- หน้าแรก
- เมื่อคุณหนูแกล้งใบ้ กลายเป็นหวานใจนายท่านสายเปย์
- ตอนที่ 11 ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย แต่มาคิดบัญชี
ตอนที่ 11 ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย แต่มาคิดบัญชี
ตอนที่ 11 ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย แต่มาคิดบัญชี
ตอนที่ 11 ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย แต่มาคิดบัญชี
กล่องเครื่องประดับสีไม้สาลี่ที่ถูกสลักเสลาลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง เพียงแค่มองจากรูปลักษณ์ภายนอกก็สัมผัสได้ถึงมูลค่าที่แพงหูฉี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของมีค่าที่ถูกบรรจุเอาไว้สิริรวมอยู่ด้านใน
ป้าหลินมองเพียงแวบเดียวก็จดจำได้ในทันที ว่านั่นคือกล่องเครื่องประดับใบโปรดที่เฉิงอวี้หวงแหนมากที่สุด ซึ่งตามปกติแล้วมันมักจะถูกเก็บล็อกเอาไว้ในตู้เซฟอย่างแน่นหนาเสมอ
'แล้วนังเด็กนี่มันเอาออกมาได้ยังไงกัน?'
เธอถลึงตาจ้องมองเด็กสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะแผดเสียงตะโกนโวยวายลั่น
"กู้ชิงหนิง ทำไมกล่องเครื่องประดับใบนั้นถึงไปอยู่ในมือของแกได้ฮะ! รีบวางมันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ ของแบบนี้มันไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างแกจะมีสิทธิ์เอามือไปแตะต้องได้!"
สิ้นเสียงตวาด หญิงวัยกลางคนก็เก็บซ่อนความใจร้อนเอาไว้ไม่อยู่ เธอทำท่าจะพุ่งตัวเข้าไปแย่งชิงกล่องใบนั้นกลับคืนมา
"ถ้าแกกล้าก้าวเท้าเข้ามาหาฉันอีกแค่ก้าวเดียวล่ะก็ ฉันรับรองไม่ได้หรอกนะว่าแกจะได้เดินกลับออกไปจากห้องนี้แบบครบสามสิบสองหรือเปล่า"
น้ำเสียงอันเย็นเยียบและไร้ซึ่งความรู้สึกดังกังวานขึ้นอีกครั้ง ทำเอาป้าหลินถึงกับชะงักฝีเท้า ร่างกายอวบอ้วนแข็งทื่อไปในทันที
เธอเพิ่งจะตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น สายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจดจ้องไปยังเด็กสาวที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหรู
"กู้ชิงหนิง นัง... นี่แกพูดได้แล้วงั้นเหรอ?"
คนที่เป็นใบ้มาตลอดจู่ๆ ก็กลับมาพูดได้ ไม่ว่าใครมาเจอเรื่องแบบนี้เข้าก็ย่อมต้องตกใจกันทั้งนั้น
ปลายนิ้วเรียวงามของกู้ชิงหนิงเคาะลงบนฝากล่องเครื่องประดับเป็นจังหวะเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เงียบสงบฉายแววเย็นเยียบคมกริบดุจใบมีดน้ำแข็ง
"ชื่อ 'กู้ชิงหนิง' สามคำนี้... มันเป็นชื่อที่ขี้ข้าอย่างแกมีสิทธิ์เรียกขานได้งั้นเหรอ?"
"ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้ามาทำงานในตระกูลกู้ ไม่มีใครเคยสั่งสอนแกเรื่องการแบ่งแยกเจ้านายกับบ่าวไพร่เลยหรือยังไง?"
คำพูดเหล่านั้นยังไม่ทันได้จางหายไปในอากาศ กลิ่นอายความกดดันอันดุดันและเฉียบขาดก็ระเบิดพุ่งออกมาจากร่างของเด็กสาว
ป้าหลินรู้สึกหนาวสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่
มาถึงตอนนี้ ลุงว่านผู้เป็นพ่อบ้านก็ดูออกแล้วว่า กู้ชิงหนิงคนที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่นังเด็กใบ้ผู้อ่อนแอและยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว
จากลูกแมวขี้โรค ได้กลายร่างเป็นแม่เสือสาว แถมยังเป็นแม่เสือสาวที่ดุร้ายและอันตรายมากเสียด้วย
"คุณหนูชิงหนิงครับ ป้าหลินก็แค่สับสนและเลอะเลือนไปชั่วขณะ ถึงได้เผลอพูดจาล่วงเกินคุณหนูออกไป"
ลุงว่านรีบฝืนปั้นหน้ายิ้มประจบประแจง พลางเอ่ยไกล่เกลี่ย
"คุณหนูอย่าได้ไปคิดเล็กคิดน้อยหรือถือสาหาความกับคนแบบนี้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการดุด่าสั่งสอนเธอให้เองครับ"
"ที่นี่เป็นห้องนอนส่วนตัวของคุณผู้หญิง และกล่องเครื่องประดับใบนั้นก็เป็นของสำคัญที่คุณผู้หญิงหวงแหนมาก ทางที่ดี... ผมว่าคุณหนูรีบนำมันกลับไปเก็บไว้ในตู้เซฟตามเดิมเถอะนะครับ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ พวกเราขอรับรองว่าจะปิดปากเงียบและไม่เอาไปแพร่งพรายให้ใครฟังเด็ดขาด คุณหนูเห็นว่าแบบนี้ดีไหมครับ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้ชิงหนิงก็ลอบคิดในใจว่า ดูเหมือนการที่เธอจงใจเลือกหยิบของที่แพงที่สุดออกมา จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเสียจริง
"ฉันไม่ได้จะมาคิดเล็กคิดน้อยหรอกนะ แต่ฉันมาเพื่อคิดบัญชีต่างหาก"
กู้ชิงหนิงเอื้อมมือไปหยิบค้อนเหล็กด้ามใหญ่ออกมาถือไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบไม่ยี่หระ
"โทรศัพท์ไปหาเฉิงอวี้ซะ แล้วลองถามเธอสิว่า... ระหว่างวงไพ่กับกล่องเครื่องประดับใบนี้ อย่างไหนมันสำคัญสำหรับเธอมากกว่ากัน"
ทุกๆ วันเมื่อถึงช่วงเวลานี้ เฉิงอวี้มักจะนัดเพื่อนฝูงมาตั้งวงไพ่ที่บ้าน ไม่ก็ออกไปเล่นไพ่ที่บ้านของคนอื่นเสมอ
ซึ่งเรื่องนี้ คนรับใช้ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลกู้ต่างก็รู้กันดี
ลุงว่านเกรงว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต จึงพยายามเอ่ยเกลี้ยกล่อมต่อไป
"คุณหนูชิงหนิงครับ ถ้าคุณผู้หญิงกลับมาแล้วรู้ว่าคุณหนูแอบมาแตะต้องกล่องเครื่องประดับของเธอ เธอจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ๆ เลยนะครับ ผมว่าคุณหนูรีบ..."
สีหน้าของกู้ชิงหนิงฉายแววรำคาญใจ เธอเอ่ยแทรกตัดบทเขาในทันที ทุกถ้อยคำเน้นย้ำชัดเจนและเด็ดขาด
"ฉันบอกให้โทรศัพท์ไปหาเธอ... เดี๋ยวนี้ และทันที!"
"ฉันให้เวลาแค่สิบนาที ถ้าเธอมาสายไปแม้แต่นาทีเดียว ฉันจะทุบเครื่องประดับของเธอทิ้งนาทีละหนึ่งชิ้น"
คำขู่ที่ดูบ้าบิ่นและเกินจริงของเธอ ทำเอาลุงว่านและป้าหลินถึงกับอกสั่นขวัญแขวน
ต้องรู้เอาไว้ก่อนนะว่า เครื่องประดับชิ้นใดก็ตามที่เฉิงอวี้เลือกนำไปเก็บไว้ในตู้เซฟ ย่อมต้องเป็นของล้ำค่าและมีราคาแพงลิบลิ่วอย่างแน่นอน อย่าว่าแต่ให้ทุบทิ้งเต็มๆ หนึ่งชิ้นเลย ต่อให้แค่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว พวกเขาสองคนก็ไม่มีปัญญาชดใช้แล้ว
"แกกล้าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน! ถ้าคุณผู้หญิงกลับมาล่ะก็ เธอไม่มีวันปล่อยแกเอาไว้แน่!"
ป้าหลินที่ยังคงอ่านสถานการณ์ไม่ออก อาศัยความกล้าหาญจอมปลอม เอ่ยปากด่าทอเด็กสาวอย่างหยาบคาย
"กู้ชิงหนิง ฉันขอเตือนแกด้วยความหวังดีนะ รีบวางของลงเดี๋ยวนี้เลย เครื่องประดับในนั้นน่ะ แค่หยิบมาส่งเดชสักชิ้น ต่อให้เอาตัวแกไปขายทิ้งก็ยังมีปัญญาชดใช้ไม่พอเลยด้วยซ้ำ!"
ลุงว่านรีบพุ่งเข้าไปคว้าท่อนแขนของป้าหลินเอาไว้แน่น ก่อนจะตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด
"แกหุบปากไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
นังผู้หญิงคนนี้ช่างโง่เง่าเต่าตุ่นจนเกินเยียวยา มาถึงป่านนี้แล้วยังดูสถานการณ์ตรงหน้าไม่ออกอีก กู้ชิงหนิงในเวลานี้ไม่ใช่เด็กใบ้ที่ยอมให้ใครมาจิกหัวด่าได้เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
ถ้าไม่ติดว่านังนี่เป็นคนโปรดที่คอยรับใช้ใกล้ชิดคุณผู้หญิงมานานล่ะก็ เขาคงจะตบหน้าเรียกสติมันไปสักฉาดแล้ว
ด้วยความที่เคยตัวกับการมีเฉิงอวี้คอยหนุนหลังและให้ท้าย ป้าหลินจึงมักจะทำตัวกร่างและเย่อหยิ่งอวดดีใส่คนในบ้านตระกูลกู้จนชิน
เธอสะบัดแขนดึงมือของลุงว่านออกอย่างแรง พลางเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์และไม่รับน้ำใจ
"แกจะมาห้ามฉันทำไมฮะ! ของในกล่องใบนั้นล้วนแต่เป็นเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่าทั้งนั้นเลยนะ ถ้าเกิดมันพังเสียหายขึ้นมาสักชิ้น แล้วคุณผู้หญิงโกรธขึ้นมา ทั้งแกและฉันก็ไม่มีใครรับผิดชอบไหวหรอกนะ..."
ทว่า... เสียงด่าทอของเธอกลับขาดห้วงไปอย่างกะทันหัน
ป้าหลินรู้สึกเจ็บปลาบที่หัวเข่าทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ของเธอทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างไม่อาจควบคุมได้
ลูกแก้วใสแจ๋วขนาดเล็กจิ๋วร่วงหล่นลงกระทบพื้น จนเกิดเสียงดังฟังชัดและกังวานใส
ลุงว่านได้ยินเสียงนั้นแล้วถึงกับใจสั่นสะท้าน สายตาของเขาจดจ้องมองลูกแก้วที่กลิ้งหลุนๆ อยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
"โอ๊ย! ขาของฉัน... เจ็บเหลือเกิน เจ็บจนจะตายอยู่แล้ว!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมานดังก้องอยู่ข้างหู ดึงสติของลุงว่านให้กลับคืนมา เขารีบก้มหน้าลงมองดูป้าหลินที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นทันที
[จบตอน]