เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

40-เศรษฐีพันล้าน!!

40-เศรษฐีพันล้าน!!

40-เศรษฐีพันล้าน!!


ติงเชี่ยนและอาจารย์จางต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก พวกเขามองหยกชิ้นสมบูรณ์แบบตรงหน้าด้วยสายตาเต็มไปด้วยความตกใจและหลงใหล

"ไม่แน่ใจว่าเป็นหยกแดงแท้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือมันสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าหยกแดงคุณภาพดีที่สุด"

"ส่วนหยกเหลืองนี่มั่นใจได้ สีเหลืองทองอบอุ่น โทนสีบริสุทธิ์ เนื้อหยกชุ่มฉ่ำเป็นเงางาม ไร้รอยตำหนิหรือรอยด่างดำ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด!"

ติงเชี่ยนสบตากับเจียงเฉิงก่อนจะกล่าวอย่างสุขุม "เจียงเฉิงคุณจะขายหยกก้อนนี้ไหม? ถ้าจะขาย ขายให้ฉันได้ไหม? ฉันให้สี่พันล้าน!"

เธอเสริมขึ้นอีกว่า "หยกแดงชิ้นนี้สมบูรณ์แบบ คาดว่าน่าจะมีมูลค่ากว่าสองพันล้าน ส่วนหยกเหลืองน่าจะราวพันกว่าล้าน ราคานี้คุณไม่ขาดทุนแน่นอน"

แม้แต่ปลายนิ้วของติงเชี่ยนยังสั่นไหวเล็กน้อย เพราะถ้าหยกที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ถูกนำไปแกะสลัก ค่ามันจะสูงขนาดไหน?

ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นพระเครื่องที่ทำจากหยกเหลือง ขนาดเพียงฝ่ามือ หนาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร แต่กลับมีมูลค่ากว่าร้อยล้าน!

ส่วนหยกก้อนนี้ของเจียงเฉิงไม่ว่าจะเป็นหยกแดงสุดยอดคุณภาพ หรือหยกเหลืองเพียงชิ้นเดียว ก็สามารถนำไปทำพระเครื่องขนาดฝ่ามือได้ถึงหกหรือเจ็ดชิ้น!

ยังไม่รวมเศษหยกที่เหลือจากการแกะสลัก ซึ่งสามารถนำไปทำเป็นงานแกะสลักเล็ก ๆ ได้ แต่ละชิ้นมีค่าขั้นต่ำหลักล้าน!

แม้จะคาดเดาราคาคร่าว ๆ ไว้แล้ว แต่พอติงเชี่ยนเสนอราคาสี่พันล้านขึ้นมา เจียงเฉิงก็ยังอดตกใจไม่ได้

หลังจากหยกก้อนนี้ถูกเจียระไนจนเผยเนื้อในออกมา เจียงเฉิงก็ใช้ตาทิพย์ตรวจสอบ

[คุณภาพ: หยกแดงชั้นเลิศ หยกเหลืองระดับสุดยอด]

[มูลค่า: ราคาตลาด 3.9 พันล้าน]

ต้องบอกเลยว่ามูลค่าที่แท้จริงของหยกก้อนนี้ทำให้เขาตะลึงอยู่ไม่น้อย เพราะมันเกือบจะถึงสี่พันล้านแล้ว!

ส่วนการประเมินราคาของติงเชี่ยน ก็ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อยเช่นกัน

สมแล้วที่เป็นทายาทของกลุ่มธุรกิจหยก "กลุ่มเทียนหยู่" เธอประเมินค่าหยกได้อย่างแม่นยำ

แม้ว่าตาทิพย์จะประเมินราคาไว้ที่ 3.9 พันล้าน แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าหยกเหลืองระดับสุดยอดหรือหยกแดงชั้นเลิศ ล้วนเป็นของหายาก

มูลค่าการสะสมของมัน สูงกว่าราคาตลาดมากนัก!

หากนำไปออกแบบและแกะสลัก มูลค่ารวมของมันอาจสูงกว่าสี่พันล้านไปถึงสองเท่าด้วยซ้ำ

แต่สำหรับเจียงเฉิง เขาไม่ได้มีความสามารถในการออกแบบหรือแกะสลัก การขายมันในราคาที่เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว

งานเฉพาะทาง ควรปล่อยให้มืออาชีพเป็นคนทำ ดีกว่าทำพลาดจนทำให้มูลค่าหยกลดลง

เจียงเฉิงพยักหน้า "สี่พันล้าน ผมตกลงขาย! แต่ราคาสูงขนาดนี้ คุณจะสามารถจัดการเงินก้อนนี้ได้แน่เหรอ?"

ติงเชี่ยนยิ้มบาง "คุณดูถูกฉันเกินไปแล้ว นอกจากเป็นลูกสาวของตระกูลติง ฉันยังเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัท มีอำนาจรองจากท่านประธานที่เป็นคุณปู่ของฉันเพียงคนเดียว"

"อีกอย่าง บริษัทของเราเป็นธุรกิจอัญมณี สิ่งที่เรามีมากที่สุดก็คือเงินสด ถ้าคุณตกลงขายให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะโทรหาฝ่ายการเงิน ให้โอนเงินให้คุณเป็นสี่งวด"

เธอยิ้มอย่างมั่นใจ ท่าทีเต็มไปด้วยออร่าของคนรวย

เจียงเฉิงไม่ลังเล รีบพยักหน้า "ตกลง ผมขาย!"

เงินจำนวนนี้ ทำให้เจียงเฉิงกลายเป็นมหาเศรษฐีระดับหลายพันล้านในพริบตา!

แถมตอนนี้เขายิ่งมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับการไปซื้อรถ

เนื่องจากสี่พันล้านเป็นเงินก้อนใหญ่ ติงเชี่ยนจึงโทรหาผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ ซูอวี่เจี๋ยเพื่อให้ช่วยจัดทำสัญญา

เจียงเฉิงตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดก่อนจะลงลายเซ็น

ตั้งแต่วินาทีนี้ไป เขาไม่ได้เป็นเพียงเศรษฐีพันล้านธรรมดา แต่เป็นเจ้าของทรัพย์สินห้าพันล้านเต็ม ๆ!

เจียงเฉิงหัวเราะเบา ๆ อย่างตื่นเต้น คิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งเขาจะมีเงินมากขนาดนี้ ห้าพันล้านเชียวนะ!

หลังจากดำเนินการทุกอย่างเสร็จสิ้น ติงเชี่ยนก็ออกมาส่งเขาถึงหน้าประตู

เวลานี้เป็นช่วงห้าโมงเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนแปลง จากแดดจ้าในตอนกลางวัน ตอนนี้กลับมีลมพัดแรงและเมฆครึ้ม ดูเหมือนฝนกำลังจะตก

เจียงเฉิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเลื่อนแผนการซื้อรถออกไป

ยังมีเวลาอีกมาก เขาจึงรีบเรียกแท็กซี่ไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของ

ปกติแล้วเขาชอบไปตลาดสด เพราะราคาถูก และช่วงเย็นยังมีส่วนลดอีกด้วย บางครั้งแค่ไม่กี่สิบหยวนก็ซื้อของได้เต็มถุง

แต่ตอนนี้เขาร่ำรวยแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องประหยัดขนาดนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีของให้เลือกมากกว่า

เจียงเฉิงเลือกซื้ออย่างพิถีพิถัน เขาซื้อเนื้อวัวสไลซ์ เนื้อแกะสไลซ์ ฟองเต้าหู้เข็มทอง และวัตถุดิบสำหรับทำชาบู

คืนนี้เขาตั้งใจจะทำชาบูเล็ก ๆ กินกับเจียงอี๋อี๋

หลังจากซื้อของเสร็จ เขาก็เรียกแท็กซี่กลับไปที่คอนโด โรสเรสซิเดนซ์

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในอาคาร ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก

เจียงเฉิงอดเป็นห่วงเจียงอี๋อี๋ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอพกร่มมาด้วยหรือเปล่า

เขาตัดสินใจว่าขึ้นไปถึงห้องแล้วจะส่งข้อความถาม

เมื่อเดินออกจากลิฟต์และกำลังจะหยิบกุญแจมาไขประตู เขารู้สึกได้ถึงสายตาจับจ้องจากด้านหลัง

เจียงเฉิงหันขวับไปทันที

ที่ปลายสุดของทางเดิน มีชายร่างกำยำในชุดสูทดำสามคนยืนอยู่

พวกเขาดูเหมือนเพิ่งสังเกตเห็นเขา และทันทีที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็พากันเดินตรงมาหาเขา

"เจียงเฉิง?"

ชายที่ดูเป็นหัวหน้าหยิบรูปภาพขึ้นมาดู แล้วเงยหน้ามองเขา ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมา

ใจของเจียงเฉิงกระตุกวูบ สามคนนี้เป็นใคร? หรือว่ามู่หลิงเทียนส่งพวกเขามา?

พวกนั้นมีเป้าหมายชัดเจน ปฏิเสธไปก็คงไม่มีประโยชน์

เจียงเฉิงวางถุงของลงที่พื้น ก่อนจะปัดหยดน้ำออกจากมือแล้วจ้องพวกเขาอย่างเยือกเย็น "ผมเอง คุณเป็นใคร? มาหาผมมีเรื่องอะไร?"

หัวหน้าของพวกเขายิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงด้วยความดูถูก

"พวกเรามาจากตระกูลมู่ นายของเราคือคุณชายมู่หลิงเทียน คุณเคยพบเขาแล้ว"

เจีนงเฉิงรู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที

ไม่คิดเลยว่ามันจะส่งคนมาหาถึงที่นี่!

จบบทที่ 40-เศรษฐีพันล้าน!!

คัดลอกลิงก์แล้ว