในตอนนั้นเองก็มีคนทนไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นมาว่า "คุณชายเฉิน จะยกบริษัทสื่อสารมวลชนให้ไอ้หลี่อี้นั่นจริงๆ เหรอครับ"

"ใช่ครับ พวกเราอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งเยอะ รู้สึกเหมือนหลี่อี้ไอ้บ้านั่นจะได้ของดีไปฟรีๆ เลยนะครับ"

เฉินกงต้านได้ยินคำพูดนี้ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นบางๆ "หึๆ เซ็นสัญญาไปแล้ว แน่นอนว่าต้องให้มันสิ จะให้คนอื่นมองว่าพวกเราไม่มีสัจจะไม่ได้หรอก แต่ว่า......... ถึงตอนนั้นที่มันได้รับไป ก็คงจะเป็นแค่บริษัทเปล่าๆ เท่านั้นแหละ"

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ก็พากันหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพียงแต่หัวเราะไปหัวเราะมาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า

เชี่ยเอ๊ย! พวกตัวเองก็ยังขาดทุนอยู่ดีนี่นา แถมยังเสียเงินไปตั้งเยอะแยะ พอนึกถึงเงินก้อนโตที่พวกหลี่อี้กวาดไปได้ มันยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าตอนเสียเงินซะอีก

"บัดซบ เลิกคิดแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห คืนนี้ฉันจะเหมาสามเลย"

"ช่างเถอะ ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะหงุดหงิดเหมือนกัน แต่ขอแค่สองก็พอ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้คงลุกไม่ขึ้นแน่ๆ"

"ใช่แล้ว เหล่าจาง นายก็เบาๆ หน่อยนะ เดี๋ยวก็ตายคาอกผู้หญิงหรอก"

"เฮ้ พวกแกอย่ามาดูถูกกันนะโว้ย ถ้าไม่ต้องเก็บแรงไว้ ฉันก็อยากจะจัดแบบหนึ่งต่อสิบเหมือนกันแหละ"

ส่วนหลี่อี้นั้นแน่นอนว่าไม่รู้เรื่องที่พวกเฉินกงต้านแอบนินทาลับหลังเลยแม้แต่น้อย

คนกลุ่มนี้สนุกสุดเหวี่ยงอยู่ที่ผับแบล็คสเปดจนถึงห้าทุ่ม ถึงค่อยแยกย้ายกันกลับ

กว่าหวังเส่าจวินจะกลับถึงคฤหาสน์ก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว หลังจากอาบน้ำอย่างสบายตัวเสร็จ เขาก็หยิบมือถือขึ้นมานั่งบนโซฟา เตรียมตัวรับรางวัลสำหรับวันใหม่

พอเปิดโต่วอินขึ้นมา ก็เห็นข้อความแจ้งเตือนที่หลังบ้านเด้งขึ้นมา 99+ แถมยังมีคลิปวิดีโอและรูปถ่ายของพวกสตรีมเมอร์สาวอีกเพียบ ทำเอาเขาถึงกับมึนไปชั่วขณะ

รุกหนักขนาดนี้เชียว?

แต่เขาไม่มีเวลามานั่งดูข้อความไร้สาระพวกนี้หรอกนะ เขากดเคลียร์ทิ้งรวดเดียวเลย

"เอ๊ะ~"

ตอนที่กดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของตัวเอง เขาก็หลุดอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ เขามีผู้ติดตามหลายพันคนตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?

แต่เขาก็แค่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น เขาไม่ได้คิดจะสูบเลือดสูบเนื้อใครสักหน่อย จะเอาผู้ติดตามไปทำไมล่ะ

เขาไม่ได้คิดอะไรให้มากความ เริ่มมองหาเป้าหมายในโซนไลฟ์สตรีมต่อ

ไถหน้าจอไปได้สิบกว่านาที สุดท้ายก็ล็อกเป้าไปที่ห้องไลฟ์สดห้องหนึ่งที่มีคนดูออนไลน์อยู่ประมาณสองหมื่นคน

พอเข้ามาปุ๊บ ก็เห็นสตรีมเมอร์กำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนกระดานไวท์บอร์ดบานเล็กๆ

และไอดีของหวังเส่าจวินตอนนี้ก็อัปเลเวลไปถึงสี่สิบกว่าแล้ว ในห้องไลฟ์สดแห่งนี้ เขาสามารถติดท็อปไฟว์ได้อย่างสบายๆ

พอเข้ามาปุ๊บ เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะตัวละครของอีกฝ่ายขึ้นมาดูด้วยความเคยชิน

ตัวละคร: เยวี่ยอวี่ล่วนจีป่าเจี้ยว

หน้าตา: 79

ความประทับใจ: 60

เพศ: หญิง

อายุ: 26

สัดส่วน: 65, 69, 78

งานอดิเรก: อาหารอร่อย, แบดมินตัน, กีตาร์, ปีนเขา

จำนวนครั้งที่ชาร์จแบต: 18

อีกฝ่ายเขียนตัวอักษรสองสามตัวลงบนกระดานไวท์บอร์ด จากนั้นก็เงยหน้ามองกล้อง พอเห็นว่ามีไอดีระดับสูงเข้ามาใหม่ในห้องไลฟ์สด ก็พูดขึ้นลอยๆ ว่า "ยินดีต้อนรับลูกพี่จวินหลินเทียนเซี่ยเข้าสู่ห้องไลฟ์สดนะคะ ลูกพี่ตั้งใจจะมาเรียนภาษาจีนกวางตุ้งหรือเปล่าคะ?"

"พอดีเลย มาเร็วไม่สู้มาถูกจังหวะ ขอเชิญนักเรียนคนแรกของคืนนี้เลยค่ะ"

สิ้นเสียง ชาวเน็ตคนหนึ่งก็คอลเข้ามาทันที

"คุณนักเรียน เป็นคนที่ไหนคะ?"

"สตรีมเมอร์ สตรีมเมอร์ ผมเป็นคนเจียงเฉิงครับ"

"คนเจียงเฉิงเหรอคะ? ดีเลยค่ะ มาเรียนกับครูนะ ติวเน่ยโหลวโหมว~ รู้ไหมคะว่าแปลว่าอะไร?"

"ผมรู้ครับ แปลว่าคุณชอบผมไง"

"ผิดค่ะ!"

"ผิดยังไงล่ะครับ ติว เน่ย โหลว โหมว สี่คำ คุณชอบผมก็สี่คำเหมือนกัน ถูกแล้วนี่ครับ"

"คุณนักเรียนมีอาการป่วยเป็นโรคเพ้อเจ้อขั้นรุนแรงนะคะ ไปรักษาให้หายก่อนแล้วค่อยมาเรียนใหม่นะ คนต่อไป!"

พูดจบเธอก็เตะอีกฝ่ายออกจากสายไปเลย

[ไม่ได้เรื่องเลยนะ นักเรียนคืนนี้เป็นอะไรกันไปหมด ไม่มีใครโชว์ของเลยหรือไง?]

[นั่นสิๆ รีบงัดไม้ตายออกมาโชว์สตรีมเมอร์สิ เอาแบบเร็วๆ เน้นๆ ให้สตรีมเมอร์ตั้งตัวไม่ติดไปเลย]

[ดูเหมือนว่านักเรียนที่มีของจะพากันพักผ่อนเก็บแรงกันหมดแล้วมั้ง]

หวังเส่าจวินมองดูข้อความแชทพวกนี้ด้วยความรู้สึกงุนงงสุดๆ มันไปกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขาขึ้นมาทันที

และบนหน้าจอไลฟ์สด ก็มีคนคอลเข้ามาอีกครั้ง เป็นคนที่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นตัวการ์ตูน

"คุณนักเรียน เป็นคนที่ไหนคะ?"

"สตรีมเมอร์ ผมอยู่ข้างๆ เจียงเฉิงนี่เองครับ อ้อ~ สตรีมเมอร์ อ้าปากหน่อยได้ไหมครับ? ซี๊ด~"

"เดี๋ยวนะ คุณนักเรียน ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?"

"สตรีมเมอร์ ผมกำลัง... อ้อ~ กำลังเติมน้ำมันเครื่องบินอยู่น่ะครับ เครื่องกำลังจะเทคออฟแล้ว"

[หา? เติมน้ำมันเครื่องบินจริงๆ เหรอ?]

[อืม ฉันฟันธงได้เลย หมอนี่กำลังเติมน้ำมันเครื่องบินอยู่ชัวร์]

[ไร้สาระ เสียงเงียบไปแล้ว เครื่องคงเทคออฟไปแล้วแหงๆ]

[คือว่านะ ถ้าพวกนายไตเสื่อม ฉันรู้จักหมอแผนจีนเก่งๆ คนนึงนะ]

[หยุดเลย พวกเราแข็งปั๋งกันทุกคนเว้ย ไม่จำเป็น]

[แต่เขารักษาหายขาดเลยนะ ถ้าพวกนายไม่อยากได้ ก็ช่างมันเถอะ]

[พ่อบุญธรรมช้าก่อน จริงดิ?]

สตรีมเมอร์สาวมองดูข้อความแชทพวกนี้ ก็เข้าใจความหมายได้ในเสี้ยววินาที เธอเริ่มสบถด่าพร้อมกับเตะอีกฝ่ายออกไปทันที

ถึงขั้นด่าคำหยาบออกมาเลยว่า "บัดซบ พวกแกจะเทคออฟก็ไปที่อื่นได้ไหม เลิกมาวุ่นวายในห้องไลฟ์สดของฉันสักที ไสหัวไปให้พ้นเลยไป"

หวังเส่าจวินเพิ่งจะเข้าใจก็ตอนนี้แหละว่า ทำไมห้องไลฟ์สดนี้ถึงมีคนดูเยอะขนาดนี้ ที่แท้ก็มีแต่พวกกัปตันขับเครื่องบินมารวมตัวกันอยู่นี่เอง

ดูจากทรงแล้ว นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกแน่ๆ

แต่สำหรับสตรีมเมอร์หลายๆ คนแล้ว ขอแค่มีกระแสคนดูก็พอแล้ว

จบบทที่ บทที่ 021 สตรีมเมอร์ อ้าปากหน่อยได้ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว