- หน้าแรก
- ผู้ฝึกสัตว์อสูร: ฉันปลุกพรสวรรค์ระดับ SSS ตั้งแต่เริ่มต้น
- บทที่ 29 หลอมรวมความทรงจำ ถูชิงผู้โศกเศร้า!
บทที่ 29 หลอมรวมความทรงจำ ถูชิงผู้โศกเศร้า!
บทที่ 29 หลอมรวมความทรงจำ ถูชิงผู้โศกเศร้า!
จู้หว่าน “???”
ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถาม
พลังจิต?
มีเพียงผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับผู้ปกครองเท่านั้น ถึงจะปลุกพลังจิตได้
ลู่หยูเป็นระดับเหนือมนุษย์อย่างแน่นอน
แล้วจะปลุกพลังจิตได้ยังไง?
ลู่หยูพูดอย่างจนใจว่า “ผู้อาวุโส ผมไม่เข้าใจความหมายของคุณครับ”
ถูชิงมองเขาลึก ๆ แวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เปิดโปงต่อ เพียงพูดอย่างเรียบเฉยว่า “เธอรู้ไหมว่าฉันมีแรงยึดติดอะไร?”
จู้หว่านมีข้อสงสัยมากมาย แต่ลู่หยูปฏิเสธไปแล้ว เธอก็ไม่อาจซักถามต่อได้
ความสนใจของเธอเองก็ถูกถูชิงดึงดูดไปเช่นกัน
ถูชิงถึงขั้นทำสัญญากับจิ้งจอกน้ำแข็งสุดขั้วได้ ในหมู่ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัว เขาย่อมเป็นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย
จู้หว่านสังเกตเห็นว่าสายตาของถูชิงใสกระจ่างมาก ไม่เหมือนคนสุดโต่งเลย
ผู้ฝึกสัตว์อสูรผู้อาวุโสเช่นนี้ จะมีแรงยึดติดอะไรกันแน่?
ลู่หยูพูดว่า “เชิญผู้อาวุโสชี้แนะครับ”
สายตาของถูชิงทอดไกล ก่อนจมลงสู่ความทรงจำ แล้วค่อย ๆ พูดว่า “ครั้งหนึ่งฉันเคยรับใช้ข้างกายโทเท็มตนหนึ่ง เป็นผู้พิทักษ์ซ้ายของโทเท็มตนนั้น ในปีนั้น โทเท็มที่เผ่ามนุษย์เคารพบูชาล้วนเป็นตัวตนที่เหนือกว่าระดับเจ้าเหนือหัวไปไกล ครอบครองพลังอำนาจอันเหลือเชื่อ”
“ระดับตำนาน?”
จู้หว่านหลุดปากออกมา
เธอเคยเห็นการแบ่งระดับเกี่ยวกับ [ตำนาน] ในตำราโบราณบางเล่มเท่านั้น
ตามตำนานเล่าว่า สัตว์อสูรระดับตำนานคือตัวตนที่ควบคุมกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินอย่างแท้จริง
แทบไม่ต่างจากเทพเจ้า
ในตำราโบราณยังมีข้อสันนิษฐานบางอย่างว่า หากผู้ฝึกสัตว์อสูรสามารถไปถึงระดับตำนาน มิติสัตว์อสูรจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นโลกใบเล็กที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง!
ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับตำนานก็จะครอบครองพลังอำนาจอันเหลือเชื่อ เทียบได้กับผู้สร้างโลก!
ตอนจู้หว่านอ่านตำราเหล่านั้นในตอนแรก เธอก็แค่มองเป็นเรื่องเล่าปลีกย่อย ไม่ได้เชื่อจริงจังเลย
จนกระทั่งถูชิงพูดถึง เธอถึงนึกขึ้นมาได้
ถูชิงมองจู้หว่านแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างประหลาดใจว่า “เธอเองก็มีความรู้กว้างขวางทีเดียว ถูกแล้ว ระดับตำนาน ในปีนั้นแม้เผ่ามนุษย์จะเริ่มผงาดขึ้น แต่ก็ยังไม่อาจต่อต้านตัวตนโทเท็มได้ และยิ่งไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมของโทเท็ม จนกระทั่งมหาบุรุษทั้งสองคนนั้นปรากฏตัว จึงเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง”
ลู่หยูกับจู้หว่านสบตากัน
จู้หว่านพูดว่า “มหาบุรุษสองคนนั้นที่ปลุกพรสวรรค์ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ SSS น่ะเหรอ?”
ถูชิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถูกต้อง หลังจากนั้นโทเท็มก็เร้นกาย เผ่ามนุษย์รุ่งเรือง! และในยุคสงบสุขนั่นเอง สุดท้ายฉันก็ทนความโดดเดี่ยวไม่ไหว ไปท้าทายโทเท็มตนนั้นที่เคยเคารพบูชา!”
ลู่หยูไม่ได้พูดอะไร เขาสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าและความไม่ยอมแพ้ในน้ำเสียงของถูชิง
ถูชิงพูดต่อว่า “ศึกครั้งนั้นย่อมพ่ายแพ้ ฉันมีแรงยึดติด อยากกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับตำนาน สิ่งที่เรียกว่าตำนาน ต่อให้ดับสูญไปก็ยังถูกฟ้าดินสลักจารึก ทิ้งร่องรอยของตนไว้บนโลกใบนี้ตลอดกาล แต่สุดท้ายฉันก็ยังพ่ายแพ้”
เสียงถอนหายใจครั้งหนึ่ง เผยความโศกเศร้าจนหมดสิ้น
ลู่หยูมีความคิดมากมาย การได้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัว บนดาวโลกอันกว้างใหญ่ ก็ถือว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว
ในหมู่เผ่ามนุษย์ อย่างน้อยในข้อมูลที่เปิดเผย มีเพียงมหาบุรุษสองคนนั้นที่ปลุกพรสวรรค์ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ SSS เท่านั้น ที่สามารถอยู่เหนือผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัวได้
ถึงอย่างนั้น ถูชิงก็ยังเกิดแรงยึดติดในใจ
ภายในแรงยึดติดสายนี้ ไม่แน่ว่าอาจมีความอัปยศที่ถูชิงต้องละทิ้งศักดิ์ศรี รับใช้โทเท็มเพื่อความอยู่รอดของเผ่ามนุษย์ปะปนอยู่ด้วย
ลู่หยูทอดถอนใจในใจ นี่คือผู้อาวุโสที่ควรค่าแก่การเคารพคนหนึ่ง
ถูชิงยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันเห็นว่าเธอมีศักยภาพมาก แถมร่างกายของเธอยังแผ่พลังมิติและพลังจิตที่บริสุทธิ์ออกมา ฉันเดาว่าเธอยังทำสัญญากับหนอนมายามิติไว้ตัวหนึ่ง ใช่ไหม?”
“สายตาผู้อาวุโสเฉียบคมจริง ๆ ครับ”
ลู่หยูไม่ได้ปฏิเสธ เรียกหนอนมายามิติออกมาโดยตรง
“มี่เมะ?”
หนอนมายามิติวนรอบลู่หยู สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
เจ้านายเรียกตัวเองออกมาทำไม?
พอมันเห็นถูชิง ดวงตาก็พลันเป็นประกาย และตั้งท่าจะพุ่งเข้าไปทันที
ถูชิงยิ้มขื่นไม่หยุด สร้างม่านพลังสายหนึ่งขึ้นมาขวางหนอนมายามิติไว้ แล้วพูดว่า “ฉันเป็นแรงยึดติดสายหนึ่ง และเป็นร่างจิตบริสุทธิ์ เจ้าตัวน้อยนี่ถึงกับคิดจะกลืนกินฉัน...”
“มี่เมะ!”
สายตาของหนอนมายามิติไหลวนอยู่ระหว่างลู่หยูและถูชิง หลังยืนยันว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกันแล้ว มันถึงดูดน้ำลายตรงมุมปาก แล้วหมอบลงบนไหล่ของลู่หยู
“นี่คือ... หนอนมายามิติ?”
เสียงของจู้หว่านสั่นเล็กน้อย
เธอย่อมรู้จักหนอนมายามิติ สายเลือดระดับเจ้าหนือหัวชั้นสูง โดยเฉพาะยังเป็นสายมิติและจิตวิญญาณ!
ความแข็งแกร่งของผีเสื้อมายามิติภาพลวง มีบันทึกไว้ในตำราโบราณมากมาย
กระทั่งมีตำราโบราณบันทึกว่า ในหมู่โทเท็มที่เผ่าต่าง ๆ เคยเคารพบูชาในปีนั้น อย่างน้อยสามตนคือผีเสื้อมายามิติภาพลวง!
การที่ลู่หยูทำสัญญากับหนอนมายามิติ เรื่องนี้เหนือกว่าความเข้าใจของจู้หว่านไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
นอกจากผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัว ยังมีใครทำสัญญากับหนอนมายามิติได้อีก?
“มี่เมะ!”
หนอนมายามิติเหลือบมองจู้หว่านแวบหนึ่ง
ทำเป็นตกใจไปได้!
ถูชิงยิ้มแล้วพูดว่า “แค่ผีเสื้อมายามิติภาพลวงหลังเติบโตเต็มวัย ก็สามารถไปถึงระดับเจ้าเหนือหัวได้แล้ว นั่นหมายความว่า ในอนาคตเธอจะต้องไปถึงความสำเร็จเดียวกับฉันแน่นอน แล้วทำไมฉันจะไม่ฝากแรงยึดติดไว้กับเธอล่ะ?”
เขาดูปล่อยวางอย่างยิ่ง
ลู่หยูยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับเห็นถูชิงค่อย ๆ สลายไป
ความทรงจำมากมายหลอมรวมเข้าสู่สมองของลู่หยูด้วยวิธีอ่อนโยนอย่างยิ่ง
“นี่คือ... ประสบการณ์การฝึกฝนของผู้อาวุโสถูชิง...?”
สีหน้าของลู่หยูสั่นสะท้าน
เหมือนมีคนส่งหมอนมาให้ตอนง่วงพอดี!
เขากำลังกังวลอยู่พอดีว่าความรู้และประสบการณ์ของตัวเองยังตื้นเขินเกินไป
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับจู้หว่าน ก็ยิ่งเป็นแบบนั้น
พูดให้ถึงที่สุด ลู่หยูก็ยังเป็นเพียงผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ผงาดขึ้นจากสามัญชน ด้านความรู้และประสบการณ์ย่อมเทียบกับทายาทตระกูลโทเท็มอย่างจู้หว่านไม่ได้
ถูชิงคือผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัวอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมาจากยุคโทเท็ม
ทันทีที่หลอมรวมความทรงจำของถูชิง จุดอ่อนของลู่หยูจะหายไปทันที!
เศษเสี้ยวความทรงจำมากมายวาบผ่าน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เผ่าโทเท็มต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบาก
เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่ม เขาสัมผัสหินปลุกพลัง เปิดเส้นทางผู้ฝึกสัตว์อสูร
……
กลายเป็นผู้พิทักษ์ซ้ายของโทเท็ม รับใช้อยู่ข้างกายโทเท็ม
ลู่หยูอยากมองให้ชัด แต่กลับมองไม่เห็นรูปลักษณ์ของโทเท็มตนนั้น ราวกับถูกบางสิ่งบดบังเอาไว้
หลังจากนั้น เผ่ามนุษย์ผงาดขึ้น
ถูชิงติดตามอยู่ด้านหลังเงาร่างเลือนรางสองร่าง สร้างผลงานการรบอันยิ่งใหญ่
สุดท้ายถูชิงก็ทนความทรมานจากการไม่ก้าวหน้าเลยตลอดร้อยปีไม่ไหว จึงท้าทายโทเท็ม
หลังศึกครั้งนั้น โลหิตสาดย้อมทะเล
มิติสัตว์อสูรที่แตกสลายล่องลอยอยู่ในกระแสมิติปั่นป่วน ก่อนตกลงนอกเมืองฐานเทียนเหอ
ลู่หยูราวกับเป็นผู้เฝ้ามองคนหนึ่ง ดูชีวิตทั้งชีวิตของถูชิงเหมือนกำลังชมภาพยนตร์
เขาทอดถอนใจอย่างยิ่ง “ไม่ใช่ตำนาน แต่กลับยิ่งกว่าตำนาน”
จู้หว่านตกตะลึงแล้วพูดว่า “นายถึงกับหลอมรวมความทรงจำของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัวคนหนึ่ง!”
เธอรู้ดีกว่าใครว่าระดับเจ้าเหนือหัวหมายถึงอะไร!
จู้หว่านเคยถึงขั้นได้พบเจ้าเมืองเทียนเหอ และได้เห็นท่าทางไร้เทียมทานของเจ้าเมืองเทียนเหอตอนกวาดล้างเขตรกร้างมาก่อน
ความทรงจำของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเจ้าเหนือหัวคนหนึ่ง ย่อมครอบคลุมสารพัดสิ่งและแฝงความลับไม่สิ้นสุด!
จู้หว่านมีความรู้สึกว่า บางทีความลับที่ลู่หยูรู้อยู่ตอนนี้ อาจมากกว่าเธอไปไกลแล้ว
ลู่หยูพูดว่า “สิ่งที่ได้รับจากซากโบราณ เดิมทีควรมีส่วนของเธอด้วย”
จู้หว่านพูดอย่างจริงจังว่า “การผ่านด่านซากโบราณ นายเป็นคนออกแรงทั้งหมด แถมนายยังช่วยชีวิตฉันไว้ด้วย อีกอย่าง ผู้อาวุโสถูชิงก็ยอมรับแค่นาย ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่แตะต้องความทรงจำของผู้อาวุโสถูชิงเด็ดขาด”
เธอมีหลักยึดของตัวเอง
ลู่หยูยิ้ม แล้วพูดว่า “ไม่ว่ายังไง ฉันก็ติดค้างน้ำใจเธอครั้งหนึ่ง”
จู้หว่านไม่พูดอะไรมากกว่านั้น
……………