เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - วิ่งวิบากแบกน้ำหนักซะหน่อย

บทที่ 1 - วิ่งวิบากแบกน้ำหนักซะหน่อย

บทที่ 1 - วิ่งวิบากแบกน้ำหนักซะหน่อย


เชี่ยเอ๊ย ทำไมมันปวดร้าวไปทั้งตัวแบบนี้วะเนี่ย?

ฉินจั๋วรู้สึกเหมือนร่างกายนูนบอบช้ำราวกับเพิ่งโดนรถบรรทุกสิบล้อทับมาหมาดๆ

"นี่กูโดนวาร์ปมาโผล่ที่ไหนวะเนี่ย?"

เขายกมือขึ้นนวดขมับอย่างสะลึมสะลือ

ภาพสุดท้ายที่ติดอยู่ในหัว คือตอนที่เขากำลังหอบลังกระดาษเก่าๆ เดินยิ้มแฉ่งเตรียมย้ายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ใฝ่ฝัน!

ทุกคนครับ!

ห้องทำงานส่วนตัวเชียวนะ!

มนุษย์เงินเดือนย่อมรู้ดี! ว่าการได้ห้องแบบนี้มันมีความหมายลึกซึ้งแค่ไหน!

ถึงมันจะกว้างแค่ห้าตารางเมตรแถมไม่มีหน้าต่างสักบาน แต่นั่นมันก็คือห้องทำงานนะโว้ย!

เป็นพื้นที่ส่วนตัวเชียวนะ!

แต่ผลลัพธ์คือ... ดันลื่นล้มหัวฟาดขอบประตู แล้วหลังจากนั้นภาพก็ตัดไปเลย

"เดี๋ยวนะ..."

ฉินจั๋วแยกเขี้ยวสูดปาก พลางบีบนวดแขนตัวเอง

"แค่ลื่นล้มมันจะเจ็บขนาดนี้เลยเหรอวะ? นี่ล้มท่าไหนเนี่ย ล้มจนเล็บขบกำเริบเลยรึไง???"

จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหน้า

"ฉินจั๋ว! โดนซ้อมจนสมองกลับไปแล้วรึไง?"

"หุบปากซะ ไม่งั้นกูจะกระทืบขาให้หักเลย!"

ฉินจั๋วเงยหน้าขึ้นขวับ

ใบหน้าหนึ่งโผล่เข้ามาในลานสายตา—หน้าเหลี่ยมๆ ตาชั้นเดียวตี่ๆ แสยะยิ้มกวนส้นเท้าอยู่ตรงมุมปาก

ข้างๆ กันยังมีอีกสองคน คนนึงผอมโย่ง อีกคนเตี้ยล่ำ

ความทรงจำมากมายไหลทะลักกลับเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก

เล่นเอาเขามึนงงไปชั่วขณะ!

"โจว... โจวเวย?"

ฉินจั๋วเบิกตากว้าง

เชี่ยเอ๊ย

นี่มันไอ้เด็กแว้นสามคนที่ชอบมาดักไถ 'ค่าคุ้มครอง' ตอนเขาอยู่ม.3 ไม่ใช่เรอะ?

ความทรงจำเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ —ตรอกเล็กๆ หน้าโรงเรียน ตอนที่เขาเพิ่งสอบเสร็จเตรียมปิดเทอมม.2 แค่หลุดปากวิจารณ์ไปประโยคเดียวว่า 'ใส่ชุดบ้าอะไรของพวกมึงเนี่ย' ก็เลยโดนไอ้สามตัวนี้ลากเข้าซอกตึก

เป็นเรื่องที่นึกถึงทีไรในคืนที่นอนไม่หลับ ก็อยากจะตบปากตัวเองทุกที!

แค่ประโยคเดียวแท้ๆ!

ประโยคเดียวสร้างเรื่องได้! ประโยคเดียวทำพังได้! และประโยคเดียว... ก็ทำให้เด็กแว้นมารุมบูลลี่เขาได้...

"นี่... นี่มันไอ้โง่ที่บูลลี่กูตอนม.3 นี่หว่า?"

ฉินจั๋วเผลอพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว

"มึงว่าไงนะ?"

ไอ้โย่งที่ยืนอยู่ข้างๆ —หลี่อวี่ ใช่แล้ว ไอ้หลี่อวี่!

มันยกเท้าถีบสวนเข้ามาทันที

ฉินจั๋วไม่มีเวลามามัวเรียบเรียงความทรงจำที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว เขารีบพลิกตัวหลบปลายเท้านั้นไปได้อย่างหวุดหวิด ท้ายทอยเกือบจะฟาดพื้นซ้ำอีกรอบ

"เชี่ย เชี่ย เชี่ย..."

"กูกำลังฉายภาพความทรงจำย้อนอดีตอยู่เว้ย! มึงลอบกัดกูเหรอ!!! เดี๋ยวกูเอาไปแขวนประจานลงโต่วอินซะเลยนี่!"

เขาลนลานถอยกรูดไปด้านหลังสองสามก้าว กว่าจะทรงตัวยืนได้มั่นคง

จากนั้นเขาก็ก้มลงมองมือตัวเอง

มือเล็กๆ

แถมยังนุ่มนิ่ม

ไม่มีกระทั่งรอยด้านจากการจับปากกาเป็นเวลานานด้วยซ้ำ

ฉินจั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สมองจะดัง 'วิ้ง' ขึ้นมา

"เอาจริงดิ... เด็กยุค 2000 อย่างกู ดันได้ย้อนเวลากลับมาซะงั้น?"

เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ —ตึกรามบ้านช่องที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาเริ่มซ้อนทับกับภาพในความทรงจำ!

แม้แต่ไอ้เด็กแว้นสามตัวนี้หน้าตายังดูละอ่อนจนแทบจะบีบน้ำออกมาได้!

นี่มันปี 2014 จริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย???

โจวเวยขมวดคิ้ว เห็นชัดว่าฟังไม่ออกว่าฉินจั๋วพึมพำบ้าอะไรอยู่ แต่ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คำพูดดีๆ แน่

"มึงบ่นเหี้ยอะไรของมึง?"

โจวเวยก้าวเข้ามาหา กำปั้นแน่นเกร็ง

"ยังกล้าหลบอีกเหรอ? วันนี้ถ้าไม่สั่งสอนให้หลาบจำ มึงคงไม่จำใส่กะโหลกใช่ไหม?"

หลี่อวี่กับหวังเฉียงที่อยู่ข้างๆ ก็ขยับเข้ามากดดันด้วย

"วันนี้ต้องกระทืบมึงให้พิการไปเลย!"

ฉินจั๋วมองหน้าไอ้สามตัวนี้ สมองแล่นจี๋

เดี๋ยวก่อนไอ้น้อง!

กูเป็นคนย้อนเวลากลับมานะเว้ย!

กูเป็นถึงมนุษย์เงินเดือนที่ผ่านโลกโชกโชนมาตั้งสามปี จะมาปล่อยให้เด็กม.ต้นสามตัวรังแกได้ไงวะ?

ฉินจั๋วแค่นเสียงเหอะ ยืดอกขึ้น สายตาคมกริบจ้องเขม็ง—

"ฟึ่บ!!!"

แล้วหันหลังสับตีนแตกทันที

ไร้สาระ!

ใครไม่หนีก็เป็นไอ้โง่แล้ว!

สองหมัดยังสู้สี่มือไม่ได้ ยิ่งนี่มีตั้งหกมือ!

ด้วยสภาพร่างกายผอมแห้งแค่นี้ แค่สู้ตัวเดียวยังหอบกิน แล้วจะให้บวกสามตัว นี่มันส่งตัวเองไปตายชัดๆ!

"หยุดนะเว้ย!"

"อย่าหนีนะมึง!"

เสียงสบถด่าไล่หลังดังระงม ไอ้สามตัวนั้นสับตีนวิ่งตามมาติดๆ

ฉินจั๋ววิ่งเร็วหน้าตั้ง ขาสับรัวยิ่งกว่าหมาพุดเดิ้ลซะอีก!

เขาวิ่งไปพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลาง —แล้วก็ควานเจอมือถือเข้าจริงๆ

มือถือแบบสไลด์

ใต้หน้าจอมีตัวอักษรพิมพ์ไว้ว่า ANYCALL

ฉินจั๋วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ถึงยุคนี้จะมีสมาร์ตโฟนจอสัมผัสแล้ว แต่เขายังไม่มีวาสนาได้ใช้หรอกนะ!

มือถือเครื่องเก่าของที่บ้านน่ะเหรอ?

ตกทอดมาอยู่ในมือเขานี่แหละ!

นอกจากโทรเข้าโทรออกแล้วก็แทบจะทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย!

เขาไม่มีเวลามามัวรำลึกความหลัง รีบกดเบอร์ 110 ทันที

"ฮัลโหล? 110 ใช่ไหมครับ?"

"หน้าโรงเรียนมัธยมที่ 17 แห่งเมืองซือ มีคนกำลังจะฆ่ากันตายแล้วครับ! อ๊ากกก!"

พูดจบเขาก็กดวางสายไปดื้อๆ ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้ซักถามอะไรทั้งนั้น

ป้อมตำรวจที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงหัวมุมข้างหน้านี้เอง เดินไปไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ

เรื่องทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายแบบนี้ แค่แจ้งความไป ภายในสิบนาทีตำรวจต้องมาถึงแน่

เขาแค่ต้องถ่วงเวลาไว้ให้ได้สักสองสามนาทีก็พอ

"อย่าหนีนะโว้ย!"

เสียงด่าทอจากข้างหลังเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ฉินจั๋วหักเลี้ยวกะทันหัน มุดเข้าไปในตรอกข้างโรงจอดรถ ทิ้งระยะห่างออกไปได้อีกนิด

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก—

เขาหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ หัวใจเต้นโครมครามกระหน่ำรัว แต่มุมปากกลับอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น

ย้อนเวลาโว้ย!

นี่มันการย้อนเวลาชัดๆ!

สวรรค์ส่งกูกลับมา ย่อมต้องมีเหตุผลแน่ๆ

ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจได้เลยก็คือ—

เขาคงกลับไปโลกเดิมไม่ได้แล้ว

ในเมื่อมาแล้ว ก็ขอไหลตามน้ำไปเลยละกัน!

ยิ่งวิ่งฉินจั๋วก็ยิ่งตื่นเต้น พอตื่นเต้นก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น ร่างกายพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ไอ้สามคนที่วิ่งตามหลังมาแทบจะอ้วกแตกอยู่แล้ว

"ไอ้ฉินจั๋วแม่ง! ดีดม้ามาหรือไงวะ???"

หวังเฉียงยืนโค้งตัวหอบ หน้าแดงก่ำ

"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก... แม่งเอ๊ย วิ่งอึดชิบหาย!!!"

ปอดของหลี่อวี่แทบจะระเบิด ได้กลิ่นคาวเลือดตีขึ้นมาถึงคอหอย

โจวเวยเองก็สภาพไม่ต่างกันนัก กัดฟันวิ่งไล่ตามไป ในใจด่ากราดโคตรเหง้าศักราชของฉินจั๋วไปถึงสิบแปดชั่วโคตรแล้ว

ฉินจั๋วพาวิ่งวนรอบตึกออฟฟิศกับโรงจอดรถไปถึงห้ารอบเต็มๆ

ห้ารอบ!

จากหน้าประตูโรงเรียนวิ่งไปโรงจอดรถ จากโรงจอดรถอ้อมไปตึกออฟฟิศ จากตึกออฟฟิศเลี้ยวกลับมาหน้าโรงเรียน รอบนึงอย่างน้อยก็สามร้อยเมตรเข้าไปแล้ว

วิ่งครบห้ารอบ ระยะทางไม่ต่ำกว่าพันห้าร้อยเมตรแน่นอน

ที่สำคัญที่สุดคือฉินจั๋วสะพายกระเป๋านักเรียนอยู่ด้วย ถือเป็นการวิ่งวิบากแบกน้ำหนักของแท้ แต่กลับไม่เห็นวี่แววความเหนื่อยล้าบนหน้ามันเลยสักนิด!

หลังผ่านไปห้ารอบ ในที่สุดฉินจั๋วก็เหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกำลังวิ่งหอบแฮ่กมาจากทางป้อมตำรวจ

เป็นตำรวจในเครื่องแบบสองนาย นอกเครื่องแบบหนึ่งนาย กำลังรีบรุดมาทางนี้ ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร

"ได้เวลาแล้ว!"

ฉินจั๋วหยุดกึกกะทันหัน

เขาหันกลับมา ยืนจ้องไอ้สามคนข้างหลังด้วยท่าทีสงบนิ่ง

โจวเวย หลี่อวี่ และหวังเฉียง สภาพแต่ละคนดูไม่ได้เลย ยืนโค้งตัวหอบหายใจพะงาบๆ

พอเห็นฉินจั๋วหันกลับมา พวกมันก็ชะงักด้วยความงุนงง

ก่อนจะเริ่มเปิดฉากด่า!

"แม่งเอ๊ย! มึงหยุดทำไมวะ? เก่งนักไม่ใช่หรือไง?"

หลี่อวี่ด่าออกมาก่อน แต่เสียงสั่นพร่าไม่มีแรงเอาซะเลย

ใจนึงก็อยากจะเข้าไปซัด อีกใจก็อยากจะพักหอบก่อน!

โจวเวยกับหวังเฉียงที่พละกำลังยังเหลือเยอะกว่าหน่อย กัดฟันพุ่งตัวเข้ามา

โจวเวยง้างหมัดเตรียมซัดเข้าหน้าฉินจั๋ว หมัดนั้นพุ่งเฉียดแก้มฉินจั๋วเข้ามาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

ฉินจั๋วหรี่ตาลง

จังหวะนี้แหละ

เขายกแขนขึ้นบัง! อาศัยจังหวะนั้นทิ้งตัวกลิ้งลงกับพื้น กลิ้งได้ไหลลื่นยิ่งกว่าช็อกโกแลตซะอีก

พร้อมกับแผดเสียงร้องโหยหวนปานจะขาดใจดังลั่น—

"อ๊ากกกก!"

จบบทที่ บทที่ 1 - วิ่งวิบากแบกน้ำหนักซะหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว