เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ได้รับการบรรจุ

บทที่ 24 - ได้รับการบรรจุ

บทที่ 24 - ได้รับการบรรจุ


“โอ้โห พวกนายว่าผู้อำนวยการจะเรียกติงเกอไปคุยเรื่องอะไร?”

“ไม่รู้สิ แต่พวกนายเห็นรอยยิ้มละมุนละไมของผู้อำนวยการเมื่อกี้ไหมล่ะ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเรื่องดีแน่ๆ”

บรรดาคนที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างก็ซุบซิบนินทากันอย่างออกรส น้ำเสียงของพวกเขาแฝงไปด้วยความอิจฉาตาร้อนอย่างปิดไม่มิด

ปกติเวลาผู้อำนวยการเจอหน้าพวกเขา ก็มักจะทำหน้าตาบูดบึ้งเย็นชาใส่ตลอด

แต่พอเผชิญหน้ากับติงเกอ กลับฉีกยิ้มกว้างซะอย่างนั้น

นี่แหละหนา ความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่แท้ทรู!

“ฉันรู้สึกว่าการมีตัวตนอยู่ของติงเกอ มันทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ตัวเองเกิดมาไร้ค่าแค่ไหนบนโลกใบนี้”

คำพูดนี้เรียกเสียงสนับสนุนจากคนรอบข้างได้อย่างล้นหลาม

ตอนนี้พวกเขาต่างก็ยอมรับแล้วว่า ตัวเองมันก็แค่ไอ้พวกขยะดีๆ นี่เอง

“เมื่อกี้ฉันได้ดูคลิปการผ่าตัดของนายแล้วนะ ทักษะการตัดเนื้องอกของนายเนี่ย สามารถจัดให้อยู่ในสิบอันดับแรกของวงการแพทย์แห่งจักรวรรดิได้สบายๆ เลยล่ะ”

“เพราะงั้น... นายสนใจจะย้ายไปอยู่แผนกเนื้องอกไหมล่ะ”

เซียวเกินอยากจะดึงตัวติงเกอไปอยู่แผนกเนื้องอก เพื่อยกระดับมาตรฐานแผนกเนื้องอกของโรงพยาบาลให้สูงขึ้น

ดีไม่ดี อาจจะทำให้โรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งมหานครโมตู ก้าวขึ้นไปผงาดแซงหน้าโรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งตี้ตูก็เป็นได้ ใครจะไปรู้?

“ผู้อำนวยการครับ ผมยังอยากจะอยู่แผนกฉุกเฉินต่อไปมากกว่าครับ”

ติงเกอรู้สึกว่าแผนกฉุกเฉินน่าจะเหมาะกับเขามากที่สุด หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ มันเหมาะกับเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองของเขามากกว่า

ยังไงซะ เป้าหมายสูงสุดของติงเกอก็คือการเป็นแพทย์ผู้รอบรู้ และสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการปั้นเขาให้ไปถึงจุดนั้น ก็คงหนีไม่พ้นแผนกฉุกเฉินนี่แหละ

เพราะแผนกฉุกเฉินมีคนไข้แวะเวียนเข้ามาไม่ซ้ำหน้า แถมยังมาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บสารพัดรูปแบบ ซึ่งมันจะช่วยให้ติงเกอได้พัฒนาทักษะทางการแพทย์ของตัวเองให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต

แต่ถ้าขืนย้ายไปอยู่แผนกเนื้องอก ติงเกอก็คงจะได้ขลุกอยู่แต่กับเคสเนื้องอกซ้ำๆ ซากๆ แน่นอน

ซึ่งนั่นมันไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ ของเขาเลย ดังนั้นหลังจากลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว เขาก็ยังยืนกรานที่จะปฏิเสธ

“โรงพยาบาลเคารพการตัดสินใจของนายเสมอ”

เซียวเกินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เป็นอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ พวกคนมีพรสวรรค์มักจะมีความคิดเป็นของตัวเองเสมอ

“ขอบคุณครับ” ติงเกอพยักหน้ารับ

“ถึงแม้นายจะไม่อยากย้ายไปแผนกเนื้องอก แต่ทางโรงพยาบาลก็คงปล่อยให้นายจมปลักเป็นแค่นักศึกษาฝึกหัดต่อไปไม่ได้หรอกนะ”

“ขืนทำแบบนั้น คนอื่นคงจะหาว่าผู้บริหารโรงพยาบาลไม่เห็นคุณค่าของบุคลากรที่มีความสามารถแน่ๆ”

“ดังนั้น หลังจากที่คณะผู้บริหารโรงพยาบาลได้ประชุมหารือกันแล้ว พวกเราก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะอนุมัติให้นายได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำแบบก้าวกระโดด”

เซียวเกินหยิบเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสารของตัวเอง

“เอาเป็นว่า ทางเราขอเสนอเงินเดือนเริ่มต้นให้นายที่ปีละแปดแสนหยวนก็แล้วกัน”

เพื่อที่จะรั้งตัวติงเกอให้อยู่กับโรงพยาบาลต่อไป เซียวเกินยอมควักกระเป๋าจ่ายแบบจัดหนักจัดเต็มเพื่อแสดงความจริงใจขั้นสุด

“ถ้านายยังมีข้อเสนออะไรเพิ่มเติม ก็ลองบอกมาได้เลยนะ เรายังคุยกันได้” เซียวเกินมองหน้าติงเกอ

“ไม่มีแล้วครับ ข้อเสนอแค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะครับ”

เพิ่งจะได้รับการบรรจุก็ได้เงินเดือนตั้งปีละแปดแสนหยวน ติงเกอรู้สึกว่าแค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว

ถ้าบวกกับพวกเงินโบนัสค่าผ่าตัดเข้าไปอีก รายได้ต่อปีทะลุสองล้านหยวนก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็มาเซ็นสัญญากันเลยดีไหม?” เมื่อได้ยินคำตอบของติงเกอ เซียวเกินก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ตกลงครับ” ติงเกอจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงบนเอกสารสัญญา

หลังจากเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ ติงเกอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

ช่วงที่ผ่านมา ระบบได้มอบเงินรางวัลให้เขารวมๆ แล้วก็เกือบหนึ่งแสนหยวน ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้แตะต้องเงินก้อนนั้นเลยแม้แต่แดงเดียว

“ระบบ ถอนเงินออกมาให้ฉันห้าหมื่นหยวนที” ติงเกอออกคำสั่งกับระบบ

[ ติ๊ด ระบบกำลังดำเนินการถอนเงิน ]

[ ติ๊ด ดำเนินการถอนเงินเสร็จสิ้น ]

ระบบยังคงทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเช่นเคย

เมื่อติงเกอเห็นยอดเงินสุทธิในบัญชีธนาคาร เขาก็รีบโอนเงินจำนวนห้าหมื่นหยวนไปให้พ่อกับแม่ของเขาทันที

“พ่อ ตอนนี้ทำอะไรอยู่เหรอครับ”

สิ่งแรกที่ติงเกอนึกถึงหลังจากที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ ก็คือการโทรไปแบ่งปันข่าวดีกับครอบครัว

“จะให้ทำอะไรได้ล่ะ ก็เพิ่งจะเลิกงานนี่แหละ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าของคนมีอายุ แถมยังมีเสียงไอค่อกแค่กแทรกมาเป็นระยะ

“พ่อ ผมบอกพ่อตั้งหลายรอบแล้วไงว่าให้เลิกทำงานพรรค์นั้นได้แล้ว ลูกชายพ่อโตป่านนี้แล้วนะ ผมมีงานทำหาเลี้ยงพ่อกับแม่ได้แล้ว”

เมื่อติงเกอได้ยินเสียงไอของพ่อ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจ

คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ มักจะหวังให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย โดยแลกมากับการที่ตัวเองต้องทำงานหนักอาบเหงื่อต่างน้ำ

“ตอนนี้พ่อกับแม่ยังพอมีแรงทำไหว ก็อยากจะหาเงินเก็บไว้เยอะๆ จะได้เอาไว้ช่วยสมทบทุนซื้อบ้านในโมตูให้แกยังไงล่ะ”

ครอบครัวของติงเกอมีฐานะค่อนข้างยากจน ในความทรงจำของเขา พ่อกับแม่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าตัวละเกินห้าสิบหยวนให้เขาใส่เลยสักครั้ง

แต่ทว่าตั้งแต่เล็กจนโต พวกเขากลับไม่เคยเสียดายเงินเลยสักนิด เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาของติงเกอ

ดังนั้น ถึงแม้ฐานะทางบ้านจะยากจน แต่ติงเกอก็ไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ติดค้างอะไรเขาเลย

“พ่อ ผมมีเรื่องน่ายินดีจะมาบอก วันนี้ผมเซ็นสัญญากับทางโรงพยาบาลแล้วนะ ได้เงินเดือนตั้งปีละแปดแสนหยวนแน่ะ”

“ต่อไปนี้ ถึงผมจะอยู่ที่โมตูคนเดียว ผมก็สามารถซื้อบ้านเองได้สบายๆ แล้วล่ะครับ” ติงเกอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

“...”

ทันทีที่ติงเกอพูดจบ ปลายสายก็เงียบกริบไปถนัดตา

“พ่อ พ่อเป็นอะไรไปน่ะ? อย่าทำให้ผมตกใจสิ”

ติงเกอเริ่มใจคอไม่ดี ทำไมจู่ๆ ถึงเงียบไปล่ะ หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้าน?

“พ่อไม่เป็นไร เมื่อกี้แกว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่นะ?”

พ่อติงรีบตอบกลับมาทันควัน

ในฐานะชาวนาที่จับจอบจับเสียมมาทั้งชีวิต พ่อติงจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเงินแปดแสนหยวนมันจะเยอะมากมายขนาดไหน

ถ้าเอาเงินกองนั้นมาปาใส่หน้าคน ก็คงจะทำให้คนๆ นั้นตายคาที่ได้เลยมั้ง?

นี่แหละคือนิยามความหมายของเงินแปดแสนหยวนในหัวของพ่อติง

“แปดแสนหยวนครับพ่อ แถมยังเป็นแค่เงินเดือนพื้นฐานนะ ถ้าบวกกับพวกค่าโบนัสผ่าตัดอะไรพวกนี้ด้วย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้ตั้งสองล้านหยวนเลยล่ะครับ”

“เพราะงั้น พ่อเลิกทำงานแบบนั้นได้แล้วนะ ต่อไปนี้ผมจะคอยหาเลี้ยงพ่อกับแม่เอง”

ติงเกอพยายามเอาเรื่องเงินเดือนมาหว่านล้อมให้พ่อกับแม่เลิกทำงาน แล้วอยู่บ้านเสวยสุขปั้นปลายชีวิตอย่างสงบ

“อ้อ! จริงสิ ผมโอนเงินเข้าบัญชีพ่อไปห้าหมื่นหยวนแล้วนะ พ่อกับแม่กะจะกินอะไร ซื้ออะไร ก็เอาไปใช้ได้เลยนะ”

“ถ้าเงินไม่พอใช้ ก็บอกผมได้เลย เดี๋ยวผมโอนไปให้อีก”

การที่ได้ทำอะไรเพื่อครอบครัวแบบนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ติงเกอมีความสุขมากที่สุดเลยล่ะ

“ดี ดี ดีลูกดี” พ่อติงหลุดปากชมเปาะออกมาถึงสามคำติดต่อกัน แค่นี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าเขาดีใจมากแค่ไหน

หลังจากวางสายไป ติงเกอก็ไปยืนพิงหน้าต่างทอดสายตามองดูวิวทิวทัศน์ที่อยู่ไม่ไกลออกไป

“ได้ยินมาว่าท่านผู้อำนวยการเป็นคนลงมาคุยกับติงเกอด้วยตัวเองเลยนะเนี่ย สงสัยงานนี้ติงเกอคงจะได้ดิบได้ดีเจริญก้าวหน้าไปอีกไกลเลยล่ะ”

“ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้เขาหล่อแถมยังเก่งกาจขนาดนั้นล่ะ ได้ข่าวว่าไอ้เคสผ่าตัดเนื้องอกขนาดสิบห้าเซนติเมตรนั่น ติงเกอใช้เวลาผ่าตัดแค่ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้วนะเว้ย”

ข่าวลือเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

บ้างก็อิจฉา บ้างก็ริษยา แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่รู้สึกเคียดแค้นชิงชังเขาอย่างหนัก

คนๆ นั้นก็คือ จางสิง

แม้ในนามจะบอกว่าจางสิงถูกย้ายไปช่วยงานที่แผนกอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานในแผนกฉุกเฉินอีกต่อไป

พอถูกย้ายไปอยู่แผนกอื่น ก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครยอมมอบหมายงานสำคัญอะไรให้เขาทำหรอก ดังนั้นตอนนี้จางสิงก็เป็นได้แค่หมอธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น พอชื่อเสียงของติงเกอโด่งดังไปทั่วโรงพยาบาล เรื่องบาดหมางระหว่างเขากับจางสิงก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนาด้วย

ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จางสิงก็พูดจาถากถางติงเกอว่าเป็นแค่นักศึกษาฝึกหัดไร้น้ำยา แต่สุดท้ายก็โดนติงเกอตอกหน้าหงายกลับไป

แถมยังมีเรื่องที่จางสิงเคยวินิจฉัยโรคผิดพลาดอีก

สองเหตุการณ์นี้ทำให้จางสิงกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนทั้งโรงพยาบาล ไปทางไหนก็มีแต่คนซุบซิบนินทาว่าเขาเป็นพวกตาถั่ว มองคนไม่ออก แถมยังมีทักษะทางการแพทย์ห่วยแตกอีกต่างหาก

เรื่องอื่นยังพอทำใจรับได้ แต่ไอ้การที่โดนตราหน้าว่าทักษะการแพทย์ห่วยแตกเนี่ย สำหรับคนเป็นหมอแล้ว มันถือเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามที่ร้ายแรงที่สุดเลยล่ะ

“ปีนขึ้นไปเลยติงเกอ ยิ่งแกปีนขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ ตอนตกลงมาแกก็จะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น”

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางสิง

เขาตั้งปณิธานไว้ว่า สักวันหนึ่งเขาจะเอาคืนติงเกอให้สาสมกับที่เขาต้องทนรับความอัปยศอดสูในครั้งนี้ให้จงได้

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 24 - ได้รับการบรรจุ

คัดลอกลิงก์แล้ว