- หน้าแรก
- ระบบอัปเกรด 1 วัน 1 แต้ม เส้นทางสู่จุดสูงสุด
- บทที่ 220 - ปรากฏตัวสะท้านฟ้า ยอดอัจฉริยะแห่งยุค
บทที่ 220 - ปรากฏตัวสะท้านฟ้า ยอดอัจฉริยะแห่งยุค
บทที่ 220 - ปรากฏตัวสะท้านฟ้า ยอดอัจฉริยะแห่งยุค
บทที่ 220 - ปรากฏตัวสะท้านฟ้า ยอดอัจฉริยะแห่งยุค
"แก"
วินาทีที่ภูเขากระบี่ปรากฏขึ้น ไคอัสก็สติแตกไปอย่างสมบูรณ์
"แกใช้กฎเกณฑ์เป็น!"
"แถมยังเป็นกฎเกณฑ์มิติด้วย!!"
ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ
กฎเกณฑ์มิติที่ฉินมู่ใช้นั้น แข็งแกร่งกว่าของเขาเสียอีก
"เป็นไปไม่ได้!"
"แกเพิ่งจะอยู่ระดับไหนกัน ทำไมความเข้าใจในมิติถึงได้สูงกว่าฉันได้!?"
"นี่มันวิชามาร! ภาพลวงตา!"
ไคอัสบ้าไปแล้ว
เขายอมรับการโจมตีของภูเขากระบี่โดยไม่ขัดขืนใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ภูเขากระบี่ไม่เกรงใจเขาหรอกนะ
แน่นอน
ภูเขากระบี่ก็ไม่สนใจมดปลวกที่ไร้ค่าเช่นกัน
พลั่ก!
คมกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งเข้าใส่ บดขยี้จนตายคาที
มันง่ายดายถึงเพียงนั้น
เหมือนรถยนต์ที่บดขยี้มดตัวหนึ่ง โดยไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
‘ติ๊ด!’
"การต่อสู้จบลง ฉินมู่เป็นฝ่ายชนะ!"
เสียงประกาศแจ้งเตือนดังก้องไปทั่วอวกาศ
ทุกคนเบิกตากว้าง
"จบแล้วหรือ"
"แค่นี้เองหรือ"
กระบี่พันคีรีสะบัดออกไปอย่างลวกๆ ภูเขากระบี่ก็หายวับไปในพริบตา
"บ้าเอ๊ย ม่านพลังไม่มีทางพังจริงๆ หรือเนี่ย"
ฉินมู่ยังอยากจะลองทดสอบดูว่าภูเขากระบี่จะเจาะทะลวงม่านพลังได้ไหม
สนามรบกลับคืนสู่ความสงบ
ในอวกาศ มีเพียงท่าทีเดินทอดน่องอย่างสบายใจของฉินมู่เท่านั้น
หน้าบัลลังก์เทวะ เชียนอวิ๋นพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ฉินมู่ ชนะแล้ว!"
ซี๊ด ฟู่!
เซี่ยวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ฉินมู่ชนะ ความเข้าใจกฎเกณฑ์ของเขายังไม่แน่ชัด แต่การที่สามารถปลดปล่อยอาวุธเทพขั้นที่หนึ่งได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีพลังระดับกฎเกณฑ์ 30 ชั้นขึ้นไปแล้วล่ะ"
"แถมเขายังทำความเข้าใจมิติ สามารถผสานมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
แม่งเอ๊ย!
เซี่ยวเยว่แทบจะด่ากราดออกมาในใจแล้ว
เจ้าหนูฉินมู่นี่ ซ่อนรูปเก่งชะมัด!
มีความเข้าใจในกฎเกณฑ์ แล้วทำไมถึงไม่บอกล่ะ
มิน่าล่ะท่านราชันเทพถึงได้ให้ความสำคัญกับฉินมู่นักหนา
ยอดอัจฉริยะแห่งยุคไงล่ะ!
นี่ ไม่ใช่คำว่าอัจฉริยะจะสามารถบรรยายได้แล้ว
เขาคือยอดอัจฉริยะแห่งยุคที่ยังมีชีวิตอยู่ชัดๆ!
เจตจำนงของจักรวาลนั้นยุติธรรมเสมอ
เมื่อพิภพเกิดและดับ พรสวรรค์ก็จะถูกจัดสรรใหม่
ในทุกยุคทุกสมัย มักจะมีอัจฉริยะอยู่สองสามคนที่โดดเด่นกว่าอัจฉริยะคนอื่นๆ อย่างเทียบไม่ติด ก่อตัวเป็นพลังต่อสู้ที่พร้อมบดขยี้ทุกสิ่ง
ฉินมู่
เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบแปดปี ระดับห้วงดาราสเตจห้า ก็สามารถบดขยี้อัจฉริยะอย่างไคอัสได้อย่างง่ายดาย
พรสวรรค์สูงส่งจนผิดมนุษย์มนา!
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ฝึกตนมักจะเรียกคนประเภทนี้ว่ายอดอัจฉริยะแห่งยุค!
และยังเรียกว่าบุตรแห่งยุคอีกด้วย!
ในยุคนี้ แทบไม่มีใครเทียบเคียงได้เลย
ความเก่งกาจถึงขั้นฝืนกฎสวรรค์ ราวกับเป็นลูกรักของจักรวาล แข็งแกร่งจนทำให้ผู้ฝึกตนธรรมดาไม่อาจแม้แต่จะคิดต่อต้าน!
เชียนอวิ๋นขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดอย่างละเอียดว่า
"ระดับเขตแดนจักรวาลขั้นสูงสุด!"
"พลังต่อสู้ของฉินมู่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับเขตแดนจักรวาลขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน แถมยังเป็นพวกที่แข็งแกร่งมากๆ ในบรรดาระดับเขตแดนจักรวาลขั้นสูงสุดด้วย"
"แถมดูจากสภาพของเขาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเขาใช้พลังเต็มที่แล้วหรือยัง"
หืม???
คำพูดที่เชียนอวิ๋นพึมพำออกมา ลอยเข้าหูเซี่ยวเยว่และคนอื่นๆ ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
บ้าเอ๊ย!
อย่ามาล้อเล่นกันน่า!
โรคจิตขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้เอาจริงอีกหรือ
จะเอายังไงล่ะ!
เพิ่งจะอยู่ระดับห้วงดาราสเตจห้าเองนะ จะสังหารเทพเจ้าแบบฝืนกฎสวรรค์เลยหรือไง
อย่าให้มันเวอร์เกินไปนักสิ มันเป็นไปไม่ได้!
อีกด้านหนึ่ง
ดวงตาของหมิงหลัว เจ้าสำนักข่ายดาราที่อยู่ข้างหลังเชียนอวิ๋น กลับจ้องเขม็งไปที่กระบี่คู่กายในมือของฉินมู่
"กระบี่พันคีรี!"
ความตกตะลึงในใจของหมิงหลัวนั้น แทบจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย
เมื่อสิบล้านปีก่อน นางโชคดีได้เห็นกระบี่พันคีรีออกโรงมาแล้วครั้งหนึ่ง
อานุภาพในครั้งนั้น ยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำของนางจนถึงทุกวันนี้
ฉินมู่หรือ
หรือว่า เขาจะมีความเกี่ยวข้องกับท่านผู้อาวุโสสายฟ้า
การที่ท่านผู้อาวุโสสายฟ้ายังไม่ยอมปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเขางั้นหรือ
ถ้าใช่ล่ะก็
ท่านผู้อาวุโสสายฟ้าก็ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาการฝึกฝนของฉินมู่เพื่อคนใกล้ตายอย่างข้าจริงๆ หรอก
หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ
หมิงหลัวรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "ถ้า ถ้าฉินมู่เป็นผู้สืบทอดของสำนักกระบี่สวรรค์ล่ะก็ การจะฟื้นฟูสำนัก ก็คงเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น!!"
"แค่ไม่รู้ว่า ข้าจะยังมีโอกาสได้เห็นวันนั้นหรือเปล่า"
เหนือบัลลังก์เทวะ
"ฮ่าฮ่าฮ่า ดี!"
จู่ๆ สุรเสียงศักดิ์สิทธิ์ก็ดังกึกก้อง สยบทั่วทั้งบริเวณในชั่วพริบตา
อวกาศรอบด้าน รวมไปถึงผู้ชมทั้งหมด ล้วนสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณด้วยเสียงคำรามนี้
"ฉินมู่ ดีมาก!"
"ใครจะไปคิดว่าลูกรักแห่งสวรรค์ของยุคนี้ จะปรากฏตัวสะท้านฟ้าด้วยท่วงท่าเช่นนี้"
สิ้นเสียง
ผนึกมิติรอบด้านถึงได้คลายออก
ท่านมหาเทพใช้จิตสำนึกส่งเสียงไปยังราชันเทพรอบๆ "ในเมื่อท่านผู้นี้แพ้พนันไปตาหนึ่งแล้ว เส้นทางหลังจากนี้ของฉินมู่ ก็ปล่อยให้เขาจัดการเองเถอะ ห้ามใครเข้าไปก้าวก่ายอีก"
"น้อมรับ บัญชาท่านมหาเทพ!"
ราชันเทพปีกดาราและองค์อื่นๆ ตอบรับอย่างนอบน้อม
"ขอประทานอภัยท่านมหาเทพ"
ราชันเทพว่านเยว่เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน "การต่อสู้รอบต่อไปของฉินมู่ จะจัดการอย่างไรดี"
"การต่อสู้ครั้งนี้แหกกฎไปแล้ว ถ้าปล่อยให้เขาไปสู้กับอัจฉริยะธรรมดาในระดับต่ำกว่าชั้น 50 อีก ก็คงจะไม่มีความหมายอะไร"
ราชันเทพปีกดาราพยักหน้าเห็นด้วย "จริงด้วย เจ้าหนูนี่ซ่อนรูปเก่งเกินไปแล้ว แม้แต่ข้าก็ยังมองไม่ออกเลยว่า เขาเอาจริงแล้วหรือยัง"
อืม
ท่านมหาเทพครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ช่วงนี้พิภพเทพวิหคเพลิงมีความเคลื่อนไหวแปลกๆ คงจะอดรนทนไม่ไหวแล้วล่ะสิ"
"พอดีเลย เผ่าพันธุ์เทพวิหคเพลิงก็มีเด็กคนหนึ่งเข้าร่วมศึกชิงจ้าวหมู่ดาวครั้งนี้ด้วย พวกเจ้าไปจัดการเอาเถอะ"
ราชันเทพว่านเยว่ชะงักไปเล็กน้อย คิดในใจ
"เจียงนีหรือ"
"พลังต่อสู้ของลูกนกวิหคเพลิงตัวนั้น เกรงว่าจะไม่ด้อยไปกว่าหลานชู่เลยนะ"
ท่านมหาเทพปรายตามองฉินมู่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปในอวกาศ
"เฮ้อ"
ตอนนั้นเอง ราชันเทพปีกดาราถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างเงียบเหงา "ฉินมู่ กลับกลายเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุคไปเสียได้"
"ราชันเทพว่านเยว่"
"ยินดีด้วย!"
ราชันเทพลี่ยนคง ราชันเทพธารน้ำแข็ง และราชันเทพพั่วไห่ ต่างก็มาร่วมแสดงความยินดี
"ยินดีด้วยที่ท่านได้ศิษย์ที่เป็นถึงยอดอัจฉริยะ!"
"ช่างน่าอิจฉาเสียจริง"
ราชันเทพว่านเยว่:
หึหึ!?
ข้าจะบอกว่าฉินมู่ยังไม่ได้เป็นศิษย์ข้าได้หรือเปล่าล่ะ
ไม่ได้!
ไม่ว่าฉินมู่จะกราบอาจารย์แล้วหรือไม่ เขาก็ต้องเป็นของข้า!
ใครก็แย่งไปไม่ได้!
ราชันเทพว่านเยว่แสร้งทำเป็นกระแอมสองสามครั้ง แล้วยิ้มตอบ "เกรงใจไปแล้ว เกรงใจไปแล้ว"
"ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการ เอาไว้วันหลังค่อยเชิญทุกท่านมาดื่มกันนะ"
ราชันเทพปีกดาราและองค์อื่นๆ ได้แต่อิจฉา รู้ดีว่าว่านเยว่กำลังจะไปคุยส่วนตัวกับฉินมู่แน่ๆ
"ได้สิ"
บัลลังก์เทวะแต่ละตัว หายไปในอวกาศ
มีเพียงราชันเทพลี่ยนคงที่ยังไม่ไปไหน เขาส่งเสียงผ่านจิตสำนึกว่า "ราชันเทพว่านเยว่ ไม่ทราบว่าจะขอยืมดูเขตแดนเบญจธาตุสักหน่อยได้หรือไม่"
"ส่วนเรื่องข้อแลกเปลี่ยน ท่านเสนอมาได้เต็มที่เลย"
ซี๊ด
ว่านเยว่คิดในใจ
เขตแดนเบญจธาตุมาจากไหน ข้ายังไม่รู้เลย ท่านกลับรีบร้อนยิ่งกว่าข้าอีกหรือเนี่ย
"อะแฮ่มๆ เรื่องนี้ข้าก็ตัดสินใจเองไม่ได้ ราชันเทพลี่ยนคงลองไปถามที่สภาสูงสุดดูสิ"
อืม
ราชันเทพลี่ยนคงแค่ลองถามดูเท่านั้น ไม่ได้ตั้งความหวังไว้แต่แรก
ถึงยังไงมันก็เป็นเขตแดนที่สาบสูญไปตั้งแต่ยุคโบราณกาล ต่อให้มีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถผนึกเทพได้ แต่วิธีการผสานของมันก็ย่อมเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสานกฎเกณฑ์
มูลค่าของมัน ไม่ใช่สิ่งที่ของวิเศษธรรมดาๆ จะเทียบได้เลย
การที่ไม่ได้มา ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
ว่านเยว่กับลี่ยนคงหายตัวไป
จากนั้นสนามรบก็ร่วงหล่นลงมาจากอวกาศ กลับมาสู่พื้นดิน
จนถึงตอนนี้
ผู้ชมก็ยังไม่สามารถดึงสติกลับมาจากการต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์
"ฉินมู่ เขาคือยอดอัจฉริยะแห่งยุค!!"
"ไม่จริงน่า"
"ยอดอัจฉริยะมันจะเป็นกันได้ง่ายๆ ได้ยังไง"
"อะไรนะ"
"ราชันเทพรับรองด้วยตัวเองว่าเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุค นายยังมีปัญหาอะไรอีกล่ะ"
"ฉินมู่ จะพุ่งทะยานแล้ว!!"
"ไม่มีใครหยุดยั้งได้"
"ไคอัสยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แถมยังแพ้ราบคาบขนาดนี้ อันดับของฉินมู่ในหมู่ผู้เข้าแข่งขันระดับเมล็ดพันธุ์คงจะสูงลิ่วแน่ๆ"
"อืมๆ ใช่เลย"
"ฉินมู่มีคุณสมบัติพอจะชิงแชมป์แล้ว!"
"แชมป์งั้นหรือ"
"มันยังเร็วเกินไปหรือเปล่า"
"เพิ่งจะชั้น 30 เอง จะมาพูดเรื่องแชมป์ได้ยังไง"
"หึ"
"นายคงไม่รู้ล่ะสิว่าคำว่ายอดอัจฉริยะมันมีน้ำหนักขนาดไหน"
"ครั้งล่าสุดที่มีการประกาศฉายายอดอัจฉริยะนี้ ก็คือตอนที่มอบให้กับหลานชู่ เข้าใจไหม"
ซี๊ด
"นายกำลังจะบอกว่า ตอนนี้ฉินมู่มีคุณสมบัติพอจะไปต่อสู้กับหลานชู่ได้แล้วงั้นหรือ"