- หน้าแรก
- ยอดตำรวจมือปราบ ล่าทะลุโลกอาชญากรรม
- บทที่ 36 กวาดล้างแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์
บทที่ 36 กวาดล้างแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์
บทที่ 36 กวาดล้างแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์
หลินอวี่มีความประทับใจที่ดีต่อหลี่ซินหราน เธอหน้าตาดีและยังมีนิสัยเงียบขรึม
"ได้ยินมาว่าคุณรับผิดชอบงานปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์อยู่ที่เซี่ยงไฮ้เหรอครับ?"
"อืม!"
หลี่ซินหรานพยักหน้าเบาๆ
เธอชื่นชมความสามารถในการไขคดีของหลินอวี่เป็นอย่างมาก อีกทั้งสายตาที่เขามองเธอก็ดูบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิด
ประกอบกับพอเจอหน้าปุ๊บอีกฝ่ายก็คุยเรื่องงานปั๊บ ซึ่งเข้ากับนิสัยของหลี่ซินหรานพอดี
ส่วนตัวหลินอวี่เองก็อยากจะผลักดันความคืบหน้าในการกวาดล้างแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์ระดับชาติเช่นกัน แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ลำพังกำลังของเขาในตอนนี้ย่อมทำไม่สำเร็จแน่ เขาจึงอยากหาผู้ช่วยสักคน
"เมื่อไม่นานมานี้ผมทำคดีหนึ่ง เป็นคดีเกี่ยวกับการต้มตุ๋นทางโทรศัพท์ นักศึกษาหญิงคนหนึ่งได้รับสายจากมิจฉาชีพก่อนเปิดเทอมและถูกหลอกเอาค่าเทอมไปจนหมด ดูเหมือนเป็นแค่เรื่องเล็กๆ แต่มันเกือบจะสร้างความพินาศให้กับครอบครัวนั้นเลย ผมคิดว่าในอนาคต กลุ่มนักศึกษาจะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของพวกแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์"
สีหน้าของหลี่ซินหรานไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก "เหตุผลล่ะ?"
หลินอวี่ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "เป้าหมายสูงสุดของมิจฉาชีพก็คือการหลอกเอาเงิน สำหรับกลุ่มคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน การจะหลอกลวงพวกเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณลองดูกลุ่มนักศึกษาสิ พวกเขามีระดับการศึกษาและความรู้สูง แต่ขาดประสบการณ์ชีวิตในสังคม แถมส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือกันเป็นประจำ นี่แหละคือช่องโหว่ที่ทำให้พวกมิจฉาชีพฉวยโอกาสได้ง่ายๆ"
หลี่ซินหรานถามต่อ "แล้วคุณมีความคิดเห็นยังไง?"
หลินอวี่เงยหน้าขึ้นมองเธอแวบหนึ่ง รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เย็นชาเกินไปหน่อย แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายมีเส้นสายแข็งแกร่ง การที่เขาเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา ก็เพื่อต้องการขอความช่วยเหลือจากเธอนั่นแหละ
"ในฐานะตำรวจ การปกป้องทรัพย์สินของประชาชนไม่ให้ถูกละเมิดคือความรับผิดชอบของพวกเรา ผมคิดว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่างแรกเลยคือต้องรณรงค์ให้ทั่วถึง เพื่อให้นักศึกษามีจิตสำนึกในการป้องกันตัว อย่างที่สองคือต้องเน้นปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อกำจัดอาชญากรรมรูปแบบใหม่เหล่านี้ให้สิ้นซากตั้งแต่เนิ่นๆ"
ทั้งสองคนผลัดกันถามตอบราวกับว่าในที่นั้นไม่มีใครอื่นอยู่เลย
ใบหน้าของเจ้ากังเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หลินเจียวเจียวเบิกตากว้าง
"ทำไมสองคนนั้นถึงคุยกันถูกคอแบบนั้นล่ะ?"
"ไม่ปกติแล้ว!"
"ก็เพราะว่าซินหรานเองก็ชื่นชมรุ่นพี่เหมือนกันน่ะสิ!" หงลู่เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ หลินอวี่คือรุ่นพี่ที่เธอชื่นชมมากที่สุด สองคนคุยกันถูกคอก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ!
"หงลู่!"
"คะ รุ่นพี่ ฉันอยู่นี่ค่ะ!"
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหลินอวี่ หงลู่ก็กระโดดโลดเต้นเข้าไปหาทันที
หลินอวี่ยิ้มถาม "ยังจำคดีนักศึกษาหญิงที่หมู่บ้านซินเล่อถูกหลอกได้ไหม?"
หงลู่พยักหน้า "จำได้สิคะ รุ่นพี่ควักกระเป๋าจ่ายค่าเทอมคืนให้เธอเองไม่ใช่เหรอคะ?"
หลินอวี่เอ่ย "ไม่ได้จะถามเรื่องนั้น ความจริงก็คือฉันสืบจนรู้เบาะแสของแก๊งมิจฉาชีพพวกนี้แล้ว ฉันตั้งใจจะให้คดีนี้เป็นผลงานชิ้นแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่งที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม เธอสนใจจะมาร่วมทำคดีนี้ด้วยกันไหมล่ะ!"
"หา?"
หงลู่กะพริบตาปริบๆ ยังตั้งสติไม่ได้
คดีใหญ่หล่นทับฉันเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
รุ่นพี่ดีกับฉันจังเลย!
หลินอวี่หันไปเอ่ยชวน "ผู้กองหลี่สนใจจะร่วมมือกันไหมครับ?"
หงลู่หันไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาเป็นประกาย
หลี่ซินหรานเม้มปาก ส่ายหน้าแล้วตอบว่า "คดีแค่คดีสองคดี มันมีผลกระทบน้อยเกินไป ไม่พอที่จะทำให้เบื้องบนหันมาให้ความสำคัญหรอก"
หงลู่หันกลับมามองหลินอวี่อีกครั้ง
หลินอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ที่ผมสืบเจอคือรังของพวกมันครับ เกือบสองในสามของคดีต้มตุ๋นทางโทรศัพท์ทั่วประเทศมาจากที่นั่นทั้งนั้น"
ใบหน้าของหลี่ซินหรานเต็มไปด้วยความตกตะลึง "แน่ใจนะคะ?"
แหล่งกบดานที่หลินอวี่เล็งไว้คือหมู่บ้านต้มตุ๋นชื่อดังระดับประเทศ ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด มีข้อความหลอกลวงส่งออกจากที่นั่นวันละหลายล้านข้อความ คนหนึ่งเริ่มต้มตุ๋นก็นำพาไปสู่คนทั้งครอบครัว หนึ่งครอบครัวก็นำพาไปสู่คนทั้งหมู่บ้าน หนึ่งหมู่บ้านก็นำพาไปสู่คนทั้งตำบล พวกเขาไม่รู้สึกละอายใจที่หลอกลวงคนอื่น แต่กลับรู้สึกอับอายหากไม่สามารถหลอกเอาเงินมาได้
การที่คนทั้งตำบลมีส่วนร่วม หลอกลวงเพื่อนร่วมชาติทั่วประเทศอย่างหน้าไม่อายแบบนี้ มันช่างเลวทรามต่ำช้าจริงๆ!
หากกวาดล้างพวกมันได้เร็วขึ้นอีกแค่วันเดียว ก็ถือเป็นการสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน และเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่!
แต่การทำคดีข้ามมณฑล แถมยังต้องไปจับคนในถิ่นของคนอื่น ลำพังกำลังของหลินอวี่เพียงคนเดียวย่อมทำไม่สำเร็จอย่างแน่นอน ต่อให้เขาพาตำรวจจากกองกำกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมลู่เฉิงไปทั้งหมด ก็คงรับมือกับพวกชาวบ้านหัวหมอพวกนั้นไม่ไหวหรอก
แต่ถ้าเซี่ยงไฮ้เข้ามาร่วมด้วย สถานการณ์ก็จะต่างออกไป
นอกจากเมืองหลวงแล้ว มีเมืองไหนบ้างล่ะที่เจอเซี่ยงไฮ้แล้วไม่ต้องยอมอ่อนข้อให้
"ซินหราน!"
ตอนนี้ดวงตาของหงลู่เปล่งประกายเจิดจ้า พลังฮึดสู้ในตัวพร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
หลี่ซินหรานตอบตกลง "ฉันจะเข้าร่วมด้วยค่ะ"
หลินอวี่รีบตีเหล็กตอนกำลังร้อน "ปฏิบัติการครั้งนี้มีชื่อรหัสว่าคมมีด กองกำกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมลู่เฉิงของเราพร้อมออกเดินทางทุกเมื่อครับ!"
หลี่ซินหรานพยักหน้า "ฉันจะกลับไปเขียนรายงานเกี่ยวกับการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์เพื่อยื่นเสนอเบื้องบนก่อน อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้กลางคืนจะให้คำตอบนะคะ"
"ตกลงครับ!"
หลินอวี่ตอบรับอย่างง่ายดาย การจับกุมข้ามมณฑลในครั้งนี้ หากมีเซี่ยงไฮ้เป็นแกนนำ ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการใช้ชื่อเมืองลู่เฉิงแน่นอน
หงลู่กระซิบข้างหูหลินอวี่ "รุ่นพี่คะ ผู้กำกับการตำรวจนครเซี่ยงไฮ้คนปัจจุบัน เมื่อก่อนเคยเป็นเลขาของคุณตาของซินหรานนะคะ"
หลินอวี่ถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อหลี่ซินหรานเห็นท่าทางสนิทสนมของหงลู่กับหลินอวี่ ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
หลินอวี่ลองหยั่งเชิง "ผู้กองหลี่สนใจเรื่องงานปราบปรามยาเสพติดด้วยไหมครับ?"
หลี่ซินหรานตอบว่า "คดีค้ายาเสพติดซากุระคราวก่อน มีการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ในเซี่ยงไฮ้ด้วย ฉันค่อนข้างสนใจพฤติกรรมนี้ ก็เลยอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับคดีนี้ให้มากขึ้นน่ะค่ะ"
หลินอวี่วิเคราะห์ "คดีนี้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งที่เมืองลู่เฉิงของเรา แต่ต้นตอมาจากเซี่ยงไฮ้ คาดว่าพวกมันน่าจะยังมีการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ครับ"
หลินเจียวเจียวทนไม่ไหว ต้องเดินเข้ามาถาม "พวกเธอคุยอะไรกันอยู่เนี่ย ดูออกรสออกชาติเชียว วันนี้เรานัดมากินข้าวกันไม่ใช่เหรอ ขืนคุยกันแบบนี้ต่อไปจะได้กินข้าวกันตอนไหนล่ะ?"
หงลู่เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ "งานสำคัญกว่า จะมากินข้าวงกินข้าวอะไรล่ะ พวกนายกลับกันไปก่อนเถอะ เรื่องที่ฉันกับรุ่นพี่และซินหรานคุยกันล้วนเป็นความลับสุดยอด ถ้าขืนยังกล้าแอบฟังอีกล่ะก็ ระวังจะโดนจับนะจะบอกให้"
หลี่ซินหรานก็พูดสนับสนุน "ฟังหงลู่เถอะ พวกนายกลับกันไปก่อน"
หลินเจียวเจียวยังไม่ยอมแพ้ "ความลับสุดยอดจริงๆ เหรอ?"
หลี่ซินหรานพยักหน้า เรื่องที่จะคุยกันต่อไปคือการกวาดล้างพ่อค้ายาเสพติด แน่นอนว่าต้องเป็นความลับสุดยอดอยู่แล้ว
ทั้งสองคนได้แต่หยิบเสื้อโค้ตและกระเป๋าเดินจากไปอย่างจำใจ
หลี่ซินหรานหันมาพูดกับหลินอวี่ "ฉันอยากจะส่งทีมเฝ้าระวังทางไซเบอร์มาประจำการที่ลู่เฉิงสักทีมหนึ่งค่ะ"
หลินอวี่ตอบ "แต่ต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองกำกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมนะครับ เพราะผู้บังคับบัญชาระดับมณฑลสั่งการลงมาด้วยตัวเองเลยว่า จะให้เมืองลู่เฉิงเป็นพื้นที่นำร่องในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด โดยให้กองกำกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมของเราเป็นผู้ควบคุมดูแลกองกำกับการปราบปรามยาเสพติดครับ"
หลี่ซินหรานรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ตำรวจสถานีภูธรธรรมดาๆ คนหนึ่งในวันนั้น แต่ตอนนี้กลับเอ่ยอ้างถึงผู้บังคับบัญชาระดับมณฑลได้เต็มปากเต็มคำ แสดงว่าได้รับการโปรโมตและได้รับความไว้วางใจให้รับตำแหน่งสำคัญแล้วสินะ?