- หน้าแรก
- ผมแค่อยากเลี้ยงจิ้งจอก ทำไมต้องให้ผมกู้โลกด้วย
- บทที่ 71 - สาวน้อยนักสู้
บทที่ 71 - สาวน้อยนักสู้
บทที่ 71 - สาวน้อยนักสู้
บทที่ 71 - สาวน้อยนักสู้
"อาจารย์เกาซิน คุณสังเกตเห็นหรือเปล่า ภูตวิเศษของลูกศิษย์คุณคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ ดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตด้วย"
ทันทีที่การต่อสู้ของหลิวชิงอวิ๋นจบลง หวังจวิ้นเยี่ยนที่อยู่บนอัฒจันทร์ก็หันไปถามเกาซินทันที
บรรดาอาจารย์บนอัฒจันทร์ล้วนเป็นผู้ฝึกสอนระดับมืออาชีพ เนื่องจากพวกเขาเคยเข้าไปในดินแดนลี้ลับหลายครั้ง ได้รับการอาบพลังงานพิเศษในดินแดนลี้ลับ รวมถึงได้รับการเสริมความแข็งแกร่งจากสมบัติล้ำค่าต่างๆ ร่างกายของพวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก สายตาย่อมดีกว่าคนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน
สิ่งที่นักเรียนทั่วไปมองไม่เห็น พวกเขาสามารถสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย ประกายแสงสีฟ้าในดวงตาของโรคอนที่วาบขึ้นมาทุกครั้งตอนที่ลูกไฟระเบิดนั้น ไม่รอดพ้นสายตาของพวกเขาไปได้
อันที่จริง ตอนที่โรคอนสู้กับการ์ดี ก็มีอาจารย์บางคนสังเกตเห็นประกายแสงสีฟ้าในดวงตาของโรคอนแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นโรคอนใช้แค่ครั้งเดียว พวกเขาจึงยังไม่ค่อยแน่ใจนัก
ทว่าตอนนี้ โรคอนใช้พลังจิตติดต่อกันหลายครั้ง บรรดาอาจารย์อย่างเกาซินจึงมั่นใจแล้วว่าโรคอนสามารถใช้พลังจิตได้
"ฉันจำได้ว่าภูตวิเศษสายพันธุ์โรคอนสามารถเรียนรู้ท่าพลังจิตพิเศษและท่าโขกพลังจิตได้ ซึ่งหมายความว่าโรคอนมีพรสวรรค์ด้านพลังจิต
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโรคอนของหลิวชิงอวิ๋นมีพรสวรรค์ด้านพลังจิต ประกายแสงสีฟ้าที่วาบขึ้นในดวงตาหลายครั้งนั้นคือหลักฐานการใช้พลังจิตของเธอ
ถ้าฉันเดาไม่ผิด ลูกไฟที่โรคอนปล่อยออกไปแล้วระเบิดได้นั้นเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากพลังจิตของโรคอน การประยุกต์ใช้ลูกไฟระเบิดเพื่อจัดการกับภูตวิเศษที่บินได้ ถือเป็นแผนการโจมตีที่ยอดเยี่ยมมาก
และถ้าฉันดูไม่ผิด พลังไฟของโรคอนก็แข็งแกร่งมาก เปลวไฟที่เธอปล่อยออกมาบริสุทธิ์สุดๆ เทียบชั้นกับบูเบอร์ของอาจารย์เกาซินได้เลยนะเนี่ย"
หวังจวิ้นเยี่ยนเพิ่งจะพูดจบ เกาซินยังไม่ทันได้ตอบ อาจารย์อาวุโสอู๋ตงก็ชิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี จากนั้นเขาก็จ้องมองเกาซินตาไม่กระพริบ แววตาแฝงความปรารถนาอย่างแรงกล้า
มีพลังแห่งเสน่ห์อันทรงพลังที่ทำให้เพศตรงข้ามยากจะต้านทาน มีความเร็วที่สูงที่สุดในบรรดาภูตวิเศษรุ่นเดียวกันของโรงเรียน มีพลังไฟที่แข็งแกร่ง และตอนนี้ยังเผยให้เห็นว่ามีพรสวรรค์ด้านพลังจิตอีก
ต้องยอมรับเลยว่าหลิวชิงอวิ๋นสร้างความประหลาดใจให้กับอู๋ตงมากมายจริงๆ
ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ หลิวชิงอวิ๋นก็สามารถฝึกฝนโรคอนได้ดีขนาดนี้ ช่างน่าทึ่งเสียนี่กระไร
ในตอนนี้ นอกจากคำว่าผู้ฝึกสอนอัจฉริยะแล้ว อู๋ตงก็นึกคำอื่นมาอธิบายตัวหลิวชิงอวิ๋นไม่ออกเลย
ในขณะเดียวกัน ตอนนี้อู๋ตงก็รู้สึกอิจฉาเกาซินสุดๆ
เขาแทบอยากจะย้ายหลิวชิงอวิ๋นจากชั้นเรียนของเกาซินมาอยู่ชั้นเรียนของตัวเอง แล้วทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขัดเกลาเพชรเม็ดงามที่ทอประกายเจิดจรัสแม้ยังไม่ได้รับการเจียระไนเม็ดนี้
เกาซินทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายของอู๋ตง เขารู้ทันเจตนาของอู๋ตงเป็นอย่างดี อู๋ตงรู้ว่าหลิวชิงอวิ๋นคือเพชรเม็ดงาม มีหรือที่เขาจะไม่รู้ แล้วเขาจะยอมปล่อยมือไปได้อย่างไร
ในทางกลับกัน เกาซินก็มีความคิดเหมือนกับอู๋ตง หลังจากนี้เขาจะต้องทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนหลิวชิงอวิ๋น เขาเชื่อมั่นว่าในอนาคตหลิวชิงอวิ๋นจะต้องก้าวไปได้ไกลอย่างแน่นอน
ถึงเวลานั้น สายใยความเป็นครูกับศิษย์ระหว่างเขากับหลิวชิงอวิ๋นก็จะมีค่ามหาศาล
"พูดตามตรงนะ เรื่องที่โรคอนมีพรสวรรค์ด้านพลังจิต ฉันเองก็เพิ่งจะสังเกตเห็นเมื่อกี้นี้แหละ เฮ้อ ฉันบอกไปก่อนหน้านี้แล้วไงว่าลูกศิษย์ของฉันคนนี้เก่งเรื่องซ่อนไพ่ตาย พวกคุณก็ไม่ยอมเชื่อกันเอง จริงไหม อาจารย์หม่าเซิน"
เกาซินพยักหน้าให้หวังจวิ้นเยี่ยนและอู๋ตงทีละคน แล้วตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อบดบังความรู้สึกภาคภูมิใจที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ
ยิ่งเกาซินได้ใจ หม่าเซินก็ยิ่งหงุดหงิด พอได้ยินคำพูดของเกาซิน ใบหน้าของเขาก็เขียวปัดขึ้นมาทันที เขาหันหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจ
หึ ก็แค่มีพรสวรรค์ด้านพลังจิตแค่นั้นแหละ ตอนนี้ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรสักหน่อย ทำเป็นเก่งไปได้ ถึงแม้ว่าลูกไฟระเบิดจะสร้างความเสียหายได้รุนแรง แต่มันก็ใช้ได้ผลกับพวกภูตวิเศษร่างแรกที่ยังไม่วิวัฒนาการและไม่ได้เป็นธาตุมังกรอย่างทิลท์โตะเท่านั้นแหละ
ทัตสึเบของหลินเสวี่ยฉีเป็นภูตวิเศษธาตุมังกร มีพลังป้องกันไฟที่ยอดเยี่ยม แถมพลังป้องกันทางกายภาพก็แข็งแกร่งขนาดที่รับท่าลูกบอลเงาเต็มแรงของโกสได้สบายๆ
หากทัตสึเบสามารถร่ายท่าระบำมังกรได้สำเร็จ ต่อให้โรคอนจะเร็วแค่ไหนแล้วยังไงล่ะ สุดท้ายก็ต้องโดนทัตสึเบอัดยับอยู่ดีนั่นแหละ
เกาซิน แกอย่าเพิ่งเหลิงไปหน่อยเลย เดี๋ยวคอยดูเถอะ ลูกศิษย์แกจะต้องแพ้หลินเสวี่ยฉีราบคาบ ถึงตอนนั้นฉันจะรอดูน้ำหน้าแกสิว่าจะยังทำหน้าบานอยู่ได้ไหม
แม้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่โรคอนของหลิวชิงอวิ๋นมีพรสวรรค์ด้านพลังจิต แต่หม่าเซินก็ยังเชื่อว่าหลิวชิงอวิ๋นไม่มีทางสู้หลินเสวี่ยฉีได้อย่างแน่นอน เขาจึงคิดในใจอย่างไม่ใส่ใจ
ในขณะที่บรรดาอาจารย์กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของหลิวชิงอวิ๋นอยู่นั้น หลิวชิงอวิ๋นก็ได้พาโรคอนมาถึงลานประลองหมายเลข 5 แล้ว
หลิวชิงอวิ๋นไม่ได้เปิดฉากท้าประลองกับเจียงชิ่งหนานในทันที เขาให้โรคอนดื่มน้ำผลโอรันสองสามอึกเพื่อฟื้นฟูพละกำลังเสียก่อน จากนั้นจึงเริ่มประเมินคู่ต่อสู้ตรงหน้า
เจียงชิ่งหนาน เป็นสาวน้อยนักสู้ที่มีรูปร่างบึกบึนกว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันเสียอีก ภูตวิเศษเริ่มต้นของเธอคือมาคุโนชิตะตัวผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง พ่อของเธอเป็นผู้ฝึกสอนระดับอาชีพ และที่บ้านก็เปิดโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ด้วย
ตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมา หลิวชิงอวิ๋นไม่ได้อยู่เฉยๆ เขาคอยสังเกตการณ์การต่อสู้ของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่มีอันดับสูงกว่าเขา เขาจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนี้ หลิวชิงอวิ๋นจึงเคยเห็นการต่อสู้ของเจียงชิ่งหนานมาแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าสาวน้อยนักสู้คนนี้รับมือยากแค่ไหน
ในสายตาของหลิวชิงอวิ๋น เธอคือเด็กผู้หญิงที่เก่งที่สุดเป็นอันดับสองในบรรดาเพื่อนร่วมชั้น รองจากหลินเสวี่ยฉี
เหตุผลที่หลิวชิงอวิ๋นคิดเช่นนั้น เป็นเพราะเธอคือคนที่สองต่อจากหลินเสวี่ยฉีที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว
หลิวชิงอวิ๋นยังจำได้ดี คู่ต่อสู้ที่เจียงชิ่งหนานเผชิญหน้าในตอนนั้นส่งยันยันมาที่มีคุณสมบัติเร่งความเร็วลงสนาม
ในแง่ของธาตุ มาคุโนชิตะของเจียงชิ่งหนานเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด แถมคู่ต่อสู้ยังบินได้ และคุณสมบัติเร่งความเร็วก็เป็นอะไรที่รับมือยากสุดๆ
แม้ว่ายันยันมาตัวนั้นจะยังควบคุมคุณสมบัติเร่งความเร็วของตัวเองได้ไม่ดีนัก และร่างกายก็ยังไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับความเร็วที่เพิ่มขึ้นมากเกินไปได้ แต่ในเรื่องของความเร็ว มันก็ยังเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ
ด้วยเหตุนี้ ในสายตาของใครหลายคน โอกาสที่เจียงชิ่งหนานจะแพ้ในตอนนั้นจึงมีสูงมาก และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เธอคงจะเป็นผู้ฝึกสอนรุ่นที่สองคนแรกที่พ่ายแพ้ให้กับผู้ฝึกสอนระดับคนธรรมดา
แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างก็คือ มาคุโนชิตะของเจียงชิ่งหนานกลับใช้ท่าตบตาโจมตีชิงจังหวะก่อน และเอาชนะยันยันมาได้ในพริบตา
ในจังหวะที่ใช้ท่าตบตา มาคุโนชิตะก็พุ่งทะยานราวกับกระต่ายป่า ความเร็วของมันน่ากลัวมาก ชั่วพริบตามันก็พุ่งผ่านระยะห่างกว่าสิบเมตร แล้วฟาดฝ่ามือใส่ยันยันมาที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจนร่วงลงไปกองกับพื้น
จนถึงตอนนี้ หลิวชิงอวิ๋นยังคงประทับใจกับท่าตบตาของมาคุโนชิตะตัวนั้นไม่หาย ไม่เพียงแต่จะเร็วมากเท่านั้น แต่พละกำลังของมันก็น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ดีไม่ดีอาจจะเหนือกว่าทัตสึเบของหลินเสวี่ยฉีด้วยซ้ำ
หลิวชิงอวิ๋นรู้ดีว่าเจียงชิ่งหนานจะต้องทุ่มเทฝึกฝนมาคุโนชิตะในท่านี้อย่างหนักหน่วงแน่นอน และคงจะสอนเคล็ดลับการใช้พลังที่ทรงประสิทธิภาพบางอย่างให้มันสำเร็จแล้วด้วย
มิฉะนั้น มาคุโนชิตะคงไม่สามารถรวบรวมพละกำลังทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือนั้นได้ในชั่วพริบตา และทำให้ท่าตบตามีพลังทำลายล้างมหาศาลขนาดนั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจียงชิ่งหนานคือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก
หากหลิวชิงอวิ๋นไม่รู้ข้อมูลของเธอแล้วบุ่มบ่ามส่งโรคอนไปสู้กับมาคุโนชิตะของเธอ โรคอนก็คงโดนฝ่ามือนั้นฟาดจนร่วงและอาจจะบาดเจ็บสาหัสได้
แน่นอนว่า เมื่อหลิวชิงอวิ๋นรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของท่าตบตาของมาคุโนชิตะแล้ว เขาก็คิดหาวิธีรับมือออกอย่างรวดเร็ว และเขาไม่คิดว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสชนะเจียงชิ่งหนานเลย
กุญแจสำคัญในการรับมือกับท่าตบตาก็คือ
[จบแล้ว]