- หน้าแรก
- กำเนิดไร้พ่าย ปราณม่วงเก้าพันลี้
- บทที่ 15 หลิ่วชิงอวี่ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือ
บทที่ 15 หลิ่วชิงอวี่ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือ
บทที่ 15 หลิ่วชิงอวี่ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือ
บทที่ 15 หลิ่วชิงอวี่ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือ
ดินแดนเซียนหวงเทียน หนึ่งในสามพันมณฑลใหญ่ มณฑลเฉียนโจว
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ หนึ่งในขุมกำลังเซียนแห่งดินแดนเซียนหวงเทียน ซึ่งมีมรดกตกทอดมาอย่างยาวนานและมีรากฐานอันหยั่งลึก
ในดินแดนเซียนหวงเทียน ความแข็งแกร่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือจัดอยู่ในสิบอันดับแรก
ณ ดินแดนวิญญาณแห่งหนึ่งภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งดีดฉิน เส้นผมสีดำขลับสามพันเส้นทิ้งตัวยาวสยายถึงบั้นเอว ทว่ามิอาจบดบังเรือนร่างอันงดงามอ่อนช้อยของนางได้
สตรีผู้นี้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความงดงามทางจิตวิญญาณ
ภายใต้แสงนวลตา ใบหน้างดงามหมดจดของนางเปล่งประกายด้วยแสงแห่งจิตวิญญาณ เจือสีระเรื่อบางเบา
แสงศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์จางๆ โอบล้อมรอบกาย ราวกับเทพธิดาจุติลงมาจากสรวงสวรรค์ มิอาจล่วงละเมิดได้
สตรีผู้นี้คือหลิ่วชิงอวี่ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือร่วมสมัย ผู้เป็นที่รู้จักในนามเทพธิดาจากเก้าชั้นฟ้า และได้รับการขนานนามว่าเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในดินแดนเซียนหวงเทียน
นิ้วมือเรียวงามดุจหยกของนางกรีดกรายลงบนสายฉิน ท่วงทำนองอันไพเราะเพราะพริ้งดังกังวานแผ่กังวานออกไป ราวกับสายน้ำใสไหลเย็นรินรดกลางใจ นุ่มนวล สงบเงียบ ปลอบประโลมให้ผ่อนคลาย
เสียงฉินดังกังวานไปทั่ว ทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหล ดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งจินตนาการอันงดงาม
เบื้องหลังหลิ่วชิงอวี่ สตรีผู้หนึ่งกำลังรับฟังเสียงฉินอันไพเราะด้วยความหลงใหลอย่างสุดซึ้ง
ไม่นานนัก เพลงหนึ่งก็จบลง ทว่าสตรีผู้นั้นยังคงจมอยู่ในท่วงทำนองที่มีชีวิตชีวา ซึมซับความไพเราะอย่างไม่รู้จบ
"ศิษย์พี่หญิง เสียงฉินของท่านช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน ข้าอยากจะอยู่ในห้วงจินตนาการนั้นตลอดไป ไม่อยากออกมาเลยเจ้าค่ะ"
หลี่ซูเอ๋อร์จ้องมองใบหน้าอันงดงามล้ำเลิศของหลิ่วชิงอวี่ด้วยแววตาเทิดทูน
เมื่อเผชิญกับคำชมของหลี่ซูเอ๋อร์ หลิ่วชิงอวี่ก็ส่ายหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ยว่า "หากเทียบกับโจวหลิงเอ๋อร์แห่งสำนักหลิงอวิ๋นแล้ว ข้ายังห่างชั้นนัก หากไม่ได้นางชี้แนะ ข้าคงไม่มีฝีมืออย่างทุกวันนี้"
หลี่ซูเอ๋อร์กะพริบตา ดวงตากลมโตสดใสฉายแววซุกซน "ศิษย์พี่หญิง ไม่เห็นต้องถ่อมตัวเลยเจ้าค่ะ ข้าเชื่อว่าในภายภาคหน้าท่านจะต้องเก่งกาจกว่าโจวหลิงเอ๋อร์ในเรื่องวิชาฉินอย่างแน่นอน"
"ในใจของหลี่ซูเอ๋อร์ การดีดฉินของศิษย์พี่หญิงไพเราะที่สุดแล้วเจ้าค่ะ"
สำหรับคำชมของหลี่ซูเอ๋อร์ หลิ่วชิงอวี่ก็ปรายตามอง "อย่าพูดเกินจริงไปเลย ข้ารู้ข้อจำกัดของตัวเองดี"
หลี่ซูเอ๋อร์แลบลิ้นแล้วหัวเราะคิกคัก "ใครจะสนนางล่ะ ในใจหลี่ซูเอ๋อร์ ศิษย์พี่หญิงเก่งกาจที่สุดแล้ว"
"อีกอย่าง ความงามของศิษย์พี่หญิงก็ล่มบ้านล่มเมืองได้ ทั้งยังมีท่วงท่าดุจเทพธิดาจุติจากเก้าชั้นฟ้า ใครจะรู้ว่ามียอดฝีมือรุ่นเยาว์ในดินแดนเซียนหวงเทียนกี่คนที่หลงใหลในตัวศิษย์พี่หญิงกันล่ะ"
หลิ่วชิงอวี่ปรายตามองหลี่ซูเอ๋อร์อย่างมีเสน่ห์พลางเอ็ดเบาๆ "นั่นเป็นเพราะเจ้ายังไม่เคยเห็นโจวหลิงเอ๋อร์ผู้นั้นต่างหาก หากพูดถึงรูปโฉม โจวหลิงเอ๋อร์ผู้นั้นก็ไม่เบาเลยทีเดียว"
หลี่ซูเอ๋อร์กลอกตา แล้วเอ่ยกับหลิ่วชิงอวี่อย่างมีลับลมคมในว่า "ศิษย์พี่หญิง ข้าได้ยินมาว่าท่านประมุขศักดิ์สิทธิ์กำลังจะพาท่านไปยังตระกูลเฉิน ข้างนอกลือกันให้แซ่ดว่าตระกูลเฉินมีเจตนาจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือของเราเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของหลิ่วชิงอวี่ก็ยังคงราบเรียบ มิได้แสดงความประหลาดใจแต่อย่างใด
เพราะนางรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และมีความคิดเป็นของตัวเอง
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลิ่วชิงอวี่ไม่เปลี่ยนแปลง หลี่ซูเอ๋อร์ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่ "ศิษย์พี่หญิง ท่านคงไม่ได้คิดจะแต่งงานกับบุรุษจากตระกูลเฉินผู้นั้นจริงๆ หรอกนะเจ้าคะ"
"ท่านอาจารย์บอกว่าท่านจะไม่บังคับให้ข้าแต่งงาน และทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของข้า" หลิ่วชิงอวี่กล่าวเสียงเรียบ "ข้าเองก็อยากจะพบกับคนผู้นั้นจากตระกูลเฉินดูสักครั้ง อยากรู้ว่าเขาจะเก่งกาจเหมือนอย่างที่เขาลือกันหรือไม่"
"เฉินอู๋เต้าผู้นั้น เขาทะลวงผ่านขอบเขตคลังสมบัติเทวะทั้งห้าได้ตั้งแต่อายุสองขวบ และคิดค้นวิชาระดับจักรพรรดิได้ตอนอายุห้าขวบ ในโลกนี้คงไม่มีสัตว์ประหลาดตนไหนเทียบเขาได้อีกแล้วล่ะเจ้าค่ะ" หลี่ซูเอ๋อร์กล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย "ตอนนี้เฉินอู๋เต้าอายุสิบขวบแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ"
เมื่อห้าปีก่อน เฉินอู๋เต้าได้คิดค้นวิชาระดับจักรพรรดิขึ้นที่สำนักวิชาเต๋าจักรพรรดิ สั่นสะเทือนไปทั่วทุกสารทิศ
บัดนี้เวลาล่วงเลยมาถึงห้าปีแล้ว ระดับการบ่มเพาะของเขาจะก้าวหน้าไปถึงขั้นใด?
นี่คือข่าวที่ผู้คนภายนอกอยากรู้มากที่สุด
ในเวลานั้นเอง หญิงงามในชุดนางสนมก็เยื้องย่างเข้ามา
ผู้มาเยือนแต่งกายงดงามวิจิตร มีบุคลิกสูงส่งและสง่างาม อ่อนช้อยทว่าไม่ไร้ซึ่งความสง่างาม
เมื่อเห็นผู้มาเยือน หลิ่วชิงอวี่และหลี่ซูเอ๋อร์ก็รีบโค้งคำนับทักทายทันที
"หลิ่วชิงอวี่ ได้เวลาออกเดินทางแล้ว"
ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือส่งยิ้มอ่อนโยน
หลิ่วชิงอวี่พยักหน้าเล็กน้อย
ครั้งนี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือไม่ได้เพียงแค่เดินทางไปยังตระกูลเฉินพร้อมกับหลิ่วชิงอวี่เท่านั้น แต่ยังนำผู้อาวุโสหลายท่านติดตามไปด้วย
สำหรับบุรุษผู้นั้นจากตระกูลเฉิน ลึกๆ แล้วหลิ่วชิงอวี่ก็แอบคาดหวังอยู่ไม่น้อย
นางอยากรู้ว่าอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานอย่างเฉินอู๋เต้าที่เขาลือกันนั้น จะเป็นคนเช่นไรกันแน่?
ไม่กี่วันต่อมา กลุ่มแขกผู้มีเกียรติก็เดินทางมาถึงเกาะเทวะตระกูลเฉิน
สมาชิกระดับสูงของตระกูลเฉินต่างออกมาให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง
ศิษย์ตระกูลเฉินทุกคนต่างรู้ดีว่าผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือกำลังมาเยือน
ในดินแดนเซียนหวงเทียน ศิษย์หญิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือล้วนแต่งดงามและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ
เมื่อทราบข่าวการมาเยือนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ ศิษย์ตระกูลเฉินจำนวนมากจึงอยากจะมายลโฉมความงามอันล้ำเลิศของสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือ
โดยเฉพาะหลิ่วชิงอวี่ ผู้เป็นธิดาแห่งสวรรค์ร่วมสมัยแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ
นางไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะอันโดดเด่น ทว่าความสามารถของนางก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน และชื่อเสียงของนางก็ขจรขจายไปไกล
หลังจากเดินทางมาถึงตระกูลเฉิน หลิ่วชิงอวี่ก็ถูกพาไปยังตำหนักจักรพรรดิตระกูลเฉิน
ในเวลาเดียวกัน ภายในตำหนักจักรพรรดิ เฉินอู๋เต้ากำลังนอนหนุนตักของสาวใช้รูปงาม เพลิดเพลินกับการปรนนิบัติของนาง
"อวิ๋นเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงงดงามเพียงนี้"
"นายน้อย เลิกหยอกเย้าอวิ๋นเอ๋อร์ได้แล้วเจ้าค่ะ"
"ข้าพูดความจริงนะ" เฉินอู๋เต้ากล่าวอย่างจริงจัง "หากเป็นผู้อื่น ข้าคงไม่ยอมให้นางมาปรนนิบัติข้าหรอก อวิ๋นเอ๋อร์ดีที่สุดแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวิ๋นเอ๋อร์ก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
การได้รับมอบหมายให้มาปรนนิบัติเฉินอู๋เต้า ทำให้อวิ๋นเอ๋อร์รู้สึกว่าตนช่างโชคดีเหลือเกิน
ส่วนความคิดที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ นางก็ไม่กล้าคิดให้มากความ
แม้ว่าตอนนี้เฉินอู๋เต้าจะอายุเพียงสิบขวบ แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเขากลับแทบไม่ต่างจากเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีเลย
ด้วยวัยเพียงสิบขวบ เขากลับมีรูปร่างสูงถึง 1.9 เมตร มีร่างกายที่แข็งแรงกำยำ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนบนร่างกายได้สัดส่วนงดงาม สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย ใครจะรู้ว่ามีหญิงสาววัยแรกรุ่นกี่คนที่ต้องใจละลายตายเพราะเขา
"ได้ยินมาว่าเฉินอู๋เต้ามีพรสวรรค์และสติปัญญาเป็นเลิศ แต่เมื่อมาเห็นกับตา เขากลับดูแตกต่างจากที่เขาลือกันภายนอกอย่างลิบลับ"
ทันใดนั้น น้ำเสียงสตรีอันสดใสและไพเราะก็ดังมาจากภายนอกตำหนักใหญ่
หลิ่วชิงอวี่ปรากฏตัวขึ้นภายในตำหนัก
เฉินอู๋เต้าไม่ได้ประหลาดใจกับการมาเยือนของนาง
เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ากำลังจะมีคนมา
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่วชิงอวี่ เฉินอู๋เต้าก็ยังคงนอนหนุนตักเนียนของอวิ๋นเอ๋อร์ต่อไป พลางจ้องมองหลิ่วชิงอวี่ด้วยความสนใจ
วินาทีที่ได้เห็นหลิ่วชิงอวี่ เฉินอู๋เต้าก็ต้องตะลึงในความงามอันล้ำเลิศของนางจริงๆ
เขาเริ่มสงสัย
สตรีผู้นี้มีธุระอะไรถึงมาหาเขา?
แถมสตรีผู้นี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่ด้วย
"แม่นางคนงาม ไม่ทราบว่าข้าควรจะเรียกขานท่านว่ากระไรดี"
เฉินอู๋เต้าทำตัวเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ ไม่สนภาพลักษณ์ของตนเองเลยแม้แต่น้อย
"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ หลิ่วชิงอวี่"
หลิ่วชิงอวี่แจ้งนามของตนเอง
เมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือ เฉินอู๋เต้าก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร
เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้รับข่าวว่าตระกูลเฉินมีเจตนาจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ
และภารกิจสำคัญนี้ก็ตกเป็นของเฉินอู๋เต้า
เมื่อแรกได้ยินข่าวนี้ เฉินอู๋เต้าก็ถึงกับพูดไม่ออกทันที
เขาเพิ่งจะอายุแค่สิบขวบเองนะ
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะดูโตเกินวัยไปบ้าง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันเร็วเกินไปอยู่ดี
เขาได้ยินมาว่าความงามของสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือนั้นสามารถล่มบ้านล่มเมืองได้ และนางยังได้รับการยกย่องให้เป็นเทพธิดาจากเก้าชั้นฟ้า เป็นเทพธิดาในดวงใจของเหล่ายอดฝีมือจากขุมกำลังต่างๆ
เมื่อได้มาเห็นนางในตอนนี้ ความงามของนางก็ทำให้เฉินอู๋เต้าต้องตะลึงจริงๆ
"หลิ่วชิงอวี่ สายลมใดหอบเจ้ามาถึงที่นี่กันล่ะ"
เฉินอู๋เต้าแสร้งถามด้วยความงุนงง
"หลิ่วชิงอวี่มาที่นี่ก็เพื่อจะได้พบกับเฉินอู๋เต้าผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศและไร้เทียมทานตามคำเล่าลือ" หลิ่วชิงอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"โอ้?" เฉินอู๋เต้าเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว "แล้วความประทับใจแรกที่เจ้ามีต่อข้าคืออะไรล่ะ"
หัวคิ้วของหลิ่วชิงอวี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าฉายแววผิดหวังออกมาให้เห็น "ยากที่จะจินตนาการได้ว่าเฉินอู๋เต้า ผู้ที่เคยกล่าวไว้ว่า 'หากสวรรค์มิได้ให้กำเนิดข้า เฉินอู๋เต้า วิถีแห่งกระบี่ก็คงเป็นดั่งราตรีอันยาวนานตลอดกาล' แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงคุณชายเจ้าสำราญ"
เฉินอู๋เต้ารู้สึกหดหู่ใจ
หลิ่วชิงอวี่ถึงกับด่าว่าเขาเป็นคุณชายเจ้าสำราญเชียวหรือ
เป็นเพราะเขาใกล้ชิดกับอวิ๋นเอ๋อร์เกินไปอย่างนั้นหรือ?
"หลิ่วชิงอวี่ คนเราควรจะใช้ชีวิตให้มีอิสระและไร้กฎเกณฑ์บ้างนะ" เฉินอู๋เต้ากล่าวด้วยท่าทีสบายๆ ไร้กังวล "เกิดเป็นลูกผู้ชาย ก็ต้องเป็นตัวของตัวเองเสียหน่อย"
ขณะที่พูด เฉินอู๋เต้าก็อ้าปากกว้างเล็กน้อยและส่งสายตาให้อวิ๋นเอ๋อร์
อวิ๋นเอ๋อร์เข้าใจความหมาย จึงรีบหยิบผลไม้วิญญาณป้อนเข้าปากเฉินอู๋เต้า
เมื่อมองเฉินอู๋เต้าที่อยู่เบื้องหน้า หลิ่วชิงอวี่ก็กล่าวเสียงเรียบ "เดิมทีข้าคิดว่าจะได้ร่วมสนทนากับท่านเสียหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นเสียแล้วล่ะ"
"หลิ่วชิงอวี่ เจนดูถูกคนอื่นเกินไปแล้วนะ" เฉินอู๋เต้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "หากจะตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวแล้วล่ะก็ บางคน แม้แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ ก็คงไม่มีอะไรพิเศษหรอกกระมัง"
คิ้วของหลิ่วชิงอวี่เลิกขึ้นเล็กน้อย "เช่นนั้นข้าก็อยากรู้เสียจริงว่าท่านจะสนทนากับข้าในเรื่องใดได้บ้าง"
"หึหึ หลิ่วชิงอวี่ เจ้าอยากสนทนาเรื่องอะไรล่ะ" เฉินอู๋เต้าหัวเราะ "ข้าชำนาญทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการดีดฉิน หมากล้อม คัดลายมือ หรือวาดภาพ ส่วนในเรื่องของการบ่มเพาะ ข้าก็ไม่คิดว่าตัวเองด้อยไปกว่าผู้ใด หากเจ้าต้องการสนทนาในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ข้าก็ยินดีนะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินอู๋เต้า อวิ๋นเอ๋อร์ก็ยกมือขึ้นปิดปากแล้วแอบหัวเราะ
ส่วนหลิ่วชิงอวี่ นางไม่ได้คิดลึกขนาดนั้น
นางมองไปที่เฉินอู๋เต้า แล้วภาพวาดก็ปรากฏขึ้นในมือดุจหยกของนาง
"ภาพวาดชิ้นนี้หลิ่วชิงอวี่ได้มาตอนเดินทางลงจากเขา บังเอิญว่ามันมีตัวอักษรขาดหายไปบางส่วน ไม่ทราบว่าคุณชายเฉินพอจะมีฝีมือคัดลายมือดีๆ มาเติมเต็มให้ได้หรือไม่"
หลิ่วชิงอวี่เริ่มหยั่งเชิงเฉินอู๋เต้าเป็นครั้งแรก