- หน้าแรก
- บันทึกวันว่างๆ ขององค์รัชทายาท
- บทที่ 460 - แสงแดดอันร้อนแรง
บทที่ 460 - แสงแดดอันร้อนแรง
บทที่ 460 - แสงแดดอันร้อนแรง
บทที่ 460 - แสงแดดอันร้อนแรง
หลังจากชุนเหมยทำความเคารพหลี่เฉิงเฉียนและหลี่ลี่จื้อแล้ว นางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดมาก พาฉางเหอเดินเข้าไปภายในตำหนัก
เมื่อมองดูแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เดินลับหายไป หลี่ลี่จื้อก็ยิ่งรู้สึกตึงเครียดมากขึ้น
สายตาสุดท้ายที่ฉางเหอมองมาที่ตนเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าไม่ปกติเอาเสียเลย
หรือว่าม้านั่งทรงสูงที่ตนเองทิ้งเอาไว้ด้านนอกตอนที่เข้ามา จะถูกค้นพบเข้าเสียแล้ว
หลี่เฉิงเฉียนมองออกถึงความตึงเครียดของหลี่ลี่จื้อ เขาเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"วางใจเถิดลี่จื้อ มีพี่ใหญ่อยู่ที่นี่"
เมื่อหลี่ลี่จื้อได้ยินดังนั้น นางก็พยักหน้าเบาๆ เพียงแต่ความกังวลบนใบหน้า ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ภายในตำหนักลี่เจิ้ง
จ่างซุนฮองเฮากำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ นางนวดหว่างคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางก็ขมวดคิ้ว
เมื่อเห็นว่าผู้ที่เดินเข้ามาคือชุนเหมยและฉางเหอ คิ้วที่ขมวดแน่นจึงค่อยๆ คลายออก
ตนเองเคยออกคำสั่งเอาไว้แล้ว หากไม่มีเรื่องสลักสำคัญ ชุนเหมยจะไม่มีทางพาคนเข้ามาอย่างเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มายังเป็นถึงผู้บัญชาการทหารองครักษ์วังหลวงอีกด้วย
ฉางเหอประสานมือทำความเคารพ
"กระหม่อมคารวะฮองเฮา"
จ่างซุนฮองเฮากวาดสายตามองชุนเหมยอย่างลวกๆ เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีความลนลานเลยแม้แต่น้อย นางจึงเปิดปากเอ่ย
"มีเรื่องอันใด"
"เรียนฮองเฮา เมื่อครู่พบว่าบริเวณด้านนอกตำหนักลี่เจิ้ง"
ฉางเหอรีบเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนไปหนึ่งรอบ
ทว่าในนั้นกลับไม่ได้เอ่ยถึงหลี่ลี่จื้อ รวมถึงการคาดเดาสถานะของ 'มือสังหาร' ของตนเอง
เมื่อฟังคำบอกเล่าของฉางเหอจบ จ่างซุนฮองเฮาก็หรี่ตาลง สีหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
"มือสังหารหรือ"
เวลานี้ ชุนเหมยรีบก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าหลายก้าว นางเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าจ่างซุนฮองเฮา แล้วเอ่ยปากเสียงเบา
"ฮองเฮา ตอนที่ผู้น้อยเข้ามา พบว่าองค์หญิงฉางเล่ออยู่ข้างกายองค์รัชทายาท"
คำพูดของชุนเหมย ทำให้จ่างซุนฮองเฮาที่มีสีหน้าเคร่งเครียดตระหนักถึงต้นสายปลายเหตุในชั่วพริบตา
จ่างซุนฮองเฮามองไปที่ฉางเหอ สีหน้าสุขุมเยือกเย็นดุจสายลมพัดเมฆคล้อย
"เปิ่นกงรับรู้แล้ว เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรบกวนผู้บัญชาการฉางแล้วล่ะ"
"รับทราบ กระหม่อมขอตัวลา"
ฉางเหอไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดให้มากความ หลังจากทำความเคารพแล้วก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เขายังต้องออกไปหาข้ออ้าง เพื่อปกปิดเรื่อง 'มือสังหาร' เอาไว้ให้มิดชิด
เรื่องพรรค์นี้ หลายปีมานี้เขาทำมามากต่อมากแล้ว จึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี
หลังจากฉางเหอจากไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด จ่างซุนฮองเฮาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ออกไปด้านนอกตำหนัก ให้พวกเขาคู่นั้นเข้ามา ตำหนักลี่เจิ้งก็ไม่จำเป็นต้องปิดกั้นแล้วล่ะ"
"ผู้น้อยรับบัญชา"
"องค์รัชทายาท องค์หญิงฉางเล่อ ฮองเฮาสั่งความลงมา ขอเชิญพวกท่านเข้าไปด้านใน"
เมื่อชุนเหมยเดินออกมาด้านนอก ก็ถ่ายทอดคำสั่งของจ่างซุนฮองเฮาออกมา
หลี่เฉิงเฉียนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาใช้มือขวายันพื้น แล้วลุกขึ้นยืน
รับรู้ได้ว่าขาทั้งสองข้างของตนเริ่มชาอยู่บ้าง หลี่เฉิงเฉียนลองก้าวเท้าออกไปเบาๆ หนึ่งก้าว
แต่ขาทั้งสองข้างกลับดูเหมือนจะไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง ชั่วพริบตาเดียวความสมดุลก็ถูกทำลาย หลี่เฉิงเฉียนล้มคะมำลงไปกองกับพื้น
เมื่อหลี่ลี่จื้อได้สติกลับมา นางก็รีบใช้ร่างกายประคองแขนขวาของหลี่เฉิงเฉียนเอาไว้
กลิ่นหอมโชยเข้าจมูก หลี่เฉิงเฉียนใช้ท่าทางโอบไหล่รวบตัวหลี่ลี่จื้อเอาไว้ข้างกาย เขาจึงสามารถทรงตัวเอาไว้ได้ ไม่ปล่อยให้ตนเองล้มลงไปกองกับพื้น
"ซี๊ด โชคดีที่ลี่จื้อเจ้าตอบสนองได้รวดเร็ว"
หลี่เฉิงเฉียนไม่ได้รับการตอบกลับจากหลี่ลี่จื้อ เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงไปมอง
เห็นเพียงหลี่ลี่จื้อที่คล้ายกับกำลังใจลอย ก้มหน้ามองปลายเท้าของตนเอง
หลี่เฉิงเฉียนเขย่าร่างกายของหลี่ลี่จื้อด้วยความสงสัย
"เป็นอันใดไป กำลังกังวลว่าจะถูกมารดาลงโทษหรือ วางใจเถิด มีพี่ใหญ่อยู่ที่นี่ทั้งคน"
คล้ายกับหลี่ลี่จื้อจะได้สติกลับมา นางส่งเสียง 'อืม' เบาๆ เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงยุงบิน
จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น มองไปที่ท้องฟ้าแวบหนึ่ง แสงแดดยามเที่ยงวันคล้ายกับจะร้อนแรงเป็นพิเศษ
หลี่เฉิงเฉียนไม่ได้รับรู้ถึงความผิดปกติอันใด ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เขาจึงรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง
เขาคลายมือที่โอบไหล่หลี่ลี่จื้อออก แล้วยืนตัวตรง
"ไปกันเถิด"
"อืม"
เมื่อหลี่เฉิงเฉียนและหลี่ลี่จื้อเดินเข้าไปภายในตำหนัก นางกำนัล ขันที และทหารคุ้มกันของตำหนักลี่เจิ้งก็กลับมาประจำตำแหน่งเดิมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในโถงหลัก
หลี่เฉิงเฉียนและหลี่ลี่จื้อยืนตัวตรงแน่ว ราวกับนักเรียนสองคนที่ถูกลงโทษให้ยืนไม่มีผิด
สาเหตุไม่มีสิ่งใดอื่น หลังจากที่พวกเขาเดินเข้าไปภายในตำหนัก จ่างซุนฮองเฮาก็นั่งอยู่เบื้องหน้ามาโดยตลอด
นางไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงแต่มองดูพวกเขาเงียบๆ เช่นนั้น
ผ่านไปพักใหญ่ หลี่เฉิงเฉียนทนไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน
"มารดา เรื่องนี้ลูกทำผิดไปแล้ว"
จ่างซุนฮองเฮา "อืม"
หลี่เฉิงเฉียน "ภายภาคหน้าหากลูกจะต้องเดินทางไกล จะต้องบอกกล่าวมารดาล่วงหน้าอย่างแน่นอน"
จ่างซุนฮองเฮา "อืม"
หลี่เฉิงเฉียน "มารดา จะโบยตีหรือลงโทษอันใด ลูกล้วนไม่มีคำครหาอย่างเด็ดขาด"
จ่างซุนฮองเฮา "อืม"
หลี่เฉิงเฉียนหมดคำจะกล่าว
จ่างซุนฮองเฮาปรายตามองหลี่เฉิงเฉียนแวบหนึ่ง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของเพลิงโทสะเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
"เรื่องของเจ้า เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถิด"
หลี่เฉิงเฉียนมองจ่างซุนฮองเฮาด้วยใบหน้าโง่งม เรื่องของตนเองผ่านไปง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ
"ขอบคุณมารดา ลูกขอตัวลา"
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังดีก็รีบชิ่งหนี หลี่เฉิงเฉียนไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ขณะที่หลี่เฉิงเฉียนเตรียมจะพาหลี่ลี่จื้อหลบหนี จ่างซุนฮองเฮาก็เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง
"เดี๋ยวก่อน"
ร่างกายของหลี่เฉิงเฉียนแข็งทื่อ เป็นไปตามคาด ตนเองคิดมากไปจริงๆ มารดาจะยอมปล่อยตนไปง่ายดายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
"พรุ่งนี้เจ้าจะต้องไปร่วมการประชุมเช้า เป็นตัวแทนทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการ อย่าได้ลืมเสียล่ะ"
หลี่เฉิงเฉียนพยักหน้าอย่างเหม่อลอย เมื่อมองดูจ่างซุนฮองเฮาที่ไม่ยอมกล่าวสิ่งใดอีก เขาจึงลองหยั่งเชิงเอ่ยปาก
"มารดา ไม่มีเรื่องอื่นแล้วหรือ"
แววตาของจ่างซุนฮองเฮาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นมา
"เจ้ายังต้องการให้เปิ่นกงกล่าวสิ่งใดอีกหรือ"
มุมปากของหลี่เฉิงเฉียนกระตุก เขารีบทำความเคารพในทันที
"ลูกขอตัวลาก่อน"
เมื่อกล่าวจบ เขาก็ส่งสายตาให้หลี่ลี่จื้อ หลี่ลี่จื้อย่อกายทำความเคารพ
"มารดา ลี่จื้อขอตัวลา"
จ่างซุนฮองเฮาค่อยๆ หลับตาลง นางไม่ได้มองหลี่ลี่จื้อ แต่กลับเอ่ยปาก
"เจ้าอยู่ต่อ"