- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 144 ทัณฑ์สวรรค์ คว้าอัสนีด้วยมือเปล่า!
บทที่ 144 ทัณฑ์สวรรค์ คว้าอัสนีด้วยมือเปล่า!
บทที่ 144 ทัณฑ์สวรรค์ คว้าอัสนีด้วยมือเปล่า!
บทที่ 144 ทัณฑ์สวรรค์ คว้าอัสนีด้วยมือเปล่า!
ซู่เสวี่ยรีบร้อนลากชิงซีออกจากใจกลางขุนเขาอย่างเร่งรีบ
ทว่าเพียงก้าวพ้นออกมาจากถ้ำ
พลังหยาดสุดท้ายของม่านพลังที่ปกคลุมกายชิงซีก็สลายไปจนสิ้น
ครืน... ครืน...
ในชั่วพริบตา
เจตจำนงแห่งมรรคาสวรรค์สัมผัสได้ ท้องนภาที่เคยกระจ่างใสไร้เมฆาพลันปั่นป่วนแปรปรวนในพริบตา
เมฆาอัสนีรวมตัวหนาแน่น สายฟ้าแลบแปลบปลาบส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท!
ใบหน้าหมดจดของชิงซีซีดเผือดไร้สีเลือด
"จบแล้ว จบสิ้นแล้ว พี่สาว ข้า... ข้ากลัวเหลือเกิน"
แววตาของซู่เสวี่ยเคร่งเครียดและหนักใจยิ่ง
"อย่ากลัวไปเลย ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเอง"
ชิงซีขบฟันแน่นจนเกิดเสียง ส่ายหน้ากล่าวด้วยความกังวล
"ไม่ พี่สาว ท่านรีบไปเร็วเข้า!"
"นี่คือทัณฑ์อัสนีแปลงกายของข้า ม่านพลังบนกายท่านยังคงอยู่ และเวลาใกล้จะหมดลงแล้ว ท่านรีบกลับไปยังถ้ำเสียเถิด หากท่านยังอยู่ที่นี่ ก็ไม่อาจต้านทานทัณฑ์อัสนีนี้ได้หรอก!"
ชิงซีมิอาจใจดำลากซู่เสวี่ยมามอดไหม้ไปพร้อมกับนางได้
เปรี้ยง!!!
เสียงอัสนีกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งศิลาแตกพสุธาแยก!
เสียงนั้นกระแทกโสตประสาทของชิงซีและซู่เสวี่ยจนหูอื้ออึง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุมได้
นั่นคือความยำเกรงที่มีต่อทัณฑ์สวรรค์ซึ่งฝังรากลึกอยู่ในสัญชาตญาณของสรรพชีวิต!
ซู่เสวี่ยส่ายหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ชิงเอ๋อร์ ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า หากข้าจากไป ด้วยกำลังของเจ้าเพียงลำพังย่อมมีแต่ความตายรออยู่ มีเพียงข้าอยู่เคียงข้างเผชิญทัณฑ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน จึงจะพอมีโอกาสรอดชีวิต"
ชิงซีส่ายหน้าพัลวัน
"หากเราเผชิญทัณฑ์ด้วยกัน มีโอกาสสูงที่เราจะตายไปพร้อมกัน ข้าไม่อาจยอมให้ท่านมาเดือดร้อนเพราะข้า"
"พี่สาว ท่านรีบไปเถิด ทัณฑ์อัสนีกำลังจะฟาดลงมาแล้ว!"
แต่ซู่เสวี่ยมิได้ปริปากตอบโต้ เพียงยืนหยัดมั่นคงอยู่ข้างกายชิงซี การกระทำนี้บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของนางอย่างชัดเจน
นางไม่มีวันทิ้งน้องสาวคนนี้ไปเด็ดขาด
"จะตายก็ตายด้วยกัน จะรอดก็รอดด้วยกัน!"
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดผ่านห้วงนภา ทะยานลงมาจากสรวงสวรรค์ จู่โจมเข้าใส่ชิงซีอย่างบ้าคลั่ง!
"มาแล้ว"
ซู่เสวี่ยสีหน้าเคร่งขรึม ผนึกกำลังกับชิงซีเพื่อต้านทานอัสนีบาตที่ฟาดลงมา!
ในขณะเดียวกัน
ภายในใจกลางขุนเขา
เฉินฉางอันและซู่ซานก็สังเกตเห็นทัณฑ์อัสนีแปลงกายที่อุบัติขึ้นภายนอกเช่นกัน
ซู่ซานมองทัณฑ์สวรรค์ที่ยิ่งใหญ่อลังการนั้นแล้วรำพึงด้วยความสยดสยอง
"ทัณฑ์สวรรค์ที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก ทำเอาข้าขนหัวลุกไปหมด นี่ขนาดเป็นทัณฑ์อัสนีแปลงกายของสายเลือดปีศาจแท้จริงนะเนี่ย หากข้าต้องแปลงกาย ด้วยความแข็งแกร่งของสายเลือดเซียนอสูรในตัวข้า มิต้องพบกับทัณฑ์สวรรค์ที่สยองขวัญกว่านี้หรือ?"
เฉินฉางอันขมวดคิ้วมุ่น เขาหาได้ให้ความสนใจในตัวทัณฑ์อัสนีแปลงกายนี้เท่าใดนัก
ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ เขาสัมผัสได้ว่าทัณฑ์อัสนีนี้กำลังสูบเอาพลังปราณบริสุทธิ์จากยอดเขาแห่งนี้ไป เพื่อเพิ่มพูนอานุภาพทำลายล้างของตัวมันเอง!
เกรงว่านี่จะเป็นสิ่งที่ซู่เสวี่ยและชิงซีคาดไม่ถึงเช่นกัน
เดิมทีสตรีทั้งสองหวังจะอาศัยพลังบริสุทธิ์จากยอดเขานี้ เพื่อวางค่ายกลผนึกอัสนีขนานใหญ่
ยามนี้ค่ายกลยังมิได้เริ่มวาง ทว่าทัณฑ์สวรรค์กลับสูบพลังจากยอดเขาไปเสียก่อน ทำให้ทัณฑ์อัสนีแปลงกายทวีความน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
ช่างเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองโดยแท้
ด้วยสภาพของสตรีทั้งสองที่เพิ่งเริ่มแปลงกาย เกรงว่าคงมีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น!
อย่างไรก็ตาม หากกล่าวตามหลักเหตุผลแล้ว เป็นเฉินฉางอันเองที่เข้ามาครอบครองยอดเขาแห่งนี้ จนทำให้แผนการของซู่เสวี่ยและชิงซีต้องล่มสลาย ไม่อาจวางค่ายกลผนึกอัสนีได้ตามที่หวัง
นับว่าเฉินฉางอันเองก็มีส่วนผิดอยู่บ้าง
ดังนั้น ข้อเสนอที่จะช่วยทั้งคู่ผ่านทัณฑ์อัสนีก่อนหน้านี้ จึงถือเป็นเรื่องที่สมควรทำ
ทว่า
ซู่เสวี่ยและชิงซีกลับมิเชื่อว่าเขามีความสามารถเพียงพอ
เฉินฉางอันย่อมไม่คิดจะเอาหน้าไปแนบก้นเย็น ๆ หรือร้องขอเพื่อช่วยนางผ่านทัณฑ์อัสนีด้วยตัวเองแน่!
ทว่ายามนี้ ทัณฑ์อัสนีกลับสูบกินพลังงานบริสุทธิ์จากยอดเขาไป เช่นนี้แล้ว เฉินฉางอันจะกลั่นโลหิตอายุขัยผ่านค่ายกลโลหิตอายุขัยได้อย่างไร
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เฉินฉางอันปรารถนาจะให้เกิดขึ้นเลยสักนิด
"ออกไปดูเสียหน่อย"
กล่าวจบ เฉินฉางอันก็พาซู่ซานเดินออกจากใจกลางเขามาสู่โลกภายนอก
ภาพที่ปรากฏคือสายฟ้าฟาดกระหน่ำ พายุฝนคลั่งกระโชกแรง เสียงอัสนีบาตกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก!
เฉินฉางอันเงยหน้ามองขึ้นไปยังเบื้องบน
เห็นซู่เสวี่ยและชิงซีกำลังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางทะเลอัสนีบนสรวงสวรรค์ ทั้งสองพยายามเค้นพลังทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานทัณฑ์สวรรค์
แต่ความน่าสะพรึงของทัณฑ์สวรรค์ มีหรือที่พวกนางจะต้านทานได้โดยง่าย เพียงมองปราดเดียวก็เห็นว่าทั้งสองเต็มไปด้วยบาดแผลและอ่อนแรงจนถึงขีดสุด
ซู่ซานกล่าวพึมพำ
"นายท่าน พวกนางช่างน่าเวทนานัก จะถูกทัณฑ์อัสนีฟาดจนดับสูญไปจริง ๆ หรือขอรับ?"
เฉินฉางอันกล่าวเสียงเรียบ
"ทัณฑ์สวรรค์กำลังสูบพลังจากยอดเขา ย่อมต้องน่ากลัวกว่าทัณฑ์แปลงกายทั่วไปหลายเท่า เดิมทีพวกนางก็อ่อนแออยู่แล้ว ย่อมต้านทานไม่ไหวเป็นธรรมดา"
กล่าวจบ
เฉินฉางอันก็สะบัดมือเบา ๆ ใช้พลังวัตรไร้เทียมทานออกมา
ในชั่วพริบตา เขาก็ตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างทัณฑ์อัสนีและยอดเขาได้สำเร็จ
เขาจะปล่อยให้ทัณฑ์อัสนีนี้สูบพลังบริสุทธิ์จากขุนเขาไปตามใจชอบไม่ได้
เพราะเขายังต้องใช้พลังนั้นกลั่นโลหิตอายุขัย!
ทว่า การกระทำของเฉินฉางอันประหนึ่งการท้าทายอำนาจแห่งมรรคาสวรรค์ จนทำให้เจตจำนงแห่งฟ้าดินพิโรธ
ครืนนนน!!!
ในชั่วพริบตา สายฟ้าหลายสิบเส้นก็ฟาดลงมาจากนภา พุ่งตรงเข้าหาเฉินฉางอันอย่างเหี้ยมเกรียมหมายเอาชีวิต!
ฝ่ายซู่เสวี่ยและชิงซีที่กำลังดิ้นรนต้านทานทัณฑ์สวรรค์อยู่ก็สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ ทั้งสองตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
มิทราบว่าเหตุใดทัณฑ์อัสนีถึงเปลี่ยนทิศทางไปจู่โจมหนุ่มน้อยชาวมนุษย์ผู้นั้นอย่างกะทันหัน
ทว่าเมื่อพลังจู่โจมกึ่งหนึ่งของทัณฑ์สวรรค์หันไปทางเฉินฉางอัน ความกดดันของสตรีทั้งสองก็ทุเลาลงทันที ทำให้พอมีโอกาสได้พักหายใจเฮือกใหญ่
ทว่าในยามนี้
ทั้งสองกลับเริ่มกังวลถึงความปลอดภัยของเฉินฉางอันขึ้นมาแทน
นี่คือทัณฑ์อัสนีแปลงกายที่มีอานุภาพทำลายล้างมหาศาล แม้เฉินฉางอันจะดูเก่งกาจ แต่ก็มิอาจรู้ได้ว่าจะต้านทานอานุภาพแห่งฟ้าดินนี้ได้หรือไม่
อย่าได้ถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดจนดับสูญไปเพียงในการปะทะครั้งแรกเลยนะ?
ซู่ซานเห็นสายฟ้าฟาดตรงมายังเฉินฉางอันที่อยู่ข้างกายก็เกิดความหวาดกลัวจนลนลาน รีบมุดไปหลบด้านหลังของเฉินฉางอันทันที
เฉินฉางอันเพียงแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง
"ดูท่ามรรคาสวรรค์จะโอหังมิจำกัด ข้าเพียงตัดขาดความเชื่อมโยงกับยอดเขา กลับกล้าจู่โจมข้าเชียวหรือ?"
กล่าวจบ
เฉินฉางอันก็ยื่นมือออกไปคว้าในอากาศ
สายฟ้าทำลายล้างหลายสิบเส้นนั้นกลับถูกเฉินฉางอันคว้าเอาไว้ด้วยมือเปล่า! เสียงเปรี้ยงปร้างดังสนั่นพร้อมคลื่นพลังมหาศาลที่แผ่ออกมา จนทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบสั่นสะเทือนแตกสลายเป็นระลอก!
เมื่อได้เห็นเฉินฉางอันคว้าอัสนีด้วยมือเปล่าต่อหน้าต่อตา ซู่เสวี่ยและชิงซีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด!
พวกนางเห็นอะไรกันแน่???
หนุ่มน้อยชาวมนุษย์ผู้นั้นคว้าสายฟ้าเอาไว้ด้วยมือเปล่าได้จริง ๆ หรือ???
สวรรค์ช่วย!!!
นี่คือเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ???
ไม่ใช่ภาพหลอน หรือข้าตาฝาดไปใช่ไหม???
ชิงซีรีบขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อดูว่าตนเองมิได้ฝันไป!
ทว่าหลังจากขยี้ตาแล้ว ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ยังคงเป็นเช่นเดิม!
มิหนำซ้ำ เฉินฉางอันยังบีบอัดสายฟ้าหลายสิบเส้นในมือนั้นให้กลายเป็นลูกกลม ๆ ราวกับลูกแก้วอัสนี
ชิงซีสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"ที่แท้เขา... เขาเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
ส่วนซู่เสวี่ยที่อยู่ข้างกายมีสีหน้าซับซ้อนและไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
"คว้าอัสนีด้วยมือเปล่า ปั้นสายฟ้าให้กลายเป็นก้อนกลม... เขาแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่?"