- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 148 สังหารมังกรยักษ์ กลืนกินโลหิตอายุขัย!
บทที่ 148 สังหารมังกรยักษ์ กลืนกินโลหิตอายุขัย!
บทที่ 148 สังหารมังกรยักษ์ กลืนกินโลหิตอายุขัย!
บทที่ 148 สังหารมังกรยักษ์ กลืนกินโลหิตอายุขัย!
พญามังกรทองเอ่ยข่มขู่เฉินฉางอัน
มันหาได้เห็นเขาอยู่ในสายตาไม่
ไออสูรอันน่าหวาดหวั่นพวยพุ่งออกมา ประดุจขุนเขาที่มองไม่เห็นกดทับลงบนร่างของเฉินฉางอัน หมายจะสยบเขาให้หมอบราบกราบนิ่ง!
ทว่าเฉินฉางอันกลับยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิมโดยไม่ไหวติง กลิ่นอายอสูรที่พญามังกรทองแผ่ออกมานั้นไม่อาจคุกคามเขาได้แม้แต่น้อย
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า พญามังกรทองพลันเกิดความระแวงสงสัยในใจ
มนุษย์ผู้นี้ดูผิวเผินช่างธรรมดายิ่งนัก ทั้งยังอ่อนแอเหลือทน แต่เหตุใดเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายอสูรของมัน สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนสีเลยแม้แต่นิด?
และที่สำคัญที่สุดก็คือ
พญามังกรทองไม่อาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งใด ๆ จากร่างของเฉินฉางอันได้เลย มันช่างดูอ่อนแอเหลือเกิน!
เฉินฉางอันหมุนวนหยดโลหิตอายุขัยห้าสีในมือเล่น พลางปรายตามองไปยังพญามังกรทอง
"งูตัวหนึ่ง ถึงกับกล้าข่มขู่ข้าเชียวรึ?"
นัยน์ตาทั้งสองของพญามังกรทองหดเกร็ง ก่อนจะคำรามด้วยความโกรธา
"ข้าคือมังกรทองแห่งเผ่ามังกรฟ้า หาใช่งูสามัญไม่!"
มันโกรธจัดที่เขาเอาตนเองไปเปรียบกับงูชั้นต่ำพวกนั้น จึงฟาดหางเข้าใส่เฉินฉางอันอย่างรุนแรง!
หมายจะสั่งสอนมนุษย์ผู้นี้ให้หลาบจำ!
พร้อมกับอาศัยโอกาสนี้หยั่งเชิงความตื้นลึกหนาบางของเฉินฉางอันไปในตัว
เมื่อเผชิญกับการจู่โจมของพญามังกรทอง
เฉินฉางอันยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ
เขาเพียงยกนิ้วขึ้นแล้วดีดออกไปเบา ๆ
พลันบังเกิดแสงสุกสกาวอันน่าสยดสยองพุ่งออกจากปลายนิ้ว
โฮก——
พญามังกรทองแผดร้องด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
มันพบว่าบนหางมังกรของตน มีรูโลหิตฉกรรจ์ที่เลือดสาดกระจายเพิ่มขึ้นมาหนึ่งแห่ง!
"เจ้ามนุษย์ เจ้าหาที่ตายเองนะ!"
การกระทำของเฉินฉางอันได้จุดโทสะของพญามังกรทองให้ลุกโชนถึงขีดสุด มันคำรามก้องแล้วพุ่งเข้าสังหารเฉินฉางอันทันที
เฉินฉางอันแค่นเสียงหึคำหนึ่ง
เสียงแค่นนั้นประดุจเสียงกลองสวรรค์ที่ถูกตีรัว ก้องกังวาลดั่งอัสนีบาตฟาดลงมากลางฟ้าดิน!
ภายใต้เสียงแค่นนี้ พญามังกรทองรู้สึกเพียงว่าจิตวิญญาณสั่นสะท้าน ทะเลห้วงสำนึกแทบจะระเบิดออก ความปวดร้าวแล่นพล่านจนหัวแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ!
"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่?!"
พญามังกรทองร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด มันอ้าปากกว้างหมายจะพ่นเพลิงพิษเข้าใส่เฉินฉางอัน
แววตาของเฉินฉางอันเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
ลำแสงอันเฉียบคมพุ่งออกจากเนตรของเขา
แสงจากดวงตานั้นประดุจประกายกระบี่ที่คมกล้าที่สุดในใต้หล้าตวัดผ่านไป
พญามังกรทองเห็นเพียงแสงนั้นวาบผ่านหน้าไปเพียงพริบตา ความรู้สึกถึงความตายที่ทำให้ขนพองสยองเกล้าพลันจู่โจม
ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไร ลำแสงนั้นก็พาดผ่านศีรษะของมันไปเสียแล้ว
ร่างของพญามังกรทองหยุดชะงักแข็งค้างอยู่กับที่ ไม่ปริปากเอ่ยคำใดออกมาอีก
ณ ยอดเขาจิตวิญญาณ ชิงซีและซู่เสวี่ย สองสตรีต่างมองดูด้วยความสงสัยยิ่ง
"ท่านพี่ เหตุใดเจ้านั่นถึงไม่ขยับเลยล่ะ?"
ซู่เสวี่ยส่ายหน้า
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ทว่าสิ้นคำพูด กลับปรากฏเส้นโลหิตบาง ๆ ขึ้นที่กลางศีรษะของพญามังกรทอง
จากนั้น
ศีรษะและลำตัวของพญามังกรทองก็แยกออกจากกัน
กลายเป็นซากศพที่เย็นชืดไร้วิญญาณ
ทั้งชิงซีและซู่เสวี่ยต่างพากันสะดุ้งโหยง
"ท่านพี่... พญามังกรทองตัวนั้นตายแล้วหรือ???"
ซู่เสวี่ยเองก็นิ่งค้างไปด้วยความตกตะลึง
"ข้าเองก็มิทราบได้"
ชิงซีมองไปยังเฉินฉางอันที่ยืนอยู่อย่างสงบ แววตาของนางเปี่ยมล้นด้วยความเทิดทูน
"พญามังกรทองตัวนี้เป็นคนจากเผ่ามังกรฟ้าที่ส่งมาจับพวกเรา พลังของมันแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกคุณชายสังหารเพียงชั่วพริบตา ท่านช่างเก่งกาจเหลือเกิน ข้าชื่นชมท่านยิ่งนัก"
"ท่านพี่ ท่านว่าหากพวกเราติดตามคุณชาย คอยเกาะแข้งเกาะขาเขาไว้ พวกเราก็ไม่ต้องกลัวว่าเผ่ามังกรฟ้าจะมาจับตัวพวกเราไปแล้วใช่หรือไม่?"
ซู่เสวี่ยส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ
"น้องสาวผู้งมงาย แม้คุณชายท่านนี้จะแข็งแกร่ง แต่เผ่ามังกรฟ้าก็หาได้อ่อนแอไม่ อีกทั้งคุณชายยังมีตัวคนเดียว เพียงลำพังเขาคนเดียวจะไปต่อกรกับทั้งเผ่ามังกรฟ้าได้อย่างไรกัน?"
ซู่เสวี่ยหาได้เชื่อเช่นนั้นไม่
ชิงซีเมื่อได้ยินคำพูดของซู่เสวี่ย ก็คอตกอย่างผิดหวัง
"ท่านพี่พูดก็มีเหตุผล"
"แต่ว่านะท่านพี่ ตอนนี้เขาสังหารพญามังกรทองไปแล้ว มิเท่ากับเป็นการล่วงเกินเผ่ามังกรฟ้าไปแล้วหรือ ท่านว่าเผ่ามังกรฟ้าจะมาหาเรื่องเขาไหม?"
ซู่เสวี่ยพยักหน้า
"มังกรทองตัวนั้นมีสถานะไม่ธรรมดาในเผ่ามังกรฟ้า เมื่อต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคุณชาย เเผ่ามังกรฟ้าไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่"
"ทว่าพวกเราก็ไม่อาจช่วยอะไรเขาได้มากนัก ทำได้เพียงแค่เตือนให้เขาระวังตัวไว้เสียหน่อย ยังดีที่เผ่ามังกรฟ้าตั้งอยู่ในแคว้นอสูร ส่วนที่นี่คือแคว้นเหอโจวซึ่งห่างไกลจากแคว้นอสูรยิ่งนัก การที่เผ่ามังกรฟ้าจะข้ามผ่านดินแดนหลายแคว้นมาเพื่อหาเรื่องคุณชายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากเฉินฉางอันสังหารพญามังกรทองแล้ว เขาก็กลับเข้าไปยังใจกลางภูเขา
ในยามนี้ค่ายกลโลหิตอายุขัยได้สลายไปแล้ว และพลังงานบริสุทธิ์ทั่วทั้งยอดเขาจิตวิญญาณก็ได้ถูกกลั่นกรองจนกลายเป็นหยดโลหิตอายุขัยห้าสีหยดนั้น
ยอดเขาจิตวิญญาณทั้งลูกจึงสูญสิ้นความศักดิ์สิทธิ์ไป อีกไม่นานมันคงจะกลายเป็นเพียงภูเขาธรรมดา ๆ ลูกหนึ่ง
"ตอนนี้มาลองดูกันว่า โลหิตอายุขัยห้าสีหยดนี้จะช่วยเพิ่มอายุขัยให้ข้าได้สักกี่ปี?"
จากนั้น เฉินฉางอันก็กลืนหยดโลหิตอายุขัยห้าสีลงไปในคำเดียว
[ระบบแจ้งเตือน: โฮสต์ได้รับประทานโลหิตอายุขัยห้าสีหนึ่งหยด อายุขัย +20 อายุขัยปัจจุบันคือ 215 ปี]
ในไม่ช้า เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว
โลหิตอายุขัยห้าสีหนึ่งหยด เพิ่มอายุขัยให้เฉินฉางอันถึง 20 ปี
ไม่ยาวนานนักแต่ก็ไม่สั้นจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม โลหิตอายุขัยหยดนี้ถูกกลั่นกรองขึ้นมาจากเทพวิชาโลหิตอายุขัยที่สมบูรณ์ โดยมีแก่นแท้แห่งฟ้าดินเป็นแหล่งกำเนิด หลังจากรับประทานเข้าไปแล้วจึงไม่มีผลกระทบหรือผลข้างเคียงใด ๆ ต่อร่างกายเลย!
"เพิ่มอายุขัยได้ยี่สิบปี ก็นับว่าไม่เลว"
เฉินฉางอันพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยถามซู่ซานที่อยู่ด้านข้าง
"ยอดเขาจิตวิญญาณเช่นที่พวกเราอยู่นี้ พบเจอได้บ่อยหรือไม่?"
ซู่ซานส่ายหน้า
"นายท่าน ยอดเขาจิตวิญญาณที่รวบรวมพลังงานบริสุทธิ์มหาศาลเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก ข้าเองก็เพิ่งจะเคยพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น หลัก ๆ เป็นเพราะยอดเขานี้ซ่อนเร้นพลังไว้ภายในจึงยากจะตรวจพบ มิเช่นนั้นคงถูกพวกผู้ฝึกตนแย่งชิงไปนานแล้ว"
ดูเหมือนว่า การที่เฉินฉางอันคิดจะอาศัยยอดเขาจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยพลังงานมหาศาลเหล่านี้มากลั่นโลหิตอายุขัยห้าสี จะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดเอาไว้
เฉินฉางอันกล่าวว่า
"เช่นนั้นหากเจ้ามีเวลา ก็จงคอยสังเกตยอดเขาแบบนี้เอาไว้ ข้ายังต้องการมันอีก"
"ไม่มีปัญหาขอรับนายท่าน"