เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 พวกคุณไปตรวจมิเตอร์น้ำกันหรือยัง

บทที่ 12 พวกคุณไปตรวจมิเตอร์น้ำกันหรือยัง

บทที่ 12 พวกคุณไปตรวจมิเตอร์น้ำกันหรือยัง


"นายก็คือหลินอวี่งั้นเหรอ?"

"แล้วพวกคุณคือ?" หลินอวี่มองประเมินคนกลุ่มนั้นด้วยความสงสัย ดูจากหมายเลขประจำตัวตำรวจแล้วน่าจะมาจากกองกำกับการเมือง

"พวกเรามาจากกองกำกับการปราบปรามยาเสพติดของเมือง"

จางกวางหมิงทำราวกับได้เจอคนกันเอง รีบเข้าไปจับมืออย่างกระตือรือร้น "เพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้น ยินดีที่ได้รู้จักครับ ยินดีที่ได้รู้จัก!"

อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตำรวจโรงพักมารับงานปราบปรามยาเสพติดด้วย?"

จางกวางหมิงเหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็นเฉียบ ความกระตือรือร้นมอดดับลงทันที หลินอวี่เองก็ถึงกับพูดไม่ออก พวกคุณไร้น้ำยาเองแล้วยังมีหน้ามาหาเรื่องอีกเหรอ?

หงลู่ไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะมียศใหญ่โตแค่ไหน อารมณ์ร้อนๆ ของเธอทนไม่ไหว จึงแค่นเสียงฮึดฮัดตอบไปว่า "ถ้าไม่มีรุ่นพี่ พวกคุณจะได้มาจัดงานฉลองผลงานกันที่ไหน ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเอาซะเลย"

มีคนจากฝั่งกูซูพูดขึ้นมาว่า "คดีนี้พวกเราสืบสวนมาตั้งปีกว่า พวกนายกลับมาชุบมือเปิบเอาดื้อๆ"

หงลู่เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "สืบสวนมาปีกว่าแล้วยังปิดคดีไม่ได้ นี่มันก็บ่งบอกปัญหาได้ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง!"

มีตำรวจหญิงคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม "ก็แค่ตำรวจประจำสถานีเล็กๆ แค่โชคดีเท่านั้นแหละ"

หงลู่สวนกลับทันควัน "ไม่นึกเลยนะว่าคนจากกองกำกับการเมืองอย่างพวกคุณจะโลกสวยขนาดนี้ ปิดคดีต้องใช้โชคช่วย ถ้างั้นทำไมพวกคุณถึงไม่ปิดคดีเองล่ะ?" ……

รอยยิ้มของจางกวางหมิงจางหายไป แต่ละคนมียศสูงกว่าเขาทั้งนั้น เขาต้องพยายามข่มความโกรธเอาไว้ ก่อนจะหันไปบ่นกับหลินอวี่ "พวกที่มาจากเมืองนี่มันคนประเภทไหนกัน อิจฉาริษยาคนเก่ง ทำเอาฉันฉุนกึกขึ้นมาจริงๆ งานฉลองผลงานนี่ก็ไม่ต้องจัดมันแล้ว"

หลินอวี่ตอบ "ใจเย็นๆ ครับ!"

จางกวางหมิงว่า "เขาด่านายกันทั้งนั้น นายยังจะใจเย็นอยู่อีกเหรอ?"

"พวกเขาก็แค่ตัวประกอบเล็กๆ ไม่คุ้มที่จะไปโมโหหรอกครับ" หลินอวี่ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วในใจเขาก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน ก่อนจะวิจารณ์ออกมาว่า "คนพวกนี้ก็เหมือนดอกไม้ในเรือนกระจกนั่นแหละ แต่ละคนไม่ได้มีความสามารถอะไร เอาแต่พูดจาถากถาง ดีแต่เปลือกใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง"

จางกวางหมิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ไอ้หนู แกปากคอเราะร้ายขนาดนี้ ยังจะมาบอกให้ฉันใจเย็นอีก หงลู่ดูเหมือนจะกำลังเปิดศึกฝีปากโต้เถียงกับคนหมู่มากอย่างดุเดือด

ทางเวทีประธานเองก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนี้แล้ว เลขาธิการโจวเอ่ยถาม "ตรงนั้นเกิดอะไรขึ้นน่ะ?"

เฉียนเฟิงมองแวบหนึ่งแล้วยิ้มตอบ "ก็พวกเด็กเมื่อวานซืน กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวเลือดร้อนน่ะครับ พอเจอคดีซากุระก็อยากจะสร้างผลงานใจจะขาด แต่โดนสถานีตำรวจเล็กๆ แย่งผลงานไป ก็เลยมีน้อยคนนักที่จะยอมรับได้"

เลขาธิการโจวถึงบางอ้อ "สองคนนั้นใช่ไหมที่เป็นคนสอบสวนเจอเบาะแสคดีพิเศษซากุระน่ะ?"

เฉียนเฟิงเป็นคนเห็นหลินอวี่สอบปากคำด้วยตาตัวเอง จึงยิ้มตอบ "เลขาธิการโจวครับ เด็กหนุ่มคนนั้นก็คือหลินอวี่ เบาะแสคดีซากุระก็เป็นเขาที่สอบสวนเจอครับ"

รองผู้กำกับการนครเซี่ยงไฮ้เองก็เกิดความสนใจ เอ่ยปากชมว่า "เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เลวเลยนะ ดูมีความสุขุมเยือกเย็นแฝงอยู่ด้วย"

เฉียนเฟิงปรายตามองรองผู้บัญชาการจากมณฑล แล้วยิ้มกล่าว "เขาเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยตำรวจ ปีนี้เพิ่งถูกส่งตัวมาประจำการที่ลู่เฉิงครับ"

เลขาธิการโจวหันไปยิ้มกับคนที่อยู่ทางซ้ายมือ "ลูกศิษย์คุณงั้นสิ?"

อธิการบดีเยี่ยอมยิ้มพลางตอบ "พอจะคุ้นๆ หน้าอยู่ครับ!"

แม้ว่าเขาจะควบตำแหน่งอธิการบดีโรงเรียนนายร้อยตำรวจมณฑลเจียงซูด้วย แต่ในแต่ละปีเขาแวะไปที่โรงเรียนไม่บ่อยนัก ย่อมต้องไม่รู้จักหลินอวี่อยู่แล้ว แต่ในเมื่อตอนนี้เขาต้องอาศัยบารมีของหลินอวี่ ก็ไม่สามารถตอบว่าไม่รู้จักได้

เลขาธิการโจวยิ้ม "เป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกลจริงๆ!"

รองผู้กำกับการนครเซี่ยงไฮ้หัวเราะหึๆ "แล้วทำไมถึงยังเถียงกันอยู่อีกล่ะ?"

ผู้บริหารหลายท่านบนเวทีประธานต่างพากันขมวดคิ้ว เฉียนเฟิงทนดูต่อไปไม่ไหว คว้าไมโครโฟนมาได้ก็ดุเสียงดัง "พวกคุณทำอะไรกัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ ใช่ที่สำหรับให้พวกคุณมาทะเลาะกันหรือไง?"

คนจากกองกำกับการตำรวจเมืองกูซูเห็นลูกพี่ใหญ่ของตัวแผลงฤทธิ์ ต่างก็ไม่มีใครกล้าทำตัวเด่นอีก

จางกวางหมิงตะโกนเสียงดัง "ผู้พันเก่า คนพวกนี้เป็นลูกน้องของคุณงั้นเหรอ?"

ผู้พันเก่า? คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน ไม่นึกเลยว่าแค่สถานีตำรวจเล็กๆ จะมีเส้นสายเบื้องหลังแบบนี้ด้วย

เฉียนเฟิงตอบ "แกก็เป็นลูกน้องฉันเหมือนกัน!"

จางกวางหมิงเอ่ย "ไม่ใช่ว่าผมอยากจะพูดจาให้ร้ายหรอกนะ ผู้พันครับ ลูกน้องของคุณแต่ละคนเป็นคนประเภทไหนกัน หลินอวี่จากสถานีของเราสร้างผลงาน พวกเขากลับไม่พอใจ หรืออยากจะทนดูยาเสพติดสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านกันล่ะ? ตัวเองไร้น้ำยาแล้วยังไม่อนุญาตให้คนอื่นออกแรงอีก..."

ตำรวจที่มาจากเมืองหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูในพริบตา ราวกับถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัล แทบอยากจะหาแทรกแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด

"ขายหน้าจริงๆ!" คำสองคำหลุดออกมาจากปากของเฉียนเฟิงด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เลขาธิการโจวรีบไกล่เกลี่ย "เหล่าเฉียน วันนี้ในงานสำคัญแบบนี้ อย่าให้มีเรื่องบานปลายเลยนะ"

ผู้กำกับเฉียนพยักหน้ารับ ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มีผลงาน แต่ก็ยังคงใช้หางตาข่มขวัญทุกคนในงาน คนจากกองกำกับการตำรวจเมืองกูซูถึงกับจ๋อยสนิท

ภายใต้การปลอบโยนของหลี่ซินหราน หงลู่ก็ยังคงทำปากยื่นปากยาวอยู่ เฉินลี่ยังอยากจะหาโอกาสใกล้ชิดกับเทพธิดาต่อไป ต่อให้แค่ได้ยืนอยู่ข้างๆ เทพธิดา เขาก็รู้สึกถึงความแตกต่างแล้ว จึงเปิดประเด็นสนทนาขึ้นมาว่า "เมื่อกี้ผู้ช่วยตำรวจท่านนี้พูดถูกแล้วล่ะ พวกเราเป็นตำรวจทำคดี จะพึ่งพิงแต่โชคอย่างเดียวไม่ได้หรอก"

เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ เอ่ยขึ้นมาว่า "เหล่าจิง คดีทางฝั่งนายคดีนั้นน่ะ ที่โดนสื่อเล่นข่าวจนดังไปทั่ว ยังปิดคดีไม่ได้ใช่ไหม?"

เหล่าจิงบ่นอุบ "คดีนี้มันยากเกินไปน่ะสิ เดิมทีก็เป็นแค่คดีคนหายธรรมดาๆ คดีหนึ่ง แต่โดนสื่อปั้นน้ำเป็นตัวไปไกล จนกลายเป็นกระแสสังคมระดับใหญ่โต ถึงขนาดเลขาธิการและนายกเทศมนตรียังต้องลงมาสอบถามด้วยตัวเอง ผู้กำกับของเราประชุมทีตบโต๊ะที ประกาศกร้าวไว้เลยว่า ใครคลี่คลายคดีนี้ได้ จะมอบความดีความชอบชั้นหนึ่งให้ไปเลย"

หงลู่รีบเงี่ยหูฟังทันที

หลี่ซินหรานเอ่ย "คดีคนหายในเขตผู่ตงคดีนั้นใช่ไหม?"

เฉินลี่เห็นเทพธิดาเอ่ยถาม ก็รีบอธิบายอย่างกระตือรือร้น "คดีนี้มันแปลกประหลาดจริงๆ ผู้สูญหายเป็นหญิงที่แต่งงานใหม่วัย 32 ปี เมื่อวันพุธสัปดาห์ก่อน สามีของเธอเดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ ตอนนั้นสถานีตำรวจสาขาผู่ตงค้นหาอยู่สามวันก็ไม่พบตัว ไม่รู้ว่าสื่อไปได้ข่าวมาจากไหน เอาเรื่องนี้ไปทำข่าวถ่ายทอดสด รายงานความคืบหน้าทุกวัน กระแสสังคมในอินเทอร์เน็ตก็เลยยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ"

จางกวางหมิงมักจะรับมือกับคดีพวกนี้อยู่บ่อยๆ จึงเสนอความเห็นว่า "การจะคลี่คลายคดีแบบนี้ ต้องสืบสวนทั้งในที่ลับและที่แจ้ง หาดูจากกล้องวงจรปิดก็ได้นี่"

เหล่าจิงตอบ "วิธีที่คุณนึกออกพวกเราก็ทำมาหมดแล้ว กล้องวงจรปิดจับภาพตอนที่เธอออกจากบ้านในตอนเช้าไว้ได้ แต่มีคนเห็นว่าตอนเที่ยงเธอกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง ทว่าสามีของเธอกลับบอกว่าไม่เห็นหน้า"

เฉินลี่อธิบายต่อ "ตอนนี้ระบุตัวได้แล้วว่าสามีของเธอคือฆาตกร แต่ยังหาหลักฐานไม่พบ"

หงลู่กระโดดไปอยู่ข้างๆ หลินอวี่ เอ่ยถามด้วยความคาดหวัง "รุ่นพี่คะ คดีนี้คลี่คลายได้ไหมคะ?"

ตำรวจจากเซี่ยงไฮ้ต่างพากันมองมาที่หลินอวี่ ถ้าเก่งนักก็คลี่คลายเองสิ? อาศัยแค่โชคช่วยจนเจอเบาะแส พอต้องมาเจอคดีฆาตกรรมของจริงเข้า ก็คงไปไม่เป็นเหมือนกันแหละ ตำรวจทั้งเซี่ยงไฮ้คิดกันจนหัวแทบระเบิด ก็ยังหาหลักฐานไม่เจอเลย แล้วนายจะไปทำอะไรได้

หลินอวี่ถาม "มีบันทึกปากคำไหมครับ?"

"มีสิ!" ตำรวจที่ชื่อเหล่าจิงค้นหาไฟล์เอกสารบันทึกปากคำในโทรศัพท์มือถือ แล้วยื่นให้หลินอวี่ดู

ตำรวจที่มาจากกูซูและเซี่ยงไฮ้ต่างก็หัวเราะออกมา คำว่าคดีที่ซับซ้อนยากจะแก้ไข ก็คือคดีที่ปิดไม่ได้ยังไงล่ะ

หลินอวี่อ่านบันทึกปากคำไปพลาง ทบทวนความทรงจำไปพลาง เมื่อมั่นใจแล้วว่าตำรวจเซี่ยงไฮ้ยังไม่พบจุดสำคัญ ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ผมรู้แล้วครับ!"

นายรู้อะไรล่ะ รู้ว่ามันยากงั้นเหรอ? ตำรวจเซี่ยงไฮ้หลายหมื่นนายตรวจสอบมาหลายวันก็ยังหาไม่เจอ นายคิดว่ามันยากไหมล่ะ? ทำไมถึงบอกว่าคดีนี้ยากจะแก้ไข ก็เพราะความเป็นไปได้ทุกอย่างพวกเขาก็คิดถึงหมดแล้ว แต่ก็ยังหาคนไม่พบ บางคนถึงกับเดาว่าหญิงคนนั้นถูกสามีจับโบกปูนยัดไว้ในกำแพง พวกเขาถึงขนาดเจาะตัวอย่างกำแพงไปตรวจเลยด้วยซ้ำ ค้นหาจนทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วจริงๆ แทบจะพลิกแผ่นดินหาอยู่แล้ว แต่ผลลัพธ์ก็เห็นๆ กันอยู่

จางกวางหมิงกลั้นหายใจฮึบ เอ่ยถาม "หลินอวี่ นายรู้อะไรแล้วเหรอ?"

หลินอวี่ตอบอย่างมั่นใจ "คดีนี้ไม่ได้ยากเลยครับ!"

หงลู่พูดอย่างตื่นเต้น "ฉันรู้แล้วว่ารุ่นพี่ต้องทำได้!"

หลี่ซินหรานเองก็มองหลินอวี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน

คนข้างๆ เอ่ยอย่างไม่ยอมรับ "แค่พูดใครๆ ก็พูดได้ ต้องหาคนให้เจอถึงจะถูก"

"นั่นสิ ฉันยังจะบอกว่าเธอหนีออกนอกประเทศไปแล้วเลย หาไม่เจอหรอก!"

"หุบปากให้หมด ปล่อยให้หลินอวี่พูด!" ไม่รู้ว่ารองผู้กำกับการนครเซี่ยงไฮ้มายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดจริงจัง

หลินอวี่ถาม "พวกคุณไปตรวจมิเตอร์น้ำกันหรือยังครับ?"

"ตรวจ... มิเตอร์น้ำ?”

“ตรวจมิเตอร์น้ำไปทำไมล่ะ?” ตำรวจหลายคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก พวกเราหาคนหายอยู่นะ นายจะให้ไปตรวจมิเตอร์น้ำหาพระแสงอะไร!

จบบทที่ บทที่ 12 พวกคุณไปตรวจมิเตอร์น้ำกันหรือยัง

คัดลอกลิงก์แล้ว