เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง

บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง

บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง


เพื่อชิงความดีความชอบ หลิวไห่จงพอเลิกงานปุ๊บก็รีบไปดักรอลูกชายทั้งสองคนทันที

หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูกำลังเดินหัวเราะร่ามาตามทาง พอเห็นหลิวไห่จงยืนอยู่ ก็ตกใจจนแทบจะก้าวขาไม่ออก เพราะแถวนี้มีเพื่อนฝูงของพวกเขาอยู่เต็มไปหมด ขืนโดนพ่อเฆี่ยนตีต่อหน้าเพื่อน มีหวังต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินแน่ ๆ

หลิวไห่จงท่องจำขึ้นใจว่าเรื่องตระกูลโหลวห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด พอเห็นลูกชายอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ ไม่ยอมแผลงฤทธิ์ต่อหน้าคนนอก

"กวงเทียน กวงฝู พ่อมีธุระ ตามพ่อมานี่หน่อย"

ถึงหน้าตาหลิวไห่จงจะดูบอกบุญไม่รับ แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือ หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูเลยค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย รีบบอกลาเพื่อน ๆ แล้วเดินตามพ่อไปที่ลับตาคน

หลิวไห่จงกวาดสายตามองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ ก็พยักหน้าอย่างพอใจ "พ่อมีภารกิจจะให้พวกแกทำ คืนนี้ไปหาไอ้ซาจู้ แล้วหลอกถามมันมาให้ได้ ว่าครอบครัวโหลวเสี่ยวเอ๋อจะกลับมาเมื่อไหร่"

สองพี่น้องชะงักไปนิดนึง "พ่อ จะไปอยากรู้เรื่องโหลวเสี่ยวเอ๋อทำไมครับ"

หลิวไห่จงถลึงตาใส่ ขี้เกียจจะอธิบาย "ถามมากทำไมฮะ พวกแกมีหน้าที่หลอกถามวันเวลาที่ครอบครัวนั้นจะกลับมาก็พอ แล้วห้ามให้ไอ้ซาจู้มันรู้ตัวเด็ดขาดนะเว้ย ขืนมันจับพิรุธได้ พ่อจะตีให้ขาหักเลยคอยดู"

สั่งความเสร็จ หลิวไห่จงก็ทำท่าจะปั่นจักรยานจากไป ทิ้งให้ลูกชายสองคนเดินกลับบ้านเอง

หลิวกวงเทียนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก รีบตะโกนเรียก "เดี๋ยวสิครับพ่อ อยู่ดี ๆ จะให้เดินดุ่ม ๆ ไปถามเรื่องนี้ พี่จู้จื่อต้องสงสัยแน่ ๆ เอาไว้รอให้แกเรียกใช้พวกเราคราวหน้า แล้วค่อยเนียน ๆ ถามไม่ได้เหรอครับ"

หลิวกวงฝูเองก็ไม่แน่ใจว่าจะหลอกถามเรื่องโหลวเสี่ยวเอ๋อได้ไหม แถมยังไม่กล้าไปถามด้วย ก็เลยรีบผสมโรง "ใช่ครับพ่อ อยู่ ๆ จะโผล่ไปหาโดยไม่มีเหตุผล พี่จู้จื่อต้องจับพิรุธได้แน่ เกิดแผนการใหญ่ของพ่อพังขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเอานะครับ"

หลิวไห่จงที่ตอนแรกกะจะด่าลูกชาย พอได้ยินหลิวกวงฝูอ้างเรื่องแผนการใหญ่ ก็เริ่มใจเย็นลง แกก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่า ครอบครัวในลานบ้านก็ไม่ค่อยจะลงรอยกับเหออวี่จู้สักเท่าไหร่ ขืนบุ่มบ่ามไปหาก็คงดูมีพิรุธจริง ๆ

"พวกแกก็หาข้ออ้างไปสิ บอกว่าจะไปเลี้ยงเหล้ามันน่ะ พอมันเมาได้ที่ ก็ค่อยตะล่อมถามดู รับรองว่ามันคายความลับออกมาหมดเปลือกแน่ แถมไม่สงสัยพวกแกด้วย"

หลิวไห่จงรู้สึกว่าตัวเองช่างหัวหมอจริง ๆ ที่คิดแผนนี้ออก ก็เลยกะจะชิ่งหนีไปจริง ๆ ซะที

แต่แหม... งานนี้มันทำให้หลิวไห่จงนี่นา หลิวกวงเทียนมีหรือจะยอมควักกระเป๋าตัวเองจ่าย เลยเรียกพ่อไว้อีกรอบ

"พ่อครับ จะไปเลี้ยงเหล้าพี่จู้จื่อทั้งที จะไปมือเปล่าได้ไงล่ะครับ พวกเราไม่มีเงินซื้อของหรอกนะ"

ความอดทนของหลิวไห่จงขาดผึง จอดจักรยานปุ๊บก็ทำท่าง้างมือจะฟาด

หลิวกวงฝูเห็นท่าไม่ดี รีบร้องลั่น "พ่อครับ อย่าเพิ่งตี! ขืนพวกเราหน้าตาปูดบวมไปหาพี่จู้จื่อ แกต้องสงสัยแหง ๆ ถึงตอนนั้นพวกเราก็ไปหลอกถามแกไม่ได้แล้วนะครับ"

มือที่ง้างเตรียมจะฟาดของหลิวไห่จงชะงักค้างกลางอากาศ แกก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน ว่าถ้าตีลูกจนเละเทะ แผนการจะพังไม่เป็นท่า

คิดไปคิดมา หลิวไห่จงก็ยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้

แต่สุดท้าย แกก็ไม่กล้าเสี่ยง เลยยอมลดมือลง ล้วงเงินห้าหยวนออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงพื้น "มีแค่นี้แหละ รับเงินฉันไปแล้ว ถ้าทำงานไม่สำเร็จ ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบยั้งบ้านนี้อีก ฉันไม่ขอมีลูกโง่ ๆ แบบพวกแกหรอก"

ด้วยความกลัวว่าลูกชายจะเรียกร้องขอเงินเพิ่ม หลิวไห่จงก็รีบกระโดดขึ้นจักรยานปั่นหนีไปทันที

หลิวกวงฝูก้มลงเก็บเงินห้าหยวนขึ้นมาส่งให้พี่ชาย "พี่ คืนนี้เราจะซื้ออะไรไปบ้านพี่จู้จื่อดี"

"ไอ้โง่ จะซื้อทำไมให้เสียเงินเปล่า แค่เราเอาข่าวนี้ไปบอกพี่จู้จื่อ แกก็ต้องเลี้ยงข้าวพวกเราอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องควักเงินสักแดง"

หลิวกวงฝูตาเป็นประกาย ยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงหู "ตามก้นพี่จู้จื่อนี่ดีจริง ๆ แฮะ แป๊บเดียวพวกเราก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำขนาดนี้"

หลิวกวงเทียนก็ยิ้มหน้าบานไม่แพ้กัน "แค่นี้มันยังจิ๊บ ๆ อย่าลืมสิว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อน่ะรวยล้นฟ้าขนาดไหน ขอแค่พวกเราทำตัวให้ดี พอหล่อนแต่งงานกับพี่จู้จื่อเมื่อไหร่ หล่อนคงไม่ตระหนี่กับพวกเราหรอกจริงไหม"

สองพี่น้องวาดฝันถึงอนาคตอันสดใส แล้วก็ก้าวเดินกลับลานสี่ประสานอย่างเบิกบานใจ

ระหว่างทาง พวกเขาก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย ใช่แล้ว... ป้างเกิง ลูกชายฉินหวยหรูนั่นเอง

"กวงฝู นั่นป้างเกิงนี่นา ทำไมไปคลุกคลีอยู่กับพวกเด็กเกเรแบบนั้นล่ะ"

หลิวกวงฝูอายุน้อยกว่าพี่ชาย ยังไม่มีงานทำ วัน ๆ ก็ได้แต่เตะฝุ่นอยู่แถวถนน เลยมักจะคุ้นหน้าคุ้นตากับแก๊งของป้างเกิงเป็นอย่างดี

พอพี่ชายถาม หลิวกวงฝูก็รีบเล่าให้ฟัง "เดี๋ยวนี้ป้างเกิงมันรวยแล้วนะพี่ เลี้ยงข้าวพวกนั้นบ่อย ๆ เลยสนิทกันใหญ่ ไอ้อันธพาลพวกนั้นชอบมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้านไปทั่ว ได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกมันไปมีเรื่องชกต่อยที่ตลาดไช่ซื่อโข่ว ซัดคนจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลยนะ"

หลิวกวงเทียนทำตาโตด้วยความประหลาดใจ "เป็นไปได้ไง คนเจ็บหนักขนาดนั้น ทำไมพวกมันยังลอยนวลอยู่ได้ ไม่โดนตำรวจจับไปหรือไงฮะ"

"ก็โดนจับไปแล้วไงพี่ แต่จับแค่พวกหัวโจกไม่กี่คน ส่วนพวกนี้ยังเด็กอยู่ พอจ่ายค่าทำขวัญให้คนเจ็บ เขาก็ยอมความไม่เอาเรื่อง ได้ยินมาว่าป้างเกิงจ่ายค่าทำขวัญไปตั้งห้าสิบหยวนแหนะ เขาถึงยอมปล่อยตัวมา" หลิวกวงฝูกระซิบกระซาบ ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน

"ห้าสิบหยวน! มันไปเอาเงินตั้งเยอะแยะมาจากไหนวะเนี่ย" หลิวกวงเทียนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ขนาดเขาที่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ยังไม่มีปัญญาหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้เลย แล้วป้างเกิงเด็กอายุแค่สิบสามขวบ จะมีเงินตั้งห้าสิบหยวนให้โยนทิ้งเล่นได้ยังไง

หลิวกวงฝูเองก็แอบอิจฉาตาร้อน พูดจาประชดประชันว่า "ก็ใครใช้ให้มันได้ปู่บุญธรรมกระเป๋าหนักล่ะ เงินเดือนลุงใหญ่น่ะมากกว่าพ่อเราซะอีก แถมยังไม่มีลูกมีเต้า เงินของแกลงท้ายก็ต้องเป็นของป้างเกิงอยู่ดีแหละ ลุงใหญ่อาจจะยอมทุ่มสุดตัวเพื่อเอาอกเอาใจป้างเกิงก็ได้นะ"

หลิวกวงเทียนอายุมากกว่า เลยรู้ไส้รู้พุงอี้จงไห่ดีกว่าน้องชาย อี้จงไห่น่ะไม่เห็นจะเป็นคนใจป้ำแบบนั้นเลย

"ไม่มีทางหรอกเว้ย ที่ผ่านมาลุงใหญ่บริจาคเงินช่วยครอบครัวฉินหวยหรู แกยังไม่เคยควักเงินเยอะขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ กินอยู่ก็อด ๆ อยาก ๆ สู้บ้านเรายังไม่ได้เลย แล้วแกจะเอาเงินตั้งมากมายไปปรนเปรอป้างเกิงได้ไง ห้าสิบหยวนนั่นมันเท่ากับเงินเดือนฉันตั้งสองเดือนเลยนะ"

"หรือว่าจะเป็นเงินที่ลุงใหญ่ให้..."

จะให้ในโอกาสอะไร หลิวกวงฝูก็คิดไม่ออกเหมือนกัน เงินเดือนอี้จงไห่แค่เก้าสิบเก้าหยวน แกคงไม่บ้าจี้หั่นครึ่งให้เป็นค่าขนมเด็กหรอกมั้ง

ในเมื่ออี้จงไห่ไม่ได้ให้ หลิวกวงฝูก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างเดียวขึ้นมาได้ เลยกระซิบถามพี่ชาย "หรือว่าป้างเกิงมันจะขโมยเงินลุงใหญ่วะ"

หลิวกวงเทียนเองก็แอบคิดแบบเดียวกัน แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา ขืนพูดไปแล้วอี้จงไห่รู้เข้า แกคงต้องไปเป่าหูหลิวไห่จงให้มาเฆี่ยนตีพวกเขาแน่

"จำไว้นะเว้ย เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด เราไม่มีปัญญาไปงัดข้อกับลุงใหญ่หรอกนะ"

หลิวกวงฝูก็ไม่ได้โง่ รีบพยักหน้ารับคำเป็นพัลวัน ความจริงเขาก็รู้เรื่องความร่ำรวยผิดปกติของป้างเกิงมาตั้งนานแล้ว แต่ก็รูดซิปปากเงียบไม่เคยเอาไปบอกใครเลย

พอใกล้ถึงลานสี่ประสาน หลิวกวงเทียนก็ยืนรออยู่ข้างนอก ปล่อยให้หลิวกวงฝูเข้าไปสอดแนมที่บ้านเหออวี่จู้ก่อน

จังหวะนั้น ฉินหวยหรูกำลังซักผ้าอยู่กลางลานบ้าน พอเห็นหลิวกวงฝูเคาะประตูบ้านเหออวี่จู้แต่ไม่มีใครตอบ แถมยังไม่ได้ผลักประตูเข้าไป ก็เลยตะโกนบอกว่า "ไม่ต้องเคาะแล้ว จู้จื่อยังไม่กลับมาหรอก กวงฝู มีธุระอะไรก็บอกพี่มาได้นะ เดี๋ยวพี่ฝากบอกจู้จื่อให้"

หลิวกวงฝูถึงกับสะดุ้งโหยง พี่ชายอุตส่าห์กำชับนักกำชับหนาว่าห้ามไปตอแยฉินหวยหรู พอไม่เห็นอี้จงไห่โผล่หัวออกมา หลิวกวงฝูก็ตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ เรียกขวัญ แล้วก็วิ่งอ้อมฉินหวยหรูออกไปข้างนอกลานบ้านทันที

อี้จงไห่ได้ยินเสียงฉินหวยหรูคุยกับใครอยู่ข้างนอก ก็เลยตั้งใจจะเดินออกไปดู แต่ช่วงนี้แกกำลังอารมณ์บูด ร่างกายก็ออด ๆ แอด ๆ แถมยังอดหลับอดนอนมาหลายคืนเรี่ยวแรงเลยหดหาย การเคลื่อนไหวก็เชื่องช้าลงไปด้วย

กว่าอี้จงไห่จะเดินออกมาถึง ก็เห็นแค่แผ่นหลังของหลิวกวงฝูไว ๆ พอรู้ว่าเป็นหลิวกวงฝู แกก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เด็กเมื่อวานซืนอย่างหลิวกวงฝู ไม่มีปัญญามารังแกฉินหวยหรูได้หรอก

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร อี้จงไห่ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน แกตั้งใจจะเอาเงินไปให้ป้าใหญ่ เพื่อไปซื้อของมาทำกับข้าวบำรุงร่างกายซะหน่อย

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง

คัดลอกลิงก์แล้ว