- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 310 ปิดทางตรรกะวิบัติ
บทที่ 310 ปิดทางตรรกะวิบัติ
บทที่ 310 ปิดทางตรรกะวิบัติ
หัวหน้าหวัง ไม่อยากจะทำเรื่องผิดมโนธรรม หล่อนมีความสัมพันธ์อันดีกับเหออวี่จู้ ก็เลยตั้งใจจะช่วยเขาให้พ้นจากสถานการณ์นี้
"นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เหออวี่จู้จะต้องมาคอยช่วยเหลือฉินหวยหรูนะ"
อี้จงไห่ถึงกับไปไม่เป็น แกคิดว่าหัวหน้าหวังก็เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก พอเห็นแกโดนปลดจากตำแหน่งช่างระดับแปด ก็เลยพลิกลิ้นไม่ยอมช่วย
เหออวี่จู้ยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามขึ้นว่า "พวกคุณเอาแต่เรียกร้องให้ผมช่วย ถามจริง ๆ เถอะ พวกคุณอยากให้ผมช่วยอะไรกันแน่"
คำถามของเหออวี่จู้ ทำให้แววตาของอี้จงไห่และฉินหวยหรูเป็นประกายด้วยความหวัง
อี้จงไห่รีบตอบทันที "จู้จื่อ ลุงรู้ว่าแกเป็นคนจิตใจดี หวยหรูเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกให้เติบโตได้หรอก แกก็แค่ช่วยส่งเสียเลี้ยงดูลูก ๆ ของหล่อนให้เติบโตก็พอแล้ว"
ใครได้ยินคำพูดของอี้จงไห่ ก็ต้องตกตะลึงกันทั้งนั้น
แค่ช่วยส่งเสียเลี้ยงดูลูกให้เติบโตงั้นเหรอ! พูดน่ะมันง่าย คิดว่าการเลี้ยงเด็กมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง!
เหออวี่จู้ยังคงยิ้ม "อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง ดูท่าทางฉินหวยหรูคงอยากจะหาผู้ชายมาช่วยเลี้ยงลูกสินะ หัวหน้าหวังครับ เรื่องแบบนี้เป็นงานถนัดของหัวหน้าเลยนี่ครับ หัวหน้าลองดูในเขตเราสิครับ มีชายโสดคนไหนที่พอจะแต่งงานกับฉินหวยหรูได้บ้าง หัวหน้าช่วยเป็นแม่สื่อให้หน่อยสิครับ"
อะไรนะ! จะให้ฉินหวยหรูแต่งงานใหม่เหรอ!
อี้จงไห่หน้าถอดสี ส่วนเจี่ยจางซื่อก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
ถ้าฉินหวยหรูแต่งงานใหม่ หล่อนก็ต้องไม่เอาแม่ผัวที่เป็นภาระอย่างหล่อนไปด้วยแน่ ๆ แล้วหล่อนจะเอาอะไรกินล่ะ ต้องอดตายแน่ ๆ!
เจี่ยจางซื่อพุ่งพรวดออกมา บีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ "อี้จงไห่! ไอ้แก่หนังเหนียว! นี่แกกะจะทำลายครอบครัวฉันให้ย่อยยับเลยใช่ไหม! นังฉินหวยหรู นังจิ้งจอกร่านสวาท! นี่หล่อนกะจะทิ้งป้างเกิงไปหาผัวใหม่ใช่ไหมฮะ!"
หัวหน้าหวังตวาดลั่นด้วยความโมโห "เจี่ยจางซื่อ! ถ้าหล่อนยังไม่หยุดโวยวาย อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ!"
เจี่ยจางซื่อถึงกับหุบปากฉับ แต่ก็ยังแอบพึมพำเบา ๆ "ก็ฉันไม่ได้อยากจะโวยวายนี่นา แต่ถ้าฉินหวยหรูไปแต่งงานใหม่ แล้วครอบครัวฉันจะอยู่ยังไงล่ะ"
อี้จงไห่รีบร้อนรนอธิบาย "พี่สะใภ้ครับ ผมไม่ได้คิดจะให้หวยหรูแต่งงานใหม่เลยนะครับ! หัวหน้าหวังครับ อย่าไปฟังที่จู้จื่อมันพูดเหลวไหลนะครับ"
"ฉันว่าเขาไม่ได้พูดเหลวไหลนะ การช่วยเลี้ยงลูกน่ะ มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อไม่ใช่เหรอ สิ่งที่คุณพูดมา ความหมายมันก็คือแบบนั้นไม่ใช่หรือไง อี้จงไห่ สำนักงานเขตไม่อยากจะเข้ามาก้าวก่ายเรื่องวุ่นวายในลานบ้านพวกคุณหรอกนะ ไม่ใช่ว่าเราจัดการไม่ได้ แต่คุณดูคนอื่นสิ เขายังดิ้นรนหาทางทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวกันได้เลย แล้วทำไมคนในลานบ้านพวกคุณถึงเอาแต่หวังพึ่งคนอื่นฮะ พอเขาไม่ช่วยก็ไปหาว่าเขาผิดอีกงั้นเหรอ"
อี้จงไห่จะกล้ายอมรับได้ยังไง รีบแก้ตัวพัลวันเพื่อปัดข้อกล่าวหา "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย หัวหน้าก็เห็นนี่ครับว่าผมก็คอยดูแลยายเฒ่าหูหนวกมาตลอด ถ้าผมมีปัญญา ผมก็คงไม่ขอร้องให้จู้จื่อมาช่วยหรอกครับ"
"อี้จงไห่ ตอนที่คุณได้เงินเดือนเก้าสิบเก้าหยวน ไม่เห็นคุณจะเคยควักเงินออกมาช่วยฉินหวยหรูเลยนี่นา เอาแต่บังคับให้ผมให้หล่อนยืมเงินอยู่ได้" เหออวี่จู้ฉีกหน้าอี้จงไห่แบบไม่ไว้หน้า
"แก..." อี้จงไห่ชี้หน้าเหออวี่จู้ด้วยความโกรธ
พออี้จงไห่จนตรอก ยายเฒ่าหูหนวกก็โผล่มาช่วยกู้สถานการณ์อีกตามเคย
"เสี่ยวหวัง มาถึงนี่ทำไมไม่แวะไปทักทายฉันบ้างล่ะ"
หัวหน้าหวังจำต้องยิ้มทักทายยายเฒ่าหูหนวกตามมารยาท
ต่อให้ยายเฒ่าหูหนวกไม่ออกหน้า หัวหน้าหวังก็ไม่สามารถลงโทษอะไรอี้จงไห่ได้อยู่ดี อย่างมากก็แค่ตักเตือนไปสองสามประโยค
การปรากฏตัวของยายเฒ่าหูหนวก ก็เป็นอันปิดฉากละครปาหี่ที่สวี่ต้าเม่าอุตส่าห์กำกับมาอย่างดี
แต่เรื่องมันคงไม่จบง่าย ๆ แค่นี้หรอก
"เสี่ยวหวังเอ๊ย ยายก็แก่ปูนนี้แล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยจะดี ก็แค่อยากจะกินของอร่อย ๆ บ้างน่ะ"
หัวหน้าหวังตอบอย่างลำบากใจ "คุณยายคะ เงินสงเคราะห์ที่คุณยายได้รับก็ถือว่าสูงมากแล้วนะคะ ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้วล่ะค่ะ"
ยายเฒ่าหูหนวกปรายตามองเหออวี่จู้แวบหนึ่ง แล้วพูดว่า "หนูเข้าใจผิดแล้ว ยายไม่ได้หมายความแบบนั้น เงินสงเคราะห์ที่ได้มาก็พอใช้จ่ายอยู่หรอก ยายแค่อยากให้หนูช่วยพูดเกลี้ยกล่อมจู้จื่อให้หน่อย ยายรักและเอ็นดูเขาเหมือนหลานแท้ ๆ แต่ช่วงนี้เรามีเรื่องผิดใจกันนิดหน่อย หนูช่วยเป็นกาวใจให้เรากลับมาดีกันเหมือนเดิมได้ไหม"
หัวหน้าหวังมองยายเฒ่าหูหนวกอย่างลำบากใจ หล่อนไม่กล้ารับปากเรื่องนี้หรอก ยายเฒ่าหูหนวกมาอ้อนวอนหล่อนเรื่องนี้ตั้งหลายรอบแล้ว
แต่ก็นะ การจะให้ใครมาคอยดูแล มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย จะไปบังคับกะเกณฑ์กันไม่ได้หรอก ยิ่งเบื้องหลังยายเฒ่าหูหนวกยังมีภาระพ่วงมาเป็นพรวน ไม่ใช่แค่อี้จงไห่สองผัวเมีย แต่ยังรวมถึงครอบครัวฉินหวยหรูอีกห้าชีวิตด้วย
เป็นใคร ใครก็ไม่อยากจะมานั่งหลังขดหลังแข็งเลี้ยงดูคนที่ไม่ใช่ญาติโกโหติกาตั้งหลายชีวิตหรอก
เหออวี่จู้กลัวว่าหัวหน้าหวังจะลำบากใจ แล้วเผลอพูดอะไรคลุมเครือออกไป ขืนเปิดช่องให้พวกอี้จงไห่แม้แต่นิดเดียว พวกมันก็พร้อมจะเอาคำพูดของหัวหน้าหวังไปบิดเบือน ปั้นน้ำเป็นตัวได้ทันที กว่าจะตามแก้ข่าวได้ ก็คงวุ่นวายพิลึก
"หัวหน้าหวังครับ หัวหน้าไม่ได้ยินเหรอครับ ว่ายายเฒ่ากำลังบ่นว่าอี้จงไห่ดูแลแกไม่ดี แถมยังทำร้ายจิตใจแกอีก แกถึงได้ไม่อยากให้อี้จงไห่ดูแลไงครับ ส่วนผมก็เป็นแค่หนุ่มโสด ไม่เหมาะจะมาคอยดูแลยายเฒ่าหรอกครับ สำนักงานเขตช่วยติดต่อบ้านพักคนชรา แล้วส่งแกไปอยู่ที่นั่นดีไหมครับ"
อี้จงไห่กับยายเฒ่าหูหนวกหน้าถอดสีทันที จ้องมองเหออวี่จู้ด้วยสายตาอาฆาตแค้น
ทำไมยายเฒ่าหูหนวกถึงต้องปกป้องอี้จงไห่สุดชีวิตล่ะ ก็เพราะแกอยากจะมีชีวิตบั้นปลายที่สุขสบายไงล่ะ การอยู่บ้านพักคนชรามันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอก ไม่มีใครกล้าตัดงบอาหารการกินหรอก แต่จะไปเทียบกับชีวิตในลานสี่ประสานได้ยังไง อยู่ที่บ้านพักคนชราก็มีแต่คนแก่เหมือนกัน แกก็เป็นแค่ยายแก่ธรรมดาคนนึง
แต่ถ้าอยู่ในลานสี่ประสาน แกคือ 'คุณย่าทวด' ที่ทุกคนต้องเกรงใจ ไม่มีใครกล้าขัดใจ มีของดี ๆ ก็ต้องเอามาประเคนให้ ส่วนเงินสงเคราะห์ก็เก็บหอมรอมริบไว้เป็นเงินเก็บสบาย ๆ
ตอนนี้ชื่อเสียงของอี้จงไห่ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี สิ่งเดียวที่พอจะรักษาหน้าแกไว้ได้ ก็คือภาพลักษณ์ลูกกตัญญูที่คอยดูแลยายเฒ่าหูหนวกนี่แหละ แถมเงินเก็บกับบ้านของยายเฒ่าหูหนวก ก็เป็นสิ่งที่แกหมายปองอยู่ด้วย
ถ้ายายเฒ่าหูหนวกโดนส่งไปอยู่บ้านพักคนชราเมื่อไหร่ สิ่งที่แกทุ่มเทมาทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา!
"เสี่ยวหวัง ยายไม่ได้หมายความแบบนั้น จงไห่เขาดูแลยายดีมาก ยายชินกับการอยู่ที่นี่แล้ว ยายก็อยู่ได้อีกไม่กี่ปี ไม่อยากย้ายไปไหนมาไหนให้วุ่นวายหรอก"
อี้จงไห่รีบสมทบ "หัวหน้าหวังครับ ผมกับยายเฒ่าหูหนวก ถึงไม่ใช่แม่ลูกสายเลือดเดียวกัน แต่ก็ผูกพันกันยิ่งกว่าแม่ลูกอีกนะครับ ผมรักและเคารพแกเหมือนแม่แท้ ๆ ไม่มีทางรังเกียจแกเด็ดขาด เงินเก็บที่บ้านเราอาจจะหมดไปแล้ว แต่รับรองเลยครับว่า พอเงินเดือนออกเดือนหน้า ความเป็นอยู่ของเราจะดีขึ้นแน่นอนครับ"
ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ หัวหน้าหวังก็ไม่อยากจะไปบีบคั้นให้ยายเฒ่าหูหนวกต้องไปอยู่บ้านพักคนชรา ก็เลยเลือกที่จะประนีประนอม
"คุณยายคะ ถ้ามีใครรังแกคุณยาย คุณยายต้องรีบบอกฉันเลยนะคะ ส่วนอี้จงไห่ ตอนนั้นคุณเป็นคนอาสารับผิดชอบดูแลคุณยายเองนะ ถ้าคุณเปลี่ยนใจ สำนักงานเขตก็ไม่เอาผิดคุณหรอก แต่คุณต้องมาแจ้งเราให้ชัดเจน ห้ามไปแอบกลั่นแกล้งคุณยายลับหลังเด็ดขาด!"
อี้จงไห่กับยายเฒ่าหูหนวกพยักหน้ารับคำเป็นพัลวัน
"ส่วนเรื่องที่จะให้จู้จื่อมาดูแลคุณยายเนี่ย ถึงเขาจะมีเงินเดือนเยอะ แต่เขาก็ยังเป็นหนุ่มโสด ต้องทำงานทำการ คงไม่มีเวลามาดูแลคุณยายหรอกค่ะ ต่อให้เขาเต็มใจ สำนักงานเขตก็ไม่เห็นด้วยหรอกค่ะ ส่วนเรื่องเพื่อนบ้านช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทางเราสนับสนุนให้ทำนะคะ แต่ก็ต้องเป็นไปตามความสมัครใจ จะไปบังคับกะเกณฑ์กันไม่ได้หรอกค่ะ"
เหออวี่จู้รู้สึกซาบซึ้งใจมาก คำพูดของหัวหน้าหวังมันก็ถูกต้องที่สุดแล้ว แต่ในยุคสมัยนี้ การพูดอะไรแบบนี้ก็อาจจะนำพาความเดือดร้อนมาให้ได้เหมือนกัน
คำพูดของหัวหน้าหวังเปรียบเสมือนการปิดประตูตาย ไม่ให้อี้จงไห่ใช้ตรรกะวิบัติมาบังคับเพื่อนบ้านได้อีก ซึ่งเป็นผลดีกับเหออวี่จู้ที่สุด
และก็เป็นผลดีกับชาวลานสี่ประสานคนอื่น ๆ ด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่เป้าหมายหลักที่อี้จงไห่เล็งไว้ก็ตาม ส่วนใหญ่ก็ทำตัวทองไม่รู้ร้อนไปวัน ๆ
การที่หัวหน้าหวังกล้าพูดปกป้องเขาขนาดนี้ เหออวี่จู้ก็ซาบซึ้งในน้ำใจหล่อนจริง ๆ
(จบบท)