- หน้าแรก
- นัดเดทผิดคนแต่ได้แฟนถูกตัว เข้าห้องผิดชีวิตเปลี่ยน เพราะดันโดนคนในห้องสารภาพรัก
- บทที่ 16: การพูดคุยกับอาจารย์ใหญ่
บทที่ 16: การพูดคุยกับอาจารย์ใหญ่
บทที่ 16: การพูดคุยกับอาจารย์ใหญ่
เจียงซีเหยายกมุมปากขึ้นแล้ววางโทรศัพท์ลง: "ตอนฉันมารับคุณที่โรงเรียนเมื่อกี้นี้ จู่ๆ ก็มีคำถามหนึ่งแวบเข้ามาในหัวว่า คุณทำตัวแบบนี้ต่อหน้านักเรียนของคุณด้วยหรือเปล่าคะ?"
ฟางเจิ้งจิบน้ำนมร้อนแล้วเกือบสำลักตาย
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับ?" เขาตอบกลับ
เจียงซีเหยาส่ายหน้า: "ฉันไม่เคยเจอครูแบบคุณมาก่อน ในความรู้สึกของฉัน ครูมักจะเป็นคนที่หัวโบราณและน่าเบื่อ ส่วนตัวฉันคิดว่าคุณน่าจะเหมาะกับการเป็นผู้จัดการฝ่ายขายมากกว่า"
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ: "คุณชมผมเกินไปแล้วครับ ผู้จัดการฝ่ายขายเหรอ? ต่อให้ผมไปทำเซลล์ ผมก็เป็นได้แค่พนักงานตัวเล็กๆ เท่านั้นแหละ ผมไม่มีวาสนาขนาดนั้นหรอก"
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที: "คุณมาทำงานที่บริษัทฉันได้นะ ฉันจะแต่งตั้งคุณเป็นผู้จัดการ ขอแค่ทำยอดให้ได้ตามเป้าขั้นต่ำทุกเดือน เงินเดือนการันตีของคุณคือสองหมื่น"
"จริงเหรอครับ? คุณคิดว่าผมจะรับมือกับตำแหน่งสูงๆ อย่างผู้จัดการไหวเหรอ?"
เจียงซีเหยายกมุมปาก: "ตอนนี้คุณเป็นแฟนฉันแล้ว ไม่มีคำว่า 'ไหว' หรือ 'ไม่ไหว' หรอกค่ะ ถ้าฉันบอกว่าคุณไหว คุณก็ไหว เพราะฉันเป็นบอส"
ฟางเจิ้ง: "แต่เราเป็นแฟนปลอมๆ กันนะครับ"
เจียงซีเหยาเบะปากแล้วยักไหล่: "แล้วไงคะ? ต่อให้บอกไป คุณก็ไม่มีวันเข้าใจความคิดของผู้หญิงหรอก"
ฟางเจิ้งรู้สึกกระอักกระอ่วน ทำไมฉากนี้และบทสนทนานี้มันช่างคุ้นเคยนักล่ะ?
เธอกำลังเอาคืนเขาด้วยวิธีเดียวกับที่เขาใช้กับเธออยู่ใช่ไหมเนี่ย?
เจียงซีเหยาจิบน้ำส้มอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าฟางเจิ้งไม่มีทีท่าจะยอมเป็นผู้จัดการ เธอจึงถอนหายใจยาว: "ช่างเถอะ ถ้าไม่ยากก็ไม่ต้องทำ แต่ระวังผู้หญิงที่เราเจอที่หน้าโรงเรียนเมื่อกี้นี้ไว้หน่อยก็ดีนะ"
ฟางเจิ้งส่งเสียง 'อา' ออกมาด้วยความระแวดระวัง แต่เจียงซีเหยาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เธอเปลี่ยนเรื่อง: "หลังกินข้าวเสร็จไปซื้อของเป็นเพื่อนฉันหน่อย ฉันไม่รู้ว่าแม่คุณชอบอะไร แต่การไปบ้านคุณคืนพรุ่งนี้เราต้องมีของติดไม้ติดมือไปบ้าง"
ฟางเจิ้งตะลึง เขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องไปบ้านเจียงซีเหยา แต่เขายังไม่ได้เตรียมของขวัญเลย มัวแต่ยุ่งจนลืมไปสนิท
เจียงซีเหยาดูเหมือนจะเดาความคิดของฟางเจิ้งได้ จึงพูดขึ้นก่อน: "ของขวัญที่จะเอาไปบ้านฉันคืนนี้ก็ซื้อรวมไปด้วยเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันจ่ายเอง"
ฟางเจิ้งยิ้มอย่างซาบซึ้ง: "ขอบคุณครับ ช่วงนี้ผมช็อตๆ อยู่ ไว้เดือนหน้าเงินเดือนออกแล้วผมจะคืนให้นะ"
"ได้ค่ะ สั่งอาหารแล้วกินกันเถอะ บ่ายนี้ฉันมีธุระต่อ รอนานไม่ได้"
ฟางเจิ้งตอบรับ: "วันนี้คุณอยากทานอะไรครับ?"
"เนื้อวัวก็ได้ค่ะ"
เจียงซีเหยาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและก้มหน้าก้มตาจัดการเรื่องงานในกลุ่มแชทพนักงาน แต่บางครั้งเธอก็เงยหน้าขึ้นมองฟางเจิ้งที่กำลังถือเมนูอาหารอยู่เป็นระยะ
เขาจะคืนเงินให้เดือนหน้า? นั่นหมายความว่าทั้งสองคนจะเป็นแฟนกันไปอย่างน้อยก็ตลอดเดือนนี้สินะ...
มีแฟนปลอมๆ แบบนี้ก็ดูไม่เลวเหมือนกัน
หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ ทั้งสองก็ไปที่ห้างและซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่
ระหว่างทาง เจียงซีเหยาตั้งใจจะปรึกษาว่าควรระวังอะไรบ้างตอนไปบ้านฟางเจิ้งพรุ่งนี้ แต่ฟางเจิ้งกลับพูดเพียงว่า "คุณวิดีโอคอลคุยกับแม่ผมไปแล้วนี่ แค่คุยปกติเหมือนตอนที่อยู่ที่นั่นก็พอ" เจียงซีเหยาก็เงียบไป
มันก็จริง แม่ของฟางเจิ้งดูเป็นคนง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องประหม่าขนาดนั้น
เธอขับรถไปส่งฟางเจิ้งที่โรงเรียน ทั้งสองโบกมือลา
คาบแรกตอนบ่ายของ ม.3/4 คือวิชาพละ และคาบสามคือวิชาภาษาจีน ครูฟางจึงพอมีเวลาเตรียมแผนการสอนสำหรับช่วงบ่ายอยู่บ้าง
นี่เข้าสู่วันที่สองแล้ว ระบบให้เวลาเขา 3 วันในการเริ่มสอนห้องสี่ให้ได้อย่างเป็นทางการ
เขาต้องรีบแล้ว แต่นักเรียนแสบๆ เหล่านี้จะยอมฟังเขาจริงๆ เหรอ? มันคงไม่ง่ายแน่
เสียงออดหมดคาบแรกดังขึ้น ฟางเจิ้งบิดขี้เกียจบนเก้าอี้ ทันใดนั้นครูหญิงจากห้องพักครูเดียวกันก็เดินกลับมาจากสอนแล้วเตือนฟางเจิ้งทันทีที่ก้าวเข้าห้อง:
"ครูฟางคะ ผอ.บอกว่าต้องการพบคุณค่ะ ให้คุณไปหาที่ห้องทำงานหน่อย"
ฟางเจิ้งตอบว่า "อ้อ ครับ ได้ครับ"
ผอ.เรียกพบ? เรื่องอะไรกันนะ?
เขาเดินไปที่ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่
อาจารย์ใหญ่ผู้สง่างามนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ และฟางเจิ้งยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเกร็งๆ เพราะสีหน้าของอาจารย์ใหญ่วันนี้ดูแปลกไป
เธอดูจริงจังอย่างยิ่ง
"ผอ.ครับ ผอ.เรียกผมมาพบ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?"
อาจารย์ใหญ่เม้มปาก ฟางเจิ้งสังเกตเห็นว่าเธอกำลังถือแฟ้มประวัติบุคคลของเขาอยู่ เกิดอะไรขึ้น? ข้อมูลเขามีปัญหาเหรอ?
"ครูฟาง นั่งก่อนสิคะ ดิฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณหน่อย"
ในบรรยากาศแบบนี้ ฟางเจิ้งจะกล้านั่งได้ยังไงกัน?
เขายิ้มเจื่อน: "ไม่ต้องดีกว่าครับ ผอ. ผมยืนดีกว่าครับ มีเรื่องอะไรจะปรึกษาหรือครับ?"
อาจารย์ใหญ่เงยหน้าขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา: "เป็นเรื่องนี้ค่ะครูฟาง ดิฉันมีสถานการณ์หนึ่งอยากจะสอบถามคุณหน่อย ข้อมูลครอบครัวที่คุณกรอกไว้ในบันทึกการจ้างงาน คุณได้ปลอมแปลงข้อมูลมาหรือเปล่าคะ?"
ฟางเจิ้งกะพริบตา: "เปล่านะครับ ทำไมจู่ๆ ผอ.ถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ?"
อาจารย์ใหญ่จ้องเขม็ง: "แต่ยามหน้าโรงเรียนบอกดิฉันว่า เมื่อเช้านี้ตอนที่คุณออกจากโรงเรียน มีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถปอร์เช่สีแดงมารับคุณไป? เมื่อกี้ตอนดิฉันมาทำงาน ดิฉันสังเกตเห็นเป็นพิเศษเลย นั่นภรรยาของคุณหรือเปล่าคะ?"
"..."
ฟางเจิ้งตระหนักถึงบางอย่างแล้วตบหน้าผากตัวเอง: "อ้อ ผอ.ครับ ผมขอโทษครับ ผมลืมเรื่องนั้นไปเลย วันนี้ที่ ผอ.เรียกผมมาเพราะเรื่องการขับรถหรูมาทำงานมันส่งผลเสียต่อนักเรียนใช่ไหมครับ?"
ฟางเจิ้งนึกถึงสายตาอิจฉาและเคารพของนักเรียนและครูที่หน้าโรงเรียนตอนเจียงซีเหยาขับปอร์เช่สีแดงมาส่งเขาเมื่อบ่ายนี้ ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดว่ามีอะไรผิดปกติ เพราะสองวันนี้เขาก็เจอสายตาแบบนี้มาตลอด
แต่พอเห็นหน้าจริงจังของอาจารย์ใหญ่ตอนนี้ ฟางเจิ้งก็เข้าใจปัญหาขึ้นมา นี่มันโรงเรียนนะ! ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า! ธรรมชาติการแข่งขันของเด็กๆ มันรุนแรงจะตาย
โดยเฉพาะในฐานะครู เขาไม่ควรทำตัวฉูดฉาดขนาดนั้น
"ผอ.วางใจเถอะครับ ครั้งหน้าผมจะระวังแน่นอน และเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีกครับ"
ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดของฟางเจิ้ง อาจารย์ใหญ่กลับไม่ได้ดูคล้อยตาม แต่เธอกลับนั่งอึ้งแล้วกะพริบตาปริบๆ
อาจารย์ใหญ่: "อ๋อ... ไม่ใช่ค่ะครูฟาง ไม่ใช่แบบนั้น แม้เรื่องที่คุณพูดจะดีมากในฐานะครูที่ไม่ควรทำตัวฉูดฉาด แต่เหตุผลหลักที่ดิฉันเรียกคุณมาวันนี้คืออยากจะถามว่า คุณตั้งใจมาเป็นครูที่โรงเรียนเราจริงๆ หรือเปล่าคะ?"
ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่กำลังเล่นลูกไม้ไหน: "ไม่นะครับ ผอ.พูดเรื่องอะไรครับ? ผมไม่เข้าใจ"
อาจารย์ใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วผายมือให้ฟางเจิ้งนั่ง
"ครูฟาง นั่งก่อนค่ะ นั่งคุยกันก่อน"
ฟางเจิ้งยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่พลางโบกมือ: "ไม่ครับ ไม่เอา บอกผมมาก่อนเถอะว่าเมื่อกี้หมายความว่ายังไง? ผมไม่เข้าใจจริงๆ"
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ทันที: "แบบนี้ค่ะ คือคุณภรรยาของคุณ ประธานเจียงซีเหยา เพิ่งโทรหาดิฉัน ดิฉันได้ปรึกษาเรื่องเงินทุนสนับสนุนโรงเรียนกับภรรยาคุณ และคุณประธานเจียงบอกว่าเธอต้องการบริจาคเงิน 3.5 ล้านหยวนให้กับโรงเรียนของเราเพื่อเป็นกองทุนการสอน แถมยังบอกว่าเรื่องนี้เป็นคุณที่เป็นคนเสนอขึ้นมาเองด้วย?"
"หือ? บริจาคกองทุนการสอน?"
อาจารย์ใหญ่หยิบถ้วยน้ำชาจากโต๊ะแล้วส่งให้ฟางเจิ้งด้วยสองมือ:
"ครูฟาง อย่างแรกในนามของโรงเรียน ดิฉันต้องขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของคุณ แต่ด้วยสถานะของคุณ ดิฉันยังอยากจะถามว่า คุณมาเป็นครูที่โรงเรียนของเราจริงๆ ใช่ไหมคะ?
หรือคุณแค่มาตรวจสอบสภาพแวดล้อมการศึกษาหรืออะไรทำนองนั้น? ถ้าเป็นแบบนั้น ดิฉันต้องขออภัยที่ละเลยคุณตลอดสองวันที่ผ่านมานี้ ดิฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ"
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก เจียงซีเหยาบริจาคเงินให้โรงเรียนนี้ 3.5 ล้านหยวนเนี่ยนะ?! เกิดขึ้นตอนไหน? ทำไมเขาไม่รู้เรื่อง?!
"เรื่องนี้... ถ้าผมบอกว่าผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน คุณจะเชื่อไหมครับ?"
อาจารย์ใหญพยักหน้า: "ค่ะ เชื่อค่ะ เชื่อค่ะ บางทีดิฉันอาจจะถามมากไปหน่อย ถ้าอย่างนั้นครูฟางคะ หากคุณยังประสงค์จะทำหน้าที่ครูที่นี่ต่อ ดิฉันอยากให้คุณรับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปกครองชั้น ม.3 ค่ะ ภายใต้การนำของคุณ อนาคตของนักเรียนต้องสดใสขึ้นแน่นอน และ..."
ฟางเจิ้งยกมือขึ้น: "เดี๋ยวก่อนครับ ผอ.! รบกวนให้ผมออกไปโทรศัพท์ก่อนสักครู่นะครับ"