- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- ฟรี บทที่ 510 โอกาสทองในการยกระดับพลังมาร
ฟรี บทที่ 510 โอกาสทองในการยกระดับพลังมาร
ฟรี บทที่ 510 โอกาสทองในการยกระดับพลังมาร
บทที่ 510 โอกาสทองในการยกระดับพลังมาร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สิ่งที่เรียกว่าเส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แท้จริงแล้วคือเส้นทางปูแผ่นหินสีครามที่ทอดยาวไปบนผืนทะเลสาบกว้างใหญ่ ผิวน้ำเงียบสงบและลึกล้ำ เรียบเนียนจนไร้เกลียวคลื่นหรือระลอกน้ำ ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ดำรงอยู่เลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผิวน้ำสะท้อนภาพท้องฟ้าเบื้องบน มองไปรอบด้านล้วนเห็นแต่ภาพงดงามของแสงแดดที่เจิดจ้าและสายลมที่พัดเอื่อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันช่างแตกต่างจากเส้นทางนรกที่หวังอี้จินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อย่างน้อยก็น่าจะเป็นฉากที่มีพายุหิมะพัดกระหน่ำสิ? ตอนนี้มีทางเดินไปข้างหน้าเพียงทางเดียว มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นผู้ร่วมทางที่ผ่านกับดักทางจิตใจมาได้โดยตรงเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาสงสัยอย่างหนักว่า ดินแดนลี้ลับวังเทวะในครั้งนี้ แตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง ข้อมูลที่ได้มาจากเผ่าอสูรตอนเหนือคงใช้เป็นเพียงข้ออ้างอิงเท่านั้น ไม่อาจเชื่อข้อมูลทั้งหมดที่ให้มาได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หวังอี้ก็ตัดสินใจก้าวขึ้นไปบนเส้นทางหินสีคราม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในพริบตานั้น เพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งในร่างกายก็พลันปะทุขึ้นมา ปลดปล่อยออกมาจากแขนขาและกระดูกทั้งร้อยส่วนเองโดยธรรมชาติ อาบย้อมให้หวังอี้ดูราวกับมนุษย์เปลวเพลิงสีฟ้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อุณหภูมิที่หนาวเหน็บน่าสะพรึงกลัวจากภายนอก แทบจะแช่แข็งกายเนื้อและพลังมารของผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดได้ในพริบตา ราวกับหลุดเข้ามาในอาณาเขตน้ำแข็งรูปแบบหนึ่ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถรอดพ้นจากอิทธิพลของความหนาวเย็นสุดขั้วนี้ไปได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀และในขณะที่เพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งกำลังปกป้องกายเนื้ออยู่นั้น มันก็ดูดซับพลังเหมันต์สุดขั้วอย่างตะกละตะกลาม เพื่อเร่งการเติบโตของตัวมันเอง จิตวิญญาณที่แผ่วเบาในเปลวเพลิงก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"ดินแดนล้ำค่าสำหรับการบำเพ็ญเพียรสินะ..."
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความกังวลที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจของหวังอี้ผ่อนคลายลง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การตัดสินใจของเขาไม่ผิดพลาด ความได้เปรียบที่เพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งระดับห้ามอบให้นั้นมหาศาลมาก อย่างน้อยเส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้วนี้ ก็ไม่มีความยากลำบากสำหรับเขาเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแค่มองดูภาพแสนกลมกลืนรอบๆ ตัว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การคาดเดาถึงเจตนาร้ายของจ้าวศักดิ์สิทธิ์หงส์น้ำแข็งก็ยิ่งทวีคูณ ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าเหมันต์แม้จะถูกทำให้สับสน แต่ด้วยสายเลือดอันแข็งแกร่งที่ถือกำเนิดจากน้ำแข็งและหิมะ พวกมันก็คงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าพันธุ์อื่น การก้าวเข้าสู่เส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้วโดยไม่ระวังป้องกัน จุดจบก็มีแต่ความตายเท่านั้น!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การพรางตัวของสภาพแวดล้อมนั้นเรียกได้ว่าแนบเนียนไร้ที่ติ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก็พบว่าไอเย็นที่พัดโหมเข้ามาไม่ได้ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงไปอีก สายตาของหวังอี้จึงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ทะเลสาบที่ราบเรียบราวกับกระจกซึ่งไร้ระลอกคลื่นใดๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยื่นมือซ้ายที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งลงไปในน้ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"…ซี๊ดดด!"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ขนาดเป็นคนเก่งกาจอย่างหวังอี้ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความหนาวเหน็บ หลังจากดึงมือซ้ายขึ้นมาอย่างรวดเร็วก็เห็นได้ว่า บนฝ่ามือที่เคยไร้ตำหนิกลับปรากฏรอยหิมะกัดสีม่วงอมเขียวขึ้นเป็นจำนวนมาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ขนาดร่างกายที่แข็งแกร่งระดับเขาบวกกับการคุ้มครองจากเพลิงโอสถมังกรน้ำแข็ง ยังทนสัมผัสกับน้ำในทะเลสาบแบบนี้เป็นเวลานานไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิมันต่ำถึงขีดสุดขนาดไหน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขากล้ารับประกันเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากมีคนอื่นบังอาจไปสัมผัสมันเข้า… ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพราะในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่มาถึงที่นี่ ความต้านทานต่อความหนาวเย็นของเขานั้นต้องอยู่ในระดับสูงสุดอย่างแน่นอน ไม่มีใครเชี่ยวชาญเรื่องการเล่นกับน้ำแข็งไปกว่าเขาอีกแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀น่าเสียดายที่...
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เนื่องจากถูกภาพลวงตาเบื้องหน้าบดบังไว้ หากมองเพียงแค่ด้วยสายตา หวังอี้ก็ยังไม่อาจบอกได้ว่า 'น้ำในทะเลสาบ' นี้คือของเหลวชนิดใดกันแน่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันคือทรัพยากรวิญญาณฟ้าดิน? หรือเป็นกับดักมรณะที่จ้าวศักดิ์สิทธิ์หงส์น้ำแข็งใช้พลังศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นมากันแน่ ก็ไม่มีใครล่วงรู้ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"หากสามารถดำลงไปดูใต้ผิวน้ำได้ก็คงจะดี..."
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความคิดเช่นนี้วาบขึ้นมาในหัว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่ไม่นานหวังอี้ก็ถูกดึงดูดความสนใจไปที่ความเปลี่ยนแปลงของเพลิงโอสถมังกรน้ำแข็ง จิตวิญญาณที่เริงร่าอยู่ในเปลวเพลิงกำลังแผ่ซ่านอารมณ์ที่เร่งรีบและโหยหาออกมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันชี้บอกทิศทางไปยังจุดใดจุดหนึ่งในก้นทะเลสาบอย่างเลือนราง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตอนนี้หวังอี้เพิ่งก้าวขึ้นมาบนถนนหินสีคราม เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เห็นได้ชัดว่าวิธีการสัมผัสน้ำในทะเลสาบเมื่อครู่ ทำให้เพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทิศทางนั้นมุ่งตรงไปข้างหน้าของถนนหินสีคราม หวังอี้ใช้เวลาคิดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกขาขึ้นแล้วเดินหน้าต่อไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดินแดนลี้ลับวังเทวะคือห้วงมิติขั้นสูงสุดที่จ้าวศักดิ์สิทธิ์หงส์น้ำแข็งทุ่มเทสร้างขึ้น แม้หลักการจะคล้ายคลึงกับสระน้ำหยินที่หวังอี้เคยได้มาในอดีต แต่ก็เห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่ามากนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ข้อห้ามและค่ายกลของที่นี่ล้วนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมิติ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยากที่จะตรวจพบและไขกลไกได้ล่วงหน้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀และการห้ามบินก็แทบจะเป็นกลไกพื้นฐานของดินแดนลี้ลับประเภทนี้ ซึ่งที่นี่ก็ไม่มีข้อยกเว้น การที่บินไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้วิชาเหาะเหินไม่ได้ ขอเพียงอยู่สูงจากพื้นไม่เกินหนึ่งจั้ง ก็ยังสามารถใช้วิชาวิถีหลบหนีได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดังนั้น หวังอี้จึงแนบตัวติดกับถนนหินสีครามคับแคบ แล้วใช้วิชาวิถีหลบหนีพุ่งตัวออกไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไม่นานนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เงาร่างของผู้คนก็ทยอยปรากฏขึ้นตรงจุดเริ่มต้นของเส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้วผ่านกับดักทางจิตใจ สีหน้าของราชันย์เผิงสวรรค์ดูย่ำแย่ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ และรีบส่งกระแสเสียงหาราชันย์อีกาเพลิงและราชันย์กิเลนอสนีที่ปรากฏตัวพร้อมกันในทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"จ้าวศักดิ์สิทธิ์เบญจรงค์หายไปแล้ว ดูเหมือนหวังอี้ก็จะไม่อยู่ด้วยเหมือนกัน"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราชันย์อีกาเพลิงที่หัวยังคงมึนงงอยู่ เมื่อเห็นขบวนที่มีสี่สิบกว่าคน ตอนนี้เหลือเพียงสิบกว่าคน เผ่าอสูรระดับสี่ขั้นต้นแทบจะตายกันหมด ในใจก็ถูกเติมเต็มด้วยความโกรธแค้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"บ้าเอ๊ย! ทำไมเมื่อก่อนถึงไม่มีกับดักแบบนี้?!"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราชันย์กิเลนอสนีได้สติกลับมาเช่นกัน เอ่ยด้วยความรู้สึกซับซ้อนว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"บางทีการเปิดดินแดนลี้ลับวังเทวะในครั้งนี้ อาจจะเป็นสถานะที่แท้จริงก็เป็นได้? ในอดีต ผู้อาวุโสในเผ่าที่มาที่นี่มักจะได้อะไรกลับไปน้อยมาก แต่อัตราการเสียชีวิตกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับสภาพปกติของดินแดนลี้ลับระดับสูงเลย"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราชันย์เผิงสวรรค์ก็เริ่มคิดเหมือนหวังอี้ สงสัยอย่างหนักว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่กลุ่มสายเลือดผสมเผ่าเหมันต์ที่หน้าดินแดนลี้ลับ บางทีอาจจะเป็นเพราะการสังเวยเลือดของพวกมันที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"เบญจรงค์หายไปแล้ว มันคงเดาได้ว่าพวกเราอยากจะขัดขวางมัน เลยตั้งใจไปซ่อนตัว... แต่หวังอี้ล่ะ? หรือว่าเขาจะแก้ทางกับดักจิตใจได้เร็วกว่าพวกเรา?"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การสนทนาระหว่างสามราชันย์ดำเนินไปไม่นาน ก็มีเงาร่างแปดเก้าสายปรากฏขึ้นตรงจุดเริ่มต้นของเส้นทางนรก พวกเขาคือ 'กลุ่มคนไร้สังกัด' ที่โชคดีผ่านกับดักจิตใจมาได้นั่นเอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้มีชื่อเสียงฝ่ายธรรมะ จากหุบเขาเฮ่อกุย... [เจินจวินฉางชิง]!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระจากไท่หู ระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นปลาย... [จวีซื่อชิงลู่]!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้บำเพ็ญเพียรนิรนามคู่หนึ่งที่ดูเหมือนแม่ลูกกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จากทะเลโบราณตงไห่ นิกายโบราณเทียนไห่ หวังอวี่ซาน มีสมญานามว่า... [เจินจวินอี๋ซานเถียนไห่]! (ย้ายภูเขาถมทะเล)
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จากตระกูลหลัวแห่งหนานไห่... เจินจวินสัตว์อสูรโบราณ หลัวเทียนจี๋!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀และยังมีหนุ่มหล่อสาวสวยอีกคู่หนึ่งที่มาพร้อมกัน พวกเขามาจากนิกายสราญรมย์... อวี้หงเฉินและจี้ฉางจิง ซึ่งก็ถือเป็นผู้มีชื่อเสียงแห่งฉื่อเหวียนเช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ล้วนเป็นมารเฒ่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาเนิ่นนาน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นอกจากคนไร้ชื่อสองคนแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นปลาย ระดับพลังโดยทั่วไปอยู่ที่วิญญาณแรกกำเนิดขั้นแปด สำหรับยอดฝีมือระดับนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต่อให้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ส่วนใหญ่ก็รู้จักการมีอยู่ของอีกฝ่าย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งสองฝ่ายต่างสบตากัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อวี้หงเฉินเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน "สหายเต๋าเผิงสวรรค์ ในฐานะที่เป็นสมาชิกของพันธมิตรวิถีมารเหมือนกัน ไยไม่ให้ข้ากับฉางจิงเข้าร่วมขบวนแล้วเดินทางไปด้วยกันเล่า?"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พูดจบ ก็จงใจทิ้งระยะห่างจากผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่ช่างแตกต่างจากความ 'สามัคคีกลมเกลียว' ที่แสดงออกตอนอยู่ข้างนอกลิบลับ ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารจะไปคลุกคลีกับผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะได้อย่างไร? ในสถานการณ์ที่รูปแบบการกระทำและผลประโยชน์ไม่สอดคล้องกันเช่นนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สู้ไปคลุกคลีกับเผ่าอสูรตอนเหนือที่มีอำนาจมากที่สุดในตอนนี้เสียยังดีกว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ใครจะไปคิดว่าราชันย์เผิงสวรรค์กลับปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"ไม่ล่ะ สหายเต๋าอวี้เดินทางไปเองเถิด คนของเผ่าอสูรที่เข้ามานั้นมีจำนวนมาก สมบัติที่ได้มาเกรงว่าจะแบ่งกันไม่ลงตัว"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความหมายแฝงก็คือ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไปกับพวกเรา พวกเจ้าก็ไม่ได้อะไรหรอก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เรื่องนี้ทำให้อวี้หงเฉินและจี้ฉางจิงค่อนข้างจะจนใจ พวกเขาปรายตามองผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะทั้งสองคนอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้วนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สองคนนั้นกลับชิงเดินล่วงหน้าไปก่อน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เกรงว่าจะสังเกตเห็นว่ายอดฝีมือที่มารวมตัวกันตรงจุดเริ่มต้นมีมากเกินไป สถานการณ์อาจไม่สู้ดีนักสำหรับพวกตน จึงเลือกที่จะรวมกลุ่มกันเดินทางโดยสัญชาตญาณ เพียงแต่ในฐานะที่เข้ามาในดินแดนลี้ลับนี้เป็นครั้งแรก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พวกเขาขาดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า 'เส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้ว' เพียงแค่ใช้ประสบการณ์ในอดีตตัดสินว่า บริเวณทางเข้าดินแดนลี้ลับโดยปกติแล้วจะไม่มีอันตรายใดๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้น วังเทวะจ้าวศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นดินแดนลี้ลับประเภทคลังสมบัติ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความยากมักจะอยู่ที่การปลดผนึกข้อห้ามที่ปกป้องสมบัติวิเศษ ไม่ใช่การฝ่าด่านต่างๆ เพื่อรับรางวัล
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความผ่อนคลายจากประสบการณ์เดิม ทำให้เจินจวินฉางชิงแห่งหุบเขาเฮ่อกุยต้องประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ เขาเป็นผู้ที่ก้าวขึ้นไปบนเส้นทางหินสีครามก่อนจวีซื่อชิงลู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงชั่วพริบตาเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาก็แข็งค้างอยู่ตรงนั้นไม่ไหวติง จวีซื่อชิงลู่ที่อยู่ใกล้ๆ เห็นดังนั้นก็ตื่นตระหนกสุดขีด รีบหักเหทิศทางของวิชาวิถีหลบหนีอย่างสุดกำลัง ทำให้เขาหลุดออกจากสถานะและยังคงเดินถอยหลังไปอีกหลายก้าว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น เสียงหอบหายใจดังระรัว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ดึงดูดความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราชันย์เผิงสวรรค์มีสีหน้าสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"สถานการณ์ไม่ชอบมาพากล แม้ว่าเส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้วจะอุณหภูมิต่ำมาก แต่ก็ไม่น่าจะรุนแรงถึงเพียงนี้ได้ ตามบันทึก แค่ปราณคุ้มครองของผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดก็เพียงพอที่จะต้านทานได้แล้ว"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ประโยคนี้ยังคงเป็นการส่งกระแสเสียงทางสัมผัสเทวะ การสื่อสารภายในระหว่างสามราชันย์ยังคงใกล้ชิดกันมาโดยตลอด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"หรือว่าสถานะการเปิดของดินแดนลี้ลับในตอนนี้ต่างหาก ที่เป็นสถานะที่แท้จริง?"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"ก็ไม่แน่ บางทีอาจจะเป็นฝีมือของจ้าวอสูรมังกรเขียวที่มาเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บที่นี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ได้นะ?"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราชันย์อีกาเพลิงเสนอความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่ามีความเป็นไปได้อยู่บ้าง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เนื่องจากเจินจวินฉางชิงดูเหมือนจะแข็งทื่อไปโดยสิ้นเชิง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀บริเวณนั้นจึงเงียบสงัดไปพักใหญ่ โดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทุกคนต่างก็ลอบสื่อสารกันผ่านสัมผัสเทวะ จนกระทั่งราชันย์อีกาเพลิงที่มีเพลิงแท้อีกาเพลิงลุกโชนทั่วร่าง ก้าวขึ้นไปบนถนนหินสีคราม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อุณหภูมิที่ต่ำจนน่าขนลุกแทบจะเป่าดับเปลวไฟครึ่งหนึ่งบนร่างของเขา แต่เมื่ออัดฉีดพลังอสูรเข้าไปเพิ่ม เปลวไฟก็กลับมาเสถียรขึ้นอย่างรวดเร็ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ด้วยท่าทีที่เร่าร้อนและบ้าคลั่งยิ่งขึ้น มันเปลี่ยนราชันย์อีกาเพลิงให้กลายเป็นเสาเพลิงมนุษย์ ในสายตาของมัน เจินจวินฉางชิงถูกปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งทั้งตัว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่ภายในก็ยังมีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่า... กรงเล็บอีกาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีชาด กลับใช้กำลังฟาดฟันผลึกน้ำแข็งรูปมนุษย์นั้นจนแหลกละเอียด เศษน้ำแข็งสีเลือดที่ปะปนกับชิ้นเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วฟ้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทารกวิญญาณและแหวนมิติของฉางชิงถูกราชันย์อีกาเพลิงเก็บไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียดน่ากลัวในทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"ไม่เคยฆ่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นปลายได้ง่ายดายขนาดนี้มาก่อนเลย ... สะใจชะมัด!"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เผ่าอสูรไม่ใช่พวกกินพืชสักหน่อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เหมือนที่อวี้หงเฉินจากนิกายสราญรมย์เพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้ ตอนนี้พวกมันล้วนอยู่ในฝ่ายพันธมิตรวิถีมาร มีโอกาสฆ่ายอดฝีมือฝ่ายธรรมะ แล้วจะมัวลังเลอะไรอยู่อีกเล่า?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อจวีซื่อชิงลู่เห็นดังนั้น ก็ไม่ลังเลที่จะกระตุ้นป้ายศักดิ์สิทธิ์ในมือทันที ตัดสินใจล้มเลิกการเดินทางในดินแดนลี้ลับตรงนั้น แล้วใช้พลังของป้ายศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนย้ายหนีไปโดยตรง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การตัดสินใจที่เด็ดขาดเช่นนี้ ทำให้เขารักษาชีวิตเอาไว้ได้ชั่วคราว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กลุ่มคนของเผ่าอสูรตอนเหนือที่เหลือ จึงหันไปมองคนที่เหลืออยู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อวี้หงเฉินและจี้ฉางจิงส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เหยียนหลิงกับอวี๋ถังถัง คนหนึ่งเผยพลังมาร อีกคนเผยพลังอสูร ในสถานการณ์เช่นนี้ ขอเพียงพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะ ภายใต้แรงกดดันจากการมีอยู่ของพันธมิตรวิถีมาร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เผ่าอสูรตอนเหนือก็คงไม่บุ่มบ่ามลงมือกับพวกนาง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอวี่ซานจากนิกายโบราณเทียนไห่ก็เช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รูปลักษณ์ภายนอกของมันคือชายฉกรรจ์หัวล้านไว้หนวดเคราดกหนา สวมจีวรเปิดอกคล้ายพระสงฆ์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จู่ๆ มันก็หัวเราะร่วนออกมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"ฮ่าๆๆๆ สหายเผ่าอสูร ข้าคือคนของนิกายโบราณเทียนไห่ ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามบนแผ่นดินใหญ่ มาเพื่อไขว่คว้าโอกาสในดินแดนลี้ลับเท่านั้น"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เจินจวินสัตว์อสูรโบราณ หลัวเทียนจี๋ ก็มีความหมายเช่นเดียวกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาก้มศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อมพร้อมกล่าวว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"ตระกูลหลัวแห่งหนานไห่ยกย่องนิกายเขาปรโลกเป็นผู้นำมาโดยตลอด ว่ากันตามจริงก็ถือเป็นคนของพันธมิตรวิถีมารครึ่งหนึ่ง"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มองดูไปรอบๆ แล้ว ก็ไม่เหมาะที่จะลงมือจริงๆ นั่นแหละ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราชันย์เผิงสวรรค์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"พวกเจ้าขึ้นไปบนเส้นทางนรกก่อน เผ่าอสูรตอนเหนือจะเป็นทัพหลังให้"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ข้อดีของการทำเช่นนี้ หลักๆ คือหลังจากที่ดินแดนลี้ลับวังเทวะเกิดความเปลี่ยนแปลง ข้อมูลข่าวสารในอดีตก็ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป แถมยังอาจทำให้หลงทางได้ การให้คนพวกนี้เป็นหน่วยสำรวจเส้นทางจึงเหมาะสมที่สุด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากเจออันตรายพวกมันก็สามารถล่าถอยได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ถ้าเดินอยู่ข้างหน้าแล้วเจอสมบัติก่อน ถูกชิงตัดหน้าไปจะทำอย่างไร? นั่นก็ถือว่าผู้มีวาสนาย่อมได้ครอบครองน่ะสิ! ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ภายในดินแดนลี้ลับไม่มีใครสามารถต่อต้านเจตจำนงของพวกมันได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้น ราชันย์เผิงสวรรค์ยังคิดว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แม้ดินแดนลี้ลับจะอันตรายมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นรากฐานบางอย่างคงไม่เปลี่ยนแปลง เท่าที่มันรู้... สมบัติในดินแดนลี้ลับวังเทวะถูกจัดวางไว้อย่างลึกล้ำมาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากมีวาสนา ย่อมต้องได้มาครอบครองอย่างแน่นอน!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากไร้วาสนา ต่อให้เดินจนทั่วทั้งดินแดนลี้ลับก็คงไม่ได้อะไรกลับไปเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀……
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในขณะที่การสำรวจดินแดนลี้ลับกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ก็เดินผ่านมาครึ่งทางของเส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้วแล้ว ในช่วงครึ่งหลัง อุณหภูมิยิ่งลดต่ำลงไปอีก แม้สภาพแวดล้อมยังคงงดงามมีแสงแดดสดใสและสายลมพัดเอื่อยเหมือนเดิม แต่ลมหนาวที่มองไม่เห็นนั้นกลับพัดจนตาของเขาหรี่ลง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่ต้องรับมือกับความหนาวเย็นสุดขั้วอย่างยากลำบาก ทุลักทุเลจนแทบจะงัดไม้ตายทั้งหมดออกมาใช้แล้ว หวังอี้แทบจะเรียกได้ว่าเดินทอดน่องสบายใจเฉิบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในสภาพที่เพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งระดับห้าห่อหุ้มร่างกาย แทบจะไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นใดๆ มีเพียงเปลวเพลิงที่ไหลเวียนดุจสายน้ำบนร่างของเขา ราวกับเป็นของเหลวของจริง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀บางครั้งก็จำแลงเป็นลำแสงพุ่งไปตามเส้นทางหินสีครามเป็นระยะทางไกล บางครั้งก็หยุดชะงักอย่างกะทันหัน เอื้อมมือลงไปในน้ำเพื่อสัมผัสบางสิ่งบางอย่าง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การตอบสนองจากจิตวิญญาณของเพลิงน้ำแข็งยิ่งใกล้ชิดสนิทแน่นขึ้นเรื่อยๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขามีลางสังหรณ์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สมบัติวิเศษลึกลับชิ้นนั้นอาจจะซ่อนอยู่ใต้ 'น้ำทะเลสาบ' แห่งนี้สักแห่ง ในขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมของเส้นทางนรกเหมันต์สุดขั้ว ก็เปรียบเสมือนทุ่งน้ำแข็งไร้สิ้นสุดในฉบับย่อส่วน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันรวบรวมกระแสอากาศหนาวเย็นที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกแห่งมาไว้ในที่เดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันสะดวกต่อการที่เขาจะกลืนกินและสกัดกลั่น จากนั้นก็ดูดซับหลอมรวมเข้ากับพลังมารเพื่อเพิ่มพูนการบำเพ็ญเพียร อยู่ที่นี่วันหนึ่งแทบจะเทียบเท่ากับอยู่ข้างนอกสิบวัน ยิ่งนานวันเข้าก็จะทำให้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาพุ่งสูงขึ้นไปอีก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิชาขั้นสมบูรณ์ระดับห้ามอบความสามารถในการดูดซับพลังวิญญาณ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผลลัพธ์ของการกลั่นกรองพลังด้วยตัวเองในขณะเดิน นั่ง นอน... แทบจะทำให้พลังมารของเขาเพิ่มขึ้นในทุกช่วงเวลา และทวีความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกมากยิ่งขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทีละหยดๆ เมื่อถึงขีดจำกัดก็จะเปลี่ยนเป็นผลึกพลังมาร เติมแสงสว่างให้กับทิวทัศน์ดวงดาวภายในจุดรวมวิญญาณอีกครั้ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตราบใดที่ปราณความหนาวเย็นสุดขั้วของที่แห่งนี้ไม่มีวันหมด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แค่ลองอยู่สักสิบกว่าปี เขาก็มั่นใจว่าจะทะลวงขึ้นไปถึงระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นเก้าได้ จะเห็นได้ว่าสภาพแวดล้อมช่วยเสริมพลังได้มากขนาดไหน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"หืม?"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้เพิ่งดึงมือออกจากน้ำในทะเลสาบ เขาก็เลิกคิ้วขึ้น สัมผัสได้ถึงขบวนที่กำลังค่อยๆ ตามมา การเคลื่อนไหวพลันหยุดชะงักลง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในเวลาเดียวกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เบื้องหลังเขาไกลออกไป อวี้หงเฉินและจี้ฉางจิงจากนิกายสราญรมย์บีบบังคับให้เหยียนหลิงและอวี๋ถังถังเดินนำหน้าไปเป็นหนูทดลอง ซึ่งหวังอวี่ซานและเจินจวินสัตว์อสูรโบราณต่างก็ไม่ได้พูดอะไร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตรงกันข้าม พวกมันกลับรู้สึกดีใจที่ไม่ต้องออกหน้าเอง ก็ได้เหยื่อล่อชั้นดีมาใช้งานฟรีๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เผ่าอสูรตอนเหนือข่มเหงพวกมัน พวกมันก็มาข่มเหงเหยียนหลิง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀โลกบำเพ็ญเพียรก็เป็นเช่นนี้แหละ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาเล็กกินกุ้งฝอย ผู้แข็งแกร่งก็สามารถข่มเหงผู้อ่อนแอ และครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างของผู้อ่อนแอได้!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เหยียนหลิงโกรธแค้นแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาพุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อวี๋ถังถังกลับคิดอยากจะสู้ตายกับพวกมันให้รู้แล้วรู้รอด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่คำพูดประโยคเดียวของเหยียนหลิงก็ทำให้นางสงบลงได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀"อย่าเพิ่งวู่วาม ศิษย์พี่หวังอยู่ข้างหน้า..."