- หน้าแรก
- 18 อีกครั้งในปี1958 เปิดเส้นทางเศรษฐีด้วยมิติส่วนตัว
- บทที่ 300 ความกตัญญูแบบโง่เขลาทำร้ายทั้งคนอื่นและตัวเอง
บทที่ 300 ความกตัญญูแบบโง่เขลาทำร้ายทั้งคนอื่นและตัวเอง
บทที่ 300 ความกตัญญูแบบโง่เขลาทำร้ายทั้งคนอื่นและตัวเอง
ลู่เจี้ยนปังหยุดไปครู่หนึ่ง จุดบุหรี่สูบ "เรื่องแบบนี้ แทบจะมีเกิดขึ้นในทุกหมู่บ้านแหละนะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะถูกผู้นำตระกูลหรือผู้ใหญ่บ้านกดเรื่องเอาไว้ รัฐบาลไม่มีทางรู้เรื่องเลย นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทางศูนย์กลางต้องการให้ควบรวมหมู่บ้านเข้าเป็นหน่วยผลิต
ต้าเป่า ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในฐานะผู้บังคับบัญชาของแก น้าคิดว่าแกทำได้ดีมาก แกทำตัวคู่ควรกับชุดเครื่องแบบที่สวมใส่และตราสัญลักษณ์บนหมวกของแกแล้ว
และในฐานะน้าชายของแก น้ายิ่งภูมิใจในตัวแกมาก"
ในชั่ววินาทีนั้น ทั้งน้าและหลานต่างก็เงียบไป จริงสินะ การทำงานมันจะไปง่ายดายขนาดนั้นได้ยังไง เว้นเสียแต่ว่าจะแสร้งทำเป็นหลับตาข้างหนึ่ง ไม่รับรู้อะไรเลย เหมือนอย่างสถานีตำรวจคอมมูนในอดีต ทำไมถึงไม่มีคดีให้รับแจ้งมากมายขนาดนี้ล่ะ
เป็นเพราะไม่มีเรื่องเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ แน่นอนว่าไม่ใช่ ขอแค่มีคนอยู่รวมกัน ย่อมต้องมีเรื่องราวใหญ่โตเกิดขึ้นเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความใส่ใจที่จะเข้าไปจัดการหรือเปล่าต่างหาก
ทำไมคดีปล้นทรัพย์ถึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปีที่แล้ว แต่กลับจับตัวคนร้ายไม่ได้เลยล่ะ ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าจับไม่ได้หรอก แต่เป็นเพราะไม่มีใครสนใจจะเข้าไปจัดการต่างหาก นี่แหละคือความเป็นจริง
(เพื่อนตำรวจคนหนึ่งเคยถกเถียงเรื่องนี้กับผม เขาบอกว่าบนโลกนี้ไม่มีคดีไหนที่ปิดไม่ได้หรอก มีแต่ว่าจะมีคนใส่ใจที่จะทำมันหรือเปล่า เขาบอกว่าคดีที่เขารับผิดชอบ รู้ทั้งรู้ว่าผู้ต้องสงสัยหนีไปกวางโจวแล้ว แต่เพราะไม่มีงบประมาณก็เลยไปไม่ได้ เขาก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน เพราะไม่ใช่ทุกคดีที่จะเป็นคดีสำคัญที่เบื้องบนสั่งการลงมา นี่แหละคือความเป็นจริง)
ต้าเป่าพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "แล้วผมควรจะทำยังไงดีล่ะครับ"
ลู่เจี้ยนปังหัวเราะลั่น "ไอ้เด็กโง่ ก็ควรจะทำยังไงก็ทำไปอย่างนั้นสิ แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ พวกเราเป็นตำรวจนะ จะเห็นคนทำผิดกฎหมายแล้วทำเป็นไม่สนใจได้ยังไง
ต้าเป่า น้าจะบอกแกให้นะ ลุยให้เต็มที่เลย ฟ้าไม่ถล่มลงมาหรอก ต่อให้ถล่มลงมา น้าก็ยังอยู่ตรงนี้ทั้งคน"
ต้าเป่ารู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ใช่แล้ว ถ้ามองไม่เห็น ไม่รู้เรื่องก็แล้วไปเถอะ แต่ในเมื่อรู้แล้ว ก็ต้องจัดการให้ถึงที่สุด ใครมาขวางก็ไม่สนทั้งนั้น
เขาเดินออกจากสำนักงานใหญ่ บิดขี้เกียจไปหนึ่งที เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นี่แหละคือพลังที่ครอบครัวมอบให้
ต้าเป่าเดินไปที่คอกม้า เห็นเพียงฟ่านจินหมินอาเจียนรดตัวเองจนเลอะเทอะไปหมด กำลังส่งเสียงครางไม่หยุด
จ้าวอู่เหอส่งกระดาษบันทึกคำให้การให้ต้าเป่า "ผู้กำกับ ไอ้หมอนี่สารภาพแล้วครับ มันบอกว่าตอนนั้นฟ่านจินเฉวียนให้เงินมันมาห้าสิบหยวน กับเนื้อหมูอีกห้าชั่ง ให้มันจ้างคนไปสั่งสอนซุนโหย่วฝู ให้ซุนโหย่วฝูเห็นฤทธิ์เดชเสียบ้าง จะได้ปิดปากให้สนิท ส่วนเรื่องที่ถานเซียงหลานรู้เห็นเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่านั้น มันก็ไม่รู้เหมือนกันครับ"
ต้าเป่ากวาดตามองคำให้การ "จัดการไอ้สองตัวนั้นด้วยนะ ล้วงเอาความลับที่พวกมันเก็บซ่อนไว้ออกมาให้หมดเลย เสี่ยวอู่ เรื่องนี้นายกับคุณอาเล็ครับผิดชอบนะ เซียงเหมยตามฉันมา"
หลิ่วเซียงเหมยรับคำ "ผู้กำกับ จะไปไหนคะ"
ต้าเป่าฉีกยิ้มกว้าง "ไปเชิญผู้อำนวยการฟ่านมาดื่มชาที่สถานีตำรวจกันหน่อยน่ะ"
"รับทราบค่ะ"
ต้าเป่ากับหลิ่วเซียงเหมยเดินมาถึงลานหน้าบ้าน รถลากของโก่วฟู่กุ้ยก็มาถึงพอดี ต้าเป่าปรายตามองศพที่ถูกห่อด้วยเสื่อกกบนรถ ก่อนจะดึงตัวโก่วฟู่กุ้ยมาคุยด้านข้าง
"ฉันให้เหล่าหลิวไปซื้อชุดศพกับโลงศพมาแล้วนะ ฟู่กุ้ย ฉันให้วันหยุดนายสามวัน ไปจัดการเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อย มีปัญหาอะไรไหม"
โก่วฟู่กุ้ยฝืนยิ้มออกมา "ขอบคุณครับผู้กำกับ"
"จะขอบคุณทำไมกัน ฉันสำรองเงินให้ไปก่อนแล้วนะ นายต้องใช้คืนด้วย เอาล่ะ ยกศพลงมาเถอะ นายกับเหล่าหลิวก็ไปจัดการให้เรียบร้อย" ต้าเป่าตบไหล่ของโก่วฟู่กุ้ยเบาๆ "ฟู่กุ้ย คนเราน่ะ การกตัญญูต่อผู้หลักผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่ก็ต้องไม่กตัญญูแบบโง่เขลาไร้เหตุผลนะ ไม่อย่างนั้น ... มันจะทำร้ายทั้งคนอื่นและตัวเอง"
โก่วฟู่กุ้ยมองต้าเป่าอย่างอึ้งๆ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้พยักหน้าอย่างยากลำบาก "ผู้กำกับ ผมเข้าใจแล้วครับ"
"เอาล่ะ ไปจัดการธุระเถอะ หยุดสามวัน อีกสามวันกลับมาทำงานด้วยความกระปรี้กระเปร่าล่ะ"
"ครับ"
ต้าเป่าร้องเรียก "พระจันทร์ ต้ายา"
"นี่ มาแล้ว" หญิงสาวสองคนเดินนำหน้า ตามด้วยเด็กหญิงตัวน้อยสองคนที่วิ่งออกมาจากห้องพักของจั่วหมิงเยวี่ย
"อวี้ซิ่ว อวี้ซิ่ว"
หลินอวี้ซิ่วผูกผ้ากันเปื้อน สองมือเปื้อนแป้งวิ่งออกมาจากห้องครัว
"ผู้กำกับ ฉันอยู่นี่ค่ะ"
"มื้อเที่ยงทำกับข้าวเพิ่มอีกหลายคนหน่อยนะ แล้วก็ฝากดูแลเด็กสองคนนี้ด้วย พระจันทร์กับต้ายาต้องไปจับคนกับฉัน"
"ได้ค่ะ ได้ๆ"
ต้าเป่าล้วงลูกอมรสนมออกมาจากกระเป๋า แบ่งให้เด็กหญิงสองคนคนละสองเม็ด ส่วนที่เหลือก็ยัดใส่มือของจั่วหมิงเยวี่ยทั้งหมด
จั่วหมิงเยวี่ยแกะลูกอมสองเม็ด ยัดใส่ปากของต้ายากับอวี้ซิ่วคนละเม็ด
ต้ายาหัวเราะคิกคัก "ขอบคุณค่ะคุณอาสะใภ้เล็ก"
ใบหน้าของจั่วหมิงเยวี่ยแดงเถือกขึ้นมาทันที "นังเด็กบ้า วันนี้เราต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง จะเหลือรอดแค่คนเดียวเท่านั้น"
สองสาวเริ่มหยอกล้อกัน ถ้าพูดถึงเรื่องวรยุทธ์ ต่อให้มีจั่วหมิงเยวี่ยสองคนก็สู้ต้ายาไม่ได้หรอก แต่ต้ายามีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือบ้าจี้ พอจั่วหมิงเยวี่ยจี้เอวเธอ เธอก็อ่อนระทวยยอมร้องขอชีวิตทันที
ฉินต้าเป่าเดินยิ้มนำหน้าไปก่อน จั่วหมิงเยวี่ยหัวเราะพลางวิ่งตามไป เดินเคียงคู่กันไป
ด้านหลังมีต้ายากับหลิ่วเซียงเหมยเดินตามมาติดๆ
บนถนนของคอมมูน แทบไม่มีผู้คนสัญจรไปมา พวกเขาไปที่สถานีอนามัยกันก่อน
ในห้องพักฟื้นของสถานีอนามัย หลี่ชิงหมิงกำลังฝืนความเจ็บปวดจากบาดแผลช่วยตรวจร่างกายให้คุณย่าซุน เขาจบแพทย์แผนจีนและเคยเรียนด้านอายุรกรรมมาด้วย ส่วนหมอเฉินกับหวังมู่เซิงเป็นหมอศัลยกรรม หวังเชี่ยนเป็นพยาบาล ในชนบท ส่วนใหญ่มักจะเป็นอุบัติเหตุฟกช้ำดำเขียว ดังนั้นแผนกศัลยกรรมจึงมีหมอถึงสองคน
ซุนโหย่วฝู ซุนเสี่ยวเหนียน และซุนรุ่นเย่ว์ยืนอยู่ข้างๆ มองดูหมอตรวจอาการคุณย่าซุนด้วยความกระวนกระวายใจ
ตรงโถงทางเดิน เอ้อร์โก่วกับซุนเหลียนฝูกำลังยืนสูบบุหรี่กันอยู่ ในห้องพักฟื้นคนไม่ควรเข้าไปเยอะ พวกเขาจึงต้องออกมารอข้างนอก
ฉินต้าเป่ากับจั่วหมิงเยวี่ยเดินเข้ามา เอ้อร์โก่วก็รีบทิ้งบุหรี่แล้วเดินเข้าไปหา
"พี่เป่า ลูกพี่"
ต้าเป่าขยี้ผมเอ้อร์โก่ว "คุณย่าซุนเป็นยังไงบ้าง"
เอ้อร์โก่วส่ายหน้า "ยังไม่รู้เลยพี่ ผู้อำนวยการหลี่กำลังตรวจอาการคุณย่าด้วยตัวเองอยู่เลย"
ต้าเป่าพยักหน้า ผลักประตูเดินเข้าไปในห้องพักฟื้น จั่วหมิงเยวี่ยก็เดินตามเข้าไปด้วย
พอซุนเสี่ยวเหนียนกับรุ่นเย่ว์ได้ยินเสียงประตูเปิดและหันไปมอง ก็ส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ "พี่"
ต้าเป่ายิ้มรับ ชี้ไปที่จั่วหมิงเยวี่ย "นี่คือว่าที่พี่สะใภ้ของพวกเธอไงล่ะ"
เสี่ยวเหนียนชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบเอ่ยเรียกพร้อมกับรุ่นเย่ว์ด้วยน้ำเสียงหวานใส "พี่สะใภ้คะ"
จั่วหมิงเยวี่ยจับมือของเสี่ยวเหนียนขึ้นมา ลูบผมเปียของเธอเบาๆ "เธอคือเสี่ยวเหนียนใช่ไหม พี่ชายของเธอเล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังตั้งหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้เจอกันสักทีนะ"
ซุนเสี่ยวเหนียนก้มหน้าด้วยความเขินอาย หัวใจของเธอเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ในหัวก็เอาแต่พร่ำร้องว่า สวยเหลือเกิน มือก็ก็นุ๊มนุ่ม คนแบบนี้แหละที่คู่ควรกับพี่ชายของฉัน ...
ต้าเป่าทักทายซุนโหย่วฝู หันไปมองหลี่ชิงหมิง หลี่ชิงหมิงถอดหูฟังแพทย์ออก และจับมือกับต้าเป่า
"ผู้กำกับฉิน ได้ยินว่าจับพวกปล้นพวกนั้นได้หมดแล้วเหรอครับ ขอบคุณมากเลยนะครับ คุณช่วยชีวิตผมเอาไว้จริงๆ"
ต้าเป่ายิ้มพลางเอ่ยตอบ "คุณพูดเกินไปแล้วครับ การปราบปรามอาชญากรรมเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ว่าแต่คุณยังไม่เห็นพวกคนร้ายพวกนั้นใช่ไหมครับ พวกมัน ... " เขาหันไปชี้จั่วหมิงเยวี่ยพลางพูดต่อว่า "ถูกสหายจั่วใช้ปืนยิงล้มไปทีละคนเลยนะครับ กระสุนก็เพิ่งจะถูกแคะออกมาที่สถานีอนามัยนี่เอง"
"เมื่อคืนผมให้น้ำเกลือแล้วก็หลับไปน่ะครับ เพิ่งจะได้ฟังเรื่องนี้จากเหล่าเฉินเมื่อเช้านี้เอง ยังไงก็ต้องขอบคุณพวกคุณจริงๆ นะครับ"
ต้าเป่ากล่าวถ่อมตัวไปหลายประโยค "ผู้อำนวยการหลี่ อาการของคุณย่าผมเป็นยังไงบ้างครับ"
หลี่ชิงหมิงมีสีหน้าหนักใจ "ผู้กำกับฉิน ความรู้ความสามารถของผมมีจำกัดน่ะครับ คุณคงต้องพาส่งคุณย่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองแล้วล่ะครับ"
ต้าเป่าพยักหน้า เรื่องนี้เขาก็พอจะเดาออกอยู่แล้ว อุปกรณ์การแพทย์และมาตรฐานของสถานีอนามัยมีจำกัด ถ้าหลี่ชิงหมิงเป็นหมอเทวดา ก็คงไม่มาอุดอู้อยู่ที่นี่หรอก
"ตกลงครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายผมจะติดต่อไปทางโรงพยาบาลทหารบก พรุ่งนี้เช้าผมจะพาส่งคุณย่าไปที่นั่นเองครับ"
หลี่ชิงหมิงตกใจมาก สำหรับคนเป็นหมอแล้ว โรงพยาบาลทหารบกถือเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศ คนธรรมดาทั่วไปไม่มีสิทธิ์เข้าไปรักษาที่นั่นหรอก แต่พอเห็นฉินต้าเป่าพูดถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีสบายๆ มันก็ยิ่งทำให้หลี่ชิงหมิงมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีกว่า ฉินต้าเป่าคนนี้ต้องเป็นลูกหลานข้าราชการระดับสูง ที่ถูกส่งมาชุบตัวที่สถานีตำรวจในชนบทแน่นอน