- หน้าแรก
- ยอดนักสืบเดลิเวอรี่เปิดคดีแรกด้วยไก่ทอด
- บทที่ 21 ปิ้งย่าง
บทที่ 21 ปิ้งย่าง
บทที่ 21 ปิ้งย่าง
บทที่ 21 ปิ้งย่าง
โจวหว่านชิงมองเย่เซวียนด้วยความประหลาดใจ "เป็นไรเดอร์มีทักษะแบบนี้ด้วยเหรอ"
เย่เซวียนยืดอกขึ้นและพูดอย่างภูมิใจ "ก็ไม่เท่าไหร่หรอก พอดีพวกคนร้ายมันโง่เกินไปน่ะ"
หลินเฉิงเฟิงรู้สึกทะแม่งๆ กับคำพูดของเย่เซวียน แต่ก็บอกไม่ถูกว่ามันแปลกตรงไหน
"ในเมื่อพวกคุณรู้จักกันก็คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟมาให้" พูดจบ โจวหว่านชิงก็หันกลับไปจัดการงานของตัวเอง
เย่เซวียนมองหลินเฉิงเฟิงพลางเอ่ยถาม "คุณมาทำอะไรที่นี่"
หลินเฉิงเฟิงพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า "ฉันเพิ่งได้รับแจ้งเมื่อเช้านี้ เดี๋ยวคุณไปที่สถานีตำรวจกับฉันหน่อยนะ ผู้กำกับอยากพบคุณน่ะ"
เย่เซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้ารับ "เอาสิ วันนี้ผมก็ไม่มีธุระอะไรอยู่แล้ว"
"วันนี้ไม่ไปส่งอาหารเหรอ"
เย่เซวียนตอบอย่างจนใจ "รถผมถูกขโมยไปไง ลืมแล้วเหรอ ผมยังไม่ได้ซื้อคันใหม่เลย"
จากนั้น เย่เซวียนก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามต่อว่า "เหล่าหลิน แล้วเงินรางวัลจากทางกรมจะออกเมื่อไหร่ล่ะ"
"ช็อตเงินอีกแล้วเหรอ"
"แหงสิ ซื้อรถใหม่ปุ๊บผมก็หมดตัวพอดี เอาเป็นว่าว่างๆ ผมไปฝากท้องกินข้าวเย็นบ้านคุณได้ไหมล่ะ"
หลินเฉิงเฟิงกลอกตาใส่ ก่อนจะเหลือบมองไปทางโจวหว่านชิง แล้วลดเสียงถาม "คุณกับหว่านชิงมีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่"
เย่เซวียนมองหลินเฉิงเฟิงด้วยสายตาแปลกๆ แล้วตอบ "ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมเหรอ"
"จริงเหรอ" หลินเฉิงเฟิงมองเย่เซวียนอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
"ผมมาส่งอาหารให้เถ้าแก่โจวบ่อยๆ นานวันเข้าก็เลยรู้จักกันน่ะสิ คุณคิดไปถึงไหนเนี่ย" เย่เซวียนกลอกตาพร้อมกับตอบ
ขณะที่หลินเฉิงเฟิงกำลังจะอ้าปากพูด โจวหว่านชิงก็ยกกาแฟสองแก้วมาวางตรงหน้าพวกเขาพอดี
"กาแฟได้แล้วค่ะ!"
เย่เซวียนรีบยกแก้วขึ้นมาจิบอย่างกระตือรือร้น
"อืมมม~ ไม่เลวเลย ฝีมือเถ้าแก่โจวพัฒนาขึ้นนะเนี่ย"
โจวหว่านชิงยิ้มรับ "ขอบคุณค่ะ! ถ้าชอบก็แวะมาบ่อยๆ นะคะ!"
เมื่อหลินเฉิงเฟิงได้ยินดังนั้นก็ถลึงตาใส่เย่เซวียนทันที ไอ้คนประจบสอพลอ!
โจวหว่านชิงหันไปมองหลินเฉิงเฟิงพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พี่คะ วันนี้มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า"
หลินเฉิงเฟิงส่ายหน้าแล้วตอบ "เปล่าหรอก พี่แค่แวะมาหาตอนพักเที่ยงน่ะ แล้วเราล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง"
โจวหว่านชิงยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้า "ฉันสบายดีค่ะ ไม่ต้องห่วง พี่กับคุณพ่อเองก็เหมือนกัน อย่าหักโหมงานให้มันมากนักนะ ต้องรู้จักแบ่งเวลาพักผ่อนบ้าง มีเวลาก็ออกไปเที่ยวดูวิวทิวทัศน์ซะบ้าง"
หลินเฉิงเฟิงไหวไหล่แล้วตอบ "ตั้งแต่เธอย้ายออกจากบ้านพักตำรวจ พี่ก็ไม่เคยเห็นคุณลุงพักเลย บางทีก็ยุ่งจนลืมกินข้าว พี่นี่แหละที่เป็นคนเอาข้าวไปให้"
พอได้ยินแบบนั้น โจวหว่านชิงก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาทันที "แล้วทำไมพี่ไม่ดุพ่อบ้างล่ะ!"
หลินเฉิงเฟิงตอบอย่างจนใจ "เราก็รู้อารมณ์คุณลุงดีนี่ พี่จะกล้าไปดุเขาได้ยังไง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่เราแล้วล่ะ"
โจวหว่านชิงทำปากยื่นพลางบ่นอุบ "ตาแก่นี่ดื้ออีกแล้ว คืนนี้ฉันจะกลับไปดูซิว่าจะจัดการเขายังไงดี!"
"อ้อ จริงสิพี่ วันก่อนคุณย่าบอกให้ฉันหาแฟนให้พี่สักคน พี่ว่ายังไง"
หลินเฉิงเฟิงแทบจะพ่นกาแฟที่เพิ่งจิบเข้าไปออกมา
ขณะเดียวกัน เย่เซวียนก็มองหลินเฉิงเฟิงด้วยสายตาล้อเลียน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นสไตล์ขาเผือก
หลินเฉิงเฟิงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ๆๆ ตอนนี้พี่ยังไม่มีเวลาไปคิดเรื่องพวกนั้นหรอก เพิ่งจะย้ายมาทำงานที่เมืองชวน งานการก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เรื่องแฟนเอาไว้ก่อนเถอะ"
เย่เซวียนพูดแซวขึ้นมา "เหล่าหลิน ผมว่าคุณหลานซินหนิงคนก่อนหน้านี้ก็ใช้ได้เลยนะ ถึงขนาดขับมาเซราติเอาป้ายประกาศเกียรติคุณมาให้คุณด้วย ฉากนั้นนี่แบบ... ทั้งรวยทั้งสวย คู่ควรกับคุณสุดๆ"
"หลานซินหนิง ใครเหรอคะ" โจวหว่านชิงถามด้วยความอยากรู้
"ก็คนที่..."
เย่เซวียนยังพูดไม่ทันจบ หลินเฉิงเฟิงก็พุ่งเข้ามาตะครุบปิดปากเขาไว้แน่น พร้อมกับถลึงตาดุใส่
หลินเฉิงเฟิงหันไปมองโจวหว่านชิงแล้วรีบอธิบาย "พี่ไม่รู้จักหรอก อย่าไปฟังเขาพูดเพ้อเจ้อเลย"
โจวหว่านชิงมองท่าทีแปลกประหลาดของทั้งสองคนแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เธอเหลือบมองเวลาแล้วพูดว่า "ถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินกันไหมคะ"
เย่เซวียนรีบตอบรับทันที "ดีเลยๆ! ไปกินปิ้งย่างกันเถอะ แถวนี้มีอยู่ร้านนึง หิวจะแย่อยู่แล้ว!"
ดวงตาของโจวหว่านชิงเป็นประกาย เธอพยักหน้ารับ "ตกลงค่ะ!"
ทั้งสองคนหันไปมองหลินเฉิงเฟิงด้วยแววตาคาดหวัง
หลินเฉิงเฟิงพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ "ไปสิ"
โจวหว่านชิงเก็บกวาดข้าวของเล็กน้อย ให้อาหารซีซี แล้วล็อกประตูร้าน ก่อนจะออกไปพร้อมกับชายหนุ่มทั้งสอง
หลินเฉิงเฟิงเป็นคนขับรถ โดยมีเย่เซวียนคอยบอกทางจนมาถึงร้านปิ้งย่างที่มีชื่อว่า เซิ่งซื่อ·ป๋ายหลานบาร์บีคิว
เขาจอดรถไว้ที่หน้าร้าน จากนั้นก็เดินตามทั้งสองคนเข้าไปด้านใน
พนักงานเสิร์ฟรีบเข้ามาต้อนรับทันที
"สวัสดีครับ มากันกี่ท่านครับ"
"สามคนค่ะ"
"ได้ครับ เชิญทางนี้เลย!" พนักงานเสิร์ฟนำทั้งสามคนไปยังโต๊ะสี่เหลี่ยมตรงมุมร้าน
เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อย พนักงานก็หยิบเมนูกับปากกามาให้
"นี่เมนูของทางร้านครับ ถ้าต้องการสั่งเมนูไหนสามารถติ๊กในช่องว่างข้างชื่ออาหารได้เลยครับ"
โจวหว่านชิงรับเมนูมาแล้วเอ่ยขอบคุณ
"พวกคุณอยากกินอะไรกันบ้างคะ"
หลินเฉิงเฟิงส่ายหน้า "พี่กินอะไรก็ได้ เราสั่งเลย"
เย่เซวียนรีบขยับเข้าไปใกล้โจวหว่านชิง จ้องเขม็งไปที่เมนูจนใบหน้าของทั้งสองห่างกันแค่คืบ
หลินเฉิงเฟิงสังเกตเห็นว่าเย่เซวียนแทบจะสิงร่างโจวหว่านชิงอยู่แล้ว จึงรีบยื่นมือไปดึงเสื้อเย่เซวียนให้ร่นกลับมาใกล้ฝั่งตน เพื่อให้ออกห่างจากโจวหว่านชิงสักหน่อย
แต่เย่เซวียนกลับดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านกับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของหลินเฉิงเฟิง สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เมนูอาหาร
หลังจากสั่งอาหารเสร็จ พนักงานก็ทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว
เย่เซวียนมองดูอาหารที่เรียงรายอยู่เต็มโต๊ะแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"กินกันเถอะ กินเลยๆ!"
เย่เซวียนรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูสามชั้นทั้งจานเทลงไปบนเตาย่างทันที
ไม่นาน เสียงไขมันที่กำลังถูกย่างก็ดังฉ่าขึ้นบนเตา
ดวงตาของเย่เซวียนจับจ้องไปที่เนื้อย่างไม่วางตาพร้อมกับลอบกลืนน้ำลายไม่หยุด
พอเนื้อสุกได้ที่ เย่เซวียนก็ใช้ที่คีบคีบชิ้นหนึ่งไปวางไว้ในชามของโจวหว่านชิง
โจวหว่านชิงรีบเอ่ยขอบคุณ "ขอบคุณค่ะ!"
"ไม่เป็นไร เลดี้เฟิสต์ไง"
จากนั้นเย่เซวียนก็คีบเนื้ออีกชิ้นใส่ลงในชามของหลินเฉิงเฟิง
หลินเฉิงเฟิงมองเย่เซวียนอย่างประหลาดใจ
ทำไมวันนี้ถึงมาแปลก ดูมีมารยาทจัง
ขณะที่หลินเฉิงเฟิงกำลังจะอ้าปากขอบคุณ เย่เซวียนก็พูดขัดขึ้นมาว่า "เสี่ยหลิน ขอบคุณที่เป็นเจ้ามือนะครับ!"
หลินเฉิงเฟิง "..."
โจวหว่านชิงต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก กลั้นขำไว้แทบไม่อยู่
หลังจากกินไปได้สักพัก เย่เซวียนก็เอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก จู่ๆ หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของใครบางคนเข้า
คนคนนั้นนั่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของพวกเขานัก และท่าทางที่มีพิรุธนั้นก็ดึงดูดความสนใจของเย่เซวียน
เย่เซวียนหันไปมองและเห็นชายคนหนึ่งกำลังนั่งหลังค่อม คอเสื้อยืดสีเทาของเขาเสียดสีกับโต๊ะ ดูเหมือนกำลังจงใจซ่อนพฤติกรรมบางอย่าง
สิ่งที่ทำให้เย่เซวียนแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ มือซ้ายของชายคนนั้นทำท่าวางพาดไว้ใต้โต๊ะอย่างแนบเนียน แต่ในมือกำลังถือโทรศัพท์มือถืออยู่ และเห็นได้ชัดว่าเขาจงใจหันเลนส์กล้องไปทางหญิงสาวชุดเดรสสีขาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เย่เซวียนหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเรียกหลินเฉิงเฟิง "เหล่าหลิน"
หลินเฉิงเฟิงเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัยพลางถาม "มีอะไรเหรอ"
เย่เซวียนไม่ได้ตอบ แต่กลับพยักพเยิดหน้าไปทางชายคนนั้น เป็นสัญญาณให้หลินเฉิงเฟิงหันไปมอง