เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 285: ราชินีเงือกสาย BDSM (ฟรี)

บทที่ 285: ราชินีเงือกสาย BDSM (ฟรี)

บทที่ 285: ราชินีเงือกสาย BDSM (ฟรี)


"เผ่าทำลายโลกมาจากนอกจักรวาล รูปร่างของพวกมันบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ มีเพียงเทพเท่านั้นที่สามารถมองพวกมันได้ และมีเพียงกฎเท่านั้นที่สามารถทำอันตรายพวกมันได้"

ราชินีเงือกพูดอย่างสงบ แต่กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

ความทรงจำในอดีตทำให้เธอเจ็บปวดอย่างมาก

ซูเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ "อ้อ… เผ่าทำลายโลกที่คุณพูดถึง ในยุคของพวกเรา เราเรียกพวกมันว่าเผ่าความว่างเปล่า พวกมันกินเศษชิ้นส่วนของมิติเป็นอาหาร ตอนที่ผมยังอ่อนแอ ผมเคยไล่มันไปตัวหนึ่งด้วย"

ราชินีเงือกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย "เจ้าหมายความว่า… เจ้าเคยเห็นเผ่าความว่างเปล่าที่เจ้าพูดถึงงั้นเหรอ?"

ซูเฉินงงเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงตื่นเต้นขนาดนั้น แต่ก็พยักหน้า "ใช่"

สีหน้าของราชินีเงือกเปลี่ยนไป ทันใดนั้นเธอก็เอามือปิดหน้า ก้มศีรษะลงแล้วร้องไห้

ซูเฉินยิ่งงงเข้าไปใหญ่ "เอ่อ… คุณตายไปแล้วนะครับ อย่าอินเกิน ถ้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ ควบคุมอารมณ์หน่อย"

ร่างของราชินีเงือกชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมามองซูเฉินด้วยสายตาไม่พอใจ

จากนั้นเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงเศร้า "ข้าไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ เพียงแต่… ตอนนั้นพวกเราได้ทุ่มพลังทั้งหมดของเผ่าพันธุ์เข้าสู่การต่อสู้กับเผ่าความว่างเปล่า"

"ด้วยพลังของทั้งเผ่า เราขับไล่เผ่าความว่างเปล่าออกจากจักรวาลได้ และเพื่อสิ่งนั้น เราต้องสละรากฐานทั้งหมดของราชสำนักเงือก"

"ไม่ใช่แค่สมบัติ แม้แต่ประชาชนเงือกทั้งหมดก็สละชีวิต เผ่าพันธุ์ของเราถูกลบออกจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกมันจะไม่กลับมาอีก"

"แต่... ในเมื่อเจ้าบอกว่าเคยพบพวกมัน นั่นก็หมายความว่าสิ่งที่พวกเราทำทั้งหมดไร้ความหมาย ความพยายามที่แลกมาด้วยทุกสิ่ง กลับจบลงด้วยความล้มเหลว"

ซูเฉินกอดอกครุ่นคิด ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "แต่เผ่าเงือกของคุณยังไม่สูญพันธุ์นะ ถ้าไม่เชื่อ…"

พูดจบ ซูเฉินก็เทเลพอร์ตออกไป แล้วกลับมาพร้อมกับเทพเทียมที่เป็นเงือกชายร่างกำยำที่สลบอยู่

"ดูสิ เผ่าเงือกยังมีสายเลือดหลงเหลืออยู่ คุณไม่ต้องเศร้าขนาดนี้ก็ได้"

ราชินีเงือกมองไปที่เขาจากบัลลังก์ แล้วถอนหายใจ "นั่นไม่ใช่เงือก หรือจะพูดให้ถูก… นั่นไม่ใช่เงือกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแค่ของเลียนแบบระดับต่ำ"

"เผ่าเงือกของเรามีสายเลือดธาตุโดยกำเนิด ชาวเงือกทั้งหมดเป็นผู้ควบคุมธาตุระดับราชา"

"ไม่ใช่สิ่งปลอมแปลงด้อยคุณภาพแบบนี้จะเทียบได้"

ซูเฉินยกมือเกาหัว "เอ่อ…"

เขาโยนเงือกชายคนนั้นออกนอกพระราชวัง แล้วให้ราชาวาฬเกาะทะเลลึกกลืนกินไป แล้วหันกลับมาพูดต่อ

"กลับมาเรื่องเผ่าความว่างเปล่า ถึงมันจะยุ่งยากหน่อย แต่ถ้าเทพลงมือก็จัดการได้"

"ไม่น่าจะถึงขั้นต้องใช้รากฐานทั้งเผ่ามาต่อสู้แบบที่คุณพูด"

"บางคนยังสกัดพลังของเผ่าความว่างเปล่ามาปรุงยาและสร้างอาวุธด้วยซ้ำ…"

ซูเฉินนึกถึง‘การแข่งขันชิงแชมป์มืออาชีพแห่งอะพอคาลิปส์’ ที่มีคนเคยจะใช้พลังของเผ่าความว่างเปล่าจัดการเขา

ราชินีเงือกหน้าซีดเผือด เงียบไปนาน ก่อนจะพูดด้วยความหวาดกลัว "จะ… เจ้าพูดว่าอะไรนะ? พวกเจ้าไปสัมผัสพลังของเผ่าความว่างเปล่าด้วยตัวเองงั้นเหรอ?"

ซูเฉินพยักหน้า

สีหน้าของราชินีเงือกยิ่งน่ากลัวขึ้น เธอพูดอย่างสิ้นหวัง "จบแล้ว… ทุกอย่างจบแล้ว!"

ซูเฉินพูดอย่างจนปัญญา "อย่างน้อยคุณก็เคยเป็นผู้นำเผ่าพันธุ์ ทำหน้าแบบนี้ทุกสองวินาทีมันไม่เหมาะเลย ใจเย็นหน่อยได้มั้ย?"

ราชินีเงือกยิ้มขมขื่น "ครั้งหนึ่ง นักบวชของเผ่าข้าที่เชี่ยวชาญการทำนาย เคยทำนายไว้ว่า เมื่อเผ่าพันธุ์ที่ปกครองจักรวาลเริ่มสัมผัสพลังของเผ่าความว่างเปล่า…"

"จักรวาลจะถึงจุดจบ และทุกสิ่งจะกลับสู่ความเงียบงัน"

"เผ่าพันธุ์ของเจ้าควรเป็นผู้ปกครองในยุคนี้ การที่เจ้าไปแตะต้องภัยพิบัติด้วยตัวเอง หมายความว่าคำทำนายกำลังจะเป็นจริง แล้วจะให้ข้าใจเย็นได้ยังไง?"

ซูเฉินครุ่นคิด

ในชีวิตก่อน เขาเคยไม่เชื่อเรื่องคำทำนายเลย

ต่อให้มันเป็นจริง มันก็แค่บังเอิญ

เขาเชื่อแบบยืดหยุ่น

อย่างเช่น ตาซ้ายกระตุกคือเรื่องดี ส่วนตาขวากระตุก… ก็แค่กล้ามเนื้อรอบดวงตาล้า

แต่บนดาวสีน้ำเงิน มีกฎและเทพอยู่จริง กฎแห่งโชคชะตาก็เป็นกฎระดับสูงเทียบเท่ากฎแห่งวิญญาณและกฎแห่งเวลา

แม้ในยุคนี้ยังไม่มีใครใช้กฎแห่งโชคชะตาเป็นกฎหลัก จนหลอมรวมความเป็นเทพจนกลายเป็นเทพได้สำเร็จ

แต่สำหรับเผ่าเงือกที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยุคสมัย การมีตัวตนแบบนั้นก็ไม่แปลก

ท้ายที่สุดแล้ว หากเปรียบประวัติศาสตร์การพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นหนึ่งวัน

มนุษย์ในตอนนี้เพิ่งตื่นนอน และยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น…

โชคชะตาถูกกำหนดไว้ตายตัวจริงเหรอ?

จุดจบที่เลวร้าย เปลี่ยนไม่ได้เลยเหรอ?

ซูเฉินนึกถึงตัวเอง

โชคชะตามอบอาชีพขยะ ‘ผู้อัญเชิญ’ และพรสวรรค์ขยะ ‘ฟื้นฟูมานา (F)’ ให้กับเขา

ตามปกติ ตอนนี้เขาคงเปลี่ยนอาชีพไปนานแล้ว

ขายโรตียังมีอนาคตกว่าเป็นมืออาชีพ อย่างน้อยก็คงไม่ตายแบบไม่รู้สาเหตุ

แต่ความจริงคือ ด้วยพรสวรรค์ของตัวเอง ความพยายาม และสูตรโกง เขาก็พลิกชะตาได้

แม้แต่เมื่อไม่นานมานี้ เขายังย้อนเวลาเพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์ได้

"โชคชะตา… หึๆ ก็เชื่ออยู่นะ…"

"แต่ฉันเชื่อแค่โชคชะตาที่ฉันควบคุมได้เท่านั้น!"

ซูเฉินพึมพำกับตัวเอง

จากนั้นเขามองไปที่ราชินีเงือกแล้วถาม "ราชินีเงือก เล่าเรื่องสงครามนั้นให้ผมฟังได้มั้ย? อย่างน้อยพวกเราจะได้ใช้เป็นบทเรียน"

ราชินีเงือกในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับปลาตากแห้ง นั่งหมดแรงอยู่บนบัลลังก์ พูดพึมพำ "ไม่มีประโยชน์ จุดจบของจักรวาลถูกกำหนดไว้แล้ว เผ่าความว่างเปล่าจะก่อพายุแห่งการทำลายที่น่ากลัวยิ่งกว่า"

"เจ้าหยุดมันไม่ได้ และก็ไม่จำเป็นต้องหยุด สิ่งที่ต้องมา ยังไงก็ต้องมา ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบเถอะ"

ซูเฉินขมวดคิ้ว "คุณเคยเป็นผู้นำเผ่าพันธุ์ เคยนำเผ่าต่อสู้กับเผ่าความว่างเปล่า"

"ตอนนี้กลับมาบอกให้พวกเรายอมแพ้? นี่มันอะไรกัน?"

ราชินีเงือกมองเขาแล้วแค่นเสียง "ไม่ใช่พวกเจ้าหรอกเหรอที่กำลังรนหาที่ตาย?"

"ก่อเรื่องไว้ก็ต้องรับผลที่ตามมาเอง"

ซูเฉินหัวเราะเบาๆ "หึๆ มีราชินีเงือกแบบคุณ ไม่แปลกเลยที่เผ่าเงือกจะสูญพันธุ์!"

ราชินีเงือกตาโต แล้วเริ่มด่ากลับทันที

ซูเฉินก็ไม่ยอมแพ้ ด่ากลับเต็มที่

สิ่งมีชีวิตทั้งสองที่มาจากคนละยุค กำลังยืนด่ากันอย่างดุเดือดในห้องโถง

สองสามชั่วโมงต่อมา

ราชินีเงือกหน้าแดงก่ำ จ้องซูเฉินอย่างไม่ยอมแพ้

ระดับศีลธรรมของเธอยังสูงเกินไป สุดท้ายจึงด่าไม่ชนะ

ซูเฉินยืนเอามือไพล่หลังในท่าผู้ชนะ พูดด้วยความภูมิใจ "ปลาตากแห้งอย่างคุณ ยอมแพ้เองยังไม่พอ ยังจะเกลี้ยกล่อมผมให้ยอมแพ้ด้วย"

"ผมบอกเลย ตราบใดที่ผมยังอยู่ จักรวาลนี้จะไม่ล่มสลาย"

"ต่อให้พวกเผ่าความว่างเปล่า ระดับเหนือเทพสูงสุดมา ผมก็ไม่กลัว"

ราชินีเงือกมองเขาอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจ

ซูเฉินเลิกคิ้ว "อะไร? ไม่เชื่อเหรอ?"

ราชินีเงือกส่ายหัว "ไม่ใช่ ครั้งหนึ่งข้าก็มั่นใจแบบเจ้า และเคยพูดแบบเดียวกัน"

"แต่สุดท้าย…"

"ข้าถูกล้อมโจมตีโดยตัวตนระดับเดียวกันนับยี่สิบ แล้วก็ตายอย่างน่าเวทนา"

"เจ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ยังไงก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้"

เธอหลับตา ทำท่าเหมือนไม่อยากพูดต่อ

ซูเฉินแค่นเสียง แล้วหันหลังจะเดินออกไป

ยี่สิบคนงั้นเหรอ?

ใช้จำนวนเข้าสู้สินะ?

ตั้งแต่เขาเป็นมืออาชีพมา เขาไม่เคยกลัวการรุมเลยสักครั้ง!

ยี่สิบแล้วยังไง? สองร้อยก็ไม่ต่างกันหรอก!

"เดี๋ยวก่อน!"

ขณะที่ซูเฉินกำลังจะออกจากพระราชวัง ราชินีเงือกก็พูดขึ้น

เธอถอนหายใจ แล้วพูดเบาๆ "ช่างเถอะ ถือว่านี่เป็นประกายไฟสุดท้ายของยุคเงือก"

"เด็กน้อย ข้าหวังว่าเจ้าจะทำได้อย่างที่พูด"

เมื่อซูเฉินหันกลับมา เขาเห็นราชินีเงือกชี้นิ้วมาที่เขา จุดแสงนับไม่ถ้วนรวมตัวเป็นสาย พุ่งเข้าสู่กลางหน้าผากของเขา

[ติ๊ง! คุณได้รับการยอมรับจากราชินีเงือกโบราณ และได้ทำสัญญากับเผ่าเงือกโบราณ ได้รับ: อัญเชิญเงือกโบราณ (ขั้นที่เก้า)]

ซูเฉินตกใจ มองร่างที่กำลังเลือนหายไป แล้วจู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว

"ราชินีเงือกเป็นสาย BDSM สินะ!"

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 285: ราชินีเงือกสาย BDSM (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว