- หน้าแรก
- เพิ่งเลิกกับแฟนได้ไม่ทันไร จู่ๆ ก็กลายเป็นคุณพ่อเฉยเลย
- บทที่ 19 ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับหรือเปล่า?
บทที่ 19 ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับหรือเปล่า?
บทที่ 19 ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับหรือเปล่า?
บทที่ 19 ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับหรือเปล่า?
"หลินเฉิน ของขวัญที่บอกว่าจะเอามาให้พ่อฉัน คุณเตรียมไว้แล้วใช่ไหม?" จื่อหรานเอ่ยถาม
หลินเฉินตอบว่า "แน่นอนสิ อยู่ในกล่องนั้นไง"
กล่องงั้นเหรอ?
จื่อหรานรีบเปิดดูทันที และพบว่ามีไข่มุกราตรีเม็ดหนึ่งอยู่ข้างในจริงๆ
"นี่มัน... ของเก่างั้นเหรอ?" จื่อหรานเอ่ยถามพลางพินิจดูไข่มุกราตรีเม็ดนั้น
"ใช่แล้ว จะบอกให้ฟังนะว่าไข่มุกเม็ดนี้ไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป มันคือสมบัติล้ำค่าที่พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดให้นำไปฝังร่วมกับพระศพ ถึงขนาดต้องอมไว้ในพระโอษฐ์ก่อนสิ้นพระชนม์เลยเชียวนะ!" หลินเฉินกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
"หา! แบบนี้มันไม่ล้ำค่าเกินไปหน่อยเหรอ?! แล้วคุณไปเอาไข่มุกราตรีมาได้ยังไงกันเนี่ย?"
จื่อหรานมองหน้าหลินเฉินอย่างเคลือบแคลงใจ ไม่ต้องคิดก็รู้ได้เลยว่าของเก่าแก่แบบนี้ย่อมต้องเป็นของที่ประเมินค่ามิได้แน่ๆ
"เพื่อนให้มาน่ะ"
"เพื่อนเหรอ? ผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะ?"
"เอ่อ น่าจะผู้ชายมั้ง!"
หลินเฉินนึกย้อนไปถึงเสียงสังเคราะห์ของระบบ เขาเองก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นเสียงผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่
"น่าจะเหรอ? หึ งั้นก็ต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ!"
จื่อหรานกระฟัดกระเฟียด หึงหวงขึ้นมาเล็กน้อย
หลินเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงจื่อหรานเข้ามาจูบทันที
"อื้อ อื้ม..."
ต้องทำอย่างไรเมื่อภรรยาเกิดหึงหวงขึ้นมา?
อย่าอธิบายอะไรให้มากความ เพราะคำอธิบายใดๆ ก็ฟังดูจืดชืดและไร้ความหมาย จับจูบซะก็สิ้นเรื่อง!
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ทาวน์โฮมแห่งหนึ่งในเขตของเมืองมัวตู
ที่นี่คือบ้านพ่อแม่ของหลี่จื่อหราน หลินเฉินขับรถพาภรรยาและลูกแฝดมาถึงที่นี่
อู๋เหยียนฟางเดินออกมาต้อนรับพวกเขา เพราะหากไม่มีคีย์การ์ดก็จะไม่สามารถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านได้
เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน จื่อหรานกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่น ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอู๋เหยียนฟาง "พ่อไม่อยู่บ้านเหรอคะ?"
อู๋เหยียนฟางตอบอย่างอึกอัก "อยู่จ้ะ พ่อเขาอยู่ในห้องน่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จื่อหรานก็รู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก นานๆ ทีเธอจะได้กลับมาบ้าน แต่พ่อกลับไม่อยากเจอหน้าเธอและเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง
"อุแว้!" ในตอนนั้นเอง ลูกคนที่สองอย่างหลินเข่อซินก็แผดเสียงร้องไห้จ้าขึ้นมา ขัดจังหวะความคิดของจื่อหรานพอดี
อู๋เหยียนฟางเอ่ยถาม "เป็นอะไรไปน่ะ? หลานหิวหรือเปล่า?"
หลินเฉินเหลือบมองหลินเข่อซินแล้วพูดขึ้น "คงไม่ได้หิวหรอกครับ น่าจะอึใส่ผ้าอ้อมมากกว่า เลยต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมใหม่"
จากนั้นหลินเฉินก็อุ้มหลินเข่อซินขึ้นมาตรวจดู และก็พบว่าผ้าอ้อมตุงและหนักอึ้งจริงๆ อย่างที่คิด
หลินเฉินจึงรีบหยิบผ้าอ้อมผืนใหม่จากในกระเป๋ามาเปลี่ยนให้เจ้าตัวเล็กอย่างรวดเร็ว
ประตูห้องของหลี่เทียนหงเปิดแง้มเอาไว้ และผ่านช่องว่างนั้น หลี่เทียนหงก็บังเอิญเห็นขั้นตอนการเปลี่ยนผ้าอ้อมของหลินเฉินตั้งแต่ต้นจนจบพอดี
หลี่เทียนหงคิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนผ้าอ้อมได้ทะมัดทะแมงคล่องแคล่วขนาดนี้ เขาต้องช่วยดูแลเด็กๆ อยู่บ่อยๆ เป็นแน่!
และผู้ชายที่คอยช่วยภรรยาเลี้ยงลูกอยู่เสมอ ย่อมไม่มีทางเป็นคนนิสัยไม่ดีอย่างเด็ดขาด
นี่คือประสบการณ์ชีวิตที่หลี่เทียนหงตกผลึกได้จากการใช้ชีวิตมากว่าสี่สิบปีเต็ม!
ไม่นานนัก
หลินเฉินก็เปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จเรียบร้อย ลูกคนที่สองอย่างหลินเข่อซินก็หยุดร้องไห้แล้วเช่นกัน
"เสี่ยวเฉิน มื้อเที่ยงนี้อยากกินกับข้าวอะไรบ้างล่ะ? เดี๋ยวแม่จะออกไปซื้อมาให้"
อู๋เหยียนฟางมองหน้าหลินเฉินแล้วเอ่ยถาม
หลินเฉินถึงกับชะงักไป เพราะสรรพนามแทนตัวเองของอู๋เหยียนฟางไม่ใช่คำว่า 'น้า' อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นคำว่า 'แม่' แทน!
ในใจของหลินเฉินพลันเปี่ยมไปด้วยความยินดี "อะไรก็ได้ครับ ผมกินง่ายอยู่แล้ว"
อู๋เหยียนฟางระบายยิ้มอย่างเป็นกันเองแล้วเอ่ยถามต่อ "กินไส้หมูไหมจ๊ะ?"
"กินครับ" หลินเฉินพยักหน้ารับ ไส้หมูผัดเนี่ยถือเป็นอาหารจานเด็ดเลยทีเดียว
"ตกลงจ้ะ เดี๋ยวแม่จะออกไปซื้อมาให้ แล้วชอบกินกับข้าวอะไรอีกไหมล่ะ?" อู๋เหยียนฟางซักถามหลินเฉินต่อ
ถึงแม้หลินเฉินจะบอกว่าเขากินง่ายและกินอะไรก็ได้ แต่อู๋เหยียนฟางก็ยังคะยั้นคะยอให้หลินเฉินบอกเมนูที่เขาอยากกินให้ได้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรสชาติอาหารของเขาอย่างมาก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเลยว่านางให้ความสำคัญกับเขามากเพียงใด
"ถ้างั้น... ขอเป็นหมูสามชั้นอบผักกาดดองกับกุ้งมังกรก็แล้วกันครับ!" หลินเฉินตอบอย่างจนใจ เขารู้สึกว่าแม่ยายของเขานั้นช่างดีแสนดี จะติดก็แต่พ่อตานนี่แหละ... จากนั้น จื่อหรานและอู๋เหยียนฟางก็พากันออกไปจ่ายตลาด ปล่อยให้หลินเฉินอยู่บ้านคอยดูแลเด็กๆ
คล้อยหลังจื่อหรานและอู๋เหยียนฟางที่เพิ่งออกจากบ้านไป หลี่เทียนหงก็ค่อยๆ เดินออกมาจากห้องของตน
เขาปรายตามองหลินเฉินที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ท่าทียังคงดูเย็นชาตึงตังไม่เปลี่ยน
ฝ่ายหลินเฉินก็มองไปที่หลี่เทียนหงผู้เป็นพ่อตาของตน แม้หลินเฉินจะแค่ปรายตามองไปเพียงแวบเดียว ทว่าสีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เนื่องจากในตอนนี้ตัวเขาเองก็ถือว่าเป็นหมอเทวดาคนหนึ่ง เขาจึงสังเกตเห็นว่าสุขภาพร่างกายของหลี่เทียนหงนั้นดูไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
หลินเฉินจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายลุกเดินเข้าไปหาหลี่เทียนหงเสียเอง
หลี่เทียนหงที่กำลังชงชาอยู่รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นหลินเฉินเดินตรงเข้ามาหา
"นายมีอะไร?"
หลี่เทียนหงขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ
"คุณลุงครับ ผมว่าสีหน้าคุณลุงดูไม่ค่อยสู้ดีเลย ดูเหมือนสุขภาพจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นะครับ"
หลี่เทียนหงรู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที เขาวิ่งออกกำลังกายอยู่ทุกวันแถมยังไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงดีแค่ไหน แล้วหลินเฉินมีสิทธิ์อะไรมาอ้างว่าสุขภาพเขาไม่ค่อยดีกัน?
ในขณะที่หลี่เทียนหงกำลังจะอารมณ์เสียใส่ จู่ๆ หลินเฉินก็เอ่ยถามแทรกขึ้นมาว่า "คุณลุงครับ ช่วงนี้คุณลุงนอนไม่ค่อยหลับใช่ไหมครับ?"