- หน้าแรก
- เช็กอินรับคฤหาสน์หรู แต่ผมขอสโลว์ไลฟ์ไปวันๆ
- บทที่ 4 - การอบรม
บทที่ 4 - การอบรม
บทที่ 4 - การอบรม
"สัปดาห์หน้าเหรอครับ?"
จางเซิ่งนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "ได้ครับ สัปดาห์หน้าผมยังไม่ได้ติดธุระอะไร"
"เดี๋ยวฉันฟอร์เวิร์ดไฟล์รายละเอียดการอบรมไปให้ทีหลังนะ หลักๆ ก็เป็นเรื่องการใช้งานกับบำรุงรักษาระบบอัจฉริยะของเหมืองถ่านหิน ไอ้ระบบที่ทางกลุ่มบริษัทเพิ่งดันออกมานั่นแหละ นายพอจะคุ้นๆ ใช่ไหม?"
"คุ้นครับ ตอนที่เริ่มใช้งานใหม่ๆ ก็เคยจัดอบรมไปรอบนึงแล้ว"
"ดีมาก งั้นก็เตรียมตัวให้พร้อมนะ เช้าวันจันทร์หน้าออกเดินทาง บริษัทจะจัดรถไปส่ง"
"รับทราบครับ แล้ว... โควตาอีกที่นึง ใครจะได้ไปครับ?"
"ตอนแรกฉันกะจะให้เฉินซู่ฟาไป แต่เพิ่งไปถามมันมาเมื่อกี้ มันบอกว่าที่บ้านมีธุระ ปลีกตัวไปไม่ได้เลย นายกลับไปถามหลิวไห่เม่ยดูสิว่าอยากไปไหม ถ้าไม่อยากไป ฉันจะได้ไปดึงคนจากแผนกอื่นมาแทน"
จางเซิ่งพยักหน้ารับ "ได้ครับ เดี๋ยวผมไปถามให้"
"อ้อ... ไปหลงเฉิงรอบนี้ ตั้งใจอบรมเก็บความรู้มาให้ดีล่ะ พอกลับมาแล้ว นายต้องมาจัดเทรนนิ่งถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ในแผนกฟังด้วยนะ"
เหล่าโจวยกกระติกน้ำร้อนขึ้นมาดื่มอีกรอบ "ไม่มีอะไรแล้วล่ะ นายไปทำงานต่อเถอะ"
"ครับหัวหน้า"
จางเซิ่งลุกขึ้นเดินออกจากห้อง กลับไปที่ออฟฟิศตัวเอง
พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นหลิวไห่เม่ยนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไถมือถืออยู่ พอเห็นเขาเดินกลับมา เธอก็เหลือบตาขึ้นมองแล้วถาม "เหล่าโจวเรียกนายไปทำไมอะ?"
จางเซิ่งทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยกแก้วชาขึ้นมาจิบอึกหนึ่ง ก่อนจะตอบ "สัปดาห์หน้ากลุ่มบริษัทจะจัดอบรมที่หลงเฉิงน่ะ ใช้เวลาอาทิตย์นึง ให้แผนกเราส่งคนไปสองคน เหล่าโจวสั่งให้ฉันไป แล้วก็ไปถามเฉินซู่ฟามาแล้ว แต่มันบอกว่าติดธุระที่บ้านไปไม่ได้ เหล่าโจวก็เลยให้ฉันมาถามเธอนี่แหละ ว่าอยากไปหรือเปล่า?"
หลิวไห่เม่ยวางมือถือลง นัยน์ตาคู่สวยกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด
"หลงเฉิงเหรอ? อบรมกี่วัน?"
"อาทิตย์นึง จันทร์ถึงศุกร์"
"แล้วพักที่ไหนล่ะ?"
"ฉันยังไม่ได้เปิดอ่านไฟล์รายละเอียดเลย แต่ก็น่าจะพักที่ศูนย์ฝึกอบรมของกลุ่มบริษัทนั่นแหละ คงจัดที่พักให้เสร็จสรรพ"
หลิวไห่เม่ยเงียบไป เธอนั่งพิงพนักเก้าอี้ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ ในหัวกำลังคำนวณความคุ้มค่า
จางเซิ่งปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรเซ้าซี้ ปล่อยให้เธอคิดไป ส่วนเขาก็ก้มหน้าไถมือถือต่อ
ผ่านไปประมาณห้าหกนาที หลิวไห่เม่ยก็ลุกพรวดขึ้นมา ดันเก้าอี้ไปด้านหลัง แล้วคว้ามือถือบนโต๊ะมาถือไว้
"ฉันออกไปข้างนอกแป๊บนะ"
"ไปไหนอะ?"
"ไปหาเหล่าโจว"
พูดจบเธอก็สับเท้าเดินออกจากห้องไป เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังต๊อกแต๊กๆ ไปตลอดทาง
จางเซิ่งมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนสุดสายตา พลางยิ้มมุมปาก
เขารู้อยู่แล้วว่าหลิวไห่เม่ยกำลังคิดอะไรอยู่ ไปอบรมที่หลงเฉิง ที่พักก็ฟรี แถมบริษัทยังมีรถรับส่งให้อีก ระหว่างอบรมก็แค่นั่งฟังบรรยายช่วงเช้ากับบ่าย ส่วนตอนเย็นกับเสาร์อาทิตย์ก็เป็นเวลาว่าง ปล่อยฟรีสไตล์ ก็เท่ากับได้ไปเที่ยวพักผ่อนแบบมีคนจ่ายตังค์ให้ชัดๆ เรื่องแบบนี้ใครล่ะจะไม่อยากไป?
เขาเดาว่าป่านนี้เจ้าตัวคงไปตกลงรับปากกับเหล่าโจวเรียบร้อยแล้วล่ะ
และก็เป็นไปตามคาด ผ่านไปสิบกว่านาที หลิวไห่เม่ยก็เดินหน้าบานกลับมา จังหวะก้าวเท้าดูเบาหวิว อารมณ์ดีกว่าตอนขาไปลิบลับ
"ตกลงว่าไง?" จางเซิ่งแกล้งถาม
"เหล่าโจวอนุมัติแล้ว ให้ฉันไปเป็นเพื่อนนาย"
หลิวไห่เม่ยหย่อนตัวลงนั่ง หยิบกระจกบานเล็กขึ้นมาส่องเช็กความเรียบร้อย "ก็เฉินซู่ฟาแกบอกว่าไม่อยากไปนี่นา โควตาก็ว่างอยู่พอดี ฉันก็เลยไปบอกเหล่าโจวว่าฉันอาสาไปเอง"
"โอเค งั้นสัปดาห์หน้าเราไปพร้อมกัน"
"นายจะขับรถไปเอง หรือจะนั่งรถบริษัท?" หลิวไห่เม่ยถามต่อ
"เหล่าโจวบอกว่าบริษัทจะจัดรถไปส่ง น่าจะให้คนขับรถของบริษัทขับไปให้นั่นแหละ"
"งั้นก็ดีเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยขับรถเอง"
หลิวไห่เม่ยก้มหน้าก้มตาพิมพ์แชตในมือถือยิกๆ สงสัยคงกำลังอวดเพื่อนเรื่องนี้อยู่แหงๆ จางเซิ่งเหลือบมองนาฬิกาที่มุมล่างขวาของหน้าจอคอมพิวเตอร์ สิบโมงสี่สิบนาที เหลือเวลาอีกชั่วโมงนิดๆ กว่าจะพักเที่ยง
เขายกแก้วชาขึ้นมากระดกรวดเดียวจนหมด แล้วเดินไปกดน้ำร้อนมาเติมใหม่
บรรยากาศในออฟฟิศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีแค่เสียงรัวแป้นพิมพ์มือถือของหลิวไห่เม่ยเป็นระยะ สลับกับเสียงคลิกเมาส์ของจางเซิ่งที่ดังกดเข้าโปรแกรมนั้นออกโปรแกรมนี้ไปเรื่อยเปื่อย
สักพัก หลิวไห่เม่ยก็โพล่งขึ้นมาว่า "นี่ นายเคยไปศูนย์ฝึกอบรมของกลุ่มบริษัทมาก่อนหรือเปล่า?"
"เคยไปมาครั้งนึง เมื่อปีที่แล้ว"
"สภาพเป็นไงบ้างอะ?"
"ก็โอเคอยู่นะ ห้องพักมาตรฐาน มีแอร์ มีน้ำอุ่นให้ใช้ ส่วนเรื่องกินก็ไปกินที่โรงอาหาร เป็นแบบบุฟเฟต์"
"ให้นอนห้องละสองคนเหรอ?"
"ปกติก็ใช่แหละ แต่ก็ต้องดูจำนวนคนไปอบรมด้วยนะ ถ้าคนน้อยก็อาจจะได้นอนห้องเดี่ยว"
หลิวไห่เม่ยขมวดคิ้วมุ่น "งั้นเดี๋ยวฉันต้องไปคุยกับคนจัดที่พักซะหน่อยแล้ว เผื่อจะขอแยกไปนอนห้องเดี่ยวได้"
จางเซิ่งเงียบกริบ เขาอยากจะสวนกลับไปเหลือเกินว่า ศูนย์ฝึกอบรมไม่มีทางใจป้ำเปิดห้องเดี่ยวให้เธอหรอก แต่คิดไปคิดมา หุบปากไว้ดีกว่า พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ
"เออ แล้วเนื้อหาที่อบรมรอบนี้คืออะไรนะ?" หลิวไห่เม่ยถามเปลี่ยนเรื่อง
"เรื่องการใช้งานกับบำรุงรักษาระบบอัจฉริยะของเหมืองถ่านหินไง ระบบใหม่ที่กลุ่มบริษัทเพิ่งดันออกมานั่นแหละ"
"อ้าว ระบบนั้นฉันยังไม่ค่อยได้จับเลยนะเนี่ย"
"ก็ไปเรียนรู้เอาตอนนั้นแหละ"
"อืม"
หลิวไห่เม่ยก้มหน้าไถมือถือต่อ ส่วนจางเซิ่งก็เอนหลังพิงเก้าอี้ ทอดสายตามองเพดาน ในหัวเอาแต่คิดเรื่องคูปองแลกเงินรางวัลใบนั้น
เงินตั้งห้าหมื่นหยวน ต้องถ่อไปขึ้นเงินที่ศูนย์สลากกีฬาในหลงเฉิง
พอดีเลย สัปดาห์หน้าต้องไปอบรมที่หลงเฉิงอยู่แล้ว จะได้แวะไปขึ้นเงินซะทีเดียว
แล้วเขาก็นึกถึงคฤหาสน์หรูหลังนั้นขึ้นมา โครงการซิงเหอวานอยู่ไม่ไกลจากศูนย์ฝึกอบรมเท่าไหร่ นั่งแท็กซี่ไปแค่สิบกว่านาทีก็ถึง อบรมเสร็จตอนเย็นว่างๆ ก็แวะไปดูซะหน่อย จะได้คิดแพลนไว้ล่วงหน้าว่าจะเอายังไงกับบ้านหลังนั้นดี
คิดไปคิดมา รอยยิ้มก็จุดประกายขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เรื่องดีๆ แบบนี้ตกใส่หัวใครก็ต้องยิ้มหน้าบานเป็นธรรมดาแหละ
"ยิ้มอะไรของนายเนี่ย?" หลิวไห่เม่ยเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี
"เปล่า ไม่ได้ยิ้มอะไร"
"ก็เห็นๆ อยู่ว่านายนั่งยิ้มแฉ่งอยู่คนเดียว"
"อ๋อ นึกถึงมุกตลกขึ้นมาได้น่ะ"
หลิวไห่เม่ยเบ้ปาก ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ
สิบเอ็ดโมงสี่สิบนาที หลิวไห่เม่ยก็ลุกขึ้นเก็บข้าวของ เธอต้องรีบออกไปก่อนเวลา เพราะนัดกับเสี่ยวหวังแผนกการเงินไว้ว่าจะไปกินหมาล่าทั่ง บริษัทไม่ได้เข้มงวดเรื่องเวลาเข้าออกงานมากนัก ขอแค่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป จะแวบออกไปกินข้าวเที่ยงก่อนเวลาสักสิบยี่สิบนาทีก็ไม่มีใครว่าอะไร
"ฉันไปก่อนนะ เที่ยงนี้นายกินอะไรอะ?"
"โรงอาหาร"
"ข้าวโรงอาหารจืดชืดขนาดนั้น นายก็ยังกลืนลงเนอะ" หลิวไห่เม่ยคว้ากระเป๋าสะพาย เดินสับส้นสูงต๊อกแต๊กๆ ออกจากห้องไป
ทั้งห้องเหลือจางเซิ่งนั่งอยู่คนเดียว
เขารอจนแน่ใจว่าหลิวไห่เม่ยเดินไปไกลแล้ว ก็เอื้อมมือไปดึงลิ้นชักฝั่งซ้ายออก หยิบคูปองแลกเงินรางวัลขึ้นมาดูอีกรอบ
กระดาษสีแดงอ่อน พิมพ์ตัวหนังสือคมชัด ตราประทับของจริง ดูยังไงก็ไม่ใช่ของปลอม
เขาพลิกดูด้านหลังคูปอง มีเงื่อนไขการรับรางวัลระบุไว้ชัดเจน "ผู้ถูกรางวัลโปรดนำบัตรประชาชนและคูปองใบนี้ มาติดต่อขอรับเงินรางวัลได้ที่ศูนย์บริหารจัดการสลากกินแบ่งกีฬา มณฑลซีซาน" สถานที่ตั้งอยู่บนถนนฉางเฟิง เมืองหลงเฉิง
โอเค สัปดาห์หน้าเจอกัน
เขาจับคูปองสอดไส้ไว้ในสมุดโน้ตเล่มหนึ่งอย่างทะนุถนอม เก็บเข้าลิ้นชักให้เรียบร้อย แล้วลุกขึ้นเดินไปโรงอาหาร
โรงอาหารอยู่ชั้นสอง เวลานี้คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ จางเซิ่งหยิบถาดอาหาร เดินไปตักซี่โครงหมูน้ำแดง ผัดถั่วแขก แล้วก็ข้าวสวยหนึ่งถ้วย เดินไปหาที่นั่งริมหน้าต่าง
เงินห้าหมื่นหยวนจากการเช็กอินเมื่อวานได้มานอนกอดแล้ว พรุ่งนี้จะได้อะไรอีกล่ะเนี่ย?
ช่วงบ่ายไม่ค่อยมีงานอะไรให้ทำมากนัก
จางเซิ่งรับโทรศัพท์แค่สองสาย สายแรกโทรมาจากเหมืองสอง บ่นว่าล็อกอินเข้าระบบไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เขาก็เลยบอกให้ลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์ดู ปรากฏว่าใช้ได้ปกติ ส่วนอีกสายโทรมาจากโรงล้างถ่านหินของเหมืองห้า แจ้งว่าข้อมูลจากเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกไม่ยอมส่งเข้าระบบ เขาเลยรีโมทเข้าไปเช็กดูให้ สรุปว่าเป็นเพราะเน็ตหลุด ก็เลยบอกให้ทางโรงงานไปตามช่างไฟมาซ่อมเอาเอง
ตอนบ่ายสองโมงกว่า แผนกตรวจสอบความปลอดภัยที่ดูแลเรื่องถ่านหินโทรมาขอให้ช่วยดึงไฟล์กล้องวงจรปิดของเหมืองบางแห่งเมื่อเดือนที่แล้วออกมาให้หน่อย จางเซิ่งก็ล็อกอินเข้าระบบ ดึงไฟล์ภาพวงจรปิดออกมา บีบอัดเป็นไฟล์ซิป แล้วส่งกลับไปให้
จัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เขาก็นั่งไถมือถือเล่นฆ่าเวลา
กว่าหลิวไห่เม่ยจะโผล่หน้ากลับมาก็ปาเข้าไปบ่ายสามครึ่งแล้ว
เธอเดินหน้าหงิกถือกระเป๋าสะพายเข้ามา สับส้นสูงต๊อกแต๊กๆ กระแทกกระทั้น วางกระเป๋าลงบนโต๊ะดังปึ้ง พึมพำบ่นอะไรสักอย่างงึมงำๆ จับใจความไม่ได้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกอดอกบนเก้าอี้ สีหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ