เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ฟางเสวี่ยอี

บทที่ 3 ฟางเสวี่ยอี

บทที่ 3 ฟางเสวี่ยอี


บทที่ 3 ฟางเสวี่ยอี

ไม่นานนัก นักสู้จำนวนมากก็พากันหลั่งไหลออกมาจากสถานี

ส่วนใหญ่สวมชุดต่อสู้

แม้ว่าพวกเขาจะชำระล้างร่างกายที่ฐานส่งกำลังบำรุงมาแล้วก็ตาม

แต่ทันทีที่ก้าวออกมา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็ยังคงโชยมาเตะจมูก

สมาชิกครอบครัวของนักสู้บางคนที่มารออยู่ตรงทางออกต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นคนที่รักกลับมา

ทว่าบางคนกลับยกมือปิดปากร้องไห้โฮ เพราะนักสู้บางคนสูญเสียแขนขา หรือถึงขั้นถูกหามกลับมา

ขณะที่อีกหลายคนกำลังชะเง้อมองหาญาติของตนอย่างร้อนรน ความกังวลค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว

เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากหาคนในครอบครัวไม่พบ นั่นอาจหมายความว่าคนเหล่านั้นจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

หลัวฝานมองเห็นหญิงสาวผมหางม้าในชุดต่อสู้สีขาว

ด้านหลังของเธอสะพายกระเป๋าใบใหญ่ ส่วนในมือถือหอกยาว

ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือกลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารจางๆ

รอบตัวเธอมีหญิงสาวอีกหลายคนซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมของฟางเสวี่ยอี

ทว่าเห็นได้ชัดเลยว่าหญิงสาวผมหางม้าในชุดต่อสู้สีขาวคนนี้อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม

"ภรรยาจ๋า!"

หลัวฝานโบกมือให้หญิงสาวในชุดต่อสู้สีขาว

ทันทีที่ฟางเสวี่ยอีเห็นหลัวฝาน ดวงตาของเธอก็เป็นประกายสว่างวาบ

จิตสังหารที่เบาบางอยู่แล้วพลันมลายหายไปจนแทบสัมผัสไม่ได้

หลังจากเอ่ยลาเพื่อนร่วมทีม ฟางเสวี่ยอีก็เดินตรงเข้ามาหาหลัวฝาน

"สามี ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องมารับ?"

หลัวฝานพยักหน้าทักทายเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ของฟางเสวี่ยอีก่อน

จากนั้นเขาก็ดึงตัวเธอเข้ามากอดแล้วเอ่ยว่า

"พี่รออยู่ที่บ้านไม่ไหวนี่นา ก็เลยมารับ"

"ไปกันเถอะ กลับบ้านเราก่อนดีกว่า"

ฟางเสวี่ยอีพยักหน้ารับและเดินเคียงคู่ไปกับหลัวฝานมุ่งหน้าสู่ลานจอดรถ

มือข้างหนึ่งของเธอถือหอกยาว ส่วนอีกข้างจับมือหลัวฝานไว้แน่น พลางเล่าถึงผลพลอยได้จากการเดินทางไปยังพื้นที่รกร้างในครั้งนี้ให้เขาฟัง

ฟางเสวี่ยอีและหลัวฝานรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น

เนื่องจากอพาร์ตเมนต์ของทั้งคู่อยู่ติดกัน

ดังนั้นหลังจากเจอกันในโรงเรียนมัธยมต้น ทั้งสองก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

ต่อมาพวกเขาก็ถึงขั้นไปกลับโรงเรียนด้วยกัน

เมื่อขึ้นมัธยมปลาย ทั้งสองก็ตกลงคบหากันเป็นแฟนและจับมือกันไปฝึกฝนที่สำนักนักสู้สุดขั้วจนได้เป็นนักเรียนของที่นั่น

พ่อของฟางเสวี่ยอีเสียชีวิตลงตอนที่เธออยู่มัธยมปลายปีสองเนื่องจากการตรากตรำทำงานหนักมาอย่างยาวนาน

และนั่นก็ทำให้แม่ของเธอถึงกับล้มพับด้วยความเหนื่อยล้า

สุดท้ายหลัวฝานจึงเป็นคนออกค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของฟางเสวี่ยอี

แม้จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปมหาศาล แต่เนื่องจากแม่ของเธอก็ทำงานหนักมาโดยตลอด ประกอบกับการสูญเสียสามีและความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัส

ในท้ายที่สุดแม่ของฟางเสวี่ยอีก็จากไป

หลังจากนั้น ฟางเสวี่ยอีก็กลายเป็นเด็กกำพร้า

หากไม่ได้หลัวฝานคอยช่วยเหลือ เธออาจต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปหางานทำแล้ว

ในช่วงเทอมสองของชั้นมัธยมปลายปีสอง หลัวฝานเก็บเงินได้มากพอที่จะซื้อบ้านในหมู่บ้านวิลล่าที่ครอบครัวของหลัวหงกั๋วอาศัยอยู่ในปัจจุบัน

เขาจึงพาฟางเสวี่ยอีมาอยู่ด้วยกัน

ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันโดยวางแผนว่าจะแต่งงานกันหลังเรียนจบมัธยมปลาย

ต่อมา ในช่วงมัธยมปลายปีสาม หลัวฝานยังคงเป็นเพียงนักเรียนระดับต้น ในขณะที่ฟางเสวี่ยอีเลื่อนขั้นเป็นนักเรียนระดับสูง

และในที่สุด ครึ่งปีหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ฟางเสวี่ยอีก็ได้กลายเป็นนักสู้เต็มตัว

ทั้งสองจึงย้ายเข้าไปอยู่ในเขตชุมชนหมิงเยว่

เดิมทีฟางเสวี่ยอีเคยเสนอให้หลัวหงกั๋ว กงซินหลาน หลัวเฟิง และหลัวฮว๋าย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนนักสู้ด้วยกัน

เพราะยังไงที่นั่นก็ปลอดภัยกว่า

ทว่าสมาชิกครอบครัวตระกูลหลัวทั้งสี่คนไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของหลัวฝานและฟางเสวี่ยอี พวกเขาจึงปฏิเสธไป

ตอนนี้ ฟางเสวี่ยอีที่เป็นนักสู้มาได้กว่าสองปีแล้ว เกือบจะก้าวเข้าสู่ระดับขุนพลระดับต้น ซึ่งถือว่าเธอมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมาก

เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ในทีมกุหลาบของเธอล้วนมีระดับนักรบระดับสูงขึ้นไปทั้งสิ้น

ส่วนหัวหน้าและรองหัวหน้าทีมกุหลาบก็เข้าใกล้ระดับขุนพลระดับกลางแล้ว

บริษัทปัจจุบันของหลัวฝานดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์นิยายของเขาเป็นหลัก

เนื่องจากเขาระบุชื่อฟางเสวี่ยอีให้เป็นเจ้าของร่วมแต่เพียงในนาม บริษัทจึงทำเงินได้มหาศาล

อันที่จริงความมั่งคั่งของหลัวฝานนั้นมีมากกว่าฟางเสวี่ยอีเสียอีก

อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีถึงความสำคัญของความแข็งแกร่ง และเงินที่เก็บซุกซ่อนไว้ก็ไร้ประโยชน์

เขาจึงใช้เงินก้อนโตซื้ออุปกรณ์ระดับสูงให้ฟางเสวี่ยอีหนึ่งชุด

นอกจากนั้น เขายังจ้างคนมาเป็นคู่ซ้อมให้กับหลัวเฟิง

บางครั้งเขาก็ยอมทุ่มเงินเชิญยอดฝีมือมาคอยชี้แนะเคล็ดวิชาดาบและทักษะการเคลื่อนไหวให้หลัวเฟิง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหลัวเฟิงในตอนนี้ถึงแข็งแกร่งกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของต้นฉบับมากนัก

ไม่นานนัก ทั้งสองก็ขับรถกลับถึงบ้าน

ตอนเที่ยง พวกเขาไปทานอาหารที่วิลล่ากรีนซิตี้

เนื่องจากฟางเสวี่ยอีอาศัยอยู่กับหลัวฝานมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย

ครอบครัวตระกูลหลัวจึงคุ้นเคยกับฟางเสวี่ยอีเป็นอย่างดี

หลังจากทานอาหารเสร็จ ฟางเสวี่ยอีก็เริ่มชี้แนะหลัวเฟิง

ในเมื่อหลัวเฟิงมีความสามารถพอที่จะผ่านการประเมินนักสู้ฝึกหัดแล้ว เขาจึงแทบจะเลิกไปโรงเรียนเลย

ส่วนหลัวฝานก็ลงมือทำภารกิจเมื่อคืนต่อ ภายใต้สายตาอันประหลาดใจของหลัวเฟิง

"พี่ใหญ่ พี่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการเป็นนักสู้ไม่ใช่เหรอครับ?"

"สามี วันนี้ไม่ต้องปั่นต้นฉบับเหรอคะ?"

หลัวฝานตอบขณะวิ่ง

"ช่วงนี้พี่เอาแต่นั่งเขียนนิยาย ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย"

"วันนี้ขอออกกำลังกายสักหน่อยเถอะ"

"ส่วนเรื่องเขียนนิยายน่ะเหรอ? หึ! ขออู้งานสักวันก็แล้วกัน!"

ไม่นานนัก ฟางเสวี่ยอีและหลัวเฟิงก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าหลัวฝานฝึกซ้อมมาสองชั่วโมงแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด!

เนื่องจากสมรรถภาพร่างกายของเขาดีขึ้นอย่างมาก ความเร็วของหลัวฝานจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เขาทำภารกิจสำเร็จไปสามอย่างภายในสองชั่วโมง

ตอนนี้ค่าสมรรถภาพร่างกายของเขาพุ่งไปถึง 40 แล้ว!

พลังหมัดของเขาก็แตะระดับ 404!

แน่นอนว่านี่คือตัวเลขตามแผงหน้าต่างระบบ

ในการทดสอบจริง พลังหมัดของเขาอาจจะอยู่ระหว่าง 390 ถึง 404

หลังจากทำภารกิจที่สามเสร็จสิ้น หลัวฝานก็ตั้งใจจะพักผ่อน

ทว่าพอเห็นหลัวเฟิงถือดาบประลองฝีมือกับฟางเสวี่ยอี หลัวฝานก็เกิดอาการคันไม้คันมืออยากลองบ้าง

เขาจึงคิดในใจอย่างเงียบๆ

"ฝึกเพลงดาบพื้นฐาน 10 ครั้ง!"

"ระดับภารกิจไม่เพียงพอ โปรดกำหนดภารกิจใหม่อีกครั้ง"

"ฝึกเพลงดาบพื้นฐาน 100 ครั้ง!"

"กำหนดภารกิจสำเร็จ!"

วินาทีต่อมา ภารกิจใหม่ก็ปรากฏขึ้นบนแผงหน้าต่างระบบตรงหน้าหลัวฝาน

【ภารกิจ: ฝึกเพลงดาบพื้นฐาน 100 ครั้ง, รางวัล: ความเชี่ยวชาญเพลงดาบพื้นฐาน + 1】

ใบหน้าของหลัวฝานเปี่ยมไปด้วยความดีใจ

เป็นไปตามคาด เขาสามารถกำหนดภารกิจอื่นๆ ได้เช่นกัน อย่างเช่นเพลงดาบ

บางทีในอนาคตอาจจะใช้เพื่อทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้ด้วยซ้ำ

วันนี้ตอนเดินทางกลับเขาก็ลองทดสอบดูแล้ว

แผงหน้าต่างระบบนี้คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้ รวมถึงฟางเสวี่ยอีด้วย

หลังจากตั้งค่าภารกิจสำเร็จ หลัวฝานก็เริ่มฝึกเพลงดาบพื้นฐาน

อันที่จริง เพลงดาบพื้นฐานนั้นเน้นไปที่การฝึกกระบวนท่าดาบขั้นพื้นฐานเป็นหลัก

ฟันขวาง สับลง แทง กวาด...

ทั้งหมดสิบกระบวนท่า

และเพลงดาบพื้นฐานเองก็มีทั้งหมดสิบรูปแบบ

ระบบจะแจ้งเตือนทุกครั้งที่ฝึกเสร็จสิ้นหนึ่งรอบ

ตัวอย่างเช่น การวิดพื้น จะต้องทำท่าทางให้ถูกต้องตามมาตรฐานเท่านั้นถึงจะนับ

การฝึกอย่างอื่นก็ใช้เกณฑ์เดียวกัน

และสำหรับวิชาดาบ หลัวฝานจำเป็นต้องร่ายรำแต่ละกระบวนท่าให้ได้มาตรฐานถึงจะนับว่าสำเร็จหนึ่งครั้ง

ดังนั้นการฝึกวิชาดาบ 100 ครั้งย่อมต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง

ไม่นานนัก หลัวฝานก็ฝึกเพลงดาบพื้นฐานครบ 100 ครั้ง

"ภารกิจเสร็จสิ้น รางวัล: ความเชี่ยวชาญเพลงดาบ + 1 คุณต้องการรับหรือไม่?"

หลัวฝานลอบมองหลัวเฟิงและฟางเสวี่ยอีที่อยู่ข้างๆ และเมื่อพบว่าพวกเขาไม่ได้สนใจตน เขาจึงคิดในใจอย่างเงียบๆ

"รับรางวัล!"

จบบทที่ บทที่ 3 ฟางเสวี่ยอี

คัดลอกลิงก์แล้ว