- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 890 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 134
บทที่ 890 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 134
บทที่ 890 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 134
บทที่ 890 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 134
หน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเป็นมุมมองของสวินเกอ เพราะผลงานโดยรวมของเธอในด้านต่างๆ อย่างจำนวนเหยื่อตกปลาที่แย่งชิงมาได้ จำนวนครั้งที่ดิ้นหลุดจากสายเอ็น และอื่นๆ นั้นดีที่สุด แถมยังเป็นเพราะมีผู้ชมที่ดึงหน้าจอเล็กมาและระบุว่าต้องการดูเธอมากที่สุดด้วย
นี่จึงทำให้ผู้ชมทุกคนที่ติดตามเธอก็ได้ยินความเคลื่อนไหวของจีเชอและเฝยเอ๋อไปด้วย
ผู้ชมที่หัวไวสักหน่อย ย่อมเดาได้ว่าจีเชอจะใช้สกิลอะไร และสกิลที่โด่งดังอย่างมากในการแข่งขันแบบทีมของมันนั้น ทันทีที่ถูกนำมาใช้ในช่วงเวลานี้จะนำพาสถานการณ์แบบไหนมาสู่นักเรียนคนอื่นๆ ที่ติดเบ็ดอยู่
บลัดเอลฟ์พูดเสียงเบาว่า "พวกเขาไม่ใช่เพื่อนสนิทกันหรอกเหรอ? ......เขาได้ยินชัดๆ เลยนะ"
หลังจากเธอพูดประโยคนี้จบ แมวดำก็ทำตัวราวกับมีอะไรอยู่ใต้ก้น ขยับไปมาบนที่นั่งอย่างกระสับกระส่าย แม้กระทั่งขนแมวบนหลังก็ยังตั้งชันขึ้นเล็กน้อย
ไม่รอให้บลัดเอลฟ์ถามว่าเป็นอะไร คนแคระผมชมพูที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นเสียก่อน เพียงแต่น้ำเสียงนั้นราบเรียบกว่าที่แมวดำคิดไว้มาก เธอพูดว่า "นี่คือเกมเทพเจ้า ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ"
บลัดเอลฟ์หันไปจ้องมองเสี้ยวหน้าของคนแคระอยู่เนิ่นนาน แล้วเอ่ยถามเสียงเบาว่า "เกียรติยศและความฝันสำคัญกว่ามิตรภาพงั้นเหรอ?"
ตอนที่เธอถามประโยคนี้ออกมา จีเชอก็ลงมือแล้ว ภาพในหน้าจอทั้งหมดช้าลง แต่ผู้ชมภายนอกสนามไม่ได้รับผลกระทบ
"พวกมันไม่ได้ขัดแย้งกันสักหน่อย" คนแคระผมชมพูมองตรงไปข้างหน้าแล้วพูดอย่างสงบนิ่ง
"การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการต่อสู้ทุกอย่างไม่ใช่มิตรภาพ การยอมทิ้งความแค้นและความมุ่งมั่นของตัวเองเพื่ออีกฝ่ายก็ไม่ใช่มิตรภาพ การได้ไล่ตามความฝันและเกียรติยศไปพร้อมกับเพื่อนที่มีอุดมการณ์เดียวกันต่างหาก ถึงจะเป็นมิตรภาพในแบบที่ฉันคิด ความหมายของการมีอยู่ของเพื่อนในเกมเทพเจ้าก็คือการทำให้เกมสนุกยิ่งขึ้น..."
ในที่สุดเธอก็ยอมเมตตาหันไปมองบลัดเอลฟ์ แล้วพูดเน้นย้ำทีละคำว่า "ถ้าฉันถูกกำหนดมาแล้วว่าจะต้องแพ้ การที่ได้เห็นเพื่อนของตัวเองคว้าแชมป์ ก็จะทำให้ฉันเกลียดชังตัวเองน้อยลงไปได้นิดหนึ่ง"
บลัดเอลฟ์นั่งตัวตรงมองตรงไปข้างหน้า วางมือทั้งสองข้างไว้บนเข่าที่รวบชิดกัน
แมวดำส่งข้อความส่วนตัวหาเธอ: "ยังจะตีกันอยู่ไหม?"
บลัดเอลฟ์: "ไสหัวไปเลย"
......
ตั้งแต่ที่พบจีเชอและตระหนักได้ว่ามันกำลังจะทำอะไร อวี๋สวินเกอก็กำลังคิดหาวิธีแก้สถานการณ์
ถ้ามี [ความใฝ่ฝันของแมว] อยู่ในมือ เธอคงจะหนีไปทันทีที่พูดจบแล้ว แต่ตอนนี้...
ทางออกเดียวคงจะเป็น [เงาจันทร์] สกิลนั้นที่ตัวเธอเองฟันธงเอาไว้ว่า "เธอต้องการมัน"
"เมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบเงาของคุณ คุณสามารถเข้าออกโลกแห่งเงาได้อย่างอิสระผ่านเงานั้น..."
แต่ตอนนี้มันกลางวันแสกๆ...
ไม่สิ ไม่ใช่ เธอมีดวงจันทร์ เธอพกดวงจันทร์ติดตัวมาด้วยนี่นา!
จีเชอยังคงให้เวลาเพื่อนสองสามคนสักเล็กน้อย ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ตะโกนประโยคที่สองออกมา
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ตอนที่มันตะโกนประโยคนั้นออกมาในครั้งแรก ก็เพื่อพยายามเตือนเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง
ไม่อย่างนั้นใครเขาจะตะโกนลั่นตอนที่ลอบโจมตีแก้แค้นกันล่ะ?
อวี๋สวินเกอสร้าง [พระจันทร์เกรี้ยวกราด] ของตัวเองออกมาเป็นรูปธรรม ในพื้นที่ทะเลแห่งนี้ โคมไฟส่องสว่างยามค่ำคืนดวงหนึ่งก็สว่างขึ้น แหล่งกำเนิดแสงในโคมไฟสาดส่องผืนทะเล และก็ช่วยส่องสว่างให้กับปลาที่เกือบจะโปร่งใสตัวที่อยู่ด้านหลังโคมไฟอย่างสมบูรณ์แบบ
และในเวลาเกือบจะพร้อมกัน จีเชอก็เปิดใช้ [เวลาของตัวเอก] เช่นกัน
ทุกสิ่งทุกอย่างช้าลง มีเพียงความเร็วในการร่วงหล่นของเหยื่อตกปลาและการดึงสายเอ็นเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้นที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
มีนักเรียนติดเบ็ดอยู่หลายคน เวลาตอบสนองที่จีเชอให้ไว้นั้นไม่ได้ยาวนานเลย สองประโยคกินเวลาเพียงแค่ 3 วินาที แต่มันก็เพียงพอที่จะบีบให้นักเรียนส่วนใหญ่งัดไพ่ตายออกมาใช้
นอกสนาม
แม้ว่าหน้าจอที่แสดงผลอยู่จะมีแค่ร้อยอันดับแรกของนักเรียนที่มีผลงานดีที่สุด แต่เหตุผลที่นักเรียนเหล่านี้มีผลงานดี ก็เป็นเพราะพวกเธอทั้งต่อสู้และแย่งชิงกันอย่างหนัก
ซึ่งนี่ส่งผลให้ แม้ว่าปลาที่ติดเบ็ดในพื้นที่น้ำวนอาจจะยังไม่ถึงสามร้อยตัว แต่ปลาอย่างน้อยหนึ่งในสามในหน้าจอของร้อยอันดับแรกก็โชคร้ายติดเบ็ดในระหว่างการแย่งชิงเหยื่อตกปลาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ชมแทบจะมองตามกันไม่ทันแล้ว
และเนื่องจากได้เข้าสู่ [เวลาของตัวเอก] แล้ว ไม้ตายของนักเรียนทุกคนจึงปรากฏต่อสายตาของทุกคนราวกับภาพสโลว์โมชัน
ปู้หลู่หลานปานค่อยๆ หลอมรวมเข้าไปในเงามืด บนหัวของปลาหนามฤดูหนาวมีเปลวเทียนจุดสว่างขึ้นพามันเทเลพอร์ตจากไปโดยเพิกเฉยต่อพันธนาการ
ปลาหนามฤดูหนาวที่ติดเบ็ดตัวหนึ่งกลายเป็นขนนกสีมรกต นี่คือสกิลตัวแทนของซงกุย
ปลาบางตัวที่ถูกสปอร์วิเศษห่อหุ้มไว้สามารถรอดพ้นจากผลกระทบของสกิลเวลาได้...
แม้แต่เฉินซาก็ไม่รู้ว่าใช้สกิลอะไรถึงได้หายไปจากพื้นที่น้ำวน แล้วไปปรากฏตัวอยู่ด้านนอกของพื้นที่น้ำวน
จีเชอมองไปยังทิศทางที่เฉินซาหายตัวไป ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
หน้าจอเคลื่อนที่ตามการเปลี่ยนตำแหน่งของนักเรียนแต่ละคน
มีเพียงปู้หลู่หลานปานเท่านั้นที่หายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน หน้าจอบานที่เป็นของปู้หลู่หลานปานไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่เลย ภาพฉายจับจ้องไปยังสถานที่ที่เธอหายตัวไปอย่างเงียบๆ
บนเกาะน้ำแข็งรูปวงแหวน
กงไจ่หิ้วเบ็ดตกปลาอันว่างเปล่า พูดอย่างจนใจว่า "หนีไปอีกแล้ว ทำไมสกิลนั่นถึงได้บังเอิญตกไปอยู่ที่เธอได้นะ...ฉันก็นึกว่า [พระจันทร์เกรี้ยวกราด] จะไม่ชอบเธอซะอีก ผลคือสกิลที่เข้ากันได้กลับถูกเธอดึงดูดไปทีละสกิลๆ"
ชีฮวา: "ถ้า [พระจันทร์เกรี้ยวกราด] ไม่ชอบเธอ ตอนนั้นก็คงไม่ตามไปถึงทะเลลึกของเจ๋อหลานหรอก ฉันขอพนันด้วยพันธสัญญาหมู่บ้านหิมะ 2 แก้วเลย ถ้าไจ้จิ่วสวินเกอไม่เจอมันที่เจ๋อหลาน มันก็จะตามไปถึงไจ้จิ่วอยู่ดี"
หมางหมาง: "...แต่ความเข้ากันได้ของพวกเขาก็เทียบไม่ได้กับไจ้จิ่วสวินเกอกับ [ความใฝ่ฝันของแมว] จริงๆ นี่นา นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเห็นมรดกของเทพเจ้าไปชอบผู้เล่นที่มีความเข้ากันได้กับตัวเองไม่ค่อยสูงเท่าไหร่"
อวี๋ตุ้นที่กำลังเก็บสายเอ็นอยู่ด้านข้างพูดขึ้นว่า "ถ้าแกเข้าใจได้ว่าทำไมจู๋รื่อถึงชอบเธอ แกก็อาจจะเข้าใจได้ว่าทำไม [พระจันทร์เกรี้ยวกราด] ถึงชอบเธอ บนตัวจู๋รื่อมีจิตสำนึกเสี้ยวหนึ่งของมันอยู่"
หมางหมาง: "ฉันไม่เข้าใจ ฉันจะไปเข้าใจได้ไงล่ะว่าทำไมคนอื่นถึงชอบไจ้จิ่วสวินเกอ?"
กงไจ่: "โอ้~? งั้นคำถามก็มาแล้ว ทำไมอวี๋ตุ้นถึงเข้าใจล่ะ?"
ถีหู: "มันอินไปแล้วไง!"
ชีฮวา: "มันอินไปแล้วไง!"
กัปตัน: "อินแล้ว!"
อวี๋ตุ้น: "..."
บาริสต้ามองดูกัปตันที่นั่งยองๆ อยู่ท่ามกลางฝูงปีศาจด้วยสายตาที่เหมือนมองคนไข้โรคจิต เธอถามกู่โส่วที่อยู่ข้างๆ เสียงเบาว่า "มันมีอาการแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว??"
กู่โส่วชูมือขวาขึ้นสูง เสื้อคลุมสีดำร่วงหล่นลงมาจนเผยให้เห็นโครงกระดูกสีขาว มันกำหมัดแล้วพูดว่า "วู้ฮู~ อินแล้ว!"
บาริสต้า: ...
......
ในเวลานี้อวี๋สวินเกอได้เข้ามาอยู่ในโลกที่มีเพียงสีดำ ขาว และเทา
เธอยังคงอยู่ในพื้นที่น้ำวน แต่อัตราการไหลของเวลาของเธอไม่ได้รับผลกระทบจากสกิล ทว่ากลับเป็นอัตราการไหลปกติเหมือนกับของจีเชอ
เมื่อตัวเบ็ดในปากถูกนักตกปลาดึงขึ้น มันก็ทะลุผ่านร่างกายของเธอไปโดยตรง พร้อมกับ [เผาผลาญทะเล] ที่เธอยังไม่ได้รับมาอย่างสมบูรณ์
สิ่งของในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ส่งผลกระทบต่อเธอ ในทำนองเดียวกัน เธอสามารถทะลุผ่านร่างกายของนักเรียนเหล่านั้นและสกิลสารพัดชนิดไปได้โดยตรง
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าโลกแห่งเงางั้นเหรอ?
ในหัวของเธอมีวิธีใช้งานหลากหลายรูปแบบแวบขึ้นมาในชั่วพริบตา
ตอนที่ว่ายผ่านจีเชอ อวี๋สวินเกอมองไปที่เฝยเอ๋อ ก็พบว่าทั้งเฝยเอ๋อและเฉินซาต่างก็หนีไปแล้ว
แต่ตรงจุดที่เฉินซาเคยอยู่กลับทิ้งก้อนโลหะที่ดูแปลกประหลาดมากก้อนหนึ่งเอาไว้ ซึ่งตกไปอยู่ในมือของจีเชอ
ดูจากสีหน้าของจีเชอแล้ว มันไม่ได้ประหลาดใจกับการหนีรอดไปได้ของเฉินซาสักเท่าไหร่ บางทีก้อนโลหะนี้ต่างหากที่เป็นสิ่งที่มันต้องการจริงๆ
อวี๋สวินเกอไม่สามารถกินเหยื่อตกปลาที่กระจัดกระจายอยู่ในทะเลเหล่านั้นได้ แต่เธอสามารถมองเห็นข้อมูลของเหยื่อตกปลาเหล่านั้นได้
เธอว่ายทะลุผ่านเหยื่อตกปลาชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างรวดเร็ว และหยุดอยู่ตรงเหยื่อที่ชื่อว่า [ตัวเลือกยอดเยี่ยม • อ้าวฝ่า]
นี่มันสตรีมเมอร์ขายของหรือไง?
อ้าวฝ่าเหรอ เป็นของอู้เริ่นหรือว่าของปลาสตรอว์เบอร์รีประกายแสงตัวนั้นกันล่ะ?
อวี๋สวินเกอไม่ได้หยุดพัก แต่เลือกที่จะเดินหน้าต่อไป เกมรอบนี้มีนักเรียนตายไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งในสาม และยังมีอีกส่วนน้อยที่ถูกตกขึ้นฝั่ง ถึงแม้จะยังอยู่ในเกม แต่ก็สูญเสียไปอย่างหนักหน่วงเช่นกัน
หืม? [ตัวเลือกยอดเยี่ยม • อ้าวฝ่า] อีกชิ้นหนึ่งเหรอ?