- หน้าแรก
- ระบบอัญเชิญยอดขุนพล ข้าจะเหยียบย่ำสวรรค์ด้วยเทพมารลิโป้
- บทที่ 30 - ชางไห่ซงกระอักเลือด!
บทที่ 30 - ชางไห่ซงกระอักเลือด!
บทที่ 30 - ชางไห่ซงกระอักเลือด!
บทที่ 30 - ชางไห่ซงกระอักเลือด!
ความรู้สึกศรัทธาที่หลี่ฉางชิงมีต่อผู้อาวุโสเมื่อครู่นี้มลายหายไปสิ้น!
ยอดฝีมืออะไรกัน? ไร้สาระ!
ของตกถึงมือข้าแล้ว มีหรือจะยอมคืนให้ง่ายๆ
"ไม่ได้!!"
ตงฟางป๋ายหน้ากระตุก ถลำลึกไปซะแล้วสิ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สำนักอื่นก็มีอัจฉริยะกันหมดแล้ว ยังไงก็ต้องเลือกอัจฉริยะกลับสำนักไปสักสองสามคน ถือซะว่าเก็บตกของที่คนอื่นไม่เอาแล้วกัน
"เอาล่ะ! การประลองดำเนินต่อไป!!" ว่าแล้วเขาก็พุ่งกลับไปนั่งที่เดิม
หลี่ฉางชิงมองเฟิ่งหลิงซวงตาละห้อย ยังไงก็ต้องแสดงน้ำใจกันหน่อยสิ
"มองข้าทำไม? แข่งต่อสิ!" เฟิ่งหลิงซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน ไอ้หมอนี่คิดจะเหยียบเรือสองแคม นิสัยไม่ดีเลย
ดูจากท่าทางจริงจังเมื่อกี้ คงเป็นคำพูดจากใจจริงแน่ๆ
ถ้าขืนให้ของวิเศษไป เกิดมันเปลี่ยนใจไปเข้าสำนักฮ่าวเทียนขึ้นมาจะทำยังไง?
นิสัยใจคอของหมอนี่ต้องจับตาดูให้ดี!
หลี่ฉางชิงกะพริบตาปริบๆ โหดจังวะ?
รอให้ข้าเก่งเมื่อไหร่นะ จะลุกขึ้นมาปฏิวัติให้ดู!
จากนั้นการประลองก็ดำเนินต่อไป แต่คู่ต่อๆ มาก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวา ออกจะธรรมดาๆ ไปซะด้วยซ้ำ
"ฮ่าๆ ลูกพ่อ ทำได้ดีมาก! สมกับเป็นสายเลือดตระกูลหลี่จริงๆ"
หลี่เสวียนเทียนตบบ่าลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น เหตุการณ์เมื่อครู่มันช่างระทึกใจสุดๆ ทำเอาอารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
ตระกูลหลี่มีมังกรถือกำเนิดแล้ว!
ได้เป็นถึงศิษย์สายนอกของเฟิ่งหลิงซวงแห่งวิหารเทพยุทธ์เชียวนะ แถมดูเหมือนสำนักเกราะยุทธ์ก็สนใจลูกชายเขาเหมือนกัน
ส่วนเรื่องที่จะเข้าทั้งสองสำนัก แม้จะไม่เคยมีธรรมเนียมแบบนี้มาก่อน แต่กฎก็มีไว้แหกนั่นแหละ
แน่นอนว่าต้องเก่งพอด้วยนะ
และลูกชายเขาก็เก่งสุดๆ ไปเลย!
"เฟิ่งเซียน หยุนฉาง พวกเจ้าคิดว่าพอจะสู้กับอาจารย์กำมะลอของข้าได้ไหม?" หลี่ฉางชิงกระซิบถามทั้งสองคน
"เรียนนายน้อย ถ้านางไม่มีกระดูกวิญญาณครบเจ็ดชิ้นและมีวงแหวนวิญญาณแสนปีแค่วงเดียว ข้าเอาชนะนางได้ขอรับ" ลิโป้ตอบอย่างหนักแน่น
"ข้าก็คิดว่าน่าจะไหว อย่างน้อยก็ไม่แพ้หรอกขอรับ" กวนอูตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้
เขาอยู่แค่ระดับเก้าสิบหก แต่พอเลยระดับเก้าสิบห้าไปแล้ว พลังแต่ละระดับจะห่างกันมาก ยิ่งระดับเก้าสิบแปดกับเก้าสิบเก้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
การที่ทั้งสองคนสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้ถึงสามระดับ ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว
"อืม! แบบนี้แหละดี อาจารย์กำมะลอคนนี้ดูไม่ค่อยจะรักลูกศิษย์เท่าไหร่ ต้องระวังตัวไว้หน่อย" หลี่ฉางชิงพึมพำ ก่อนจะหันไปสนใจชุดเกราะของตัวเองต่อ
ทางด้านเฟิ่งหลิงซวง นางหมดความสนใจในการประลองแล้ว หันไปคุยกับหลี่หลิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ แทน
"หลิงเอ๋อร์ ชายสองคนที่อยู่ข้างๆ น้องชายเจ้าเป็นใครมาจากไหนกัน ไม่ใช่คนจากสำนักใหญ่สำนักอื่นใช่ไหม?"
หลี่หลิงเอ๋อร์ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอบไปตามตรง
"เรียนท่านอาจารย์ ชายสองคนนั้นข้าก็รู้สึกว่าไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก คนหนึ่งชื่อลิโป้ อีกคนชื่อกวนอู ข้าเพิ่งเคยเห็นท่านลิโป้ตอนกลับไปที่บ้านนี่แหละเจ้าค่ะ..."
เฟิ่งหลิงซวงขมวดคิ้ว พูดมาตั้งเยอะแต่ไม่ได้ใจความสำคัญเลย
ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากงั้นเหรอ? นางแอบบ่นในใจ แต่ก็คิดว่าชายสองคนนั้นคงทำตัวอ่อนโยนจนหลี่หลิงเอ๋อร์สัมผัสไม่ได้ถึงความน่ากลัวของพวกเขา
แค่จังหวะที่ลิโป้ชกชางไห่ซงกระเด็น นางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแล้ว
ระดับเก้าสิบเจ็ด!
แต่ผู้ชายคนนั้นดูยังไงก็ไม่น่าจะธรรมดา แถมเมื่อกี้ยังส่งสายตาท้าทายมาให้นางอีกต่างหาก
"น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ถังป้าเทียนยอมถอยไปง่ายๆ แบบนั้น" เฟิ่งหลิงซวงคิดในใจ ถึงถังป้าเทียนจะอยู่ระดับเก้าสิบเก้า แต่เจอสถานการณ์แบบนั้นเข้าไป ขืนดันทุรังไปก็คงไม่ได้เปรียบอะไร
แต่นี่ก็ไม่ได้แปลว่าหลี่ฉางชิงจะปลอดภัยแล้วนะ!
นางรู้เรื่องนี้ดี "เป็นอัจฉริยะก็จริง แถมยังมีความลับเต็มไปหมด เฮ้อ... ปวดหัวจัง!"
ทางด้านเลี่ยหยางเทียน พอส่งจินอู๋เหยียนไปแล้ว เขาก็ยิ้มกว้าง เดินอาดๆ เข้าไปหาชางไห่ซงที่เพิ่งจะนั่งลง
"พี่ชาง! ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์ควักกระเป๋าจ่ายให้! ฮ่าๆๆ!"
"หินวิญญาณพันห้าร้อยก้อน! เอามาซะดีๆ!!"
เขาแบมือออก รังสีความร้อนแผ่ซ่านออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงความสุดยอดของการพนัน!
ตื่นเต้น เร้าใจ เลือดสูบฉีดพล่าน การได้ลุ้นระทึกอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย มันช่าง... โคตรมันส์เลย!
"เอ่อ... พี่เลี่ยหยาง ท่านว่า..."
"ไม่ได้!! รีบเอามาเลย! เร็วเข้า! ไม่งั้นข้าจะลงมือแล้วนะ! ท่านผู้อาวุโสก็ยังอยู่ตรงนี้นะเออ!"
ชางไห่ซงพูดไม่ทันจบก็โดนขัด สีหน้าของเขาตอนนี้ทั้งแย่ทั้งคล้ำ
นอกจากจะเสียหินวิญญาณห้าร้อยก้อนที่เพิ่งได้มาแล้ว ยังต้องควักเนื้อตัวเองอีกตั้งพันก้อน
ที่สำคัญคือเขาเป็นคนท้าพนันเอง เลี่ยหยางเทียนไม่ได้อยากจะพนันแต่แรก เขาเป็นคนยุยงแถมยังเสนออัตราต่อรองสามต่อหนึ่งให้อีก
ใครจะไปรู้ว่าองค์รัชทายาทของตัวเองจะแพ้หมดรูปขนาดนี้!
เวรกรรมแท้ๆ!
"พี่... พี่ชาง! ท่านคงไม่คิดจะเบี้ยวหรอกนะ?"
เลี่ยหยางเทียนขึ้นเสียงดัง ทำเอาคนทั้งลานประลองได้ยินกันถ้วนหน้า
สายตาทุกคู่หันมามองเป็นตาเดียว ส่วนเย่หยางเตียนตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องนี้แล้ว
เรื่องของตระกูลหลี่มันหลุดรอดการควบคุมของเขาไปแล้ว
จริงๆ ต้องบอกว่ามันไม่เคยอยู่ในการควบคุมของเขามาตั้งแต่แรก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่
"เอ้า!"
"คนอย่างข้า... ชางไห่ซง... แพ้เป็นแพ้!"
ชางไห่ซงตะโกนลั่น สามคำสุดท้ายแทบจะกัดฟันพูด ก่อนจะยื่นหินวิญญาณพันห้าร้อยก้อนให้ด้วยสองมือ
"หึๆๆๆ!"
เลี่ยหยางเทียนยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงรูหู ยังไม่รีบเก็บหินวิญญาณ แต่กลับถูมือไปมาแล้วถามต่อ
"พี่ชาง! สนใจจะแก้มือไหมล่ะ?"
"มาพนันกันอีกสักรอบไหม?!"
ผีพนันเข้าสิงเลี่ยหยางเทียนเต็มๆ
"พนันบ้าอะไรอีกล่ะ!!"
ชางไห่ซงตวาดลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
คราวนี้องค์รัชทายาทของเขาเสียพลังวิญญาณไปหนึ่งระดับ ยังดีที่ได้น้ำยาวิญญาณของถังป้าเทียนช่วยรักษาแผลให้ แถมยังได้หินวิญญาณมาห้าร้อยก้อน
แต่วันนี้ดวงตกสุดๆ องค์รัชทายาทดันโดนอัดซ้ำอีกรอบ
คราวนี้พลังวิญญาณไม่ลดก็จริง แต่แผลนี่สิ... เฮ้อ... แถมเขายังเสียหินวิญญาณไปอีกตั้งพันก้อน
พอได้ยินคำว่าพนันอีก เขาเลยไม่ไว้หน้าเลี่ยหยางเทียน ด่าสวนกลับไปทันที
"พนัน พนัน พนัน! พนันหาพ่อมึงเหรอ!!"
เลี่ยหยางเทียนขมวดคิ้ว ก่อนจะคลายออก แล้วหันไปสั่งผู้ฝึกวิญญาณคนหนึ่งว่า "เจ้า รีบกลับไปจักรวรรดิกาญจน์โบราณ ไปขุดศพเสด็จแม่ข้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"
ผู้ฝึกวิญญาณคนนั้น: ⊙﹏⊙
ชางไห่ซง: ⊙﹏⊙
ตงฟางป๋ายที่นั่งอยู่ด้านบน: หมอนี่แม่งโหดสลัด!
ผู้ฝึกวิญญาณคนอื่นๆ: ⊙﹏⊙!
"ไอ้บ้าเอ๊ย! อย่ามายุ่งกับข้า!!" ชางไห่ซงพูดไม่ออกกับเลี่ยหยางเทียนจริงๆ รีบถอยห่างออกมาทันที
"ท่านอ๋อง แล้ว... ศพพระพันปีหลวงยังต้องขุดอยู่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?" ผู้ฝึกวิญญาณคนนั้นถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ขุด ขุด ขุด! ขุดหาแม่มึงเหรอ! ไม่มีตาดูหรือไง ไม่เห็นเหรอว่าไอ้แก่ชางมันปอดแหกไปแล้ว?"
"เอ่อ..."
แล้วตกลงจะขุดศพแม่ตัวเองไหมเนี่ย แล้วข้าต้องขุดหรือเปล่า?
ตัดกลับมาที่ทางฝั่งของถังป้าเทียน
ถังป้าเทียนหน้าดำคร่ำเครียด บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ผู้ดูแลหลิวยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง
ถังจิน เย่เฟิ่งอู่ จินอู๋เหยียน และชางฮ่าวเยว่ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ต่างก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาถังป้าเทียน
"ท่าน... ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ในเมื่อไอ้เด็กนั่นมันกล้าปฏิเสธท่าน ทำไมท่านไม่ฆ่ามันซะเลยล่ะขอรับ?" ถังจินถามเสียงอ่อย
อยู่ข้างนอกเขาก็ทำตัวกร่างไปงั้นแหละ แต่พออยู่ต่อหน้าชายคนนี้ เขาก็หงอเป็นลูกหมา พ่อของเขาเป็นแค่ผู้อาวุโสลำดับเก้า ระดับเก้าสิบหก แต่ชายคนนี้คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของสำนักฮ่าวเทียน
"ฆ่า? พูดง่ายนี่ แค่เฟิ่งหลิงซวงคนเดียวก็รับมือยากแล้ว นี่ยังไม่นับตงฟางป๋ายอีก แถมชายสองคนที่อยู่ข้างๆ ไอ้เด็กนั่นก็ใช่ย่อยนะ"
ถังจินชะงัก สองคนแรกอยู่ระดับเก้าสิบเก้าเหมือนกัน อันนี้พอเข้าใจได้ แต่ชายสองคนนั้นมันน่ากลัวขนาดที่ผู้อาวุโสใหญ่ต้องเกรงใจเลยเหรอ?
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ชายสองคนนั้นเก่งขนาดนั้นเลยหรือขอรับ จำได้ว่าหนึ่งในนั้นเคยประมือกับผู้ดูแลหลิวมาแล้ว"
"เรียนท่านผู้อาวุโสใหญ่ เป็นความจริงขอรับ! ข้าสู้ชายคนนั้นไม่ได้ ส่วนอีกคนข้าก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน หรือบางทีพวกเขาอาจจะมีเบื้องหลังที่ลึกลับก็เป็นได้!"
"เรื่องนี้... นางน่าจะรู้ดีที่สุด" ผู้ดูแลหลิวพูดพลางหันไปมองเย่เฟิ่งอู่
[จบแล้ว]