เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 - ถนนสายของกิน

บทที่ 410 - ถนนสายของกิน

บทที่ 410 - ถนนสายของกิน


ซูหรานสวมวงแหวนแห่งชีวิตวงนี้ลงบนนิ้วนางข้างขวา เคียงคู่กับแหวนแห่งธรรมชาติ แหวนราชันโครงกระดูก แหวนรุ่งอรุณ และแหวนเวทหอกน้ำแข็ง

แหวนห้าวง ของระดับมหากาพย์ทั้งห้าชิ้น เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากแหวนวงนั้น รวมถึงพลังชีวิตอันเอ่อล้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน

ซูหรานเอนหลังพิงหัวเตียงมองเพดาน เอสเซนส์ต้นไม้โลกยี่สิบเม็ด สกิลเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตหนึ่งบท แหวนวงแหวนแห่งชีวิตหนึ่งวง ลงดันเจี้ยนกวางศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงรอบนี้ คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ

เขาเก็บของทุกอย่างให้เข้าที่ หลับตาเริ่มทำสมาธิ ดวงดาวในทะเลจิตวิญญาณหมุนวนอย่างเชื่องช้า พลังจิต 41 แต้ม Lv.17 วงแหวนแห่งชีวิตบนนิ้วมือทอประกายแสงสีทองจางๆ

มีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตอยู่ในมือ คราวหน้าถ้าต้องเข้าดันเจี้ยน เขาก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้น เขาพลิกตัวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมนิดหนึ่ง ลมหายใจค่อยๆ สม่ำเสมอ ผ่านไปสามวินาทีก็หลับสนิท

ค่ำคืนนอกหน้าต่างยังคงจอแจ เสียงอึกทึกจากตลาดโต้รุ่งที่กำลังเก็บร้านดังแว่วมาแต่ไกล ผสมกับเสียงลมพัดใบต้นอู่ถงดังสวบสาบ ซูหรานฟังเสียงเหล่านั้นแล้วก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

ทะเลสาบสีเงินยวงกับต้นไม้โลกสีเขียวมรกต พระอาทิตย์ดวงน้อยๆ ที่ประดับอยู่บนเขาสีทองของกวางศักดิ์สิทธิ์ ชายกระโปรงของไอล่าที่พลิ้วไหวตอนเธอกอดคทาหมุนตัว... ภาพเหล่านั้นมลายหายไปหมดแล้ว เขาหลับสนิท ไร้ซึ่งความฝันใดๆ ตลอดคืน

ตอนที่ซูหรานลืมตาตื่น แสงสว่างที่ลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามายังคงเป็นสีเทาหม่นๆ เขาคลำหาเครื่องเทอร์มินัลมาดูเวลา หกโมงสี่สิบ วันที่ไม่มีเรียนเขากลับตื่นเช้ากว่าเดิมเสียอีก เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง ไม่ได้ลงจากเตียง แต่นั่งขัดสมาธิอยู่บนผ้าห่ม วางมือทั้งสองข้างไว้บนเข่า แล้วหลับตาลง

เริ่มจากการโคจรวิชาหายใจกางเขนเงิน พลังงานสายเล็กๆ ไหลผ่านโพรงจมูก ดิ่งลงไปตามหลอดลมจนถึงช่องอก ทะลุลงไปที่ช่องท้อง แล้วแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกาย

หนึ่งรอบ สองรอบ สามรอบ พลังงานจะแข็งแกร่งขึ้นทีละนิดในทุกๆ รอบที่ไหลเวียน แข็งแกร่งจนถึงจุดหนึ่งก็หดตัวลงอย่างแรง แล้วระเบิดออก ความร้อนผ่าวพลุ่งพล่านจากช่องอกไปทั่วร่าง กระดูกส่งเสียงดังก๊อบแก๊บ กล้ามเนื้อปูดโปนขึ้นเล็กน้อย

เขาลืมตาขึ้นมองดูหน้าต่างสถานะ วิชาหายใจกางเขนเงินยังคงอยู่ที่ Lv.3 ขาดอีกนิดเดียวก็จะขึ้น Lv.4 แล้ว ขั้นที่สี่ก็คือขั้นสูงสุดแล้ว ถ้าฝึกจนเต็มขั้น ค่าความอดทนก็จะขยับจากสิบเก้าแต้มเป็นยี่สิบแต้ม เขาไม่รีบหรอก ยังไงก็ต้องถึงอยู่แล้ว

หลังจากโคจรวิชาหายใจไปได้ประมาณสิบรอบ เขาก็หลับตาทำสมาธิต่อ ดวงดาวในทะเลจิตวิญญาณหมุนวนอย่างเชื่องช้า พลังจิต 41 แต้มทำให้ปริมาณมานาเพิ่มขึ้นจากตอน Lv.16 อย่างเห็นได้ชัด

ความเข้ากันได้กับห้วงดาราจากเสื้อคลุมเวทดาราช่วยให้การขยายขอบเขตของทะเลจิตวิญญาณเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ชั้นเคลือบกระดูกโลหะใต้ผิวหนังเปล่งประกายสีหม่น แหวนระดับมหากาพย์ทั้งห้าวงบนนิ้วมือก็ทอประกายหลากสีสัน

เขาใช้พลังจิตชะล้างขอบเขตของทะเลจิตวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเหนื่อยล้า การใช้พลังเกินขีดจำกัด และอาการบาดเจ็บสะสมจากการตะลุยดันเจี้ยนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ถูกแสงสีเขียวมรกตเยียวยา ฟื้นฟู และเติมเต็มทีละน้อยๆ

ทะเลจิตวิญญาณกว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มานาก็เพิ่มพูนขึ้น โมเดลเวทมนตร์ก็ดูเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเช่นกัน

เขาทำสมาธิอยู่นานกว่าชั่วโมงถึงได้ลืมตาขึ้น แสงแดดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ทาบทับเป็นรอยยาวเหยียดบนพื้นห้อง ซูหรานลุกจากเตียง อาบน้ำ เปลี่ยนชุดลำลอง แล้วผลักประตูเดินออกไป

ในโรงอาหารคนไม่เยอะนัก เขาสั่งอาหารชุดธรรมดามาหนึ่งชุด ยกถาดไปนั่งตรงโต๊ะริมหน้าต่าง แสงแดดสาดส่องผ่านกระจกเข้ามาตกกระทบบนโต๊ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่น

เขานั่งกินช้าๆ จิบชาอึกสุดท้ายจนหมดแก้ว ลุกขึ้นยืน เอาถาดไปเก็บที่จุดคืนภาชนะ เขาไม่ได้ไปห้องฝึกซ้อม และไม่ได้ไปห้องเรียน วันนี้ไม่มีคลาสเรียน และไม่มีดันเจี้ยนให้ลงด้วย

บัตรผ่านบัลลังก์ราชันยักษ์น้ำแข็งยังต้องรอคิวต่อไป เมื่อวานลิย่าเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าตอนนี้ถึงคิวที่ 15 แล้ว อีกไม่กี่วันก็น่าจะถึงคิว ทางสำนักงานจัดการทั่วไปก็ยังไม่มีที่ว่าง รายชื่อตัวสำรองของหอคอยทดสอบก็เงียบกริบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

ซูหรานเดินทอดน่องไปตามท้องถนนในเมืองหลัก ใบของต้นอู่ถงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว พอโดนลมพัดก็ร่วงหล่นลงมาปูลาดบนพื้นบางๆ

เขาเหยียบย่ำลงไป เกิดเสียงดังสวบสาบ บนถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติแต่ละคนสวมใส่อุปกรณ์ครบครัน สีหน้าเคร่งเครียดเร่งรีบ บ้างก็มุ่งหน้าไปสนามฝึกซ้อม บ้างก็ไปโถงแลกเปลี่ยน บ้างก็ไปจุดเทเลพอร์ต

จู่ๆ ซูหรานก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะไปไหนดี เขายืนเคว้งอยู่ตรงทางแยก มองดูผู้คนที่เดินสวนกันไปมา นิ่งเงียบอยู่นาน

แล้วเขาก็ตัดสินใจเดินไปทางสวนกลางเมือง

ในสวนคนไม่เยอะนัก เดินกันเป็นกลุ่มเล็กๆ สองสามคน บ้างก็นอนอาบแดดบนสนามหญ้า บ้างก็ให้อาหารเป็ดอยู่ริมทะเลสาบ บ้างก็วิ่งจ๊อกกิ้งไปตามทางเดิน

ซูหรานหาที่นั่งบนม้านั่งตัวหนึ่ง เอนหลังพิงพนัก มองดูผิวน้ำ ทะเลสาบสีเขียวเข้มทอประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดด เป็ดหลายตัวแหวกว่ายอยู่ริมฝั่ง นานๆ ทีก็จะมุดหัวลงไปในน้ำ กระดกตูดขึ้นมาเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กๆ แถวนั้นได้เป็นอย่างดี

ซูหรานพิงพนักม้านั่ง หลับตาลง แสงแดดส่องกระทบใบหน้า อบอุ่นกำลังดี เขาไม่อยากทำสมาธิ ไม่อยากฝึกร่ายเวท ไม่อยากตะลุยดันเจี้ยน ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ขอแค่นั่งโง่ๆ แบบนี้ อาบแดด ฟังเสียงเป็ดร้อง ฟังเสียงเด็กหัวเราะ ฟังเสียงลมพัดใบไม้ดังสวบสาบก็พอแล้ว

เครื่องเทอร์มินัลส่วนตัวสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นดู เป็นข้อความจากไอล่า ถามว่าวันนี้เขาว่างไหม ไปพายเรือเล่นที่สวนกลางเมืองกันไหม

ซูหรานตอบกลับไปว่า ถึงสวนกลางเมืองแล้ว นั่งอยู่ริมทะเลสาบเนี่ยแหละ ไอล่าส่งสติกเกอร์รูปหน้าตกใจมาให้ บอกว่าเดี๋ยวรีบไปหา ไม่ถึงสิบห้านาที ไอล่าก็ปรากฏตัว

เธอใส่ชุดเดรสสีขาว ปล่อยผมยาวสลวยเคลียไหล่ ข้อมือสวมสร้อยข้อมือสีเงินที่เขาให้ไว้ ในมือถือชานมแก้วหนึ่ง หลอดถูกกัดจนแบนแต๊ดแต๋ พอเห็นซูหราน เธอก็ยิ้มร่าวิ่งเข้ามาหา แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขา

เธอยื่นชานมมาให้เขา แล้วดูดไปอึกหนึ่ง ซูหรานรับมาดูดต่อ หวานจ๋อย ไอล่าถามว่า "ช่วงนี้ยุ่งอะไรอยู่เหรอ" ซูหรานตอบว่า "ก็เรียน ฝึกซ้อม แล้วก็รอดันเจี้ยนน่ะ"

ไอล่าบอกว่า "ฉันก็รอดันเจี้ยนอยู่เหมือนกัน บัตรผ่านที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ก็ใช้ไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีดันเจี้ยนให้ลงเลย" ซูหรานทักว่า "พรแสงจันทร์ของเธอเลเวลอัปไปตั้งสามขั้นแล้วนี่นา" ไอล่าตอบกลับ "ก็ใช่น่ะสิ แต่ไม่มีที่ให้ใช้นี่สิ"

ทั้งสองคนนั่งเคียงข้างกันบนม้านั่ง ทอดสายตามองดูผิวน้ำ เป็ดยังคงแหวกว่าย เด็กๆ ยังคงหัวเราะร่า สายลมยังคงพัดเอื่อย ไอล่าเอนหัวซบลงบนไหล่ของซูหราน ซูหรานก็นั่งนิ่งไม่ไหวติง

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงความเปียกชื้นบริเวณหัวไหล่ พอก้มลงมองก็เห็นไอล่าหลับตาพริ้ม ขนตาของเธอสั่นระริกนิดๆ มุมปากมีรอยยิ้มแต้มอยู่บางๆ เขาไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังยิ้มเรื่องอะไร และก็ไม่ได้เอ่ยปากถามด้วย

ตอนเที่ยง ทั้งคู่ไปซื้อมันเผาจากร้านรถเข็นหน้าสวนสาธารณะมาสองหัว แล้วมานั่งกินกันบนสนามหญ้า มันเผาหวานเจี๊ยบ ยางเยิ้มๆ ไอล่ากินจนเลอะเทอะไปทั้งมือ ซูหรานยื่นทิชชูให้ เธอรับไปเช็ดมือ แล้วก็เช็ดปาก

พอกินมันเผาเสร็จ ไอล่าก็บอกว่าอยากไปเดินถนนสายของกินทางตะวันออกของเมือง ซูหรานตอบรับสั้นๆ ว่า "โอเค"

ช่วงบ่าย ถนนสายของกินฝั่งตะวันออกคนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก ร้านรวงเปิดให้บริการครบครัน มีของกินให้เลือกสรรมากมาย ไอล่าเดินสายชิมตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนน แวะดูทุกร้านที่ขายขนมหวาน แล้วก็ซื้อมาลองชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อย

เธอซื้อถังหูลู่มาไม้นึง กัดไปคำแรกรสชาติเปรี้ยวจี๊ดจนต้องหลับตาปี๋ พอถกัดไปอีกคำก็ยื่นครึ่งไม้ที่เหลือให้ซูหราน ซูหรานก็รับมากินหน้าตาเฉย จากนั้นเธอก็ไปซื้อเต้าฮวยหวานมาถ้วยนึง กินไปได้สองคำก็ส่งต่อให้ซูหราน ซูหรานก็รับมากินอีก

แล้วเธอก็แวะซื้อเกาลัดคั่วมาถุงนึง แกะเปลือกส่งเข้าปากตัวเองเม็ดนึง ร้อนจนต้องสูดปากซี๊ดซ๊าด แล้วก็แกะอีกเม็ดส่งให้ซูหราน ซูหรานก็รับมากินตามระเบียบ

จบบทที่ บทที่ 410 - ถนนสายของกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว