- หน้าแรก
- ให้เฝ้าสุสาน ไหงกลายเป็นจอมมารบรรพกาลไปได้
- บทที่ 525 - อะไรนะ ส่งมาให้ถึงที่จริงๆ หรือ!
บทที่ 525 - อะไรนะ ส่งมาให้ถึงที่จริงๆ หรือ!
บทที่ 525 - อะไรนะ ส่งมาให้ถึงที่จริงๆ หรือ!
บทที่ 525 - อะไรนะ ส่งมาให้ถึงที่จริงๆ หรือ!
"ก้อนอิฐ แผ่นกระเบื้อง"
ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุมองดูท่านบรรพชนอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคำพูดนี้มีความหมายว่าอย่างไร
เขาก็ไม่ได้ถามให้มากความ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุก็หยิบไม้วิญญาณออกมาท่อนหนึ่ง
"ท่านบรรพชน สิ่งนี้ได้หรือไม่ เป็นไม้วิญญาณซวินที่ได้มาจากภูเขาด้านหลังเผ่าของเรา"
"ย่อมได้อยู่แล้ว"
หลินเซียวรับไม้วิญญาณมา แล้วถ่ายทอดพลังวิญญาณลงไป หลังจากที่พลังวิญญาณของเขาซึมซาบเข้าไปในไม้วิญญาณท่อนนี้จนทั่วแล้ว
"สังเวย" หลินเซียวร้องตะโกนในใจ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาละทิ้งการสะท้อนกลับของพลังงานทั้งหมด และสร้างมันให้กลายเป็นวงแหวนแสงแห่งการส่งตัว
ทันทีที่วงแหวนแสงแห่งการส่งตัวปรากฏขึ้น ก็ถูกโลกใบเล็กนี้ต่อต้านโดยสัญชาตญาณทันที
พลังแห่งการทำลายล้างสายหนึ่งหมายจะทำลายวงแหวนแสงแห่งการส่งตัวให้สิ้นซาก
หลินเซียวสังเกตเห็นสถานการณ์นี้เป็นคนแรก เขาโบกมือขวา พลังแห่งมิติก็เสริมเข้าไป ทำให้วงแหวนแสงแห่งการส่งตัวมั่นคงขึ้นอย่างสมบูรณ์
ตูม
พลังแห่งการทำลายล้างนั้นโจมตีเข้าที่วงแหวนแสงแห่งการส่งตัว แต่กลับไม่ทำให้เกิดความเสียหายใดๆ
ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุเวลานี้ก็ตั้งสติได้ รีบสลายพลังนั้นทิ้งไป
"ท่านบรรพชน พลังเมื่อครู่นี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของข้า" เขารีบอธิบาย
หากถูกท่านบรรพชนเข้าใจผิด ต่อให้กระโดดลงภูเขาไฟก็ล้างความผิดไม่หมด
"ไม่เป็นไร อยู่ในความคาดหมายของข้าแล้ว" หลินเซียวกล่าว
นี่ถือเป็นการทดลองของเขาครั้งหนึ่ง
หากเปิดจุดส่งตัวภายในโลกใบเล็กของผู้อื่น จะเกิดอะไรขึ้น
ความคิดนี้มีมาตั้งแต่ครั้งแรกที่หลินเซียวเข้าไปในโลกใบเล็กของคนอื่นแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆ เสียที
วันนี้เพราะอีกฝ่ายคือผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุ ถือว่าเป็นพวกเดียวกัน เขาจึงกล้าลงมือทดลองดู
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
การทำเช่นนี้ จะดึงดูดพลังสะท้อนกลับของโลกใบเล็ก
โชคดีที่โลกใบเล็กของผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก เพียงแค่เสริมด้วยพลังแห่งมิติ ก็สามารถรักษาสเถียรภาพไว้ได้แล้ว
เมื่อเห็นว่าท่านบรรพชนไม่มีทีท่าจะตำหนิ ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุถึงได้วางใจ
เวลานี้ ความสนใจของเขาก็พุ่งเป้าไปที่วงแหวนแสงแห่งการส่งตัวตรงหน้าทั้งสามคน
"ท่านบรรพชน นี่คือ..." ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุมีความคาดเดาอยู่ในใจ แต่ชั่วขณะก็ไม่กล้าเชื่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครู่นี้มีพลังเหนือธรรมชาติสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนร่างของท่านบรรพชน นั่นดูเหมือนจะเป็น... พลังแห่งมิติ
"ก็แค่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ไปเถอะ เข้าไปในวงแหวนแสงนี้ ก็น่าจะถึงเผ่าของพวกท่านแล้ว" หลินเซียวกล่าวอย่างไม่แยแส
ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุและอ๋าวซิงต่างเบิกตากว้าง
เข้าไปในวงแหวนแสงก็ถึงเผ่าของพวกเขาเลยหรือ
นี่คือ... ค่ายกลส่งตัวจริงๆ หรือ
สวรรค์
นี่หรือคือท่านบรรพชน
ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ งั้นหรือ
แค่โบกมือก็สร้างค่ายกลส่งตัวชั่วคราวขึ้นมาได้ ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ นี้น่าตื่นตะลึงเกินไปแล้วกระมัง
แน่นอนว่าพวกเขาเคยเห็นค่ายกลส่งตัวมาก่อน แต่สิ่งนั้นมักจะต้องใช้ปรมาจารย์ด้านค่ายกลหลายคน ร่วมกับของวิเศษแห่งมิติและวิชาลับบางอย่าง แล้วยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีหรือหลายสิบปีจึงจะสร้างขึ้นมาได้
ขุมกำลังในโลกจักรพรรดิที่มีค่ายกลส่งตัว มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
สิ่งนั้น หากจะสร้างขึ้นมา ก็ต้องใช้ทรัพย์สินมหาศาล และยังต้องมีงบประมาณบำรุงรักษาในแต่ละปีที่มหาศาลไม่แพ้กัน
หากไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ ก็ไม่อาจครอบครองค่ายกลส่งตัวได้เลย
ส่วนอย่างท่านบรรพชนที่สร้างค่ายกลส่งตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ เช่นนี้ พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะเคยได้ยินมาก่อน
ค่ายกลส่งตัวนี้ จะใช้ได้จริงหรือ
ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุสงสัยอยู่ในใจ
ท่านบรรพชนยังไม่ขยับ นั่นก็หมายความว่าจะให้เขาเข้าไปก่อน
นี่มัน
ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุเหลือบมองไปด้านข้าง ก็ตัดสินใจได้ในทันที
"อ๋าวซิง รีบเข้าไปนำทาง เมื่อไปถึงเผ่าของเรา ท่านบรรพชนก็คือแขกผู้ทรงเกียรติที่สุดของเรา หากเจ้าไม่นำทาง หรือจะให้ท่านบรรพชนเข้าไปนำทางด้วยตัวเอง" ผู้อาวุโสใหญ่ตวาดเสียงดุ
อ๋าวซิง "..."
เขาถึงกับมึนงง
ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านทำแบบนี้ไม่ค่อยจะยุติธรรมเลยนะ
เหตุใดถึงให้เขาเข้าไปก่อนเล่า
ถ้าเขาเกิดก้าวเข้าไป แล้วถูกพลังมิติที่ปั่นป่วนดูดกลืนหายไปสุดหล้าฟ้าเขียวจะทำอย่างไรล่ะ
พูดตามเหตุผลแล้ว ท่านเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตจ้าวพิภพระดับปลาย เรื่องแบบนี้ท่านไม่ควรจะเป็นคนทดสอบด้วยตัวเองหรือ
อ๋าวซิงอยากจะโต้เถียง แต่เพราะสายตาข่มขู่ของผู้อาวุโสใหญ่
เขาสูดหายใจลึกหลายครั้ง จากนั้นก็ทำใจกล้าเดินเข้าไปในวงแหวนแสงแห่งการส่งตัว
หลินเซียวที่อยู่ด้านข้างถูกการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของสองคนนี้ทำให้ขำขัน
เผ่ามังกรวายุทำอะไรก็รอบคอบดีเหมือนกันนะ
เมื่อเห็นว่าอ๋าวซิงเข้าไปแล้วไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติใดๆ ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุก็รีบเดินตามเข้าไป
หลินเซียวเดินตามไปติดๆ
เพียงแค่พริบตาเดียว
หลินเซียวและมังกรวายุทั้งสองก็มาปรากฏตัวในสถานที่แห่งหนึ่ง
ที่นี่มีพลังอสูรแผ่ซ่าน กฎแห่งฟ้าดินเข้มข้นไหลเวียนอยู่
แม้จะเทียบไม่ได้กับสภาพแวดล้อมภายในพันธมิตรหมื่นมรรคา แต่ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว
"คารวะผู้อาวุโสใหญ่"
"เอ๊ะ ผู้อาวุโสใหญ่มาปรากฏตัวที่นี่กะทันหันได้อย่างไรกัน"
"ดูจากการสั่นสะเทือนของความว่างเปล่า ดูเหมือนผู้อาวุโสใหญ่จะมาโดยผ่านทางค่ายกลส่งตัวหรืออะไรทำนองนั้นนะ"
ตอนที่ทั้งสามคนปรากฏตัว ได้ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนของมิติไม่น้อย จึงดึงดูดคนกลุ่มหนึ่งให้เข้ามาดู
หลินเซียวเพียงมองแวบเดียว ก็สัมผัสได้จากกลิ่นอายของคนเหล่านี้ว่า พวกเขาคือคนของเผ่ามังกรวายุ
ชายฉกรรจ์ร่างหยาบกระด้างแต่ละคน ล้วนมีลักษณะเด่นที่ชัดเจนมาก
"จำไว้ วันนี้ถือซะว่าพวกเจ้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่" ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวกับคนเหล่านี้ด้วยน้ำเสียงขึงขัง
เมื่อบรรลุถึงระดับการฝึกตนของเขาแล้ว ในเบื้องลึกก็เกิดความรู้สึกบางอย่าง
วิกฤตของเผ่ามังกรวายุ จะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เช่นนั้นก็ยิ่งไม่อาจเปิดเผยเรื่องของท่านบรรพชนออกไปง่ายๆ ในเวลาแบบนี้
"รับทราบ ผู้อาวุโสใหญ่" สมาชิกในเผ่าไม่ได้ถามถึงเหตุผลใดๆ รับปากในทันที
"อืม ดีมาก" ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า จากนั้นก็พาอ๋าวซิงและหลินเซียวที่อยู่ด้านหลัง รีบจากไป
สำหรับความจงรักภักดีของคนในเผ่าตนเองนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลย
เขาเชื่อว่าเมื่อพูดออกไปเช่นนี้แล้ว คนเหล่านี้ย่อมเข้าใจดี
คนในเผ่าไม่กี่คนใช้สายตาเคารพส่งผู้อาวุโสใหญ่ทั้งสามจากไป จากนั้นก็กระซิบกระซาบกัน
"คนที่อยู่ข้างหลังผู้อาวุโสใหญ่ คนหนึ่งคืออ๋าวซิง ส่วนอีกคนคือใครกัน เหตุใดถึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"
"ไม่เคยเห็นจริงๆ ด้วย อีกทั้ง ไม่ใช่คนในเผ่าเรา ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่แม้กระทั่งคนของเผ่าอสูร สัมผัสจากกลิ่นอายแล้ว ดูเหมือนจะเป็น... คนของเผ่ามนุษย์"
"นี่สิแปลก เหตุใดผู้อาวุโสใหญ่จึงต้องพาคนเผ่ามนุษย์กลับมาด้วย"
"พวกเจ้าไม่สังเกตหรือว่า ท่าทีของผู้อาวุโสใหญ่ที่มีต่อคนเผ่ามนุษย์ผู้นั้นดูไม่ธรรมดาเลยนะ"
"นี่ นี่ หรือว่าจะเป็นบุคคลสำคัญท่านใด"
"ผู้อาวุโสใหญ่ก็บอกแล้วว่า เรื่องในวันนี้พวกเราไม่เคยเห็นใครทั้งสิ้น นับจากนี้เป็นต้นไป ห้ามถกเถียงกันเรื่องเมื่อครู่นี้อีก"
อีกด้านหนึ่ง
ผู้อาวุโสใหญ่ไล่อ๋าวซิงไป แล้วก็พาหลินเซียวมายังสถานที่เก็บตัวแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณแห่งฟ้าดิน มีหญ้าวิญญาณและไม้วิญญาณปกคลุมทั่วทั้งภูเขา
"ท่านบรรพชน นี่คือสถานที่เก็บตัวอันลี้ลับของเผ่าเรา โดยปกติจะมีเพียงข้าและหัวหน้าเผ่าเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้"
"ท่านพักผ่อนที่นี่สักคืนเถิด พวกข้าจะไปเตรียมการ รอให้ถึงเวลาเที่ยงวันพรุ่งนี้ ข้าจะพาท่านบรรพชนไปที่สระกลายร่างมังกร ท่านเห็นสมควรหรือไม่"
ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุเมื่อจัดเตรียมที่พักให้หลินเซียวเสร็จแล้ว ก็เอ่ยถามด้วยความเคารพ
"อืม ตกลง พวกท่านไปเตรียมการเถอะ" หลินเซียวไม่มีความเห็นใดๆ
"รับทราบขอรับท่านบรรพชน" ผู้อาวุโสใหญ่เผ่าวายุทำความเคารพแล้วถอยออกไป
หลินเซียวก็ไม่ได้เกรงใจ ล้มตัวลงนอนบนเตียงน้ำแข็งขนาดสิบเมตรภายในถ้ำแห่งนี้โดยตรง
แต่ในหัวของเขายังคงไม่ว่างเว้น ครุ่นคิดถึงเรื่องของเผ่าต่างเผ่าทมิฬอย่างต่อเนื่อง
เขามักจะรู้สึกว่านี่คือกระดานหมากขนาดใหญ่ และเขาเองก็ได้กลายเป็นคนในกระดานหมากนี้ จากที่เคยเป็นคนนอกไปเสียแล้ว
ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
ขณะที่หลินเซียวกำลังครุ่นคิดอย่างเงียบๆ
ทันใดนั้น ในดวงตาของเขาก็สาดประกายแสงเย็นเยือก
แม้หลินเซียวจะพักผ่อน แต่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และพลังแห่งมิติของเขาก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ คอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
เมื่อครู่นี้เอง เขาพลันสัมผัสได้ถึงเงาร่างคนผู้หนึ่งบุกรุกเข้ามา
"ใครกัน"
เขาแค่นเสียงเย็น แสงสีม่วงทองก็พุ่งออกจากดวงตา
"อ๊าย"
เสียงกรีดร้องอันแหลมเล็กดังขึ้น
"ทะ ท่านบรรพชน ท่านเข้าใจผิดแล้ว เป็น เป็นผู้อาวุโสใหญ่ส่งข้ามาเจ้าค่ะ"
เสียงอันแหลมเล็กนั้นรีบอธิบายอย่างยากลำบาก