- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 220 อี้จงไห่หลับไปแล้ว
บทที่ 220 อี้จงไห่หลับไปแล้ว
บทที่ 220 อี้จงไห่หลับไปแล้ว
สองพี่น้องหลิวกวงเทียนและหลิวกวงฝูพยุงอี้จงไห่มาส่งให้ป้าใหญ่ แล้วก็รีบหมุนตัวเดินกลับบ้านทันที
เหออวี่จู้เห็นว่าจู่ ๆ อี้จงไห่ก็ไปก๊งเหล้าที่บ้านหลิวไห่จง ก็รู้สึกตะหงิด ๆ ในใจ จึงร้องเรียกสองพี่น้องเอาไว้
"พวกนายสองคนไปทำอะไรมาน่ะ"
"พี่จู้จื่อ ลุงใหญ่แกไปกินเหล้าที่บ้านพวกผมจนเมาแอ๋ พวกผมก็เลยพาแกมาส่งบ้านครับ"
"แล้วทำไมจู่ ๆ แกถึงได้ไปกินเหล้าบ้านพวกนายล่ะ"
หลิวกวงฝูลดเสียงลงกระซิบ "ลุงใหญ่แกมาปรึกษาพ่อน่ะครับ ว่าอยากจะเป็นคนจัดการเรื่องงานแต่งของพี่อวี่สุ่ย"
เหออวี่จู้คาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรนัก แต่เขาก็เดาใจหลิวไห่จงไม่ออกเหมือนกันว่าจะยอมตกลงหรือเปล่า
เหออวี่จู้ล้วงบุหรี่อย่างดีออกมาซองหนึ่ง แล้วยื่นให้หลิวกวงฝู "แล้วพ่อนายตอบตกลงไปหรือเปล่า"
พอเห็นซองบุหรี่ หลิวกวงฝูก็ตาโตด้วยความดีใจ นี่มันบุหรี่ระดับพรีเมียมที่พวกผู้บริหารระดับสูงเขาสูบกันเลยนะ มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ เขาไม่กล้าแกะสูบหรอก รีบเก็บทะนุถนอมใส่กระเป๋าเสื้ออย่างดี
หลิวกวงเทียนเห็นดังนั้นก็แทบจะพุ่งเข้าไปแย่งจากมือน้องชาย ถ้าเขาเอาบุหรี่ซองนี้ไปอวดเพื่อน ๆ ล่ะก็ มีหวังพวกนั้นได้อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถวแน่
ด้วยความเจ็บใจที่ตัวเองตอบช้าไป หลิวกวงเทียนจึงรีบชิงตอบคำถามของเหออวี่จู้ "พังไม่เป็นท่าเลยพี่ ลุงใหญ่กะจะมอมเหล้าพ่อผม แต่สุดท้ายพ่อผมก็แกล้งเมา แล้วก็เอาแต่พูดจาวางมาดแบบพวกหัวหน้าหน้าโรงงาน ไม่ยอมตอบตกลงอะไรเลย"
เหออวี่จู้ถูกใจเด็กสองคนนี้จริง ๆ เขาล้วงบุหรี่ออกมาอีกซอง แล้วโยนให้หลิวกวงเทียน
"พี่จู้จื่อ พี่วางใจได้เลยนะ ถ้าลุงใหญ่มาหาพ่อผมอีกเมื่อไหร่ พวกผมจะรีบคาบข่าวมาบอกพี่ทันทีเลย"
"ใช่ ๆ พี่จู้จื่อ พวกผมจะเป็นสายสืบให้พี่เอง"
เหออวี่จู้ยิ้มพอใจ "ในเมื่อพวกนายชอบบุหรี่นี่ ไว้คราวหน้าฉันไปบ้านท่านผู้นำ จะขอมาฝากอีกสักสองสามซองนะ แล้ววันที่อวี่สุ่ยแต่งงาน พวกนายช่วยจับตาดูตาเฒ่าอี้ไว้ให้ดีล่ะ อย่าให้แกโผล่มาป่วนงานได้ ถ้าพวกนายทำสำเร็จ ฉันจะตบรางวัลให้อีกสิบหยวนเลย"
หลิวกวงฝูแทบจะกระโดดรับข้อเสนอ แต่หลิวกวงเทียนรู้ดีว่างานนี้ไม่ง่าย จึงพูดเสียงอ่อยว่า "พวกผมสู้แรงลุงใหญ่ไม่ไหวหรอกครับพี่"
เหออวี่จู้ลองคิดดูแล้ว ต่อให้เพิ่มคนมาช่วยหลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูอีกกี่คน ก็คงเอาอี้จงไห่ไม่อยู่หรอก
เพราะงั้น การจะรับมือกับอี้จงไห่ จะใช้แค่ปากอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงไม้ลงมือด้วย
"เอาแบบนี้สิ พวกนายไปเกณฑ์เพื่อนมาช่วยอีกสักสองสามคน ถ้าเห็นว่าแกตั้งใจจะเข้ามาป่วนงานจริง ๆ ก็หาอะไรอุดปากแกซะ แล้วช่วยกันลากตัวแกกลับไปขังไว้ในบ้าน พออวี่สุ่ยออกจากบ้านไปแล้ว ค่อยปล่อยแกออกมา"
สองพี่น้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วส่ายหน้าพร้อมกัน
"โห พี่จู้จื่อ ขืนทำแบบนั้น ลุงใหญ่ก็ต้องตามมาเอาคืนพวกผมสิครับ แล้วถ้าพ่อรู้เรื่องเข้า พวกผมก็คงโดนพ่ออัดซะน่วมแน่ ๆ"
"ทำไมพวกนายถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้นะ ลองคิดดูสิ ถ้าอี้จงไห่มาพังงานแต่งน้องสาวฉันจริง ๆ ฉันจะปล่อยแกไว้ไหม ฉันก็ต้องพุ่งเข้าไปอัดแกอยู่แล้วถูกไหม"
สองพี่น้องคิดตาม ก็เห็นด้วยว่าถ้ามีใครมาพังงานแต่งน้องสาวตัวเอง พวกเขาก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน แถมเหออวี่จู้ก็เคยอัดอี้จงไห่มาแล้วครั้งนึง คงไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าเขาจะกล้าลงมืออีกไหม
"นั่นแหละประเด็น พองานเลิก พวกนายก็ไปบอกกับทุกคนว่า เห็นอี้จงไห่กำลังจะเข้าไปป่วนงานแต่งอวี่สุ่ย พวกนายกลัวว่าฉันจะโมโหจนลงไม้ลงมือกับแก ก็เลยเข้าไปช่วยกันห้ามไว้ แบบนี้พวกนายก็จะกลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตอี้จงไห่ไว้ไง ถ้าแกยังหน้าด้านตามมาเอาคืนพวกนายอีก ก็แปลว่าแกเป็นพวกเนรคุณคนแล้วล่ะ"
ลึก ๆ แล้ว หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูก็แอบมีความแค้นฝังใจกับอี้จงไห่อยู่เหมือนกัน พอได้ฟังแผนการอันแยบยลของเหออวี่จู้ ทั้งคู่ก็รีบตกปากรับคำทันที
แล้วพวกเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าหลิวไห่จงจะโกรธด้วย เพราะพ่อของพวกเขาก็คงจะสะใจไม่น้อย ที่ได้เห็นอี้จงไห่หน้าแตกต่อหน้าธารกำนัล
นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องป่าวประกาศเรื่องที่พวกเขาเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตอี้จงไห่ให้ทุกคนในลานบ้านรู้กันถ้วนหน้าด้วย
ในขณะที่หลิวกวงเทียนและหลิวกวงฝูกำลังสุมหัววางแผนแบล็กเมล์อี้จงไห่อยู่ อี้จงไห่กลับกำลังตัดพ้อต่อว่าโชคชะตา ที่ตัวเองไม่มีลูกชายที่แสนดีแบบสองคนนี้
"ชุ่ยหลาน เธอว่าไหม ถ้าเรามีลูกชายน่ารักน่าชังอย่างกวงเทียนกับกวงฝูก็คงจะดีเนอะ เมื่อกี้ตอนที่พวกเขาพยุงฉันกลับมา ยังอุตส่าห์เตือนให้ฉันเดินระวัง ๆ ด้วยนะ"
ป้าใหญ่ขมวดคิ้ว "อ้าว ไหนคุณเคยบอกว่าสองพี่น้องนั่นใจจืดใจดำ ไม่รู้จักบุญคุณคนไงฮะ"
"ก็เพราะตาเฒ่าหลิวแกเลี้ยงลูกไม่เป็นไงล่ะ ถ้าสองคนนั้นมาเป็นลูกฉันล่ะก็ ฉันรับรองเลยว่า จะอบรมสั่งสอนให้พวกเขากลายเป็นลูกที่กตัญญูรู้คุณคนให้ดู"
ป้าใหญ่ไม่ได้พูดขัดอี้จงไห่ ถ้าพวกเขามีลูกกันจริง ๆ พวกเขาคงไม่กล้าตีลูกหรอก แล้วเด็กมันจะไปอกตัญญูได้ยังไง
"ตาเฒ่าอี้ แล้วเรื่องนั้นตกลงว่ายังไงบ้างล่ะฮะ"
อี้จงไห่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ตาเฒ่าหลิวนี่มันบ้าอำนาจจนหน้ามืดตามัวจริง ๆ ขนาดยังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านแท้ ๆ ยังจะมาวางมาดเป็นเจ้านายอีก ฉันอุตส่าห์พูดอ้อม ๆ ไปตั้งหลายรอบ แกก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หัวทึบขนาดนี้ยังริอ่านจะเป็นหัวหน้าคนอีก ไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลย"
ป้าใหญ่พูดปลอบใจ "ไม่เป็นไรหรอกฮะ พรุ่งนี้คุณค่อยหาจังหวะเหมาะ ๆ ไปคุยกับแกใหม่สิ วันนี้ฉันก็แอบไปคุยกับเมียตาเฒ่าหลิวมานิดหน่อยเหมือนกัน พอหล่อนรู้ว่าป้าสามจะได้เป็นแม่งาน หล่อนก็ดูไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นะฮะ"
อี้จงไห่ยิ้มรับคำ ก่อนจะล้มตัวลงนอนเตรียมตัวพักผ่อน
ตอนที่ฉินหวยหรูกลับมาถึงบ้าน หล่อนก็ได้ยินเจี่ยจางซื่อกำลังด่าทอเรื่องที่เหออวี่สุ่ยจะแต่งงาน หล่อนก็ตระหนักได้ทันทีว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแล้ว
"แม่คะ เบาเสียงหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวจู้จื่อก็ได้ยินเข้าหรอก"
"ฉินหวยหรู ฉันขอเตือนหล่อนไว้ก่อนนะ อย่าลืมล่ะว่าหล่อนเป็นสะใภ้บ้านไหน" เจี่ยจางซื่อเริ่มแสดงความไม่พอใจฉินหวยหรูออกมา
ฉินหวยหรูถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะอธิบายให้ฟัง "แม่คะ ป้างเกิงก็เริ่มโตเป็นหนุ่มแล้วนะ บ้านเรามันคับแคบจะตายไป ฉันก็เลยคิดว่าจะให้ป้างเกิงย้ายไปอยู่ห้องอวี่สุ่ยแทนไงคะ"
สมกับเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้กันจริง ๆ ความคิดความอ่านนี่ถอดแบบกันมาเป๊ะ ครอบครัวนี้ยืมอะไรไปก็ไม่เคยคิดจะคืนอยู่แล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้าน ในเมื่อพวกเขามีปัญญาไป 'ยืม' มาได้ เรื่องอะไรจะต้องคืนล่ะ
เจี่ยจางซื่อคิดการณ์ไกลไปกว่านั้นอีก ถ้าหลานชายได้เข้าไปอยู่บ้านนั้นจริง เรื่องของกินของใช้ในบ้านก็คงจะสบายไปแปดอย่าง ครอบครัวหล่อนก็ไม่ต้องมานั่งอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป
"หวยหรู แล้วซาจู้มันยอมให้ป้างเกิงเข้าไปอยู่แล้วเหรอ"
ฉินหวยหรูส่ายหน้าปฏิเสธ "ตอนนี้นังอวี๋ไห่ถังยังหน้าด้านพักอยู่ห้องอวี่สุ่ยอยู่เลยค่ะ อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของบ้านเรากับจู้จื่อตอนนี้ก็ไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขาคงไม่ยอมตกลงง่าย ๆ หรอกค่ะ"
เจี่ยจางซื่อสวนกลับทันที "ก็ให้นังอวี๋ไห่ถังมันแต่งงานกับสวี่ต้าเม่าไปซะสิ หล่อนจะได้ย้ายออกไปจากห้องอวี่สุ่ยไง"
"ไม่ได้นะคะ ขืนให้อวี๋ไห่ถังแต่งงานกับสวี่ต้าเม่า แล้วฉันจะทำยังไงล่ะคะ" ฉินจิงหรูที่นั่งฟังตาปริบ ๆ อยู่ตั้งนาน จู่ ๆ เรื่องก็มาตกที่หล่อนเฉยเลย
ฉินหวยหรูเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าเรื่องของลูกพี่ลูกน้องตัวเองก็ยังเคลียร์ไม่จบ
"จิงหรู ฉันจะบอกอะไรให้นะ สิ่งที่สวี่ต้าเม่าต้องการมากที่สุดก็คือลูกชาย ขอแค่เธอตั้งท้องลูกของเขา เขาก็จะยอมแต่งงานกับเธอทันทีเลย"
ฉินจิงหรูทำหน้าเหลอหลา "แต่พี่คะ ฉันไม่ได้ท้องนี่นา หรือว่า... ฉันต้องไปหาสวี่ต้าเม่าอีก"
"เธอนี่มันซื่อบื้อจริง ๆ ขืนเธอถ่อไปหาเขาตอนนี้ กว่าเธอจะท้อง เขากับอวี๋ไห่ถังคงแต่งงานกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว"
"แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ"
"เธอก็แค่แกล้งทำเป็นท้องไงล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปหาคนช่วยทำใบรับรองแพทย์ปลอมมาให้ แล้วเราค่อยเอาไปยื่นคำขาดกับสวี่ต้าเม่า"
เจี่ยจางซื่อหัวเราะร่วน "ความคิดบรรเจิดมาก สวี่ต้าเม่ามันทะเลาะกับโหลวเสี่ยวเอ๋อจะเป็นจะตายก็เพราะอยากมีลูกนี่แหละ ถ้ามันรู้ว่าจิงหรูท้องลูกของมันล่ะก็ มีหวังมันต้องคลานเข่ามาขอร้องให้จิงหรูแต่งงานกับมันแน่ ๆ"
ฉินจิงหรูได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ "พี่คะ งั้นพี่รีบไปจัดการเรื่องใบรับรองแพทย์ให้ฉันเลยนะคะ"
แน่นอนว่าคนอย่างฉินหวยหรูไม่มีทางยอมควักเนื้อตัวเองฟรี ๆ หรอก หล่อนหันไปพูดกับฉินจิงหรูว่า "การจะไปจ้างคนมาทำเรื่องแบบนี้ มันต้องใช้เงินไม่ใช่น้อยนะ เดี๋ยวพี่จะออกเงินส่วนนี้ให้ก่อน ถ้าเธอได้แต่งงานกับสวี่ต้าเม่าแล้ว อย่าลืมเอามาคืนพี่ด้วยล่ะ"
"พี่วางใจได้เลยค่ะ พี่ต้าเม่าเขามีเงินเยอะแยะ ถ้าฉันแต่งงานกับเขาเมื่อไหร่ ฉันจะเอาเงินมาคืนพี่เป็นสองเท่าเลย"
หลังจากสั่งให้ฉินจิงหรูไปฝึกซ้อมท่าเดินแบบคนท้อง ฉินหวยหรูก็หันไปจัดการส่งลูก ๆ เข้านอน
พอตกดึก ฉินหวยหรูเห็นว่าเจี่ยจางซื่อหลับสนิทไปแล้ว หล่อนก็ย่องเงียบออกไปยืนหน้าบ้านของอี้จงไห่ แล้วเคาะหน้าต่างเบา ๆ
ปกติแล้ว อี้จงไห่จะนอนรอฟังสัญญาณจากหล่อนอยู่เสมอ แต่วันนี้เขาเมาแอ๋ ก็เลยหลับสนิทเป็นตาย ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
ส่วนป้าใหญ่ที่กำลังสะลึมสะลือ พอได้ยินเสียงเคาะหน้าต่าง ในใจก็อดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้ แต่หล่อนก็รู้ดีว่าตัวเองคงห้ามปรามอะไรไม่ได้ และก็ไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงหูคนอื่นด้วย
"เลิกเคาะได้แล้ว ตาเฒ่าอี้หลับเป็นตายไปแล้วล่ะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาเคาะใหม่เถอะนะ"
(จบบท)