- หน้าแรก
- 18 อีกครั้งในปี1958 เปิดเส้นทางเศรษฐีด้วยมิติส่วนตัว
- บทที่ 440 หลงเฟยแท้จริงแล้วเป็นเต่านินจา
บทที่ 440 หลงเฟยแท้จริงแล้วเป็นเต่านินจา
บทที่ 440 หลงเฟยแท้จริงแล้วเป็นเต่านินจา
หลงเฟยพูดขัดจังหวะความตื่นเต้นของเขา พูดเสียงขรึมว่า "พวกเราเป็นตำรวจของกรมตำรวจเทศบาลเมือง คำสั่งที่พวกเราได้รับมาก็คือการคุ้มกันความปลอดภัยของผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ส่วนเรื่องอื่นๆมันเป็นเรื่องของกระทรวงพวกนาย"
เซียวเค่อกัดฟันกรอด พยายามสงบสติอารมณ์และพยายามปรับน้ำเสียงของตัวเองให้ราบเรียบลง
"สหายหลงเฟย ฉันรู้ว่านายเคียดแค้นฉันมาตลอด แฟนของนายตู้หลานหลานเลิกกับนายแล้วมาเป็นคู่หมั้นฉัน ในใจนายคงไม่สบอารมณ์ แต่ว่าสหายหลงเฟยในฐานะนักปฏิวัติอย่างน้อยนายก็ควรจะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้ชัดเจนสิ นายจะเห็นแก่ตัวจนทำให้งานเสียไม่ได้นะ"
หลงเฟยหันขวับมาทันที สายตาอันเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทิ่มแทงเข้าใส่เซียวเค่อ ใบหน้าที่สงบนิ่งของเขาแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"สหายเซียวเค่อ เรื่องของตู้หลานหลานนายกับฉันต่างก็รู้ดีแก่ใจว่าเป็นยังไง ส่วนนายใช้กลอุบายอะไรฉันก็รู้ดีเหมือนกัน แต่ในใจฉันไม่เคยเคียดแค้นใคร เพราะท้ายที่สุดแล้วมันเป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราเอง
นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของตู้หลานหลานคนเดียว แต่มันเป็นปัญหาของฉันด้วย เดิมทีฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายให้นายฟังเลย แต่ในเมื่อนายพูดออกมาแล้วฉันก็ต้องให้คำตอบกับนาย
ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากจะบอกนายก็คือ ผู้ควบคุมภารกิจของกรมตำรวจเทศบาลเมืองในครั้งนี้ไม่เคยเป็นฉัน นายกล่าวหาผิดคนแล้ว อีกอย่างคำสั่งที่ได้รับมาจากกรมตำรวจก็คือการรับประกันความปลอดภัยของผู้เชี่ยวชาญ เพราะงั้นสหายเซียวเค่อ หากแผนการของนายมันขัดแย้งกับแผนการคุ้มกันของพวกเรา พวกเราก็ต้องรับประกันความปลอดภัยของผู้เชี่ยวชาญเป็นอันดับแรก"
สีหน้าของเซียวเค่อเขียวคล้ำขึ้นมา เขากำหมัดจ้องหลงเฟย "ไม่ว่านายจะเป็นคนควบคุมภารกิจครั้งนี้หรือไม่ ฉันก็คือหัวหน้าหน่วยคุ้มกันพิเศษของกระทรวง พวกนายต้องรับคำสั่งจากเบื้องบน สหายหลงเฟย พวกนายต้องฟังคำสั่งฉัน ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมากระทรวงจะเอาเรื่องพวกนายแน่"
หลงเฟยยิ้มบางๆ "คำพูดนี้ไปพูดกับต้าเป่าเถอะ ลองดูสิว่าเขาจะยอมฟังคำสั่งของนายไหม? อีกอย่างขนาดหัวหน้ากลุ่มและทหารของกรมเสนาธิการที่สองยังต้องฟังคำสั่งเขาเป็นหลักเลย นายคิดว่าเขาจะยอมฟังคำสั่งของนายไหมล่ะ?"
เซียวเค่ออึ้งไป เขารู้แค่ว่าฉินต้าเป่าเป็นญาติของผู้อำนวยการลู่แห่งกรมตำรวจเทศบาลเมือง แต่ต้าเป่าเป็นคนยังไงนั้นเขาไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ทว่าการที่จะบอกว่าหลงเฟยที่เป็นถึงหัวหน้าแผนกรักษาความสงบต้องไปรับคำสั่งจากหัวหน้าสถานีตำรวจเล็กๆคนหนึ่งเนี่ยนะ? ให้ตายเขาก็ไม่เชื่อหรอก
เซียวเค่อกัดฟันกรอดพูด "หลงเฟย นายก็แค่อิจฉาฉัน ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยคุ้มกันพิเศษก็ตกเป็นของฉัน ผู้หญิงก็เป็นของฉันแล้ว นายทำได้แค่ไปรับตำแหน่งในพื้นที่ นายมันอิจฉาฉัน นายเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน คนอย่างนาย...ไม่คู่ควรจะเป็นตำรวจหรอก"
หลงเฟยไม่เคยลดตัวไปแย่งตำแหน่งคนโง่กับพวกซานเป้าอยู่แล้ว เขาปรายตามองเซียวเค่ออย่างเหยียดหยาม แล้วพูดเรียบๆประโยคหนึ่งว่า "นายนี่มันเหมือนแมลงฤดูร้อนที่ไม่อาจพูดคุยเรื่องน้ำแข็งด้วยได้จริงๆ ฉันเป็นผู้บริหารระดับหัวหน้าแผนกแล้วนายอยู่ระดับไหน? หัวหน้าหมวดใช่ไหม? ฉันจำเป็นต้องไปอิจฉานายด้วยหรือไง? สมองนายนี่มันมีปัญหานะไปหาหมอรักษาซะเถอะ"
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป ใบหน้าอันหล่อเหลาของเซียวเค่อบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขามองแผ่นหลังของหลงเฟยพลางคำรามเสียงต่ำ "หลงเฟย นายไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นวิญญูชนหรอก ถ้านายไม่เคียดแค้นฉัน แล้วทำไมป่านนี้นายถึงยังไม่หาแฟนอีกล่ะ?"
หลงเฟยไม่แม้แต่จะหยุดเดิน เพียงแค่โบกมือไปมา เซียวเค่อโกรธจนหน้ามืดตาลาย
เซียวเค่อข่มความโกรธเดินกลับมาที่ห้องผู้โดยสารของตัวเอง เซี่ยเจียอินกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงชั้นล่างของตัวเอง ลูกน้องสองคนของเซียวเค่อที่อยู่บนเตียงชั้นกลางกระโดดลงมา เซียวเค่อโบกมือ ลูกน้องทั้งสองคนก็เดินออกไปจากห้อง
เซียวเค่อทิ้งตัวนั่งแหมะลงอย่างแรง ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่
เซี่ยเจียอินวางหนังสือลงอย่างจนใจ ทอดถอนใจออกมา "คุณใช้แก้วน้ำของฉันนะคะ"
เซียวเค่อถึงเพิ่งสังเกตเห็นรอยลิปสติกที่ขอบแก้ว เมื่อกี้ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้กลับมีความหอมหวานอบอวลอยู่ในปาก ความโกรธเกรี้ยวในใจของเขาพลันมลายหายไปในพริบตา
เซี่ยเจียอินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เป็นอะไรไปคะ? คุณกำลังโกรธใครอยู่เหรอ?"
เซียวเค่อมองดูใบหน้าขาวเนียนราวกับไข่ปอกของเซี่ยเจียอิน ภาพของตู้หลานหลานก็ผุดขึ้นมาตรงหน้า ตู้หลานหลานที่อดีตเคยสวยใสบริสุทธิ์ในสายตาเขา พอเอามาเทียบกับเซี่ยเจียอินที่สวยสง่าในตอนนี้แล้วก็ดูเหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุงไปเลย
เซียวเค่อฝืนยิ้ม "ผมทะเลาะกับหลงเฟยน่ะสิ หลงเฟยคนนี้ไม่มีความคิดเรื่องภาพรวมเอาซะเลย เขาโกรธแค้นผม ถึงขั้นไม่ยอมให้ความร่วมมือกับงานของผม แถมยังกุข้ออ้างเหลวไหลขึ้นมา บอกว่าภารกิจครั้งนี้เขาไม่ได้เป็นคนควบคุม แต่เป็นหัวหน้าสถานีตัวเล็กๆอย่างฉินต้าเป่า...
มันน่าตลกสิ้นดี หัวหน้าสถานีตัวเล็กๆจะมาสั่งการผู้บริหารระดับแผนกได้ยังไง? ผมว่าเขาก็ยังคงเคียดแค้นผมอยู่ดีนั่นแหละ โกรธที่ผมแย่งแฟนเขามา"
ดวงตาของเซี่ยเจียอินเป็นประกาย แหมถ้าคุณคุยเรื่องนี้ฉันก็ตาสว่างเลยล่ะ
"คุณแย่งแฟนหลงเฟยมาเหรอคะ? คุณเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? มาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกหน่อยสิ"
เซียวเค่อยิ้มขื่น "ผมกับหลงเฟยเมื่อก่อนต่างก็อยู่ในกระทรวง ความสัมพันธ์ก็ถือว่าใช้ได้ ไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ มีอยู่วันหนึ่งหลงเฟยออกไปทำธุระข้างนอก แฟนของเขาตู้หลานหลานมาหาเขาที่กระทรวง ผมก็เลยต้อนรับเธอตามมารยาท แล้วก็เลี้ยงข้าวเธอที่ร้านอาหารของรัฐไปมื้อหนึ่ง
เดิมทีผมก็ไม่ได้คิดอะไร แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปสองวันตู้หลานหลานก็มากระทรวงอีก คราวนี้เธอไม่ได้มาหาหลงเฟยแต่มาหาผมโดยตรง ผมก็เลยออกไปเดินเล่นกินข้าวกับเธอแบบงงๆ
ผลปรากฏว่าผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ตู้หลานหลานก็เลิกกับหลงเฟย แล้วหันมาตามจีบผมแทน ผมลังเลอยู่หนึ่งเดือนถึงได้ตอบตกลงรับรักเธอ ตั้งแต่นั้นมาหลงเฟยกับผมก็กลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปเลย
หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง ทำให้ความขัดแย้งระหว่างผมกับเขารุนแรงขึ้นไปอีก กระทรวงก่อตั้งหน่วยคุ้มกันพิเศษขึ้นมา ต้องเลือกคนใดคนหนึ่งระหว่างผมกับหลงเฟยให้เป็นหัวหน้าหน่วย ผลปรากฏว่าผมเป็นฝ่ายชนะ หลงเฟยก็เลยย้ายไปเป็นผู้แทนพิเศษที่ศูนย์ข่าวกรอง ต่อมาก็ย้ายไปเป็นหัวหน้าแผนกรักษาความสงบที่กรมตำรวจเทศบาลเมือง..."
เซี่ยเจียอินฟังอย่างใจจดใจจ่อ พอเห็นเซียวเค่อนิ่งเงียบไปพักใหญ่ก็เอ่ยปากถาม "จบแล้วเหรอคะ?"
เซียวเค่อชะงักไปเล็กน้อย พยักหน้า "จบแล้วครับ"
เซี่ยเจียอินเลิกคิ้ว "ครอบครัวของตู้หลานหลานมีประวัติเบื้องหลังยังไงเหรอคะ?"
เซียวเค่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตอบว่า "พ่อของตู้หลานหลานเป็นรองนายกเทศมนตรีของเมืองหลวงครับ"
มุมปากของเซี่ยเจียอินเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย "หัวหน้ากลุ่มเซียว ฉันเป็นคนนอก เดิมทีก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องของพวกคุณหรอกนะคะ แต่ข้อแรกเลยฉันเป็นผู้หญิง ผู้หญิงเกิดมาก็ชอบเรื่องซุบซิบนินทาอยู่แล้ว ข้อสองฉันเป็นนักวิชาการ นักวิชาการย่อมจริงจังกับทุกเรื่อง ฉันก็เลยมีความคิดบางอย่างที่ถ้าไม่ได้พูดออกมาก็คงจะอึดอัดแย่"
เซียวเค่อมองเซี่ยเจียอินแวบหนึ่ง ทอดถอนใจ "คุณว่ามาเลย"
เซี่ยเจียอินใช้มือหมุนปากกาหมึกซึมเล่น ชี้ไปที่เซียวเค่อ "ในมุมมองของฉัน ตู้หลานหลานเป็นผู้หญิงสำส่อน ส่วนคุณน่ะก็ต่ำช้าเลวทราม..."
สีหน้าของเซียวเค่อดูแย่ลงทันที เขาพูดด้วยความโกรธ "คุณผู้หญิงเซี่ย พูดแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหมครับ?"
เซี่ยเจียอินเค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เกินไปเหรอคะ? หัวหน้ากลุ่มเซียว คุณกล้าพูดไหมล่ะว่าคุณไม่ได้รู้ภูมิหลังครอบครัวของตู้หลานหลานมาตั้งแต่แรกแล้ว? อย่าลืมสถานะของตัวเองสิคะ ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสายตาคุณย่อมไม่มีความลับอยู่แล้ว"
เซียวเค่อพยักหน้าอย่างยากลำบาก "ใช่ ผมรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว"
"ด้วยความฉลาดของคุณ คงไม่รู้หรอกมั้งคะว่าการวางตัวระหว่างชายหญิงและขอบเขตมันอยู่ตรงไหน? ดังนั้นคุณตั้งใจรั้งตู้หลานหลานไว้แล้วก็เลี้ยงข้าวเธอ
ไม่อย่างนั้นแฟนของเพื่อนร่วมงาน จะถึงตาคุณไปเอาอกเอาใจตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะคะ?
แน่นอนว่าฉันพอจะนึกภาพออก คุณคงขยายข้อดีของตัวเองให้ตู้หลานหลานเห็น เหมือนกับนกยูงรำแพนหาง สิ่งที่คุณแสดงให้เธอเห็นคือสิ่งที่หลงเฟยไม่มี ตู้หลานหลานก็เลยหวั่นไหว
หัวหน้ากลุ่มเซียว คุณกล้าพูดไหมล่ะคะว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น?"
เซียวเค่อฝืนยิ้มออกมานิดๆ "ก็เป็นเพราะความสวยของตู้หลานหลานที่ดึงดูดผมด้วยนั่นแหละครับ"
เซี่ยเจียอินปิดปากหัวเราะเบาๆ "ผู้ชายก็งี้แหละคะ เห็นคนสวยก็เกิดอารมณ์เสมอ แต่ว่าหัวหน้ากลุ่มเซียว จุดประสงค์ของคุณก็เพื่อจะได้เป็นหัวหน้าหน่วยนี้ไม่ใช่เหรอคะ?
ในใจคุณรู้ดีที่สุด ในการแย่งชิงตำแหน่งนี้คุณไม่ได้เป็นต่อเลย ส่วนหลงเฟยนอกจากจะมีความสามารถแล้วยังมีครอบครัวตระกูลตู้คอยช่วยเหลือ การคว้าตำแหน่งนี้มาได้ก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว"
เซียวเค่อพึมพำ "ถึงหลงเฟยจะกำพร้าพ่อแม่แต่เขาก็เติบโตมาในบ้านของคุณอา คุณอาของเขารักเขาเหมือนลูกแท้ๆ ครอบครัวคุณอาของเขาก็เป็นข้าราชการระดับสูงทั้งนั้น ช่วยเหลือเขาได้
แต่ผมล่ะ? พ่อแม่ผมเป็นแค่ชาวนาในเมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง สาเหตุที่ผมสามารถเข้ามาทำงานในกระทรวงได้ก็เป็นเพราะความพยายามของผมล้วนๆ ความสามารถของผมก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหลงเฟยเลย ทำไมตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่ถูกกำหนดไว้ถึงไม่ใช่ผมล่ะ? ก็เพราะผมไม่มีเส้นสายไม่ใช่หรือไง?"
เซี่ยเจียอินยิ้มบางๆ "นี่แหละค่ะคือความแตกต่าง ชาติตระกูลของคนเราเปลี่ยนกันไม่ได้ แต่นิสัยและวิสัยทัศน์ที่ถูกหล่อหลอมมาจากครอบครัวนั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"
เซียวเค่อส่ายหน้า เขาฟังไม่เข้าใจ การศึกษาที่เขาได้รับมาไม่ได้รวมเรื่องพวกนี้ไว้ด้วย
"แล้ววันนี้ทำไมคุณถึงทะเลาะกับหลงเฟยล่ะคะ?"