เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 สะเทือนถึงกองกำกับการเมือง สร้างผลงานชิ้นใหญ่

บทที่ 3 สะเทือนถึงกองกำกับการเมือง สร้างผลงานชิ้นใหญ่

บทที่ 3 สะเทือนถึงกองกำกับการเมือง สร้างผลงานชิ้นใหญ่


ด้านนอกห้องสอบสวน สารวัตรจางกำลังรับฟังการสอบสวนผ่านกระจกวันเวย์ เมื่อได้ยินตำแหน่งที่ตั้งของบ่อนการพนันก็ถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ใครกันที่กล้าเปิดบ่อนพนันใต้ดินขนาดใหญ่ใต้จมูกของรัฐบาลแบบนี้?

มีคนอิจฉาตาร้อนอยากจะเข้าไปในห้องสอบสวน แต่ถูกสารวัตรจางดึงตัวไว้ ปล่อยให้หลินอวี่สอบสวนต่อไป นี่สิถึงจะเรียกว่าคนเก่ง คนอื่นมัวแต่สอบสวนกระบวนการซื้อขายบริการ แต่เขากลับสอบสวนจนเจอคดีบ่อนการพนันใต้ดิน

หลินอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยเอ่ยถาม "พี่หลงเล่นได้เงินบ่อยไหม?"

เฝิงจวินหลุดหัวเราะ "เขามันก็แค่ไอ้โง่คนนึง ผมเคยเห็นเขาเสียทีเดียวสามล้านกว่า ตาไม่กะพริบเลยสักนิด!"

หลินอวี่ถามด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก "แล้วเขาเอาเงินเยอะแยะมาจากไหนล่ะ?"

เฝิงจวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เหมือนพี่หลงจะเคยพูดถึงว่า เขาหุ้นทำธุรกิจอะไรสักอย่างกับคนอื่น ทำครั้งนึงกำไรตั้งเจ็ดแปดล้าน"

สารวัตรจางที่รับฟังอยู่ด้านนอกแทบจะยืนไม่อยู่ ในโลกใต้ดินทำธุรกิจอะไรถึงได้กำไรมหาศาลขนาดนี้ในครั้งเดียว? ยาเสพติดไงล่ะ! คดีนี้ชักจะใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!

เหล่าหลิวหัวใจเต้นแรง ลอบปรายตามองหลินอวี่ ให้แฝงตัวไปกวาดล้างแหล่งอบายมุข ดันสอบสวนเจอคดีบ่อนพนันใต้ดิน ตอนนี้ยังมีเบาะแสพ่อค้ายาเสพติดอีก แบบนี้เหรียญกล้าหาญชั้นสองก็แค่จุดเริ่มต้นแล้ว!

"สารวัตร ผม..." ต่งเฉียว หัวหน้าหน่วยหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป ผลงานนี้มันใหญ่เกินไป เขาอดไม่ได้ที่จะอยากได้มัน เขาอยู่ห่างจากตำแหน่งรองสารวัตรเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

จางกวางหมิงส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด หลินอวี่คนนี้คือดาวนำโชคของเขาชัดๆ! คราวก่อนไปประชุมที่เมือง เฒ่าขงจากตำบลโจวผู่เพิ่งจะทลายแก๊งต้มตุ๋นไปได้แก๊งเดียวก็เอามาโอ้อวดกับเขา ทำตัวกร่างคับฟ้า ทางเมืองจัดหารถตำรวจใหม่มาสิบตระเวน ตำบลเขาตำบลเดียวก็แย่งไปตั้งสามคัน ทำเอาเขาโมโหจนนอนไม่หลับไปหลายวัน

ตอนนี้สารวัตรจางรู้สึกได้ระบายความอัดอั้นตันใจ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือโทรหาเฉียนเฟิง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกูซูทันที เวลานี้เฉียนเฟิงกำลังตามเสด็จผู้บริหารระดับสูงของเมืองลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พอได้รับสายจากจางกวางหมิงก็ทำหน้าหน่ายใจ

"นี่จางกวางหมิง เพื่อรถตำรวจสองคันนั้น แกยังไม่ยอมจบใช่ไหม ถึงเมื่อก่อนแกจะเป็นกำลังหลักของกองพันเราก็เถอะ แต่ขืนมากวนใจฉันแบบวันเว้นวันแบบนี้ ฉันไม่ต้องไปทำอย่างอื่นกันพอดี เอาแต่จัดหารถตำรวจให้แกเนี่ยนะ?"

จางกวางหมิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ผู้กำกับครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้มาขอรถตำรวจจริงๆ..."

"ที่นั่นแกขาดเหลืออะไรอีกล่ะ?"

สารวัตรจางหันหลังไปเอามือป้องหูโทรศัพท์ ลดเสียงต่ำลง "ผมมีคดีสำคัญมากจะรายงานครับ"

"คดีสำคัญอะไร ไม่ใช่ว่าไปกวาดล้างซ่องมาหรอกเหรอ? เป็นไง มีผู้ใหญ่คนไหนมาขอร้องจนแกรับมือไม่ไหว อยากให้ฉันช่วย..."

จางกวางหมิงกล่าว "ผู้กำกับครับ ผมมีเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับพ่อค้ายาเสพติด เป็นไปได้มากว่าจะเป็นยาเสพติดชนิดซากุระที่ทางเซี่ยงไฮ้กำลังตามสืบข้ามมณฑลอยู่!"

"อะไรนะ! แกไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”

“เรื่องแบบนี้ผมจะกล้าเอามาล้อเล่นได้ยังไงล่ะครับ”

“แกรออยู่นั่นแหละ!”

วางสายเสร็จ ผู้กำกับเฉียนก็บอกกล่าวกับผู้บริหารเมือง แล้วพาผู้บริหารระดับสูงของสถานีตำรวจภูธรเมืองมุ่งหน้าตรงไปยังตำบลอวี้ซาน เมืองลู่เฉิงทันที ลู่เฉิงเป็นเมืองระดับอำเภอภายใต้การปกครองของเมืองกูซู และตำบลอวี้ซานก็ห่างจากตัวเมืองกูซูเพียงแค่ยี่สิบกว่ากิโลเมตรเท่านั้น

เฉียนเฟิงพาผู้บริหารจากเมืองซิ่งรถด้วยความเร็วสูงมาจนถึงสถานีตำรวจตำบลอวี้ซาน บังเอิญเหลือเกินที่ผู้บริหารระดับสูงของสถานีตำรวจภูธรสาขาลู่เฉิงก็มาถึงพอดี ผู้กำกับซุนต้าจื้อทำหน้ามุ่ย จางกวางหมิงสอบสวนได้เบาะแสสำคัญขนาดนี้ กลับไม่รายงานเขาก่อนเป็นคนแรก แต่กลับข้ามหน้าข้ามตาไปรายงานสถานีตำรวจภูธรเมือง ถ้าไม่ใช่เพราะเฒ่าขงแห่งจางผู่มารายงานเขา เขาคงไม่รู้เลยว่าตำบลอวี้ซานสร้างผลงานชิ้นโบแดงได้ใหญ่โตขนาดนี้

เฉียนเฟิงก้าวฉับๆ มายังด้านนอกห้องสอบสวน เอ่ยถามอย่างร้อนใจ "เหล่าจาง สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?"

"ผู้กำกับ!" จางกวางหมิงรายงานด้วยสีหน้าตื่นเต้น

ผู้กำกับซุนแห่งสถานีสาขากล่าว "ได้ยินมาว่านายไม่เพียงแต่สอบสวนเจอเรื่องบ่อนพนันใต้ดิน แต่ยังมีคดียาเสพติดด้วยเหรอ?"

"ใช่พ่อค้ายาที่ชุดปฏิบัติการพิเศษซากุระกำลังตามล่าตัวอยู่หรือเปล่า?" เฉียนเฟิงสนใจแค่เรื่องนี้

"ยังไม่แน่ชัดครับ แต่ผมรู้สึกว่าเหมือนมาก ในสถานที่อย่างลู่เฉิงของเรา การขนส่งเพียงครั้งเดียวก็ทำกำไรได้หลายล้าน นอกจากยาเสพติดโค้ดเนมซากุระแล้ว ก็ไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว!" สารวัตรจางกล่าววิเคราะห์ตามความคิดเห็นของตน

"เยี่ยมมาก!"

คนอื่นๆ คิดตามอยู่ไม่กี่วินาทีก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา ชุดปฏิบัติการพิเศษซากุระมีเซี่ยงไฮ้เป็นแกนนำ ร่วมมือกับมณฑลใกล้เคียงอีกหลายแห่งในการสืบสวนคดีนี้ ถ้าคดีนี้มาปิดได้ที่กูซู พวกเขาทุกคนก็จะได้หน้ากันขนานใหญ่

เฉียนเฟิงเห็นว่าคนที่เป็นผู้ซักถามหลักในห้องสอบสวนคือตำรวจหนุ่ม จึงอดไม่ได้ที่จะมองไปทางสารวัตรจาง สารวัตรจางหัวเราะร่วน "นี่คือตำรวจที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ครับ ชื่อหลินอวี่ ผมมองปราดเดียวก็ถูกใจเขาเลย"

"เหล่าจาง นายอย่ามาคุยโวหน่อยเลย ตอนที่คัดคนนายไม่ได้ไปด้วยซ้ำ นี่คือคนที่พวกเราคัดทิ้งแล้วใช่ไหมล่ะ?"

"นี่เฒ่าขง อย่ามาทำเป็นได้คืบจะเอาศอกนะ คนที่พวกนายคัดทิ้งน่ะ มาสร้างผลงานชิ้นใหญ่ให้ฉันที่นี่ แบบนี้มันหมายความว่ายังไง?"

"ได้ๆๆ นายอย่ามาขี้โอ่หน่อยเลย ก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ!" เฒ่าขงคนนั้นตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์

"อย่าเถียงกัน ตั้งใจฟัง!" เสียงจากเครื่องขยายเสียงถูกเปิดจนดังสุดแล้ว ...

ตอนที่จ้าวหยาถูกพาตัวเข้ามา เธอยังคงถลึงตาใส่หลินอวี่ด้วยความไม่ยอมจำนน ต่อให้ต้องติดคุก เธอก็จะกระชากเครื่องแบบของหมอนี่ออกให้ได้!

หลินอวี่ถาม "รู้จักพี่หลงไหม?"

จ้าวหยาตอบเสียงแข็ง "ไม่รู้จัก!"

เหล่าหลิวรู้ดีว่าพวกผู้บริหารมากันหมดแล้ว จึงตบโต๊ะด้วยความตื่นเต้น "เธอเป็นผู้หญิงของมัน จะไม่รู้จักได้ยังไง? เลิกเสแสร้งได้แล้ว ถ้าวันนี้ไม่ยอมสารภาพ ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปเลย"

จ้าวหยาแตกหักไม่ไว้หน้าใครอีก "ขู่ใครฮะ ฉันยอมรับก็ได้ ฉันกับไอ้หมานี่เอาตับๆ กันแล้ว พวกคุณจะตัดสินยังไงก็เชิญ เขาก็เป็นคนซื้อบริการ หนีไม่พ้นเหมือนกันแหละ!"

เหล่าหลิวถึงกับจุกจนพูดไม่ออก หันไปมองหลินอวี่ นี่นายซื้อบริการจริงๆ เหรอเนี่ย?

พวกผู้บริหารที่อยู่ด้านนอกถึงกับอ้าปากค้าง นี่มันสอบสวนเรื่องอะไรกัน? ไม่ใช่คดียาเสพติดโค้ดเนมซากุระหรอกเหรอ ทำไมถึงกลายเป็นการซื้อบริการไปได้ล่ะ?

ทุกคนพากันหันไปมองสารวัตรจาง สารวัตรจางกระแอมไอสองที "หลินอวี่คือสายลับที่ผมส่งไปแฝงตัวในกลุ่มพ่อค้ายาเสพติด บางครั้งก็มีเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกคุณก็เข้าใจใช่ไหม"

"อ้อ!" ทุกคนพากันพยักหน้า สายลับทำเรื่องพวกนี้ก็ไม่มีอะไรจะให้พูดถึงมากหรอก พวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตอยู่ตลอดเวลา สายลับบางคนยังถูกบังคับให้ติดยาเสพติดด้วยซ้ำ แต่แค่สถานีตำรวจเล็กๆ ดันส่งสายลับเข้าไปในแก๊งค้ายาเสพติดเนี่ยนะ ดูถูกใครกันอยู่!

ทุกคนมองออกแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเฒ่าขงเมื่อครู่นี้ที่โพล่งขึ้นมา "ไม่ถูกมั้ง ฉันได้ยินมาว่าพวกนายไปกวาดล้างซ่องที่ไคซ่าร์ อีกอย่างหลินอวี่คนนี้ก็เพิ่งมาใหม่ ทำไมจู่ๆ ถึงไปเป็นสายลับแก๊งค้ายาเสพติดได้ล่ะ?"

สารวัตรจางตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ "ผู้กำกับก็อยู่ที่นี่ แกจะมาจับผิดอะไร ไม่อยากดูก็ไสหัวไป"

เฒ่าขงจ๋อยสนิทไปในทันที คดีใหญ่ขนาดนี้ เขาเองก็อยากจะมีส่วนร่วมด้วยเหมือนกัน ไม่แน่อาจจะได้ความดีความชอบแล้วได้รับรางวัลกับเขาบ้าง

ภายในห้องสอบสวน เหล่าหลิวสวมบทโหด ทำเอาจ้าวหยาตกใจจนหน้าซีดเผือด หลินอวี่สวมบทใจดี เดินไปตรงหน้าจ้าวหยาเพื่อปลดกุญแจมือให้ แล้วยังช่วยจัดผมม้าให้เธอพลางเอ่ย "คดีนี้ซับซ้อนกว่าที่คุณคิดนะ ในนามคือการกวาดล้างแหล่งอบายมุขแล้วจับกุมคุณมา แต่ความจริงแล้วคุณเข้าไปพัวพันกับคดีอื่น ถ้าคุณยอมสารภาพตามตรง ก็ถือซะว่าคุณไปทำเสริมความงาม วันนี้ก็ออกไปได้เลย"

"ฉัน... ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ..." จ้าวหยาใจสับสนวุ่นวาย ภายในใจเริ่มเอนเอียงไปทางประนีประนอม

หลินอวี่รู้ว่าเธอเริ่มกลัวแล้ว ความรักแบบผิวเผินแบบนี้ พอภัยมาถึงตัวต่างคนต่างหนีเอาตัวรอดก็เป็นเรื่องปกติ เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ "รู้จักพี่หลงไหม?"

จ้าวหยาก้มหน้า "รู้จัก"

หลินอวี่ถาม "เขาชื่ออะไร?"

จ้าวหยาตอบเสียงเบา "เขาชื่อหลี่เปียว เพราะสักลายมังกรไว้หลายตัว คนในวงการเลยเรียกเขาว่าพี่หลง"

หลินอวี่ถาม "คุณกับเขามีความสัมพันธ์ยังไงกัน?"

จ้าวหยาเงยหน้าขึ้นมองหลินอวี่แวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลง รู้สึกกระดากอายที่จะตอบคำถามนี้

เหล่าหลิวตวาดเสียงดัง "สารภาพมาตามตรง!"

จบบทที่ บทที่ 3 สะเทือนถึงกองกำกับการเมือง สร้างผลงานชิ้นใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว