- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 365 ลูกศรที่เจาะทะลุมิติ! “คำเชิญ” จากกระทรวงเวทมนตร์
บทที่ 365 ลูกศรที่เจาะทะลุมิติ! “คำเชิญ” จากกระทรวงเวทมนตร์
บทที่ 365 ลูกศรที่เจาะทะลุมิติ! “คำเชิญ” จากกระทรวงเวทมนตร์
ฟิ้ว!
ร่างของเบลล่าพลันแอ่นไปด้านหลัง
ราวกับถูกดูดเข้าไปในหลอดดูดน้ำ เธอหายวับไปในพริบตา!
และสิ่งที่หายไปพร้อมกับเธอ...
...ก็คือมีดผ่าตัดสีชาดเล่มนั้น!
“โดนเข้าแล้ว!”
ดวงตาของอีธานเป็นประกาย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เบลล่า คิดจริง ๆ หรือว่าจะหนีรอดได้?
หนีงั้นหรือ?
ต่อให้หนี ก็ยังต้องใช้เวลา!
“โดนมีดผ่าตัดที่เต็มไปด้วยผื่นไม้กวาดแบบนั้นเข้าไป เบลล่าคงอยากตายมากกว่าอยู่แน่”
“หืม แปลกแฮะ ทำไมการโจมตีครั้งนี้ถึงให้ความรู้สึกคุ้น ๆ นะ?”
อีธานพึมพำกับตัวเอง
จากนั้นก็หันกลับไปตบไหล่หมอโรคระบาดเบา ๆ
“ทำได้ดีมาก คู่หูเก่า”
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสออร่าสีแดงเข้มนั้น
จุดแดงเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนผิวหนังทันที
แต่ก่อนที่อาการจะลุกลาม...
...มันก็ถูกเวทมนตร์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งแสงรักษาจนหายเป็นปลิดทิ้ง
“ครืดดด…..”
หมอหน้ากากจะงอยปากส่งเสียงตอบกลับแหบพร่า
ร่างทั้งร่างของมันสลายกลายเป็นเม็ดทรายสีดำละเอียด ก่อนถูกดูดกลับเข้าสู่มือของอีธานและกลับคืนสู่สภาพเดิมเป็นการ์ดแข็งทรงสี่เหลี่ยม
“ครั้งนี้หมอหน้ากากจะงอยปากยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่”
อีธานครุ่นคิด
“ความสามารถที่แท้จริงของมันไม่ได้อยู่ที่การสังหารเป้าหมายเดี่ยว แต่อยู่ที่การโจมตีเป็นวงกว้างต่างหาก!”
ที่ใดซึ่งโรคระบาดเคลื่อนผ่าน
ที่นั่นย่อมไม่เหลือแม้แต่ต้นหญ้าสักต้น!
“ฮิฮิ~ ชักอยากเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของมันแล้วสิ”
อีธานยิ้มอย่างคาดหวัง
ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
กลับทำให้สมาชิกสมาคมผู้รู้แจ้งที่กำลังรีบวิ่งเข้ามาถึงกับสะดุดหยุดกึกด้วยความหวาดกลัว!
ทุกคนหยุดฝีเท้าพร้อมกัน
แล้วหันหน้าหนีอย่างเงียบ ๆ
นี่มันปีศาจที่ไหนกัน?
ไม่รู้จักนะ...
ไม่คุ้นเลยจริง ๆ...
อสรพิษเพลิงคำรามก้อง ก่อนสลายหายไปในอากาศ
ควันหนาทึบลอยคลุ้งไปทั่ว
ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการถูกเผาผลาญ
พ่อมดแม่มดใช้คาถาคาถาเสกน้ำเพื่อดับเปลวไฟที่ยังหลงเหลืออยู่
พร้อมซ่อมแซมบ้านเรือนที่พังถล่มและถูกไฟไหม้ ราวกับกำลังต่อบล็อกของเล่น
ในที่สุดการต่อสู้ก็ยุติลงชั่วคราว
“เฮ้อ…เหนื่อยชะมัด!”
อีธานถอนหายใจยาว ก่อนนั่งลงบนหลังคาหลังหนึ่ง
ศึกหนักต่อเนื่องถึงสองครั้ง
ทั้งภาพวาดและเวทมนตร์ถูกใช้อย่างไม่หยุดหย่อน
หากตอนปลายภาคเรียนที่แล้วเขาไม่ได้ปรุงยาฟื้นฟูสูตรตราโวลเดอมอร์สำเร็จ...
...เพื่อเพิ่มปริมาณพลังเวทของตัวเอง...
...ป่านนี้คงหมดแรงไปนานแล้ว
“แต่ยังไงการแอพพาริชันก็เป็นปัญหาจริง ๆ”
อีธานคิดในใจ
“ในบรรดาการ์ดที่ฉันมีตอนนี้ ยังไม่มีภาพวาดใบไหนที่สามารถป้องกันการแอพพาริชันได้อย่างสมบูรณ์”
“อืม...การ์ดประเภทกฎเกณฑ์บังคับ ฉันยังไม่เคยสร้างเลยนี่นา”
“ช่างเถอะ กลับไปถึงโรงเรียนเมื่อไหร่ ค่อยไปถามตาเฒ่าดัมเบิลดอร์ก่อนก็แล้วกัน”
อีธานไม่ได้รีบร้อนอะไร
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ แม้แฮร์รี่กับพวกจะใช้แอพพาริชันได้...
...สุดท้ายก็ยังถูกเหล่าผู้เสพความตายจับตัวอยู่ดี
นั่นแสดงให้เห็นว่ามันไม่ได้ไร้เทียมทาน
อย่างน้อยก็ยังไม่สะดวกเท่าประตูไปไหนก็ได้
ในตอนนั้นเอง…
“อีธาน!”
แสงสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านอากาศ
ราวกับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา
“ลูกกระสุนปืนใหญ่” นุ่มนิ่มลูกหนึ่งพุ่งชนเข้ามาในอ้อมแขนของอีธาน
“อีธาน! นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ลูน่าเงยหน้าขึ้นมอง
ใบหน้าขาวผ่องของเธอมีรอยฝุ่นเปื้อนอยู่เล็กน้อย
แต่กลับยิ่งทำให้ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น
อีธานหัวเราะ
“ฮ่า ๆ คำถามนี้เธอน่าจะไปถามคนอื่นมากกว่านะ?”
ขณะพูด เขายกมือขึ้นขยี้หัวลูน่า
แถมยังแกล้งออกแรงนิดหน่อยจนศีรษะของเธอส่ายไปมาดุ๊กดิ๊ก
ลูน่า: “หยุด~ นะ~ อย่า~ แกล้ง~”
เธอกุมศีรษะตัวเอง ทำปากยื่น แล้วบ่นอย่างไม่พอใจ
“นายวิ่งออกไปคนเดียวอีกแล้ว ตอนนี้ฉันก็เก่งมากแล้วนะ พาฉันไปด้วยจะดีกว่าไหม?”
อีธานกะพริบตาปริบ ๆ
เมื่อครู่เขามัวแต่คิดจะจัดการเบลล่าเพียงอย่างเดียว
ในเมื่ออีกฝ่ายโผล่มาให้เห็นถึงที่
เขาจะปล่อยให้กลับไปอย่างปลอดภัยได้อย่างไร?
ดังนั้นจึงพุ่งออกไปทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก
อีธาน: “ครั้งหน้าชัวร์ จริง ๆ นะ! คราวหน้าฉันจะพาเธอไปด้วยแน่นอน!”
ภายใต้การห่อหุ้มของเวทมนตร์สีเงิน
ระดับความฉลาดทางอารมณ์ของอีธานพุ่งสูงขึ้นทันที เขารีบให้คำมั่นสัญญาอย่างรวดเร็ว
อีธาน: “ถ้าฉันทิ้งเธอไว้อีก เธอส่งฉันไปหาเมอร์ลินได้เลย!”
“...”
“...”
ลูน่าหรี่ตาลง จ้องเขาอยู่หลายวินาที
จากนั้นก็ส่งเสียงฮึเบา ๆ
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนกล่าวอย่างสบาย ๆ
“งั้นฉันยกโทษให้ก็ได้~”
อีธาน: “ฮี่ฮี่”
หลังจากนั้น อีธานเหลือบไปเห็นใครบางคน
เนวิลล์กำลังยืนอยู่ไม่ไกล
ในเวลานี้ เด็กหนุ่มร่างอวบเล็กน้อยคนนี้กำลังก้มหน้า สีหน้าหม่นหมอง
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเหล่านักเรียนรอบข้างที่แม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
อีธานค่อย ๆ ดันลูน่าออกด้านข้าง
ก่อนลุกขึ้นเดินไปหาเนวิลล์
แล้วถามว่า
“เป็นอะไรไป เนวิลล์?”
“...”
เนวิลล์ยังคงก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่น
หลังจากเงียบไปหลายวินาที เขาจึงพูดด้วยเสียงแหบพร่า
“พ่อมดศาสตร์มืดคนนั้น...คือคนที่ทรมานพ่อแม่ของผม”
“คุณย่าบอกผมไว้”
อีธานส่งเสียงเข้าใจทันที
“อ๋อ”
เบลล่าคือผู้ร้ายตัวหลักที่ใช้คำสาปกรีดแทงวิญญาณทรมานครอบครัวลองบัตท่อมติดต่อกันหลายสัปดาห์
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับเธอยังเป็นโรคจิตที่ใช้คำสาปเดียวกันสอบสวนเฮอร์ไมโอนี่
และสลักคำว่า “เลือดสีโคลน” ลงบนแขนของอีกฝ่ายด้วย
อีธานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะนึกวิธีปลอบใจเนวิลล์ที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้!
ครางงง!
เสียงหนักอึ้งดังขึ้น
ภาพวาดขนาดใหญ่และหนักอึ้งถูกตั้งลงตรงหน้าเนวิลล์
เนวิลล์: ?
เขาสะดุ้งตกใจ
และเมื่อเห็นหมอหน้ากากจะงอยปากสุดหลอนในภาพ
ก็ถึงกับสะดุ้งเป็นรอบที่สอง
เด็กหนุ่มยืนอ้าปากค้างอยู่กับที่
อีธานพูดอย่างภาคภูมิใจ
“เป็นไง? สุดยอดใช่ไหมล่ะ?”
“นี่คือภาพเหมือนพ่อแม่ของนายที่ฉันวาดเอง หวังว่าจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นนะ~”
เนวิลล์: ???
ไอ้สิ่งที่แค่เห็นหน้าก็เหมือนจะสาปคนได้เนี่ยนะ...
...คือภาพเหมือนพ่อแม่ของผม?
คุณใช้ตาข้างไหนวาดครับ?!
เมื่อเห็นสีหน้าของเนวิลล์ที่เหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
อีธานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ไม่เคยมีใครบอกเลยว่าภาพวาดของเขา “แย่”!
ภาพวาดตรงหน้าถูกเก็บกลับไป
เนวิลล์ชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากถูกอีธานขัดจังหวะแบบนี้
ความรู้สึกอึดอัดหนักอึ้งในใจส่วนใหญ่ก็สลายไปแล้ว ราวกับลูกโป่งที่ถูกเจาะจนแฟบ
เนวิลล์สูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ตัวเอง
จากนั้นก็กำหมัดแน่น กัดฟันพูดว่า
“ผมจะต้อง……….จัดการเธอด้วยตัวเองให้ได้!”
“ผู้เสพความตายคนนั้น...คนที่ทำร้ายพ่อแม่ของผม!”
หากเป็นพ่อมดฝ่ายสว่างคนอื่น
พวกเขาอาจพูดอะไรทำนองว่า
“ปล่อยวางความแค้นเถอะ”
แต่เมื่ออีธานได้ยินเช่นนั้น
เขากลับมองเนวิลล์ด้วยสายตาชื่นชม
ก่อนพยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นฉันจะยอมยกแต้มสังหารนี้ให้นายก็แล้วกัน”
ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม เบลล่าไม่ควรจะตายในช่วงเวลานี้
โชคชะตาอาจยังคุ้มครองชีวิตของเธออยู่
แต่พลังของคำสาปนั้นไม่สามารถขจัดออกได้
“ไม่รู้ว่าคราวหน้าเจอกัน...เธอจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนไปแล้วนะ…….”
อีธานบอกได้เพียงว่า
เขาตั้งตารอวันนั้นอย่างมากทีเดียว...!
ในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งทอดทับลงมาเหนืออีธาน
เหล่าออโรร่าร่างกำยำหลายคนล้อมรอบเขาเอาไว้ราวกับกำแพง
พวกเขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“กรุณามากับพวกเราด้วยครับ คุณอีธาน วินเซนต์!”
ขณะพูดมือของพวกเขาก็กำไม้กายสิทธิ์เอาไว้แน่น
ความจริงแล้วพวกเขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าควรทำอย่างไร
หากอีธานขัดขืนขึ้นมา...
...ควรใช้คาถาอินคาร์เซอรัสเพื่อพันธนาการเขา
หรือควรใช้แอพพาริชันหนีเอาชีวิตรอดก่อนดี?
อีธานหันไปมอง
ภายในดวงตาสีน้ำเงินโคบอลต์
ประกายเย็นชาที่คาดไว้อยู่แล้วปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง
เขารู้อยู่แล้ว
หลังจากระเบิดกริงกอตส์และก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้...
...ถึงกระทรวงเวทมนตร์จะไม่มีความสามารถพอจะจับพ่อมดศาสตร์มืดได้
แต่กับเขา พวกนั้นต้องมาจับแน่นอน
ก่อนที่อีธานจะได้ตอบอะไร
เสียงเบา ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“..................อย่าคิดแม้แต่จะพาอีธานไป”
ไอเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา
ลูน่าก้าวเดินออกมาช้า ๆ เส้นผมสีทองของเธอลอยขึ้นเล็กน้อย
แสงสีเงินขาวอันเย็นเยียบและน่าเกรงขามแผ่ออกมาจากร่างของเธอ!
…..พลังเวทที่แข็งแกร่งเหลือเกิน!
เหล่าออโรร่าตกตะลึงอย่างมาก จนเผลอถอยหลังไปหลายก้าว
และในจังหวะที่พวกเขากำลังจะยกไม้กายสิทธิ์ขึ้น...
...มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาหยุดลูน่าเอาไว้
“ไม่เป็นไร ลูน่า อย่าทำแบบนั้นเลย”
อีธานกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
จากนั้นจึงเงยหน้ามองเหล่าออโรร่าที่กำลังตึงเครียด
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
ก่อนพูดช้า ๆ ว่า
“ในเมื่อกระทรวงเวทมนตร์เชิญผมไปเป็นแขกแล้ว...”
“ผมจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะ?”
“พวกคุณว่าจริงไหม?”
เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินโคบอลต์ของอีธาน
เหล่าออโรร่าทุกคนต่างสั่นสะท้านพร้อมกัน
……….เพราะสิ่งที่อีธานต้องทำ มีเพียงแค่ไปตามนัดหมายเท่านั้น
ส่วนกระทรวงเวทมนตร์ที่เป็นฝ่ายส่ง “คำเชิญ” มา...
...ต่างหากที่มีเรื่องให้ต้องกังวลมากกว่าเสียอีก