- หน้าแรก
- ผมก็แค่แพทย์ฝึกหัดที่มีระบบสุดเทพ
- บทที่ 15 - โปรดเรียกผมว่านักฆ่าไส้ติ่ง
บทที่ 15 - โปรดเรียกผมว่านักฆ่าไส้ติ่ง
บทที่ 15 - โปรดเรียกผมว่านักฆ่าไส้ติ่ง
“ใช้แต้มทักษะ 3 แต้ม เปิดใช้งานทักษะการผ่าตัดไส้ติ่ง!” ติงเกอออกคำสั่งกับระบบ
[ ติ๊ด กำลังเปิดใช้งานทักษะการผ่าตัดไส้ติ่ง ]
[ ติ๊ด เปิดใช้งานทักษะการผ่าตัดไส้ติ่งสำเร็จ ]
[ ติ๊ด กำลังอัปเกรดทักษะการผ่าตัดไส้ติ่ง ]
[ ติ๊ด อัปเกรดทักษะการผ่าตัดไส้ติ่งสำเร็จ ]
“เอาล่ะ ฉันพร้อมแล้ว” เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ติงเกอก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
จากนั้นเขาก็พาซ่งฮว๋าที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินเข้าไปในห้องผ่าตัด
“การดมยาสลบเรียบร้อยแล้วครับ” วิสัญญีแพทย์หันมามองติงเกอ เป็นสัญญาณบอกว่าเขาสามารถเริ่มการผ่าตัดได้เลย
“ครับ” ติงเกอพยักหน้ารับ
ติงเกอใช้มีดผ่าตัดกรีดลงบนบริเวณช่องท้องส่วนล่างด้านขวาของคนไข้ สร้างรอยแผลขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร
“แม่เจ้าโว้ย น้ำหนักมือตอนลงมีด กับขนาดของรอยแผลนี่มัน... โคตรจะสมบูรณ์แบบเลย” ซ่งฮว๋าที่ยืนดูรอยแผลอยู่ข้างๆ ถึงกับทึ่ง แค่รอยกรีดมีดเดียวนี้ ก็เพียงพอให้เขาต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้ไปอีกเป็นปีๆ แล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่ด้านนอกห้องผ่าตัด เซียวเกิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วยหลงเฉวียน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งจักรวรรดิ และหม่าหลี่ หัวหน้าแผนกฉุกเฉิน ทั้งสามคนกำลังยืนดูการผ่าตัดของติงเกอผ่านจอมอนิเตอร์อยู่
ที่จริงแล้วสองคนแรกก็แค่สุ่มเปิดดูวิดีโอจากห้องผ่าตัดไปเรื่อยเปื่อย แต่ดันแจ็กพอตสุ่มมาเจอห้องของติงเกอเข้าพอดี
“เยี่ยมมาก!” เมื่อเห็นรอยกรีดมีดของติงเกอ หลงเฉวียนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม รอยกรีดที่เฉียบคมแบบนี้ ถ้าไม่มีประสบการณ์สั่งสมมานับสิบๆ ปี ไม่มีทางทำได้แน่ๆ
“โรงพยาบาลของนายนี่มีแต่ยอดฝีมือซ่อนตัวอยู่เต็มไปหมดเลยนะ” หลงเฉวียนแอบอิจฉาเซียวเกินอยู่ลึกๆ ทำไมลูกน้องของเขาถึงไม่มีหมอเก่งๆ แบบนี้บ้างนะ?
“ฮ่าๆๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า ว่าแต่... หมอคนนี้ชื่ออะไรนะ?”
เอาจริงๆ เซียวเกินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแผนกฉุกเฉินไปได้หมอเก่งๆ แบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาหันไปถามหม่าหลี่
“หมอคนนี้ยังไม่ใช่หมอประจำครับ เป็นแค่นักศึกษาฝึกหัดเท่านั้นเอง” หม่าหลี่ยืดอกตอบด้วยความภาคภูมิใจ นักศึกษาฝึกหัดที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ มีแค่แผนกฉุกเฉินของพวกเขาเท่านั้นแหละที่ได้ครอบครอง!
“ห๊ะ? นักศึกษาฝึกหัดเนี่ยนะ?” พอได้ยินคำตอบ หลงเฉวียนก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
“เหล่าเซียว โรงพยาบาลของนายปล่อยปละละเลยกฎระเบียบแบบนี้ได้ยังไง? ปล่อยให้นักศึกษาฝึกหัดลงมือผ่าตัดเองเนี่ยนะ นี่มันทำเป็นเล่นเกินไปแล้ว!” หลงเฉวียนหันไปต่อว่าเซียวเกินด้วยน้ำเสียงจริงจัง การปล่อยให้นักศึกษาฝึกหัดลงมือผ่าตัดเองมันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้จริงๆ
“นักศึกษาฝึกหัดคนนี้เขามีฝีมือยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ เขา...” หม่าหลี่พยายามจะพูดแก้ต่างให้ติงเกอ แต่ก็ถูกหลงเฉวียนพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ยังเป็นแค่นักศึกษาฝึกหัด! ต่อให้เขาจะมีพรสวรรค์ล้นเหลือยังไง มันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ จะปล่อยให้มาจับมีดผ่าตัดเองเลยได้ยังไง?” หลงเฉวียนตำหนิอย่างเกรี้ยวกราด
“รีบไปเปลี่ยนตัวเขาออกเดี๋ยวนี้เลย!”
เซียวเกินรู้ดีว่าเพื่อนเก่าของเขาคนนี้เกลียดพวกแหกกฎแหกคอกยิ่งกว่าอะไรดี เขาจึงรีบหันไปสั่งหม่าหลี่ทันที
ในตอนนั้นเอง ติงเกอซึ่งกำลังผ่าตัดอยู่ข้างใน ไม่ได้รับรู้เรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างนอกเลยแม้แต่น้อย เขายังคงดำเนินการผ่าตัดต่อไปตามปกติ
“ท่านผู้อำนวยการครับ ดูสิครับ! ติงเกอเริ่มขั้นตอนต่อไปแล้ว!” หม่าหลี่รีบชี้ไปที่หน้าจอมอนิเตอร์
“รีบไปสั่งเปลี่ยนตัวเร็วเข้า! ขืนปล่อยไว้แบบนี้เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก” หลงเฉวียนร้อนใจเมื่อเห็นติงเกอกำลังจะเริ่มขั้นตอนต่อไป
“โชคดีนะที่เขายังหาไส้ติ่งไม่เจอ ตอนนี้ยังพอมีเวลาแก้ไขทัน”
สำหรับนักศึกษาฝึกหัด การจะควานหาไส้ติ่งให้เจออย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาสักหนึ่งชั่วโมง ขอแค่ไปห้ามเขาไว้ก่อนที่จะหาไส้ติ่งเจอ ทุกอย่างก็ยังพอแก้ไขได้ทันท่วงที
“รับทราบครับ” หม่าหลี่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรีบวิ่งออกไปจัดการตามคำสั่ง
“เดี๋ยวก่อน” จู่ๆ หลงเฉวียนก็ตะโกนเรียกหม่าหลี่เอาไว้
หาไส้ติ่งเจอภายในหนึ่งวินาทีเนี่ยนะ? นี่ติงเกอแอบไปติดเครื่องติดตาม GPS ไว้ที่ไส้ติ่งหรือยังไง?
“นาย... นายหาไส้ติ่งได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” หลงเฉวียนกลืนน้ำลายเอื้อก แล้วหันไปถามเซียวเกิน
“เอ่อ... ฉัน...” เซียวเกินอึกอักด้วยความกระดากอาย ตัวเขาเองก็หาไส้ติ่งให้เจอภายในหนึ่งวินาทีไม่ได้หรอกนะ
“แล้วแบบนี้... ผมยังต้องไปห้ามเขาอยู่ไหมครับ?” หม่าหลี่เริ่มลังเล ตกลงจะให้ไปหรือไม่ให้ไปกันแน่เนี่ย?
หลงเฉวียนจ้องมองภาพติงเกอในจอมอนิเตอร์ที่กำลังคีบไส้ติ่งขึ้นมา ดูท่าทางเตรียมพร้อมจะตัดทิ้งแล้ว
“รีบไปเร็วเข้า! เมื่อกี้มันก็แค่ฟลุกเท่านั้นแหละ นักศึกษาฝึกหัดจะตัดไส้ติ่งทีนึงก็ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนชั่วโมง ถ้ารีบไปเปลี่ยนตัวตอนนี้ก็ยังทัน!” หลงเฉวียนพยักหน้าสั่งการ
แต่ทันทีที่เขาพูดจบ ติงเกอก็ลงมีดฉับเดียว ตัดไส้ติ่งขาดกระจุย
เอิ่ม... หลงเฉวียนอยากจะถามเบาๆ ว่า เขาขอถอนคำพูดเมื่อกี้คืนทันไหม?
“ผมว่า... ตอนนี้ผมเข้าไปก็คงไม่มีประโยชน์แล้วมั้งครับ...” ในเมื่อเขาตัดไส้ติ่งเสร็จไปแล้ว ขืนวิ่งเข้าไปตอนนี้มันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?
“เอ่อ... ตอนนี้ยังเหลือขั้นตอนเย็บปิดแผลอยู่นะ เกิดเขาเย็บแผลพลาดขึ้นมาล่ะ...” หลงเฉวียนยังคงไม่ยอมแพ้ ใช่แล้ว! ขั้นตอนการเย็บแผลนี่แหละที่มีโอกาสพลาดสูง!
แต่ทว่า ติงเกอก็ไม่เปิดโอกาสให้หลงเฉวียนได้ตั้งข้อสงสัยอีกต่อไป เขาจัดการเย็บปิดแผลจนเสร็จสรรพอย่างรวดเร็ว
การผ่าตัดครั้งนี้ ติงเกอใช้เวลาเบ็ดเสร็จไปแค่ 10 นาทีถ้วน! ซึ่ง 10 นาทีที่ว่านี้ ยังนับรวมเวลาที่ใช้เตรียมการก่อนผ่าตัดเข้าไปด้วยซ้ำ!
“นายรีบไปตามนักศึกษาฝึกหัดคนนั้นมาพบฉันเดี๋ยวนี้เลย... ไม่สิ ฉันไปหาเขาเองดีกว่า” แววตาของหลงเฉวียนเปล่งประกายเจิดจ้า แม่เจ้าโว้ย! นักศึกษาฝึกหัดที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศขนาดนี้ เขาจะต้องดึงตัวไปอยู่มหาลัยแพทยศาสตร์ที่ตี้ตูให้จงได้!
ส่วนเรื่องกฎระเบียบที่เขาคอยยึดถือมาตลอดน่ะเหรอ? ขอโทษทีเถอะ กฎมีไว้เพื่อให้อัจฉริยะแหกต่างหาก!
พอเห็นหลงเฉวียนวิ่งพรวดพราดออกไป หม่าหลี่กับเซียวเกินก็หันมามองหน้ากัน แล้วรีบวิ่งตามออกไปติดๆ
“เดี๋ยวนายรีบพานักศึกษาคนนั้นหนีไปเลยนะ ห้ามให้เขาได้เจอกับหลงเฉวียนเด็ดขาด!”
เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี ทำไมเซียวเกินจะเดาใจหลงเฉวียนไม่ออก? ที่ตาลุงนั่นวิ่งหน้าตั้งไปขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะตั้งใจจะไปแย่งตัวคน เซียวเกินยอมไปเดินตีลังกาขี้แตกโชว์เลยเอ้า!
“รับทราบครับ!” หม่าหลี่พยักหน้ารับคำ
“เสร็จแล้วเหรอ?” ซ่งฮว๋าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นี่เขายังตั้งใจจะมาเรียนรู้งานอยู่นะเนี่ย? ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติเลย การผ่าตัดก็จบลงซะแล้ว?
“ใช่แล้ว” ติงเกอพยักหน้า
“เอาเถอะๆ 666 โคตรเทพไปเลยเพื่อน” ซ่งฮว๋าถูกความเก่งกาจของติงเกอซัดจนหมดสภาพ ไม่มีเรี่ยวแรงจะหาคำพูดอะไรมาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ได้อีกแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ที่บริเวณโถงทางเดินของโรงพยาบาลกำลังจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนย่อมๆ ขึ้น โดยมีผู้เข้าแข่งขันคือ หลงเฉวียน หม่าหลี่ และเซียวเกิน
“วิ่งให้มันเร็วๆ หน่อยสิ! ต้องแซงหน้าตาแก่นั่นให้ได้นะ! ห้ามให้เขาไปเจอติงเกอก่อนเด็ดขาด!” เซียวเกินวิ่งตามหลังพลางถีบส่งหม่าหลี่ วิ่งช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้ หรือว่าแอบไปรับสินบนจากฝั่งนู้นมาเนี่ย?
“ได้เลยครับบอส!” หม่าหลี่ใส่เกียร์หมา สับตีนแตกพุ่งตรงไปยังห้องผ่าตัดทันที
“เฮ้ย! คิดจะแซงฉันเหรอ? ฝันไปเถอะ! สมัยหนุ่มๆ ฉันเป็นถึงแชมป์วิ่ง 100 เมตรเชียวนะเว้ย!” พอเห็นหม่าหลี่วิ่งไล่บี้มาติดๆ หลงเฉวียนก็เร่งฝีเท้าขึ้นอีก
วินาทีที่ติงเกอผลักประตูห้องผ่าตัดออกมา เขาก็ต้องพบกับภาพเหตุการณ์อันน่าฉงน
นั่นก็คือ... ชายวัยกลางคนสามคนกำลังวิ่งหน้าตั้งพุ่งตรงมาทางเขา?
“ช่วงนี้โรงพยาบาลเรามีจัดแข่งกีฬาสีเหรอ?” ติงเกอหันไปถามซ่งฮว๋า
“ก็ไม่เห็นมีประกาศอะไรนะ” ซ่งฮว๋าเองก็งงเป็นไก่ตาแตกไม่แพ้กัน
“ติงเกอ หนีเร็ว!” หม่าหลี่ตะโกนบอกติงเกอมาจากข้างหลัง
“หนี?” ติงเกอยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก จู่ๆ ทำไมถึงบอกให้เขาหนีล่ะ?
“รีบหนีไปเร็วเข้าสิ!” หม่าหลี่เห็นติงเกอยังยืนบื้ออยู่ ก็เลยตะโกนเร่งอีกรอบ
“วิ่ง!” ถึงติงเกอและซ่งฮว๋าจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น แต่ในเมื่อหัวหน้าแผนกสั่งให้หนี พวกเขาก็ต้องใส่เกียร์หมาวิ่งสิครับรออะไร!
และแล้ว... มหกรรมการวิ่งไล่จับสุดระทึกขวัญก็บังเกิดขึ้นกลางโรงพยาบาล
“พวกเราจะวิ่งไปไหนกันเนี่ย?” เพิ่งจะผ่าตัดเสร็จเหนื่อยๆ นี่ยังต้องมาวิ่งมาราธอนต่ออีกเหรอ? บ้าไปแล้ว!
“ไม่รู้สิ วิ่งๆ ไปก่อนเถอะน่า” ติงเกอเองก็ไม่รู้จุดหมายปลายทางเหมือนกัน
[ ติ๊ด ระบบขอออกภารกิจ โปรดให้โฮสต์วิ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมง รางวัลภารกิจ: ค่าพละกำลัง +30, แต้มทักษะ +1, เงินสด 1,000 หยวน ]
เวรเอ๊ย! พอได้ยินภารกิจจากระบบ ติงเกอก็อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วกลางแจกให้ระบบไปหนึ่งที
(จบแล้ว)