เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ของว่าง

บทที่ 1 ของว่าง

บทที่ 1 ของว่าง


บทที่ 1 ของว่าง

ประเทศหลง เมืองชวน

แสงยามเช้ายังคงสลัว ทว่าท้องถนนกลับคึกคักจอแจแล้ว

ยานพาหนะแล่นผ่านทางม้าลาย ผู้คนบนท้องถนนต่างเร่งรีบเดินขวักไขว่ บ้างมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า บ้างก็มีสีหน้าไร้ชีวิตชีวา

"เหล่าวัง วิ่งไปได้กี่ออเดอร์แล้วเนี่ย?"

คนที่เอ่ยปากถามคือชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเย่เซวียน

เขาสวมชุดลำลองสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กของเหม่ยถวน ผมม้าด้านหน้าแสกออกเล็กน้อย ท่าทางดูเฉื่อยชาและเกียจคร้านสุดๆ

เหล่าวังพิงอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง เมื่อได้ยินเสียงของเย่เซวียน เขาก็ปรายตาขึ้นมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตามเดิมแล้วตอบเนิบๆ "หกออเดอร์แล้ว"

"โห หกออเดอร์แล้วยังไม่รีบอีกเหรอ ยังมีหน้ามาไถคลิปสั้นดูสบายใจเฉิบอยู่อีก?" เย่เซวียนเอ่ยแซว

"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกคิดจะทำอะไร ไม่ต้องมาหลอกกันให้ยาก ถ้าเดือนก่อนยางรถฉันไม่แตกจนส่งของพลาดไปหลายงานล่ะก็ ตำแหน่งราชาออเดอร์ไม่มีทางตกเป็นของแกหรอก ขอบอกไว้เลยนะว่าเดือนนี้ฉันตั้งใจจะคว้าตำแหน่งราชาออเดอร์มาให้ได้ ไอ้หนุ่มอย่างแกน่ะหลบไปหาที่เย็นๆ พักผ่อนไป๊!"

เหล่าวังทำหน้ารำคาญพร้อมกับโบกมือไล่เย่เซวียน เป็นเชิงบอกให้เลิกกวนใจเขาได้แล้ว

เย่เซวียนเดินเข้าไปหาเหล่าวังแล้วชะโงกหน้ามองโทรศัพท์ของอีกฝ่าย

ในจังหวะนั้น เหล่าวังกำลังจ้องโทรศัพท์ตาเป็นมัน มุมปากกระตุกยิ้มขณะถูกดึงดูดด้วยบั้นท้ายที่ส่ายไปมาของหญิงสาวทรงเสน่ห์บนหน้าจอ

สตรีมเมอร์สาวคนนั้นสวมชุดเดรสรัดรูปสีม่วงกับรองเท้าส้นสูงสีดำ วาดลวดลายเต้นรำอย่างพลิ้วไหว สายตาของเธอยั่วยวนและเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูด

"โอ้โห หุ่นโคตรแจ่ม!" เย่เซวียนมองสีหน้าหื่นกามของเหล่าวังแล้วก็อดแซวไม่ได้

พอได้ยินแบบนั้น เหล่าวังก็เผลอปาดน้ำลายที่มุมปากแล้วพูดขึ้น "แจ่มใช่ไหมล่ะ? ช่วงนี้ฉันตามดูไลฟ์สดของน้องเสี่ยวโหรวโหรวอยู่ เมื่อคืนเพิ่งจะได้แอดวีแชตเธอไปเองนะเว้ย!"

เย่เซวียนมองหน้าเหล่าวังด้วยสายตาแปลกๆ แล้วถาม "หมดไปเท่าไหร่ล่ะนั่น?"

เหล่าวังกระแอมไอแก้เก้อเมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย "มะ...ไม่ได้เยอะอะไรหรอก แค่รถสปอร์ตคันเดียวเอง"

เย่เซวียนมองทะลุปรุโปร่ง เขาหรี่ตาลงแล้วพูดว่า "ไม่มีทาง บอกมาตามตรงเลยนะ ถ้าไม่บอก ฉันจะโทรเรียกเหล่าอวี๋กับคนอื่นๆ มา ถ้าถึงตอนนั้นแกโดนด่าว่าฮุบกินคนเดียวก็อย่ามาหาว่าฉันไม่รักษาน้ำใจก็แล้วกัน"

พอได้ยินแบบนั้น เหล่าวังก็เริ่มร้อนรนขึ้นมาทันที

ไอ้พวกเวรนั่นยิ่งหิวกระหายกว่าเขาซะอีก

"ไม่ๆๆ! บอกแล้วๆ บอกแล้วโว้ย ก็แค่เปย์คาร์นิวัลเพิ่มไปอีกอันแค่นั้นเอง"

เย่เซวียนกลอกตาด้วยความระอา ก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง บิดกุญแจแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์

"เหล่าวัง ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ระวังจะเสียทั้งเงินทั้งคน ถึงตอนนั้นจะไปร้องไห้หาใครล่ะ?" พูดจบ เย่เซวียนก็บิดคันเร่งขับออกไป

เหล่าวังรีบตะโกนไล่หลัง "เฮ้ยๆๆ แกจะไปไหนน่ะ! อย่าเอาไปบอกใครเชียวนะเว้ย!"

เย่เซวียนตะโกนตอบกลับมา "ไปส่งของ!"

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าวังถึงค่อยโล่งอก แล้วหันกลับไปไถคลิปเต้นของเสี่ยวโหรวโหรวต่อ

...

10:50 น.

เย่เซวียนขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงหมู่บ้านซินเฉิง

"ส่งออเดอร์นี้เสร็จก็ไปหาข้าวเที่ยงกินดีกว่า สบายจัง~"

เย่เซวียนขี่รถมาถึงหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน ก่อนจะตะโกนเข้าไปในป้อมยาม "ลุงรปภ.คร้าบ รบกวนเปิดประตูให้หน่อยได้ไหมครับ!"

ลุงรปภ.ได้ยินก็โบกมืออย่างรำคาญแล้วตะโกนตอบ "คนส่งอาหารห้ามเข้าไปในหมู่บ้านเด็ดขาด"

เย่เซวียนไหล่ลู่คอตกทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น

"เจริญล่ะ ไม่ให้เข้าอีกแล้ว"

เย่เซวียนทำอะไรไม่ได้ จึงต้องจอดรถไว้ข้างๆ แล้วหยิบโทรศัพท์จากแท่นยึดหน้ารถขึ้นมากดโทรหาลูกค้า

เสียงรอสายดังขึ้น: ฉันไม่กลัว ไม่กลัวที่เห็นแมลงสาบ~ เส้นประสาทฉันแข็งแกร่ง ไม่กลัว ไม่กลัว ไม่กลัว~

ขณะที่เย่เซวียนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลงอันไพเราะ ปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็ว

"ฮัลโหลครับ ส่งอาหารครับ ตอนนี้ผมอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ทางหมู่บ้านของคุณลูกค้าไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป รบกวนลงมารับของหน่อยได้ไหมครับ?"

ทันทีที่เย่เซวียนพูดจบ เสียงตวาดทุ้มต่ำของผู้ชายก็ดังสวนมาจากในโทรศัพท์

"เป็นไปได้ยังไง! ทุกทีที่ฉันสั่งอาหารเขาก็เอาขึ้นมาส่งกันได้ทั้งนั้น ทำไมแกถึงทำไม่ได้ฮะ?"

เย่เซวียนถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยิน เขารีบอธิบาย "พี่ชายครับ ผมมาส่งของที่หมู่บ้านนี้ออกจะบ่อย เขาไม่เคยให้เข้าไปเลยนะ! ประตูก็ปิดอยู่ ลุงรปภ.ก็ไม่ยอมปล่อยให้ผมเข้าไปด้วยเนี่ย!"

"เหอะ ฉันไม่สนหรอก ถ้าฉันลงไปเอาเองได้ง่ายๆ แล้วฉันจะสั่งเดลิเวอรี่มาทำไม? แกไปหาวิธีเอาเข้ามาให้ได้ก็แล้วกัน ต่อให้ต้องคลานเข้ามาก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นฉันจะรีวิวแย่ๆ ให้แกแน่!" พูดจบ ลูกค้าก็ชิงวางสายไปเสียดื้อๆ

เย่เซวียนรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีจนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว

"ซวยชะมัด ได้ค่าส่งแค่สี่หยวนแปดเหมา รู้งี้ไม่รับออเดอร์นี้ซะก็ดี!"

หลังจากบ่นอุบอิบไปยกหนึ่ง เย่เซวียนก็มองซ้ายมองขวา พอเห็นว่ามีคนกำลังจะเดินออกจากหมู่บ้าน เขาก็รีบคว้าถุงอาหารแล้วอาศัยจังหวะนั้นมุดตัวแทรกผ่านประตูทางออกเข้าไป

เย่เซวียนมองไปทางป้อมยามอย่างหวั่นๆ เมื่อเห็นว่าลุงรปภ.ไม่ได้สังเกตเห็นตน เขาก็ระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

"ฉันนี่มันฉลาดจริงๆ แฮะ หลายครั้งก่อนถึงกับต้องปีนกำแพงเข้ามา ครั้งนี้เดินผ่านประตูใหญ่เข้ามาได้ชิลๆ เลย!"

"ฉันไม่กลัว ไม่กลัวที่เห็นแมลงสาบ~"

เย่เซวียนฮัมเพลงไปพลาง เดินตามที่อยู่ที่แสดงบนโทรศัพท์ไปพลาง จนมาถึงตึก 6 ยูนิต 2

"ชั้น 12 สูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน โชคดีที่มีลิฟต์"

เย่เซวียนเดินเข้าไปด้านใน ทว่าพอเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ถึงกับใบ้รับประทานไปทันที

"ลิฟต์เสีย! บ้าเอ๊ย!"

"มิน่าล่ะถึงลงมาไม่ได้ ไอ้เวรเอ๊ย!!!"

ในวินาทีนั้น เย่เซวียนรู้สึกอยากจะบ้าตาย

เขาจำใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาลูกค้าอีกครั้ง

"ฮัลโหล ถึงแล้วเรอะ?" ลูกค้าถามขึ้น

"เอ่อ... พี่ชายครับ ลิฟต์ตึกพี่มันเสียอ่ะ ผมเดินขึ้นบันได 12 ชั้นไม่ไหวหรอกนะ!"

ลูกค้าโมโหเดือดปุดขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะตวาดลั่น "แกเดินไม่ไหวแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันฮะ? ขอเตือนไว้เลยนะว่าตอนนี้ฉันหิวมาก ถ้าแกไม่รีบเอาข้าวขึ้นมาส่งล่ะก็ ฉันจะร้องเรียนแกเดี๋ยวนี้แหละ!"

"พี่ชาย ผมก็ปีนขึ้นไปสูงขนาดนั้นเพื่อพี่ไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหละ! เอาอย่างนี้ไหม พี่เดินลงมาสักสองสามชั้น เดี๋ยวผมเดินเอาขึ้นไปส่งให้ แบบนี้โอเคไหม?"

"ไม่มีทาง! ถ้าฉันลงไปได้แล้วจะสั่งเดลิเวอรี่มาทำไม? รีบไสหัวขึ้นมาเลยนะ ถ้าแกทำไม่ได้ก็เตรียมจ่ายค่าชดเชยแล้วก็รอรับการร้องเรียนได้เลย!"

หลังจากลูกค้าพูดจบ เย่เซวียนก็ได้ยินเสียงสายตัดไปอันคุ้นเคยอีกครั้ง

คราวนี้เย่เซวียนชักจะเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว เขาสบถด่าในใจ "ไอ้บัดซบ อยากรอก็รอไปเถอะ ถึงเวลาพักกินข้าวเที่ยงพอดี"

เย่เซวียนเดินเข้าไปในปล่องบันไดหนีไฟ แล้ววางถุงอาหารลงบนขั้นบันได

"พี่ชายคนนี้นี่ใช้ชีวิตไม่เป็นเอาซะเลย กินไก่ทอดแต่ไม่สั่งโค้ก แถมยังไม่ใช่รสน้ำผึ้งมัสตาร์ดอีก แบบนี้มันเสียชาติเกิดไก่ทอดชัดๆ"

ปากก็บ่นไป แต่สองมือของเย่เซวียนกลับแกะกล่องอาหารออกอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว

เขาสวมถุงมือพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หยิบน่องไก่ขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วเริ่มกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย

"อื้ม~ กรอบกร๊วบเลย!"

"น่องไก่นี่โคตรกรอบ! แล้วเนื้อไก่ไม่มีกระดูกพวกนี้ก็นุ่มสุดๆ!"

ขณะที่เขากินไปได้ครึ่งทาง โทรศัพท์ของเย่เซวียนก็ดังขึ้นกะทันหัน

เย่เซวียนกดรับสายโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ แล้วเสียงคำรามอันคุ้นเคยก็ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์อีกครั้ง

"เฮ้ย! มัวมุดหัวอยู่ไหนฮะ! ฉันรอแกอยู่หน้าประตูตั้งนานสองนานแล้ว ยังไม่เห็นเงาหัวแกเลย!"

เย่เซวียนเคี้ยวไก่ตุ้ยๆ พลางตอบอู้อี้ "อ้อ อาหารของคุณลูกค้า ใกล้จะถึงแล้วครับ ใกล้จะถึงแล้ว รออีกนิดนะครับ! อื้ม~ อร่อย กรอบสุดๆ~"

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงลั่น "ไอ้เวรตะไล! นี่แกกำลังทำอะไรวะฮะ!"

เย่เซวียนยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วตอบกลับ "เอาล่ะๆ ไรเดอร์ของคุณลูกค้ากำลังยุ่งอยู่นะครับ เขากำลังจัดการอาหารของคุณอยู่ ขอบคุณมากคร้าบ!"

"ไอ้บัดซบ! ไอ้คนส่งของสวะ แกคอยดูเถอะ! ฉันจะลงไปหาแกเดี๋ยวนี้แหละ! ถ้าฉันไม่ได้อัดแกจนเละล่ะก็ ฉันยอมเรียกแกเป็นพ่อเลยเอ้า!"

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็วก็ดังลอดมาจากโทรศัพท์

เย่เซวียนได้ยินดังนั้นก็ตะโกนกลับไป "ค่อยๆ เดินนะคร้าบ ไม่ต้องรีบ ระวังหกล้มตกลงมาล่ะ ผมขอตัวก่อนนะ!" พูดจบ เย่เซวียนก็ชิงกดวางสายทันที

"สะใจโว้ย!"

เย่เซวียนลูบท้องตัวเองด้วยความอิ่มหนำสำราญ จากนั้นก็รีบเก็บกวาดเศษซากความอร่อยอย่างรวดเร็ว แล้วหิ้วถุงขยะเดินผิวปากออกจากหมู่บ้านไปอย่างสบายอารมณ์

13:30 น.

แสงแดดแผดเผาลงมาบนพื้นดินจนร้อนระอุ แม้แต่อากาศก็ยังอบอ้าว แค่ขยับตัวนิดเดียวเหงื่อก็ไหลไคลย้อยแล้ว

เย่เซวียนนั่งยองๆ อยู่ใต้ต้นไม้ เอามือพัดคลายร้อนให้ตัวเองไม่หยุด ปากก็บ่นอุบ "อากาศบัดซบนี่มันกะจะย่างคนให้สุกเลยหรือไงเนี่ย!"

เย่เซวียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูพร้อมกับพึมพำด้วยความสงสัย "พี่ชายคนเมื่อตอนเที่ยงยังไม่เห็นให้คะแนนแย่ๆ หรือกดร้องเรียนฉันมาเลยแฮะ หรือว่าหมอนั่นจะกลับใจแล้ว?"

พอคิดได้แบบนี้ เย่เซวียนก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกสดชื่นจนความร้อนรอบตัวดูจะบรรเทาลงไปบ้าง

"ได้กินไก่ทอดฟรี โลกนี้ยังมีคนดีๆ อยู่อีกเยอะเลยนะเนี่ย!" พูดจบ เย่เซวียนก็ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์อย่างอารมณ์ดี แล้วขี่ออกไปรับออเดอร์ต่อไป

...

หมู่บ้านซินเฉิง ตึก 6

ในเวลานี้ มีกลุ่มไทยมุงจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่ชั้นล่าง

พวกเขาซุบซิบนินทากันพลางจ้องมองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติงานอยู่หลังแนวกั้นพื้นที่

บ้างก็มีสีหน้าวิตกกังวล บ้างก็ดูอยากรู้อยากเห็น และบางคนก็ยังมีสีหน้างุนงง

"นี่ๆ ได้ข่าวไหม มีคนตายกะทันหันตรงบันไดหนีไฟตึก 6 ด้วยล่ะ!"

จบบทที่ บทที่ 1 ของว่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว