- หน้าแรก
- ระบบเอาชีวิตรอด เริ่มต้นด้วยหมั่นโถวหนึ่งลูก
- บทที่ 44 เย่ไป๋ใกล้จะมีลูกแล้ว แต่นิกยังต้องแทะอาหารกระป๋องอยู่อีกเหรอ?
บทที่ 44 เย่ไป๋ใกล้จะมีลูกแล้ว แต่นิกยังต้องแทะอาหารกระป๋องอยู่อีกเหรอ?
บทที่ 44 เย่ไป๋ใกล้จะมีลูกแล้ว แต่นิกยังต้องแทะอาหารกระป๋องอยู่อีกเหรอ?
ปลาแมนดารินหมัก, เต้าหู้เหม็น, บะหมี่ผัดซีอิ๊ว, ข้าวหมก,
มันฝรั่งเส้นผัดยอดกระเทียม...
นิกอดใจไม่ไหวจนต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
เขาเดินตามกลิ่นหอมเดินขึ้นตึกไปตามสัญชาตญาณ
ในขณะที่เขากำลังเคาะประตูนั้น ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
จะยอมแพ้งั้นเหรอ? ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันค้ำคออยู่
แต่ถ้าไม่ยอมแพ้ล่ะ? พยาธิในกระเพาะมันก็ประท้วงจนทนไม่ไหว
ในที่สุด นิกก็เกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมาในหัว เขานึกแผนการที่ยอดเยี่ยมออกแล้ว
ก็อก ก็อก ก็อก
นิกเคาะประตูห้องอพาร์ตเมนต์
สิ่งแรกที่เขาทำทันทีที่ประตูเปิดออกคือการพุ่งเข้าไปสวมกอดอย่างรวดเร็วและเร่าร้อน
"สวัสดียามบ่าย! เพื่อนชาวหัวเซี่ยที่รักของฉัน!"
"ฉันมาเพื่อขอแลกเปลี่ยนเสบียงน่ะ"
เย่ไป๋และหลินเสวี่ยที่กำลังถือตะเกียบกินข้าวอยู่
ต่างก็หันไปมองที่ประตูพร้อมกันโดยพร้อมเพรียง
นิกถึงกับชะงักไปทันที
ทั้งสองคนยังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะ แล้วเมื่อกี้ใครเป็นคนเปิดประตูให้เขากันล่ะ?
สายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง
จนในที่สุดก็ได้สบเข้ากับดวงตาของสุนัขที่ดูใสซื่อไร้เดียงสาคู่หนึ่ง
เป้าหมายที่เขาโอบกอดอย่างแรงเมื่อครู่นี้ กลับกลายเป็นสุนัขลากเลื่อนตัวหนึ่ง
บรู๊ววว!
สุนัขพันธุ์อลาสก้าตัวนี้ทั้งฉลาดและมีแววตาเจ้าเล่ห์
มันยืนขึ้นด้วยขาหลังและใช้เท้าหน้าตะปบเปิดประตูอย่างคล่องแคล่ว
ดูท่าทางจะเป็นสุนัขเน็ตไอดอลที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
นิกตกใจจนกรามแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้น
เขาคิดว่าเย่ไป๋แค่รวบรวมพวกปลาทอง เต่าตัวเล็กจากตลาดสัตว์เลี้ยง
และสัตว์จากฟาร์มมาเท่านั้น
ใครจะไปนึกว่าเย่ไป๋จะยังมีอารมณ์สุนทรีย์เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเอาไว้เล่นแบบนี้อีก?
"เย่ไป๋ นายนี่มัน..."
ยังไม่ทันที่นิกจะบ่นจบ แมวนอร์เวย์ฟอเรสต์ที่สะบัดขนยาวสลวยพองฟูก็ส่งเสียงขู่
"เมี้ยววว" อย่างดุร้าย พร้อมกับสะบัดอุ้งเท้าตบประตูให้ปิดลงดังปัง!
ปัง!
นิกถูกปิดประตูใส่หน้าเข้าอย่างจัง
ทั้งหดหู่ ทั้งมึนงง จนทำอะไรไม่ถูก
เขาอึ้งไปครู่ใหญ่ กว่าจะยอมรับความจริงตรงหน้าได้
เย่ไป๋ไม่เพียงแต่สร้างฟาร์มในหมู่บ้านที่มีระบบหมุนเวียนเท่านั้น
แต่ยังมีทั้งแมวและสุนัขครบครัน
แถมยังมีสาวสวยคอยนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนคุยอีกด้วย
แล้วเขาล่ะ?
นอกจากอาหารกระป๋องและขนมขบเคี้ยวที่มีอยู่ทั่วทั้งเมืองแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรเลย!
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจากประเทศสุดสวยต่างพากันเจ็บปวดใจจนแทบหายใจไม่ออก
"โอ้พระเจ้า ฉันแทบจะร้องไห้ออกมาเลย"
"สงสารเทพเจ้านิกจับใจ!"
"มันทรมานเกินไปแล้ว!"
"เย่ไป๋แทบจะมีลูก (มีครอบครัว) อยู่แล้ว
แต่นิกยังต้องนั่งแทะอาหารกระป๋องอยู่อีกเหรอ?"
...
ในภาพถ่ายทอดสด เย่ไป๋เปิดประตูและเชิญนิกเข้ามาในห้อง
"เมื่อกี้คุณบอกว่า จะมาแลกเปลี่ยนเสบียงเหรอ?"
นิกเองก็รู้ตัวว่าทำตัวไม่ค่อยดี เขาจึงมีท่าทีหลบสายตา
เขาแลกเปลี่ยนเสบียงกับเย่ไป๋มาสองสามครั้งแล้ว
และทุกครั้งเขาก็มักจะเล่นตุกติกอยู่เสมอ
ตอนนี้เย่ไป๋ยังไม่ถือสาและยอมให้เขาแลกเปลี่ยนเสบียงอีกครั้ง
ก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว
"เย่ไป๋! เสบียงที่ฉันเอามาคราวนี้ รับรองว่านายต้องสนใจมากแน่ ๆ"
นิกยิ้มอย่างโอ้อวดและภูมิใจ
"เพราะอาหารกระป๋องทั้งหมดจากทุกห้างสรรพสินค้าในใจกลางเมืองตอนนี้อยู่ที่ฉันหมดแล้ว"
เขาชี้ไปทางถนนสายหลักใจกลางเมือง
เมื่อมองออกไปจากหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ของเย่ไป๋
ก็จะเห็นอาคารหลังหนึ่งที่ดูแวววาวแปลกตา
เขาหรี่ตาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจนเข้าใจในที่สุด
"นิก! นี่คุณขนอาหารกระป๋องทั้งเมืองมาสร้างเป็นบ้านด้วยมือเปล่าเลยเหรอ?"
"ที่แท้หลายวันที่ผ่านมา คุณมัวแต่ทำเรื่องนี้อยู่นี่เอง?"
บ้านกระป๋อง!
บ้านระดับอาหารที่หนึ่งเดียวในโลก ผนัง กระจก ประตู
ทุกที่ที่มือเอื้อมถึงล้วนสร้างขึ้นจากกระป๋องอาหาร
ตราบใดที่รู้สึกหิว ก็แค่เอื้อมมือไปหยิบกระป๋องออกมาเปิดกินประทังหิวได้ทันที
ช่างสะดวกสบายเสียจริง
นับเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใครของผู้เอาชีวิตรอด
นิกหัวเราะร่าอย่างภาคภูมิใจ
"ใช่แล้วเย่ไป๋"
"เสบียงน่ะมันยุติธรรม ใครชิงมาก่อนคนนั้นก็เป็นเจ้าของ"
"ตอนนี้อาหารกระป๋องพวกนี้เป็นของฉัน ถ้านายอยากได้กระป๋องพวกนี้
ก็เอาเสบียงอื่นมาแลกกับฉันสิ"
ข้อเสนอที่นิกยื่นมานั้นดูเจ้าเล่ห์มาก
เขามั่นใจว่าเย่ไป๋ไม่มีทางปฏิเสธอาหารกระป๋องที่อยู่ตรงหน้าได้แน่
เพราะการกินอาหารกระป๋องสำเร็จรูปนั้นสะดวกกว่าการต้องมาเหนื่อยยากปลูกพืชเองตั้งเยอะ
ทว่า
ใครจะไปรู้ว่าเย่ไป๋กลับยิ้มออกมา
"ฉันไม่จำเป็นต้องใช้กระป๋องพวกนั้นหรอก คุณเก็บไว้เถอะ"
นิกอึ้งไปทันทีและเริ่มร้อนรน เขาเปิดกระป๋องผักโขมออกมาแล้วตักผักโขมสดชื่นเข้าปาก
สวาปามลงท้องอย่างรวดเร็ว
"เย่ไป๋! ผักสด ๆ แบบนี้ มันไม่หอมเหรอ?"
เย่ไป๋พานิกไปที่โรงเรือนเพาะชำระดับเบื้องต้นที่สวนหลังหมู่บ้าน
เมื่อนิกได้เข้ามาดูโรงเรือนเพาะชำใกล้ ๆ
เขาถึงได้พบว่าพืชที่ปลูกอยู่ข้างในนั้นมีหลากหลายชนิดมาก
เย่ไป๋ชี้ไปที่มันฝรั่งแล้วพูดว่า "นี่คือผลผลิตชุดแรกที่เราปลูก มันฝรั่งครับ"
"ต่อมา พอเราเริ่มเบื่อมันฝรั่ง
เราก็เลยไปหาผักจี้ไช่ป่าจากพื้นที่สีเขียวในหมู่บ้านมาปลูก
โซนนี้คือผักจี้ไช่ป่าที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์แล้วครับ"
"โซนนี้คือต้นกล้าฟักทองที่เพาะจากเมล็ดฟักทองในฟาร์ม"
"แล้วยังมีเมล็ดผักชีที่เอามาจากฟาร์มด้วย"
"แครอท"
"มันเทศสีม่วง"
"เมล็ดมะเขือเทศ"
"เมล็ดถั่วลันเตา"
"เมล็ดผักโขม"
...
ต้นไม้ในพื้นที่สีเขียวของหมู่บ้านถูกย้ายออกไปจนหมด
และถูกแทนที่ด้วยโรงเรือนเพาะชำระดับเบื้องต้นที่ตั้งเรียงรายกันอย่างหนาแน่น
ทั้งพืชผล พืชพรรณ และผักชนิดต่าง ๆ...
ผักหลากหลายสายพันธุ์กระจายอยู่เต็มโรงเรือนเพาะชำของหมู่บ้าน
หมู่บ้านที่เคยดูคับแคบ ตอนนี้กลับกลายเป็นฟาร์มเพาะปลูกไปเสียแล้ว!
นิกตกใจจนตาค้าง
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจากประเทศสุดสวยก็ตกใจจนสูดลมหายใจเข้าลึกเช่นกัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ นิกถึงได้สติกลับมาและพึมพำออกมาว่า
"ฉันก็ไปฟาร์มแถวชานเมืองกับนายมาเหมือนกันนะ"
"แต่ว่า... แต่ทำไมฉันถึงไม่ยักษ์เห็นเมล็ดพันธุ์พืชพวกนี้เลยล่ะ?"
เป้าหมายในการหาเสบียงของนิกคืออาหารกระป๋องและของกินสำเร็จรูป
ในขณะที่เป้าหมายของเย่ไป๋คือ เมล็ดพันธุ์ สัตว์ที่ยังรอดชีวิต และพืชที่ยังไม่ตาย
ที่สำคัญที่สุดคือ เย่ไป๋เดินนำหน้านิกอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ในฐานะผู้บุกเบิก
เขามีโอกาสเลือกได้กว้างขวางกว่า
ส่วนนิกทำได้เพียงเดินตามหลังและคอยเก็บกินเศษน้ำแกงที่เหลือ
แต่ตอนนี้ นิกกลับรู้สึกว่าน้ำแกงที่เหลือนั้นมันช่างไม่อร่อยเอาเสียเลย
"คือว่า... เย่ไป๋"
"เอาอย่างนี้ไหม นายช่วยแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักให้ฉันหน่อยสิ"
"ฉันจะเอาอาหารกระป๋อง 100 กระป๋องมาแลกกับนาย"
นิกกัดฟันพูดจำนวน 100 กระป๋องออกมาอย่างเสียดาย
แต่ละกระป๋องล้วนเป็นสิ่งที่เขาต้องเหนื่อยยากขนย้ายมา
ปกติเขากินอย่างประหยัดมาก 100
กระป๋องนี้เพียงพอให้เขาอยู่รอดได้อีกหลายเดือน แต่ตอนนี้เพื่อแผนการในระยะยาว
เขาจึงยอมทุ่มสุดตัว!
เขาต้องแลกเปลี่ยนเสบียงกับเย่ไป๋ เพื่อเอาเมล็ดพันธุ์ผักมาให้ได้!
ในห้องถ่ายทอดสด
ผู้ชมประเทศสุดสวยต่างพากันสูดลมหายใจเข้าด้วยความเสียดายและเจ็บปวดใจ
"100 กระป๋องเลยเหรอ มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอ!"
"นิก นายไม่ต้องใจป้ำขนาดนั้นก็ได้!"
"100 กระป๋อง? แลกแค่ 10 กระป๋องก่อนสิ"
"ประหยัดหน่อย!"
...
ผู้ชมต่างชาติพากันเสียดายอาหารกระป๋องของนิก
และคิดว่าตัวเลขที่นิกกัดฟันพูดออกมานั้นมันสูงเกินไป
ทว่า
เย่ไป๋ไม่ได้มองจำนวนที่นิกเสนอเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงส่ายหน้าเรียบ ๆ แล้วตอบว่า
"ไม่แลกครับ"
นิกอึ้งไปเลย
หลินเสวี่ยเองก็อึ้งเช่นกัน
หลินเสวี่ยคิดว่า อาหารกระป๋อง 100 กระป๋องนั้นไม่ใช่น้อย ๆ เลย
อีกทั้งอาหารกระป๋องทั้งเมืองก็อยู่ในมือนิก
การแลกเปลี่ยนครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เสียเปรียบเลยสักนิด
"เย่ไป๋ นายลองพิจารณาดูอีกทีไหม"
นิกถึงกับกัดฟันและพูดออกมาอย่างดุเดือดว่า
"ใคร ๆ ก็บอกว่าไอ้หนุ่มเอเชียผิวเหลืองน่ะเจ้าเล่ห์"
"ฉันว่าแกนี่มันพ่อค้าหน้าเลือดชัด ๆ ก็แค่จะกดราคาล่ะสิ"
"ตกลง! ฉันจะใช้กระป๋อง 200 กระป๋องแลกกับเมล็ดพันธุ์ 100 เมล็ด!"
ทันทีที่นิกประกาศคำพูดนั้นออกมา
ห้องถ่ายทอดสดส่วนตัวของประเทศสุดสวยก็เดือดพล่านทันที
"พระเจ้าของฉัน!"
"โอ้มายก๊อด!"
"ฟัก! มันเยอะเกินไปแล้ว!"
"นิก! เชี่ยเอ๊ย! แกให้เยอะเกินไปแล้ว!"
...
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเหล่าคนต่างชาติก็คือ
เย่ไป๋ยังคงส่ายหน้าเป็นสัญญาณว่าไม่แลกเหมือนเดิม
นิกเริ่มร้อนรนจนตาแดง
หลินเสวี่ยเองก็เริ่มกังวลจนคิ้วขมวดมุ่นและแอบกระวนกระวายอยู่ในใจ
ทำไมถึงยังไม่ยอมแลกอีกล่ะ?
ถ้าเกิดคนต่างชาติคนนี้ฟิวส์ขาดแล้วเปลี่ยนใจไม่แลกขึ้นมา
อาหารกระป๋อง 200 กระป๋องนี้ก็จะหลุดลอยไปเลยนะ
จบบท