เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 คำขู่ของอี้จงไห่

บทที่ 230 คำขู่ของอี้จงไห่

บทที่ 230 คำขู่ของอี้จงไห่


ยายเฒ่าหูหนวกพร่ำบอกอี้จงไห่ไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว จนตอนนี้แกก็จนปัญญาไม่รู้จะงัดคำพูดไหนมาเตือนสติเขาดี

"จงไห่ นี่แกตัดสินใจเด็ดขาดแล้วใช่ไหม แกก็รู้นี่ว่าถ้าหลวมตัวไปเกี่ยวดองกับบ้านฉินหวยหรูเมื่อไหร่ แกจะไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้วนะ"

อี้จงไห่รู้ซึ้งถึงผลที่จะตามมาดี แต่ทุกครั้งที่เห็นภาพครอบครัวอื่นหยอกล้อเล่นกับลูกหลานอย่างมีความสุข เขาก็อดอิจฉาตาร้อนไม่ได้

"ยายเฒ่าครับ ผมก็แค่อยากจะมีโมเมนต์ที่มีลูกหลานมาวิ่งเล่นอยู่รอบ ๆ ตัวบ้างก็เท่านั้นเอง บรรยากาศตอนที่พวกเราได้ฉลองปีใหม่ร่วมกับครอบครัวหวยหรูมันช่างอบอุ่นและมีความสุขเหลือเกิน นั่นแหละคือบั้นปลายชีวิตที่ผมใฝ่ฝัน"

คำพูดของอี้จงไห่แทงใจดำยายเฒ่าหูหนวกเข้าอย่างจัง เพราะลึก ๆ แล้ว แกก็ปรารถนาชีวิตแบบนั้นมากกว่าอี้จงไห่เสียอีก

เพียงแต่ว่า แกไม่อยากจะไปข้องแวะกับบ้านเจี่ยก็เท่านั้นเอง

"ถ้าแกอยากมีชีวิตแบบนั้น แล้วไปขัดขวางงานแต่งของจู้จื่อมันทำไมล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะแกคอยเตะสกัดดาวรุ่งอยู่ลับ ๆ ป่านนี้ลูกชายของจู้จื่อคงโตพอจะวิ่งไปซื้อซีอิ๊วได้แล้วมั้ง"

"ทำไมน่ะเหรอครับ ยายเฒ่า ลองคิดดูสิครับ ถ้าจู้จื่อมันแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนอื่นไป ความสุขพวกนั้นมันจะมาตกถึงผมได้ยังไง ยายยังมองเกมไม่ออกอีกเหรอครับ ในเมื่อผมไร้ทายาทสืบสกุล หวยหรูก็เป็นม่ายผัวตาย แล้วจู้จื่อก็เป็นหนุ่มโสดไร้คู่ เราสามคนก็ต้องจับมือกันสิครับ พวกเขาถึงจะซาบซึ้งในบุญคุณของผม และยอมดูแลผมไปจนวาระสุดท้ายของชีวิตไงล่ะครับ"

เมื่ออี้จงไห่งัดเอาปมด้อยเรื่องไม่มีลูกของตัวเองมาอ้าง ยายเฒ่าหูหนวกก็ถึงกับพูดไม่ออก

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ยายเฒ่าหูหนวกก็พูดขึ้นว่า "แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างจู้จื่อกับฉินหวยหรูมันขาดสะบั้นไปแล้วนะ แกจะเอาอะไรมามั่นใจว่าจู้จื่อมันจะยอมเปลี่ยนใจกลับมาหาฉินหวยหรูกัน"

อี้จงไห่ยิ้มกริ่ม "ยายเฒ่าครับ ยายลืมไปแล้วเหรอว่าเรามียายอยู่นะ ยายคือผู้อาวุโสที่ทุกคนในลานสี่ประสานให้ความเคารพเกรงใจ ยายต้องมีวิธีตะล่อมให้จู้จื่อยอมทำตามที่ผมบอก และยอมดูแลผมตอนแก่ได้แน่ ๆ ครับ"

"เพื่อช่วยแก ฉันถึงต้องมาผิดใจกับจู้จื่อแบบนี้ไง แล้วแกคิดว่าฉันจะมีปัญญาไปบังคับอะไรมันได้อีกล่ะ"

"ยายเฒ่าครับ ยายไม่อยากเห็นภาพลูกหลานมาวิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ บ้างเหรอครับ โหลวเสี่ยวเอ๋อน่ะมีลูกไม่ได้ ส่วนจู้จื่อก็ยังไม่มีลูกสืบสกุลเลย แต่หวยหรูหล่อนมีลูกพร้อมแล้วนะ ขอแค่จู้จื่อยอมตกลงปลงใจกับหล่อน ลูก ๆ ของหวยหรูก็จะกลายเป็นลูกของจู้จื่อไปโดยปริยาย แล้วยายก็จะได้เป็นคุณย่าทวดของเด็กพวกนั้นด้วยไงครับ"

"นี่แกไปเชื่อลมปากของสวี่ต้าเม่าได้ยังไงฮะ ฉันจะบอกให้นะ ด้วยประสบการณ์ดูคนมาทั้งชีวิตของฉัน ฉันฟันธงได้เลยว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อต้องมีลูกได้แน่นอน"

"ยายเฒ่าครับ ต่อให้โหลวเสี่ยวเอ๋อจะท้องได้จริง ยายคิดว่าหล่อนจะมีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกเหรอครับ ยายอย่าลืมสิว่าตอนนี้หลิวไห่จงมันกุมอำนาจอะไรอยู่ ครอบครัวโหลวเสี่ยวเอ๋อเป็นพวกนายทุน ยังไงก็หนีไม่รอดหรอกครับ ตราบใดที่ผมยังขวางอยู่ หล่อนก็ไม่มีวันได้แต่งงานกับจู้จื่อเด็ดขาด"

สีหน้าของอี้จงไห่ในเวลานี้ช่างดูเหี้ยมเกรียม เสียจนยายเฒ่าหูหนวกยังไม่กล้าสบตาด้วย

ยายเฒ่าหูหนวกหลับตาลงด้วยความหนักใจ แกรู้สันดานอี้จงไห่ดี ว่าคนอย่างเขาสามารถทำเรื่องชั่วช้าได้ลงคอแน่ ๆ และถ้าเขาลงมือจริง ๆ แกก็ไม่มีปัญญาไปปกป้องโหลวเสี่ยวเอ๋อได้หรอก

ถ้าขืนแกยื่นมือเข้าไปสอด ก็เท่ากับเป็นการประกาศศึกแตกหักกับอี้จงไห่อย่างเป็นทางการ

เพื่อช่วยลูกสาวนายทุนอย่างโหลวเสี่ยวเอ๋อ มันไม่คุ้มเอาซะเลย

ยายเฒ่าหูหนวกถอนหายใจยาว "เอาเถอะ ฉันก็แก่ปูนนี้แล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของใครหรอก แกอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ"

อี้จงไห่ยิ้มร่า "ยายเฒ่าครับ พรุ่งนี้ผมกะจะจัดงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ เดี๋ยวผมจะให้คนมารับยายไปร่วมวงด้วยกันนะครับ"

อี้จงไห่เองก็ไม่อยากจะหมางใจกับยายเฒ่าหูหนวกหรอก พอเห็นแกลงให้ เขาก็รีบพูดจาเอาใจทันที เขาอยากจะยืมบารมีของยายเฒ่าหูหนวกมาช่วยพูดจาหว่านล้อมให้ชาวบ้านยอมช่วยเหลือฉินหวยหรูต่อไป หรือไม่ก็ช่วยกันบริจาคเงินให้หล่อนบ้างก็ยังดี

หลังจากเดินออกจากบ้านยายเฒ่าหูหนวก อี้จงไห่ก็บังเอิญได้ยินเสียงหัวเราะครื้นเครงดังแว่วมาจากบ้านหลิวไห่จง ซึ่งเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากมาก เขาจึงหยุดยืนฟังอยู่ครู่หนึ่ง

แต่ทว่า บทสนทนาที่เล็ดลอดออกมา กลับทำให้อี้จงไห่แทบปรี๊ดแตก

"ตาเฒ่าหลิว ต่อไปนี้เรื่องดูแลครอบครัวฉินหวยหรู ก็ยกให้เป็นหน้าที่ของตาเฒ่าอี้คนเดียวเลยนะ คุณอย่าไปหูเบาหลงเชื่อคำพูดแก แล้วไปเที่ยวเรี่ยไรเงินมาช่วยบ้านนั้นอีกล่ะ"

หลิวไห่จงตวัดสายตามองป้ารองอย่างหัวเสีย "พูดอะไรของเธอเนี่ย ฉันเป็นถึงลุงรองของลานสี่ประสานเชียวนะ จะให้นิ่งดูดายความเดือดร้อนของลูกบ้านได้ยังไง แต่ก็อย่างที่เธอว่าแหละ ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เงินเดือนตั้งเก้าสิบเก้าหยวนของตาเฒ่าอี้ คงจะช่วยพลิกชีวิตครอบครัวฉินหวยหรูให้สุขสบายขึ้นมาได้สบาย ๆ เลยล่ะ"

หลิวกวงเทียนก็หัวเราะร่วนผสมโรง "ใช่เลยครับพ่อ ถึงเวลาที่ลุงใหญ่จะได้ออกโรงช่วยฉินหวยหรูสักที แกอยากจะช่วยหล่อนมาตั้งนานแล้ว คราวนี้ก็จะได้ช่วยแบบเปิดเผย ไม่ต้องกลัวใครมาครหาแล้วครับ"

ช่วยฉินหวยหรูอย่างเปิดเผยงั้นเรอะ! พูดจาไร้สาระทั้งนั้น!

อี้จงไห่แค้นจนอยากจะพังประตูเข้าไปตบสั่งสอนเด็กเปรตสองคนนั่นให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอก้าวเท้าไปได้ก้าวเดียว เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองไม่มีปัญญาไปงัดกับคนบ้านหลิวได้อีกแล้ว ขืนโดนหลิวกวงเทียนเอาถุงเท้าเหม็น ๆ มายัดปากอีกรอบ เขาคงต้องผูกคอตายหนีอายแน่ ๆ

อี้จงไห่จำใจต้องเดินคอตกผละจากหน้าบ้านหลิวไห่จงไป เขาลองเดินสำรวจบรรยากาศในลานสี่ประสานเงียบ ๆ ก็พบว่าทุกครอบครัวต่างก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บางบ้านถึงขนาดยอมควักเงินซื้อเนื้อมาทำกินเพื่อฉลองเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

ภาพที่เห็นยิ่งทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจจนทนไม่ไหว พอกลับถึงบ้านก็กินอะไรไม่ลง ทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผากบนเตียง

อี้จงไห่รู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าลมปากของชาวลานสี่ประสานจะเปลี่ยนทิศไวขนาดนี้ บรรยากาศแห่งความสมัครสมานสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันที่เคยมี มลายหายไปในชั่วพริบตา ความพยายามทั้งหมดที่เขาทุ่มเทมาตลอดหลายปี พังทลายลงไม่เป็นท่า

จนกระทั่งเสียงเคาะหน้าต่างเป็นรหัสลับจากฉินหวยหรูดังขึ้น อี้จงไห่ถึงได้สติหลุดจากภวังค์ความเศร้า

ฉินหวยหรูเอื้อมมือไปกุมมืออี้จงไห่ไว้แน่น "ลุงใหญ่คะ แม่สามีฉัน... แม่สามีฉันแก..." หล่อนจงใจทำหน้าตาอมทุกข์ พูดจาอึกอักเหมือนมีเรื่องอึดอัดใจ

"หวยหรู มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็ระบายให้ฉันฟังเถอะนะ"

"ลุงใหญ่คะ ฉันว่าเรื่องรับหลานบุญธรรม เราล้มเลิกไปเถอะค่ะ แม่สามีฉันไปฟังเสียงนกเสียงกาจากชาวบ้านมา แกก็เลยตีโพยตีพายหาว่าป้างเกิงจะทอดทิ้งแก ไม่ยอมเลี้ยงดูแกตอนแก่ แกอาละวาดใหญ่เลย ไม่ยอมให้จัดงานเด็ดขาด พอฉันพยายามจะอธิบาย แกก็ตบหน้าฉันมาสองฉาดใหญ่เลยค่ะ"

อี้จงไห่รู้สึกหน้ามืดตามัวไปหมด เขาพยายามข่มความโกรธที่กำลังปะทุอยู่ในใจ แล้วพูดว่า "ไหนตอนแรกตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วไง ทำไมจู่ ๆ ถึงได้มาพลิกแพลงเอาดื้อ ๆ คนในลานสี่ประสานนี้มันไว้ใจไม่ได้สักคน เธออย่าไปเชื่อคำพูดของคนพวกนั้นเด็ดขาดนะ"

ฉินหวยหรูแอบค้านในใจ ครอบครัวหล่อนต่างหากล่ะที่เป็นคนดีศรีลานสี่ประสานเพียงหนึ่งเดียว

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าแกไปฟังอะไรมา จู่ ๆ ก็มาอาละวาดแบบนี้ ฉันต้องนั่งเกลี้ยกล่อมแกอยู่นานกว่าแกจะยอมใจอ่อน แต่แกก็ยื่นคำขาดมาว่า ต่อไปนี้ฉันต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้แกเพิ่มเดือนละสิบหยวน แล้วแกจะคืนเงินทั้งหมดให้ป้างเกิงตอนที่ป้างเกิงมาดูแลแกตอนแก่ ลุงใหญ่คะ แม่สามีฉันแกต้องโดนคนอื่นเป่าหูมาแน่ ๆ แกถึงได้คิดจะมาขูดรีดเงินจากลุงแบบนี้"

ในใจฉินหวยหรูแอบภาวนาอย่างหนัก 'ลุงใหญ่คะ ลุงต้องตกลงให้ได้นะคะ'

อันที่จริง เรื่องที่จะให้เงินจุนเจือบ้านฉินหวยหรู อี้จงไห่ก็เตรียมใจไว้แต่แรกแล้วล่ะ ต่อให้ไม่ได้เกี่ยวดองกันเป็นญาติ เขาก็ยังต้องคอยส่งเสียเงินให้บ้านหล่อนอยู่ดี

ยิ่งถ้าได้รับเป็นหลานบุญธรรมแล้ว เงินก้อนนี้ก็ยิ่งขาดไม่ได้เข้าไปใหญ่

หลังจากคิดคำนวณอย่างรอบคอบ อี้จงไห่ก็ตัดสินใจว่า ตราบใดที่เหออวี่จู้ยังไม่ยอมตกลงปลงใจแต่งงานกับฉินหวยหรู เขาจะยอมเจียดเงินให้หล่อนมากสุดแค่เดือนละยี่สิบหยวนเท่านั้น ในเมื่อฉินหวยหรูสามารถบริหารเงินยี่สิบหยวนของซาจู้ให้พอกินพอใช้ได้ หล่อนก็ต้องบริหารเงินยี่สิบหยวนของเขาให้พอกินพอใช้ได้เหมือนกัน

ส่วนเงินยี่สิบหยวนนี้ หล่อนจะเอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เขาก็ไม่ขอเข้าไปก้าวก่ายหรอกนะ แต่ยังไงซะ เขาก็จะให้หล่อนได้แค่นี้ ไม่ให้เพิ่มไปกว่านี้เด็ดขาด

"หวยหรู ครอบครัวฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนักหนา คงจะหาเงินมาให้ตามที่แม่สามีเธอเรียกร้องไม่ไหวหรอกนะ"

คำพูดของอี้จงไห่ ทำเอาฉินหวยหรูใจหายวาบ นึกว่าเขาจะปฏิเสธซะแล้ว

แต่โชคดีที่อี้จงไห่ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งให้หล่อนตกใจเล่น เขาพูดต่อว่า "ฉันจะลองไปคุยกับป้าใหญ่ดู ว่าพอจะเจียดเงินมาช่วยครอบครัวเธอสักสิบหยวนได้ไหม ถ้าพวกเธอไม่โอเค ก็คงต้องพับโครงการนี้ไป"

ที่อี้จงไห่ยอมจ่ายแค่สิบหยวน ก็เพราะเขากะจะเก็บเงินส่วนที่เหลือ เอาไว้ค่อย ๆ ทยอยให้หล่อนตอนดึก ๆ มันจะสะดวกกว่า

ฉินหวยหรูแอบรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็ไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ หรอก ตอนนี้อี้จงไห่ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือหล่อนนั่นแหละ จะจ่ายมากจ่ายน้อยก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขาหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับน้ำตาของหล่อนต่างหาก

ในเมื่อไม้ตายบีบน้ำตานี้ ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนรอดพ้นไปได้หรอก

ที่ฉินหวยหรูต้องการ ก็แค่ชี้เป้าให้อี้จงไห่รู้ว่าคนที่หน้าเลือดอยากได้เงินน่ะ คือเจี่ยจางซื่อ ไม่ใช่หล่อน

"ลุงใหญ่คะ ฉันไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณลุงยังไงดีแล้วค่ะ"

"หวยหรูเอ๊ย ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า เป็นเพื่อนบ้านกันก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่แล้ว"

เหออวี่จู้ที่นอนฟังอยู่ข้างในบ้าน แทบอยากจะพังประตูออกไปด่ากราดให้รู้แล้วรู้รอด หน้าไม่อายจริง ๆ ทำไมต้องมาแอบพลลอดรักกันที่หลังบ้านเขาด้วยวะ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 230 คำขู่ของอี้จงไห่

คัดลอกลิงก์แล้ว