- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง
บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง
บทที่ 251 สังคมของป้างเกิง
เพื่อชิงความดีความชอบ หลิวไห่จงพอเลิกงานปุ๊บก็รีบไปดักรอลูกชายทั้งสองคนทันที
หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูกำลังเดินหัวเราะร่ามาตามทาง พอเห็นหลิวไห่จงยืนอยู่ ก็ตกใจจนแทบจะก้าวขาไม่ออก เพราะแถวนี้มีเพื่อนฝูงของพวกเขาอยู่เต็มไปหมด ขืนโดนพ่อเฆี่ยนตีต่อหน้าเพื่อน มีหวังต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินแน่ ๆ
หลิวไห่จงท่องจำขึ้นใจว่าเรื่องตระกูลโหลวห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด พอเห็นลูกชายอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ ไม่ยอมแผลงฤทธิ์ต่อหน้าคนนอก
"กวงเทียน กวงฝู พ่อมีธุระ ตามพ่อมานี่หน่อย"
ถึงหน้าตาหลิวไห่จงจะดูบอกบุญไม่รับ แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือ หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูเลยค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย รีบบอกลาเพื่อน ๆ แล้วเดินตามพ่อไปที่ลับตาคน
หลิวไห่จงกวาดสายตามองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ ก็พยักหน้าอย่างพอใจ "พ่อมีภารกิจจะให้พวกแกทำ คืนนี้ไปหาไอ้ซาจู้ แล้วหลอกถามมันมาให้ได้ ว่าครอบครัวโหลวเสี่ยวเอ๋อจะกลับมาเมื่อไหร่"
สองพี่น้องชะงักไปนิดนึง "พ่อ จะไปอยากรู้เรื่องโหลวเสี่ยวเอ๋อทำไมครับ"
หลิวไห่จงถลึงตาใส่ ขี้เกียจจะอธิบาย "ถามมากทำไมฮะ พวกแกมีหน้าที่หลอกถามวันเวลาที่ครอบครัวนั้นจะกลับมาก็พอ แล้วห้ามให้ไอ้ซาจู้มันรู้ตัวเด็ดขาดนะเว้ย ขืนมันจับพิรุธได้ พ่อจะตีให้ขาหักเลยคอยดู"
สั่งความเสร็จ หลิวไห่จงก็ทำท่าจะปั่นจักรยานจากไป ทิ้งให้ลูกชายสองคนเดินกลับบ้านเอง
หลิวกวงเทียนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก รีบตะโกนเรียก "เดี๋ยวสิครับพ่อ อยู่ดี ๆ จะให้เดินดุ่ม ๆ ไปถามเรื่องนี้ พี่จู้จื่อต้องสงสัยแน่ ๆ เอาไว้รอให้แกเรียกใช้พวกเราคราวหน้า แล้วค่อยเนียน ๆ ถามไม่ได้เหรอครับ"
หลิวกวงฝูเองก็ไม่แน่ใจว่าจะหลอกถามเรื่องโหลวเสี่ยวเอ๋อได้ไหม แถมยังไม่กล้าไปถามด้วย ก็เลยรีบผสมโรง "ใช่ครับพ่อ อยู่ ๆ จะโผล่ไปหาโดยไม่มีเหตุผล พี่จู้จื่อต้องจับพิรุธได้แน่ เกิดแผนการใหญ่ของพ่อพังขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเอานะครับ"
หลิวไห่จงที่ตอนแรกกะจะด่าลูกชาย พอได้ยินหลิวกวงฝูอ้างเรื่องแผนการใหญ่ ก็เริ่มใจเย็นลง แกก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่า ครอบครัวในลานบ้านก็ไม่ค่อยจะลงรอยกับเหออวี่จู้สักเท่าไหร่ ขืนบุ่มบ่ามไปหาก็คงดูมีพิรุธจริง ๆ
"พวกแกก็หาข้ออ้างไปสิ บอกว่าจะไปเลี้ยงเหล้ามันน่ะ พอมันเมาได้ที่ ก็ค่อยตะล่อมถามดู รับรองว่ามันคายความลับออกมาหมดเปลือกแน่ แถมไม่สงสัยพวกแกด้วย"
หลิวไห่จงรู้สึกว่าตัวเองช่างหัวหมอจริง ๆ ที่คิดแผนนี้ออก ก็เลยกะจะชิ่งหนีไปจริง ๆ ซะที
แต่แหม... งานนี้มันทำให้หลิวไห่จงนี่นา หลิวกวงเทียนมีหรือจะยอมควักกระเป๋าตัวเองจ่าย เลยเรียกพ่อไว้อีกรอบ
"พ่อครับ จะไปเลี้ยงเหล้าพี่จู้จื่อทั้งที จะไปมือเปล่าได้ไงล่ะครับ พวกเราไม่มีเงินซื้อของหรอกนะ"
ความอดทนของหลิวไห่จงขาดผึง จอดจักรยานปุ๊บก็ทำท่าง้างมือจะฟาด
หลิวกวงฝูเห็นท่าไม่ดี รีบร้องลั่น "พ่อครับ อย่าเพิ่งตี! ขืนพวกเราหน้าตาปูดบวมไปหาพี่จู้จื่อ แกต้องสงสัยแหง ๆ ถึงตอนนั้นพวกเราก็ไปหลอกถามแกไม่ได้แล้วนะครับ"
มือที่ง้างเตรียมจะฟาดของหลิวไห่จงชะงักค้างกลางอากาศ แกก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน ว่าถ้าตีลูกจนเละเทะ แผนการจะพังไม่เป็นท่า
คิดไปคิดมา หลิวไห่จงก็ยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้
แต่สุดท้าย แกก็ไม่กล้าเสี่ยง เลยยอมลดมือลง ล้วงเงินห้าหยวนออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงพื้น "มีแค่นี้แหละ รับเงินฉันไปแล้ว ถ้าทำงานไม่สำเร็จ ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบยั้งบ้านนี้อีก ฉันไม่ขอมีลูกโง่ ๆ แบบพวกแกหรอก"
ด้วยความกลัวว่าลูกชายจะเรียกร้องขอเงินเพิ่ม หลิวไห่จงก็รีบกระโดดขึ้นจักรยานปั่นหนีไปทันที
หลิวกวงฝูก้มลงเก็บเงินห้าหยวนขึ้นมาส่งให้พี่ชาย "พี่ คืนนี้เราจะซื้ออะไรไปบ้านพี่จู้จื่อดี"
"ไอ้โง่ จะซื้อทำไมให้เสียเงินเปล่า แค่เราเอาข่าวนี้ไปบอกพี่จู้จื่อ แกก็ต้องเลี้ยงข้าวพวกเราอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องควักเงินสักแดง"
หลิวกวงฝูตาเป็นประกาย ยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงหู "ตามก้นพี่จู้จื่อนี่ดีจริง ๆ แฮะ แป๊บเดียวพวกเราก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำขนาดนี้"
หลิวกวงเทียนก็ยิ้มหน้าบานไม่แพ้กัน "แค่นี้มันยังจิ๊บ ๆ อย่าลืมสิว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อน่ะรวยล้นฟ้าขนาดไหน ขอแค่พวกเราทำตัวให้ดี พอหล่อนแต่งงานกับพี่จู้จื่อเมื่อไหร่ หล่อนคงไม่ตระหนี่กับพวกเราหรอกจริงไหม"
สองพี่น้องวาดฝันถึงอนาคตอันสดใส แล้วก็ก้าวเดินกลับลานสี่ประสานอย่างเบิกบานใจ
ระหว่างทาง พวกเขาก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย ใช่แล้ว... ป้างเกิง ลูกชายฉินหวยหรูนั่นเอง
"กวงฝู นั่นป้างเกิงนี่นา ทำไมไปคลุกคลีอยู่กับพวกเด็กเกเรแบบนั้นล่ะ"
หลิวกวงฝูอายุน้อยกว่าพี่ชาย ยังไม่มีงานทำ วัน ๆ ก็ได้แต่เตะฝุ่นอยู่แถวถนน เลยมักจะคุ้นหน้าคุ้นตากับแก๊งของป้างเกิงเป็นอย่างดี
พอพี่ชายถาม หลิวกวงฝูก็รีบเล่าให้ฟัง "เดี๋ยวนี้ป้างเกิงมันรวยแล้วนะพี่ เลี้ยงข้าวพวกนั้นบ่อย ๆ เลยสนิทกันใหญ่ ไอ้อันธพาลพวกนั้นชอบมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้านไปทั่ว ได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกมันไปมีเรื่องชกต่อยที่ตลาดไช่ซื่อโข่ว ซัดคนจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลยนะ"
หลิวกวงเทียนทำตาโตด้วยความประหลาดใจ "เป็นไปได้ไง คนเจ็บหนักขนาดนั้น ทำไมพวกมันยังลอยนวลอยู่ได้ ไม่โดนตำรวจจับไปหรือไงฮะ"
"ก็โดนจับไปแล้วไงพี่ แต่จับแค่พวกหัวโจกไม่กี่คน ส่วนพวกนี้ยังเด็กอยู่ พอจ่ายค่าทำขวัญให้คนเจ็บ เขาก็ยอมความไม่เอาเรื่อง ได้ยินมาว่าป้างเกิงจ่ายค่าทำขวัญไปตั้งห้าสิบหยวนแหนะ เขาถึงยอมปล่อยตัวมา" หลิวกวงฝูกระซิบกระซาบ ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน
"ห้าสิบหยวน! มันไปเอาเงินตั้งเยอะแยะมาจากไหนวะเนี่ย" หลิวกวงเทียนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ขนาดเขาที่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ยังไม่มีปัญญาหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้เลย แล้วป้างเกิงเด็กอายุแค่สิบสามขวบ จะมีเงินตั้งห้าสิบหยวนให้โยนทิ้งเล่นได้ยังไง
หลิวกวงฝูเองก็แอบอิจฉาตาร้อน พูดจาประชดประชันว่า "ก็ใครใช้ให้มันได้ปู่บุญธรรมกระเป๋าหนักล่ะ เงินเดือนลุงใหญ่น่ะมากกว่าพ่อเราซะอีก แถมยังไม่มีลูกมีเต้า เงินของแกลงท้ายก็ต้องเป็นของป้างเกิงอยู่ดีแหละ ลุงใหญ่อาจจะยอมทุ่มสุดตัวเพื่อเอาอกเอาใจป้างเกิงก็ได้นะ"
หลิวกวงเทียนอายุมากกว่า เลยรู้ไส้รู้พุงอี้จงไห่ดีกว่าน้องชาย อี้จงไห่น่ะไม่เห็นจะเป็นคนใจป้ำแบบนั้นเลย
"ไม่มีทางหรอกเว้ย ที่ผ่านมาลุงใหญ่บริจาคเงินช่วยครอบครัวฉินหวยหรู แกยังไม่เคยควักเงินเยอะขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ กินอยู่ก็อด ๆ อยาก ๆ สู้บ้านเรายังไม่ได้เลย แล้วแกจะเอาเงินตั้งมากมายไปปรนเปรอป้างเกิงได้ไง ห้าสิบหยวนนั่นมันเท่ากับเงินเดือนฉันตั้งสองเดือนเลยนะ"
"หรือว่าจะเป็นเงินที่ลุงใหญ่ให้..."
จะให้ในโอกาสอะไร หลิวกวงฝูก็คิดไม่ออกเหมือนกัน เงินเดือนอี้จงไห่แค่เก้าสิบเก้าหยวน แกคงไม่บ้าจี้หั่นครึ่งให้เป็นค่าขนมเด็กหรอกมั้ง
ในเมื่ออี้จงไห่ไม่ได้ให้ หลิวกวงฝูก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างเดียวขึ้นมาได้ เลยกระซิบถามพี่ชาย "หรือว่าป้างเกิงมันจะขโมยเงินลุงใหญ่วะ"
หลิวกวงเทียนเองก็แอบคิดแบบเดียวกัน แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา ขืนพูดไปแล้วอี้จงไห่รู้เข้า แกคงต้องไปเป่าหูหลิวไห่จงให้มาเฆี่ยนตีพวกเขาแน่
"จำไว้นะเว้ย เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด เราไม่มีปัญญาไปงัดข้อกับลุงใหญ่หรอกนะ"
หลิวกวงฝูก็ไม่ได้โง่ รีบพยักหน้ารับคำเป็นพัลวัน ความจริงเขาก็รู้เรื่องความร่ำรวยผิดปกติของป้างเกิงมาตั้งนานแล้ว แต่ก็รูดซิปปากเงียบไม่เคยเอาไปบอกใครเลย
พอใกล้ถึงลานสี่ประสาน หลิวกวงเทียนก็ยืนรออยู่ข้างนอก ปล่อยให้หลิวกวงฝูเข้าไปสอดแนมที่บ้านเหออวี่จู้ก่อน
จังหวะนั้น ฉินหวยหรูกำลังซักผ้าอยู่กลางลานบ้าน พอเห็นหลิวกวงฝูเคาะประตูบ้านเหออวี่จู้แต่ไม่มีใครตอบ แถมยังไม่ได้ผลักประตูเข้าไป ก็เลยตะโกนบอกว่า "ไม่ต้องเคาะแล้ว จู้จื่อยังไม่กลับมาหรอก กวงฝู มีธุระอะไรก็บอกพี่มาได้นะ เดี๋ยวพี่ฝากบอกจู้จื่อให้"
หลิวกวงฝูถึงกับสะดุ้งโหยง พี่ชายอุตส่าห์กำชับนักกำชับหนาว่าห้ามไปตอแยฉินหวยหรู พอไม่เห็นอี้จงไห่โผล่หัวออกมา หลิวกวงฝูก็ตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ เรียกขวัญ แล้วก็วิ่งอ้อมฉินหวยหรูออกไปข้างนอกลานบ้านทันที
อี้จงไห่ได้ยินเสียงฉินหวยหรูคุยกับใครอยู่ข้างนอก ก็เลยตั้งใจจะเดินออกไปดู แต่ช่วงนี้แกกำลังอารมณ์บูด ร่างกายก็ออด ๆ แอด ๆ แถมยังอดหลับอดนอนมาหลายคืนเรี่ยวแรงเลยหดหาย การเคลื่อนไหวก็เชื่องช้าลงไปด้วย
กว่าอี้จงไห่จะเดินออกมาถึง ก็เห็นแค่แผ่นหลังของหลิวกวงฝูไว ๆ พอรู้ว่าเป็นหลิวกวงฝู แกก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เด็กเมื่อวานซืนอย่างหลิวกวงฝู ไม่มีปัญญามารังแกฉินหวยหรูได้หรอก
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร อี้จงไห่ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน แกตั้งใจจะเอาเงินไปให้ป้าใหญ่ เพื่อไปซื้อของมาทำกับข้าวบำรุงร่างกายซะหน่อย
(จบบท)