- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 280 ยังไม่เลิกคิดล้มเลิก
บทที่ 280 ยังไม่เลิกคิดล้มเลิก
บทที่ 280 ยังไม่เลิกคิดล้มเลิก
อี้จงไห่มโนภาพไปเองเป็นตุเป็นตะ ว่าฉินหวยหรูคงอยากจะมาเยี่ยมแกใจจะขาด แต่ติดที่ไม่มีเงิน ก็เลยต้องจำใจตัดใจไป
พอมโนจบ ความแค้นที่มีต่อเหออวี่จู้ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีกขั้น
ขนาดเด็กตัวกะเปี๊ยกอย่างป้างเกิงยังคิดถึงแก แต่อุตส่าห์เลี้ยงดูอุ้มชูเหออวี่จู้มาจนโตป่านนี้ กลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน แล้งน้ำใจสิ้นดี
อี้จงไห่แค่นเสียงเย็นในลำคอ แล้วเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้าน ฉินหวยหรูก็รีบจ้ำอ้าวตามไปติด ๆ ทิ้งให้หลิวไห่จงกับสวี่ต้าเม่ายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางสายลม
หลิวไห่จงเองก็เดือดปุด ๆ ไม่แพ้กัน ตำแหน่งหัวหน้าก็กระเด็น เงินเก็บก็เกลี้ยงบัญชี
ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น หลิวไห่จงเลยรีบจ้ำอ้าวกลับบ้าน กะจะไประบายอารมณ์ด้วยการเตะก้นลูกชายสักสองสามทีให้หายหงุดหงิด
ส่วนสวี่ต้าเม่าน่ะเหรอ เดินคอตกเงียบกริบมาตลอดทาง ความจริงในใจเขาก็เจ็บปวดไม่แพ้อี้จงไห่หรอก
ตำแหน่งนักฉายหนังดี ๆ ก็ปลิวหาย แถมต้องโดนลดขั้นไปเป็นแค่เด็กฝึกงานในแผนกช่าง งานกรรมกรแบบนี้ เขาจะไปทนทำได้ยังไง
พอเหยียนปู้กุ้ยเห็นอี้จงไห่เดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาในลานบ้าน ก็รีบผลุบเข้าบ้าน ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาทันที นาทีนี้อยู่ห่าง ๆ ไว้เป็นดีที่สุด
ป้าสามทำท่าจะอ้าปากถาม เหยียนปู้กุ้ยก็รีบเอามือตะครุบปากไว้ กระซิบเบา ๆ ว่าอี้จงไห่กลับมาแล้ว
ป้าสามพยักหน้าหงึก ๆ เป็นอันรู้กัน เหยียนปู้กุ้ยถึงยอมปล่อยมือ
พออี้จงไห่เดินมาถึงลานกลาง เห็นประตูบ้านตัวเองคล้องกุญแจอยู่ แถมแกก็ไม่ใช่คนชอบพกกุญแจติดตัว ก็เลยบันดาลโทสะ เตะประตูเข้าอย่างจัง จนกระจกหน้าต่างแตกกระจายไปหลายบาน
เจี่ยจางซื่อแอบมองลอดหน้าต่างออกมา เห็นเข้าก็รีบดึงป้างเกิงหลบ ไม่กล้าโผล่หัวออกไปให้เห็น
อี้จงไห่เห็นกระจกหน้าต่างบ้านตัวเองแตก ก็แอบเสียดาย รีบหมุนตัวเดินไปลานหลัง ระหว่างทางก็เหลือบมองประตูบ้านเหออวี่จู้แวบหนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านไป
ใจจริงแกอยากจะเตะประตูบ้านเหออวี่จู้ให้พังพินาศเพื่อระบายแค้นใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าทำ ช่วงนี้แกต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่กล้าไปแหยมกับเหออวี่จู้เด็ดขาด
ในใจแกเชื่อสนิทว่า เหออวี่จู้ต้องหาทางเล่นงานแกอีกแน่
ถ้าเหออวี่จู้มารู้ความคิดนี้เข้า คงขำกลิ้ง คิดว่าหลบหน้าไปสองสามวันแล้วเรื่องมันจะซาเหรอ โลกสวยไปมั้ง
ตอนนี้อี้จงไห่หมดตัวแล้ว เหออวี่จู้ก็แค่รอดูความบรรลัยที่จะตามมาก็พอ ทั้งยายเฒ่าหูหนวก ทั้งฉินหวยหรู ล้วนแต่เป็นตัวผลาญเงินชั้นยอดทั้งนั้น ความวิบัติที่แท้จริงน่ะ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก!
พอเดินไปถึงบ้านยายเฒ่าหูหนวก อี้จงไห่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ให้มิด
"ยายเฒ่า ฉันกลับมาแล้วครับ"
ยายเฒ่าหูหนวกน้ำตาคลอเบ้า คว้ามืออี้จงไห่มากุมไว้แน่น ปากก็พร่ำบอกไม่หยุด
"กลับมาก็ดีแล้วลูก กลับมาก็ดีแล้ว"
ป้าใหญ่เห็นหน้าสามี ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาปอย ๆ
อี้จงไห่เองก็สุดจะกลั้น ซบหน้าลงกับตักยายเฒ่าหูหนวก ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร
หลังจากปล่อยให้อี้จงไห่ร้องไห้ระบายความอัดอั้นจนพอใจ ยายเฒ่าหูหนวกก็เริ่มเล่าเรื่องที่วิ่งเต้นช่วยแกออกมาให้ฟัง
"จงไห่ แกเห็นหรือยังล่ะ ว่าบ้านที่ไม่มีผู้ชายเป็นหัวหน้าครอบครัวน่ะ มันลำบากแค่ไหน ถ้าชุ่ยหลานไม่ไหวตัวทัน ไปขอให้กวงเทียนกับกวงฝูช่วยวิ่งเต้นให้ ป่านนี้แกก็คงไม่ได้ออกมาหรอก คราวนี้รอดมาได้แล้ว ก็เลิกไปยุ่งเกี่ยวกับนังฉินหวยหรูซะทีนะ รีบหาทางกลับไปคืนดีกับจู้จื่อซะ นั่นแหละเรื่องสำคัญที่สุด"
แต่อี้จงไห่กลับรีบออกรับแทนฉินหวยหรูทันที
"ยายเฒ่าครับ หวยหรูเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว หล่อนเป็นแค่ม่ายสาวตัวคนเดียว แค่กล้าบากหน้าไปขอร้องหัวหน้าหลี่ให้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว พอได้ยินหัวหน้าหลี่เรียกเงินหกพันหยวน หล่อนก็หน้ามืดตามัวรีบตกลงทันที เพราะมัวแต่ห่วงความปลอดภัยของผมไงครับ หล่อนจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าหัวหน้าหลี่มันหน้าเลือดโขกสับราคาขนาดนั้น ถ้าเทียบกับหวยหรูแล้ว ไอ้จู้จื่อมันแล้งน้ำใจกว่าเยอะเลยครับ ขนาดป้างเกิงยังเป็นห่วงผมมากกว่ามันเลย"
ยายเฒ่าหูหนวกเงยหน้าสบตาป้าใหญ่ ทั้งคู่ต่างก็แสดงสีหน้าเอือมระอาออกมาอย่างปิดไม่มิด นึกไม่ถึงเลยว่านังฉินหวยหรูจะจมูกไวขนาดนี้ ถึงได้ไปดักรอเป่าหูอี้จงไห่ก่อนใครเพื่อนแบบนี้
"แต่จงไห่ แกอย่าลืมนะว่าตระกูลโหลวหนีไปแล้ว ไม่มีทางกลับมาหรอกนะ ถ้าแกไม่รีบฉวยโอกาสนี้ง้อจู้จื่อ แล้ววันข้างหน้าจะทำยังไงล่ะ จู้จื่อมันเกลียดขี้หน้านังฉินหวยหรูเข้าไส้ ถ้าแกยังดึงดันจะไปคลุกคลีกับหล่อนอีก แกกับจู้จื่อก็คงมองหน้ากันไม่ติดไปตลอดชีวิตแน่"
"นั่นสิ ตาเฒ่า เพื่อช่วยคุณออกมา เงินเก็บที่บ้านเราก็แทบจะไม่เหลือแล้วนะ ถึงเราอยากจะช่วยฉินหวยหรู เราก็ไม่มีปัญญาแล้วล่ะ" ป้าใหญ่พยายามงัดเอาความจริงมาเตือนสติสามี
แต่อี้จงไห่กลับแอบเคืองเมียตัวเองซะงั้น ไม่ยอมรับฟังเหตุผลเลยสักนิด
"ก็เพราะเราไม่มีปัญญาช่วยหล่อนแล้วไง เราถึงต้องยิ่งต้องผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ ตอนนี้หวยหรูกำลังตกที่นั่งลำบาก ถ้าจู้จื่อยื่นมือเข้าไปช่วย หล่อนก็ต้องสำนึกบุญคุณไปตลอดชีวิตแน่ ๆ ถึงตอนนั้น ถ้าจู้จื่อเอ่ยปากขอ หล่อนก็ต้องยอมแต่งงานด้วยอย่างแน่นอน แบบนี้มันก็วิน-วินไม่ใช่เหรอครับ"
พอเห็นท่าทางดี๊ด๊าของอี้จงไห่ ยายเฒ่าหูหนวกก็หมดอารมณ์ทันที ช่วงที่แกไม่อยู่ ป้าใหญ่ต้องคอยปรนนิบัติดูแลยายเฒ่า แถมยังต้องวิ่งวุ่นเรื่องคดีของแกอีก
ส่วนนังฉินหวยหรูน่ะเหรอ หวังแต่จะปอกลอกเงิน ไม่เคยแม้แต่จะแวะมาดูแลยายเฒ่าหูหนวกเลยสักนิด โผล่หัวมาก็แค่ตอนอยากจะให้ช่วยออกหน้าเท่านั้นแหละ
ขืนปล่อยให้เหออวี่จู้แต่งงานกับฉินหวยหรูจริง ยายเฒ่าหูหนวกก็คงมีจุดจบไม่ต่างจากเหออวี่สุ่ย หรืออาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ อย่างน้อยเหออวี่สุ่ยก็ยังแข็งแรง หาของกินประทังชีวิตเองได้
แต่ยายแก่ใกล้ลงโลงอย่างแก จะให้มาทนอดมื้อกินมื้อเหมือนเหออวี่สุ่ยได้ยังไงกัน
"หลายวันมานี้ นังฉินหวยหรูไม่เคยแม้แต่จะรินน้ำให้ฉันกินสักอึก แกคิดว่าถ้าหล่อนแต่งงานไป หล่อนจะยอมมาปรนนิบัติดูแลฉันเหรอ ไอ้จู้จื่อมันเป็นหลานรักของฉัน ถ้ามันจะแต่งเมีย ก็ต้องแต่งกับคนที่พร้อมจะดูแลฉันเท่านั้น!"
อี้จงไห่ขมวดคิ้ว ไม่อยากจะมีเรื่องบาดหมางกับยายเฒ่าหูหนวก
"หวยหรูหล่อนยินดีดูแลยายเฒ่าอยู่แล้วล่ะครับ เพียงแต่เจี่ยจางซื่อไม่ยอม หล่อนก็เลยลำบากใจ ยายเฒ่าก็ต้องเห็นใจความลำบากของหวยหรูบ้างสิครับ ผมเพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องเครียด ๆ กันเลยดีกว่า ชุ่ยหลาน เธอไปตลาดซื้อของอร่อย ๆ มาทำกับข้าวหน่อยสิ ซื้อมาเยอะ ๆ เลยนะ แล้วก็อย่าลืมแบ่งไปให้บ้านหวยหรูด้วยล่ะ"
คราวนี้ป้าใหญ่ปรี๊ดแตกจริง ๆ กล้าขึ้นเสียงเถียงสามีต่อหน้ายายเฒ่าหูหนวกเป็นครั้งแรก
"ตาเฒ่า! บ้านเราไม่มีเงินแล้วนะ แถมคุณยังโดนลดเงินเดือนอีก จะให้ซื้อของอร่อย ๆ มาบำรุงยายเฒ่าน่ะ ฉันไม่ขัดหรอก แต่เรื่องจะให้แบ่งไปประเคนให้บ้านฉินหวยหรูน่ะ ฝันไปเถอะ!"
ถึงยายเฒ่าหูหนวกจะไม่พอใจที่ป้าใหญ่กล้าขึ้นเสียงใส่ลูกบุญธรรมของแก แต่แกก็เลือกที่จะเงียบ เพราะสิ่งที่ป้าใหญ่พูดมันคือความจริง ตอนที่เงินเต็มกระเป๋า จะเอาไปแจกจ่ายให้ใครก็ไม่เดือดร้อน แต่พอเงินร่อยหรอ มันก็ต้องกระเบียดกระเสียรเป็นธรรมดา
ถ้าขืนยายเฒ่าไม่ยอมออกโรงปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ปล่อยให้นังฉินหวยหรูมาแย่งของกินไปหมด วันข้างหน้าแกก็คงต้องทนแทะหมั่นโถวแข็ง ๆ ไปตลอดชีวิตแน่
อี้จงไห่เองก็เสียดายเงิน แต่ก็ยังไม่ยอมล้มเลิกแผนที่จะใช้ฉินหวยหรูเป็นเหยื่อล่อเหออวี่จู้ เพราะมีแต่วิธีนี้เท่านั้น ที่แกจะมั่นใจได้ว่าเหออวี่จู้จะยอมรับหน้าที่ดูแลแกตอนแก่
ถึงยายเฒ่าหูหนวกจะไม่ได้ปริปากพูดอะไร แต่ความเงียบก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
"ยายเฒ่า ชุ่ยหลาน ตอนที่ผมถูกขังอยู่ ผมมีเวลาทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ไอ้จู้จื่อมันเป็นคนใจดำอำมหิต ไม่เคยเห็นแก่ความผูกพันเก่า ๆ เลย ผมอุตส่าห์เลี้ยงดูอุ้มชูพวกมันสองพี่น้องมาเป็นสิบปี แต่มันตอบแทนผมยังไงล่ะ มันเห็นผู้หญิงอย่างโหลวเสี่ยวเอ๋อดีกว่าผม ถึงกับส่งผมเข้าคุกด้วยมือมันเอง ส่วนหวยหรูน่ะ ถึงหล่อนจะมีข้อเสียไปบ้าง แต่หล่อนก็จริงใจกับผม เราจำเป็นต้องมีคนที่ไว้ใจได้ไปคอยประกบติดจู้จื่อไว้ และคน ๆ นั้น ก็ต้องเป็นฉินหวยหรูคนเดียวเท่านั้น ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว"
อี้จงไห่คิดว่าเหตุผลของตัวเองหนักแน่นพอ แต่ก็ยังซื้อใจป้าใหญ่กับยายเฒ่าหูหนวกไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าแกจะพูดจาหว่านล้อมให้ดูดีแค่ไหน แต่การมีอยู่ของฉินหวยหรู มันก็เป็นการเบียดเบียนผลประโยชน์ของพวกหล่อนอย่างเห็นได้ชัด
เว้นเสียแต่ว่า อี้จงไห่จะกล้ารับประกันว่าฉินหวยหรูจะไม่มาสูบเลือดสูบเนื้อพวกหล่อนอีก ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังเลยว่าพวกหล่อนจะยอมญาติดีกับฉินหวยหรู
ส่วนเรื่องจะให้เหออวี่จู้มารับผิดชอบเลี้ยงดูฉินหวยหรูน่ะ เอาไว้ให้เหออวี่จู้ยอมตกปากรับคำก่อนเถอะ ค่อยมาว่ากัน
ตอนนี้ฐานะทางบ้านก็ย่ำแย่ลงไปเยอะ ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดมัธยัสถ์ จะให้มาหลับหูหลับตา ปล่อยให้อี้จงไห่เอาเงินไปปรนเปรอฉินหวยหรูเหมือนเมื่อก่อนน่ะ ไม่มีทางหรอก!
(จบบท)