- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- ฟรี บทที่ 290 ของวิเศษระดับสามหลายชนิด รอคอยสายลมพัดโหม
ฟรี บทที่ 290 ของวิเศษระดับสามหลายชนิด รอคอยสายลมพัดโหม
ฟรี บทที่ 290 ของวิเศษระดับสามหลายชนิด รอคอยสายลมพัดโหม
บทที่ 290 ของวิเศษระดับสามหลายชนิด รอคอยสายลมพัดโหม
นักหลอมโอสถไร้สังกัดอย่างหวงข่ายมีจำนวนไม่น้อย พวกเขาไม่เต็มใจเป็นทาสหอโอสถ ย่อมต้องหาทางออกอื่น และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ...
ร่วมมือกับเจ้าเมืองแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกส่งออกไปประจำการปกป้องเมือง
คนเหล่านั้นมีช่องทางจัดหาสมุนไพรวิญญาณที่มั่นคง เพียงพอต่อความต้องการทุกด้านของนักหลอมโอสถ หากอยู่ในสำนักแล้วไปไม่รอด การออกไปทำงานกับเจ้าเมืองก็ถือเป็นทางสว่างอีกทางหนึ่ง
หากสามารถรวบรวมขุมพลังนี้และก่อตั้งสมาคมนักหลอมโอสถขึ้นมาใหม่ได้ ก็จะมีช่องทางวิ่งเข้ามาหาเอง อีกทั้งยังสามารถผูกมัดผลประโยชน์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับตระกูลจั่วชิวและตระกูลจัวได้ด้วย
ความคิดเหล่านี้... คงไม่อาจลงมือทำได้ในชั่วข้ามคืน ทำได้เพียงวางหมากเอาไว้ก่อนชั่วคราว
เขาค่อยๆ ติดต่อนักหลอมโอสถที่หมดไฟเหล่านั้นทีละนิด แนะนำให้พวกเขาย้ายไปเมืองหยกวิญญาณ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นการสร้างรายได้ให้เขาไปในตัว
คนที่กระตือรือร้นอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองย่อมตอบตกลงด้วยความอยากลอง แค่คนกลุ่มนี้ก็มีจำนวนไม่น้อยแล้ว เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
อวี๋ถังถังมาเยือนยอดเขาโลหิตเยือกแข็งเป็นครั้งที่สาม นางนำของวิเศษสองสามอย่างที่ทำเอาหวังอี้ตาเป็นประกายมาให้ พร้อมกับรายการสั่งทำโอสถวิญญาณชุดใหม่ หลังจากกวาดตามองคร่าวๆ เขาก็เข้าใจถึงความนัยที่แฝงอยู่ทันที
เป็นความต้องการของมังกรคลื่นเนตรโลหิตจริงๆ ด้วย อวี๋ถังถังก็แค่คนเดินเรื่อง ถานไถฉานเองก็มาผสมโรงด้วย นางจ้องมองเขาตาแป๋ว ส่วนหวังอี้น่ะหรือ... "..."
โอสถวิญญาณชุดนี้มีความต้องการในปริมาณค่อนข้างมาก และส่วนใหญ่เป็นโอสถสำหรับสัตว์อสูร มังกรคลื่นเนตรโลหิตต้องมีช่องทางติดต่อและแลกเปลี่ยนกับพวกมันแน่ๆ การหยั่งเชิงครั้งก่อนเป็นการยืนยันความสามารถของเขา พอมาครั้งนี้ก็เริ่มขยายขอบเขตงานให้ใหญ่ขึ้น
เอาเข้าจริง หวังอี้ไม่คิดว่านิกายจะไม่รู้เรื่องนี้ เผลอๆ อาจจะแอบมีเอี่ยวด้วยซ้ำ การที่เขาได้รับโอกาสนี้ แปดในสิบส่วนคงเป็นเพราะอวี๋ถังถัง แน่นอนว่าฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์ของเขาเองก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน
ส่วนเรื่องที่ว่าการขายของให้เผ่าอสูรจะเข้าข่ายสนับสนุนศัตรูหรือไม่... ล้อเล่นน่า เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารขนานแท้ จะไปเหยียดเผ่าพันธุ์ได้อย่างไร อีกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเขตแดนวิญญาณไท่หูหรือดินแดนมารฉื่อเหวียน เผ่ามนุษย์ต่างก็เป็นเจ้าถิ่นทั้งนั้น พวกสัตว์อสูรทำได้แค่หดหัวอยู่ตามเทือกเขาขาดสะบั้นเหนือใต้ ที่ราบโบราณคนเถื่อน หรือภูเขาเทพวิหคเพลิงอะไรเทือกนั้น
“ถังถัง โอสถชุดนี้ข้าจะส่งมอบให้ภายในหนึ่งปี เจ้ามารับเดือนละครั้งก็แล้วกัน ถานไถฉาน ตามข้าเข้าไปในห้องหลอมโอสถ”
“…เดี๋ยวก่อน!” อวี๋ถังถังบินขึ้นไปอยู่เหนือหัวหวังอี้ด้วยท่าทีฮึดฮัด ระยะห่างของทั้งสองห่างกันไม่ถึงชุ่น ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“หวังอี้ หมู่นี้เจ้าไม่เรียกข้าว่าพี่ถังถังเลยนะ!”
“ฮ่าๆๆ”
“อย่าหัวเราะนะ! เดี๋ยวปั๊ดตีเลย!”
หวังอี้เพิ่งจะนึกว่านางอยากเข้าไปด้วยกันเสียอีก ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง เขากรอกตาไปมาแล้วเอ่ยเสียงเบา “พี่ถังถัง ฉานเอ๋อร์ก็อยู่ตรงนี้นะ ผู้แซ่หวังยังไงก็เป็นถึงผู้อาวุโส เอาเป็นว่าข้าค่อยเรียกท่านแบบนี้ตอนอยู่กันตามลำพังดีไหม ข้าเองก็ต้องการรักษาหน้าไว้บ้างนิดนึง”
อวี๋ถังถังเหลือบมองถานไถฉานอย่างคลางแคลงใจ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที นางพึมพำตอบเช่นกัน “ถังถังเข้าใจแล้ว หวังอี้ เจ้าเรียกข้าอีกสักสองสามทีสิ”
“พี่ถังถัง พี่ถังถัง พี่ถังถัง...”
“พอแล้วๆ”
ยัยเปี๊ยกหลีกทางให้อย่างพึงพอใจ นิสัยทำตัวเป็นลูกพี่ใหญ่ของนางไม่รู้ว่าไปเรียนมาจากใครกันแน่ แต่ก็เอาใจง่ายดีชะมัด “เข้ามาสิ”
ถานไถฉานเดินตามหลังมาติดๆ พอเข้าห้องหลอมโอสถปุ๊บ ค่ายกลอาคมก็ทำงานทันที ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างโอบมาจากด้านหลัง ลมหายใจร้อนระอุแนบชิดหลังคอ ร่างกายแนบชิดสนิทสนม บีบคลึงความกลมกลึง~
“อื้อ... ข้า... ข้ามาเรียนหลอมโอสถนะ ผะ... ผู้อาวุโสหวัง”
“ไม่ต้องรีบ การผ่อนคลายสลับกับการทำงานต่างหาก ถึงจะทำให้เรียนรู้ได้ไว”
ได้ยินเช่นนั้น ถานไถฉานก็ทนไม่ไหวแหงนหน้าไปด้านหลัง ร่างกายอ่อนระทวยลงไปทั้งตัว ทว่าในใจกลับครุ่นคิดอยู่ว่า ผ่อนคลายสลับทำงานบ้าอะไรเล่า ใครเขาให้เริ่มที่ “ผ่อนคลาย” ก่อนกัน? แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้แล้ว นางเองก็ลุ่มหลงไปกับดินแดนแสนสุขที่ไม่ต้องคิดถึงสิ่งภายนอกเช่นกัน
โบราณว่าไว้ หญิงชายร่วมมือ ทำงานไม่เหนื่อย ก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ...
วันต่อมา
หวังอี้ลุกขึ้นจากพื้น เปิดเตาหลอมโอสถทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ตั้งแต่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฉานเอ๋อร์ตัวน้อย ผู้แซ่หวังก็เริ่มติดอกติดใจจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ควรเลยจริงๆ
“วันนี้ งดเรื่องพรรค์นั้น!”
คำขอของมังกรคลื่นเนตรโลหิตนั้นเน้นไปที่โอสถวิญญาณอสูรเป็นหลัก หวังอี้มีประสบการณ์ในการหลอมโอสถชนิดนี้อยู่แล้ว จึงเริ่มหลอมเป็นอันดับแรก
หลังจากถานไถฉานตื่นขึ้น นางก็เดินมาอยู่ข้างกายหวังอี้เงียบๆ และจดจ่ออยู่กับการสังเกตวิชาและเทคนิคของเขา โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในดินแดนมารฉื่อเหวียน หากสั่งสมต่อไปเรื่อยๆ นางจะต้องทะลวงขีดจำกัดในวิถีโอสถได้อย่างยิ่งใหญ่แน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่หวังอี้คอยชี้แนะเป็นระยะ พร้อมอธิบายความหมายของขั้นตอนการหลอมโอสถให้นางฟังอีกต่างหาก
ครึ่งเดือนต่อมา เปลวเพลิงในเตาก็มอดดับลง หวังอี้ใช้ทักษะแยกสัมผัสเทวะเปิดเตาหลอมพร้อมกันหลายใบ อีกทั้งยังมีเพลิงโอสถมังกรน้ำแข็งคอยช่วยเหลือ ช่วงนี้การหลอมโอสถจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นและสบายขึ้นมาก
โอสถที่ส่งมอบชุดแรกมีจำนวนยี่สิบเอ็ดเม็ด และล้วนเป็นโอสถระดับสูงทั้งสิ้น
สิ่งที่หวังอี้ได้รับมา เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษหายากที่เขาตามหามาสักพักแล้ว
นั่นคือ แก่นโลหิตทั้งร่างของสัตว์อสูรสายเลือดมังกรระดับสาม… งูหลามปฐพีเขามังกร
ซึ่งมีมากถึงหลายร้อยหยด เขาจึงสามารถหลอมยาลับโลหิตมังกรระดับที่สูงขึ้น เพื่อใช้เพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรสายกายาได้แล้ว
ตอนนี้ความคืบหน้าในการบำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำขั้นสามของเขามาถึงครึ่งทางแล้ว ปลายปีนี้อาจแตะถึงคอขวดของขั้นกลางได้ แต่ระดับพลังของการหลอมกายากลับยังหยุดอยู่ที่ระดับสามขั้นต้นเท่านั้น
มันออกจะช้าไปสักหน่อย
หากได้ทรัพยากรส่วนนี้มา สถานการณ์น่าจะดีขึ้นมาก
นอกเหนือจากนี้ยังมีของวิเศษระดับสามอีกสองชนิด ชนิดแรกคือสมุนไพรหลักสำหรับหลอมโอสถระดับสามที่ระบุไว้ในคัมภีร์มารศักดิ์สิทธิ์วิญญาณน้ำแข็ง นั่นคือ [โอสถกว่างหาน] …ใบกุ้ย!
นี่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เขาได้มาก หากสามารถหลอมโอสถระดับสุดยอดออกมาได้ ความเร็วในการยกระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเขาก็จะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น
ตามปกติแล้ว เขามักจะกินโอสถจนกว่าจะเกิดกำแพงโอสถแล้วค่อยเปลี่ยนสูตรยา
แต่สำหรับระดับสามนั้นไม่อาจทำตัวกร่างเช่นนั้นได้ โดยพื้นฐานแล้วมีอะไรก็ต้องใช้อย่างนั้น การรวบรวมสูตรยาบำเพ็ญเพียรที่เหมาะสมกับเขาเอาไว้มากๆ วันหน้าหากเจอสมุนไพรวิญญาณที่ตรงกันก็สามารถหลอมออกมาได้
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำส่วนใหญ่จึงมักจะกินโอสถวิญญาณปะปนกันไปหมด เหตุผลก็เป็นเพราะสมุนไพรหลักนั้นหายากนั่นเอง
ส่วนอีกชนิดมีชื่อว่า [หยาดหล่อเลี้ยงวิญญาณร้อยผี]!
เป็นของเหลววิเศษบำรุงวิญญาณที่สกัดมาจากแก่นแท้ของภูตผีนับร้อย ซึ่งสามารถยกระดับต้นกำเนิดวิญญาณได้อย่างมหาศาล และนี่ก็คือค่าตอบแทนทั้งหมดสำหรับการหลอมโอสถในครั้งนี้
ก่อนหน้านี้เขาเคยเกริ่นกับอวี๋ถังถังเอาไว้แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าของวิเศษที่มังกรคลื่นเนตรโลหิตนำมาจะไม่ถูกใจเขา
โอสถชุดนี้อย่างน้อยต้องใช้เวลาปีกว่าๆ กว่าจะหลอมเสร็จทยอยส่งมอบได้หมด ช่วงนี้จึงยังไม่ต้องคิดถึงคำสั่งซื้อชุดที่สอง
หลังจากส่งคนกลับไปแล้ว หวังอี้ก็ค่อยๆ ดูดซับและสกัดกลั่นหยาดหล่อเลี้ยงวิญญาณ ของพรรค์นี้ดูเหมือนแอ่งน้ำสีดำชื้นๆ วิธีใช้ก็คือทาลงบนจุดกึ่งกลางหว่างคิ้ว
การใช้งานแต่ละครั้งต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ผลลัพธ์ในการยกระดับนั้นเด่นชัดมาก มันสามารถมอบประโยชน์ต่อสัมผัสเทวะของเขาได้อย่างชัดเจน
ผ่านไปเช่นนี้หลายวัน
หลังจากผ่านการดูดซับและสกัดกลั่นในครั้งแรก หวังอี้รู้สึกได้ว่าสัมผัสเทวะระดับสามขั้นกลางของเขายกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เทียบเท่ากับเขาเพียรฝึกฝนเคล็ดวิญญาณโบราณมาถึงหนึ่งปีเต็ม
หากใช้จนหมด จะต้องทะลวงขึ้นไปได้อีกขั้นเล็กๆ อย่างแน่นอน
วันนี้
คงเป็นเพราะในที่สุดก็ได้รับข่าว เหยียนหลิงและเสวี่ยอิ๋งที่เป็นเพื่อนบ้านจึงเป็นฝ่ายมาหาเขาที่ถ้ำบำเพ็ญเพียร
“สหายเต๋าหวังอี้ ช่วงนี้ข้าได้ยินจากนักหลอมโอสถถานไถมาว่า ท่านมีฝีมือในการหลอมโอสถด้วย ไม่ทราบว่าไปถึงขั้นไหนแล้ว สามารถหลอมโอสถวิญญาณระดับสามขั้นสูงได้หรือไม่?”
เหยียนหลิงเข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา นางน่าจะเดาความคิดของหวังอี้ออกแล้ว
ท้ายที่สุด ข่าวนี้หวังอี้ก็จงใจให้ถานไถฉานปล่อยไปถึงหูของเหยียนหลิงเอง การที่อีกฝ่ายจะเดาออกจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
แค่มังกรคลื่นเนตรโลหิตเพียงตัวเดียว ทรัพยากรระดับสามที่จัดหามาให้ได้ยังถือว่าน้อยเกินไป
ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายไม่มีของมากพอ แต่ปริมาณที่มอบให้นั้นพอดีกับความทุ่มเทในการหลอมโอสถของเขา
พูดง่ายๆ ก็คือ ออร์เดอร์มันน้อยไป!
กำลังการผลิตของเขายังไม่ถึงขั้นล้นตลาด ก็แค่งกเท่านั้นแหละ ทรัพยากรต้องมาอยู่ในมือก่อน เขาถึงจะค่อยๆ ย่อยและจัดสรรมันได้
ทั้งกินทั้งกอบโกย อาการตะกละตะกลามเรียกได้ว่าน่าเกลียดทีเดียว แต่ตราบใดที่สามารถหลอมโอสถวิญญาณระดับสามขั้นสูงออกมาได้ เรื่องอื่นก็ล้วนมองข้ามได้ทั้งสิ้น
ในดินแดนมารฉื่อเหวียน ผลประโยชน์กับความสามารถเป็นของคู่กัน
มีฝีมือแค่ไหน ก็คว้าหม้อใบใหญ่แค่นั้น สมเหตุสมผลที่สุด!
“ท่านเหยียนหลิงช่วยอธิบายรายละเอียดหน่อยสิ...”
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เวลาก็ราวกับถูกกดปุ่มเร่งความเร็ว เดิมทีเหยียนหลิงก็ตั้งใจจะดึงหวังอี้มาเป็นพวก และใช้เขาเป็นสะพานเพื่อติดต่อกับตระกูลจั่วชิวและตระกูลจัวอยู่แล้ว
พอค้นพบว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถด้วย นางก็ยิ่งทุ่มเทให้เขามากขึ้นไปอีก
หลังจากตกลงแลกเปลี่ยนกับมังกรคลื่นเนตรโลหิต
เหยียนหลิงก็ร่วมมือกับเขาในเรื่องการหลอมโอสถเช่นกัน ฝ่ายหนึ่งจัดหาวัตถุดิบและสูตรยา ส่วนอีกฝ่ายทุ่มเทเทคนิคการหลอมโอสถระดับสามขั้นสูง
ค่าตอบแทนของเขาก็คือทรัพยากรระดับสูงที่ค่อนข้างหายากเหล่านั้น
ในมือมีของวิเศษเพิ่มมาอีกชนิดหนึ่ง นามว่า [ผลต้นหยกฟางซาน] สรรพคุณของของสิ่งนี้ส่งผลต่อการบำเพ็ญเพียรสายกายา เพียงนำไปละลายในน้ำพุวิญญาณแล้วลงไปแช่ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
เมื่อรวมกับแก่นโลหิตของสัตว์อสูรสายเลือดมังกรระดับสามที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาทะลวงเข้าสู่การหลอมกายาระดับสามขั้นกลางได้แล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น!
ในด้านสัมผัสเทวะ ครั้งนี้สิ่งที่ได้รับคือสมุนไพรหลักสำหรับหลอม [โอสถหยวนวิญญาณความฝัน] ซึ่งเขาเคยสัมผัสกับผลลัพธ์ของโอสถวิญญาณชนิดนี้มาแล้ว
ไม่แน่ว่าอาจทำให้สัมผัสเทวะของเขาบรรลุถึงระดับสามขั้นปลายได้เลยทีเดียว
การเจรจาค้าขายทั้งสองครั้งทำให้เขากอบโกยกำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่เวลาก็ถูกจัดสรรออกไปจนหมดเกลี้ยง นอกจากการบำเพ็ญเพียรแล้วก็คือการหลอมโอสถ แม้แต่การทำความเข้าใจวิชาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องชะลอลง
ทุกๆ สองสามวัน เขาถึงจะมีเวลาหมกมุ่นอยู่กับการทำความเข้าใจวิชาศักดิ์สิทธิ์
วิชาวิถีหลบหนีแสงสุดขั้ว แสงเทวะวิญญาณน้ำแข็ง และสิบสองรูปลักษณ์กว่างหาน ถึงแม้จะก้าวหน้าช้า แต่ก็พัฒนาขึ้นอย่างมั่นคง
เขาแทบอยากจะแยกร่างตัวเองออกเป็นสี่ส่วนมาใช้งาน
วิชาฮวงจุ้ยพิสดาร เนตรทมิฬไท่หยิน หมัดสังหารซิวหลัวน้อย... และอื่นๆ ล้วนตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน ทุกสิ่งต้องหลีกทางให้วิชาหลอมโอสถไปก่อน
พฤติกรรมหลอมโอสถอย่างบ้าคลั่ง บวกกับการทำงานเต็มกำลังของ [ช่องจัดวาง] ทั้งสี่ช่อง หวังอี้รู้สึกได้ว่าความก้าวหน้าของเขารวดเร็วขึ้นมาก การหลอมโอสถในแต่ละวันล้วนได้รับผลลัพธ์ใหม่ๆ
บางครั้งก็คอยชี้แนะถานไถฉาน ชีวิตดำเนินไปอย่างสงบสุขและสบายใจ
ต่างจากช่วงเวลาที่ต้องอยู่ด้วยความหวาดผวาในเมืองหยกวิญญาณอย่างสิ้นเชิง
ทว่าความเร็วในการยกระดับพลังบำเพ็ญเพียรนั้นพุ่งปรี๊ดจนน่าเหลือเชื่อ
อีกทั้งเขายังไม่มีเวลาออกไปไหน จึงไม่มีเวลาไปเตรียมโอสถสำหรับการทะลวงคอขวดเล็กๆ น้อยๆ เลย
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี ในวันที่ 316 ของการเป็นผู้อาวุโสของเขา!
การสะสมพลังเวทก็บรรลุถึงขีดจำกัดสามพันสาย ซึ่งหมายความว่าหลังจากเข้าสู่ระดับแก่นทองคำ ใช้เวลาไม่ถึงสองปี
เขาก็อาศัยคุณสมบัติเครื่องจักรนิรันดร์ของ [ช่องจัดวาง] จนสะสมพลังบำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำขั้นต้นได้สมบูรณ์แล้ว!
คอขวดที่เขาต้องเผชิญในตอนนี้มีชื่อว่า [เสริมแก่นทองคำ]
นั่นคือการอัดพลังเวททั้งสามพันสายเข้าไปในแก่นทองคำเพื่อขยายขนาด ในขณะเดียวกันก็ต้องควบแน่นพลังเวทให้เข้มข้นยิ่งขึ้นด้วย
จึงจะสามารถแปรเปลี่ยนจาก “สาย” เป็น “เส้น” ได้!
คล้ายกับระดับหลอมปราณเป็นอย่างมาก สิบสายรวมเป็นหนึ่งเส้น
ทว่านับจากระดับแก่นทองคำขั้นสี่เป็นต้นไป จะต้องบำเพ็ญเพียรพลังเวทให้ได้ถึงสองพันเส้นเพื่อทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำขั้นห้า จากนั้นก็ต้องสะสมพลังเวทไปจนถึงสี่พันเส้นเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับแก่นทองคำขั้นหก
และเมื่อขีดจำกัดพลังเวททะลุหกพันเส้น การ [เสริมแก่นทองคำ] ครั้งที่สองก็จำเป็นต้องรับประกันได้ว่าแก่นทองคำมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึงห้าเซนติเมตร มิฉะนั้นในอนาคตก็ไม่อาจก้าวข้ามขั้นตอนทำลายแก่นก่อกำเนิดวิญญาณได้เลย