เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 รังแกอย่างนั้นหรือ?

ตอนที่ 30 รังแกอย่างนั้นหรือ?

ตอนที่ 30 รังแกอย่างนั้นหรือ?


ตอนที่ 30 รังแกอย่างนั้นหรือ?

ในเวลานี้ พายุฝนเริ่มมีทีท่าว่าจะโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นอีกครั้ง สองพี่น้องจึงรีบนำหม้อและชามไปล้างทำความสะอาด ทว่าทันทีที่พวกเขาเดินกลับมาถึง ก็พบว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญสองคนกำลังยืนอยู่ในถ้ำหินของพวกเขาเสียแล้ว

หลิวซื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้ำหินที่คับแคบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดูแคลน เมื่อเห็นว่าสองพี่น้องกางร่มเดินกลับเข้ามา นางก็แสยะยิ้มเย็นและเอ่ยถากถางขึ้นมาทันที

"อ้าว... ไหนบอกว่าป่วยหนักเจียนตายอย่างไรเล่า? ไฉนฝนตกหนักถึงเพียงนี้ยังกล้าออกไปเดินตากฝนเล่นอีกล่ะ? เจ้าไม่กลัวว่าจะทำให้เงินของพ่อเจ้าต้องสูญเปล่าหรืออย่างไร! พี่ชายทั้งหกคนของเจ้า ตอนนี้มีถึงห้าคนที่ไม่ได้อยู่เคียงข้าง คงไม่มีใครยอมเอาตัวไปแลกเงินเพื่อซื้อโสมมาให้เจ้ากินได้อีกแล้วกระมัง"

สองพี่น้องหันมาสบตากันแวบหนึ่ง พวกเขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำพูดถากถางนั้น แล้วเดินตรงไปหยุดยืนอยู่ข้างกายบิดา ก่อนจะเอ่ยทักทายขึ้นมาพร้อมกัน

"ท่านย่า พี่หญิง"

มู่หรงเสวี่ยปรายตามองพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาเหยียดหยาม นางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา

ในขณะที่มู่หรงหลิงหรานกำลังนึกสงสัยในจุดประสงค์การมาเยือนของพวกนาง จู่ๆ หลิวซื่อก็จ้องมองมาที่สองพี่น้อง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้ พวกเจ้ารังแกเสวี่ยเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ?"

มู่หรงเจ๋อขมวดคิ้วแน่น "รังแก? ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย"

"นั่นสิเจ้าคะ พวกเราไปรังแกนางตั้งแต่เมื่อใดกัน?" มู่หรงหลิงหรานเอ่ยสมทบ

เมื่อเห็นว่าพวกเขาทำไขสือไม่ยอมรับ มู่หรงเสวี่ยก็ชี้หน้ามู่หรงหลิงหราน แล้วตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด

"เมื่อวานนี้เจ้าด่าว่าครอบครัวของพวกเราเป็นปลิงดูดเลือดมิใช่หรือ!"

ทันใดนั้น ทั้งสามคนก็ถึงกับกระจ่างแจ้งแก่ใจ ที่แท้พวกนางก็บุกมาถึงที่นี่เพื่อเอาเรื่องนี้นี่เอง

มู่หรงหลิงหรานตีหน้าซื่อ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา

"ข้าพูดผิดตรงไหนกัน? สิ่งที่ข้าพูดไป มันไม่ใช่ความจริงอย่างนั้นหรือ?"

"ย่อมต้องผิดสิ! เจ้าเป็นผู้น้อย เสวี่ยเอ๋อร์เป็นพี่สาวของเจ้า ส่วนพ่อของนางก็เป็นท่านอาเล็กของเจ้า ไม่ว่าพวกเขาจะทำเรื่องผิดพลาดอันใด มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่เจ้าจะมาสั่งสอนพวกเขา"

หลิวซื่อถลึงตาใส่มู่หรงหลิงหรานอย่างดุร้าย "ตอนนี้เจ้าจงรีบขอโทษพี่สาวของเจ้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้าเด็ดขาด!"

มู่หรงเจ๋อปรายตามองหลานสาวอย่างมู่หรงเสวี่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เรื่องขอโทษคงไม่จำเป็นหรอก สิ่งที่อาหรานพูดมา ก็คือสิ่งที่ข้าอยากจะพูดเช่นเดียวกัน หรือท่านแม่ต้องการให้ข้าซึ่งเป็นผู้อาวุโสกว่า ก้มหัวขอโทษหลานสาวอย่างเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยเล่า?"

"นางพูดจาสามหาวปากไม่มีหูรูดถึงเพียงนี้ เจ้าไม่สั่งสอนให้นางรู้จักสำนึกผิดก็แล้วไปเถิด ไฉนยังไปกางปีกปกป้องนางอีก นี่เจ้ายังหลงเหลือจิตสำนึกของการเป็นลุงใหญ่อยู่อีกหรือไม่!" หลิวซื่อตวาดลั่น

'หากข้าไม่มีจิตสำนึกของการเป็นลุงใหญ่ ในตอนที่ข้าสอบได้เป็นหมอหลวง ข้าก็คงไม่ยอมให้น้องชายคนเล็กย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาในจวนหรอก ซ้ำข้ายังรักและเอ็นดูลูกๆ ของเขาประดุจลูกในไส้ของตนเองอีก' มู่หรงเจ๋อลอบคิดอย่างขมขื่น

สีหน้าของมู่หรงเจ๋อพลันมืดครึ้มลง น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นลงหลายส่วน

"ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? เมื่อก่อนข้าทำหน้าที่พี่ชายคนโตได้ดีหรือไม่ ท่านย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจที่สุดมิใช่หรือ? ต่อให้อาหรานจะต่อว่าพวกเขาก็แล้วอย่างไรเล่า? สิ่งที่นางพูดมามันไม่จริงหรือ? บนโลกใบนี้ยังมีผู้ใดที่ทำได้เหมือนข้าอีกบ้าง ที่ต้องมาคอยหาเลี้ยงครอบครัวของน้องชายตั้งหลายชีวิตติดต่อกันนานนับสิบปีเช่นนี้!"

"สิ่งใดที่ลูกของข้ามี ลูกของน้องเล็กก็ย่อมต้องมีเช่นกัน เผลอๆ บางอย่างยังดีกว่าของที่อาหรานมีเสียด้วยซ้ำ! พอตอนนี้มือของข้าได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถมอบความสุขสบายให้พวกท่านได้อีก พวกท่านก็เริ่มทำตัวเป็นพวกเสร็จนาฆ่าโคถึก พอข้ามแม่น้ำได้ก็รื้อสะพานทิ้ง ซ้ำตอนนี้ยังกล้าบุกมาคิดบัญชีกับข้าอีก"

"ได้! เอาไว้รอน้องเล็กกลับมาเมื่อใด ข้าจะเคลียร์บัญชีหนี้สินตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้กับเขาให้รู้เรื่องไปเลย!"

สีหน้าของหลิวซื่อพลันแปรเปลี่ยนไป นางทำหน้าตาราวกับเจ็บปวดรวดร้าวใจเสียเต็มประดา

"นี่เจ้า... เจ้ากล้ามีความคิดเช่นนี้กับครอบครัวของน้องชายเจ้าเชียวหรือ! เจ้าเป็นลูกที่ข้าเบ่งออกมา ดังนั้นสิ่งที่เป็นของเจ้า ก็ย่อมต้องเป็นของข้า! การที่ข้าเอาเงินของตนเองไปหาเลี้ยงลูกชายข้า มันไปหนักหัวเจ้าหรืออย่างไร!"

"หนักหัวข้าหรืออย่างไร?" มู่หรงเจ๋อแค่นเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น "ท่านแม่ ท่านใช่แม่บังเกิดเกล้าของข้าจริงๆ หรือ? บางครั้งข้าก็แอบคิดนะ ว่ามีเพียงน้องเล็กเท่านั้นที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ส่วนข้าก็เป็นเพียงเด็กที่ท่านเก็บมาเลี้ยง เป็นเพียงแค่เครื่องมือหาเงินให้ท่านก็เท่านั้น"

'ตั้งแต่เด็กจนโต ข้าสัมผัสได้เสมอว่าท่านแม่ปฏิบัติต่อข้าและน้องเล็กแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ในเมื่อต่างก็เป็นลูกของท่านแม่เหมือนกัน ซ้ำข้ายังเก่งกาจและมีความสามารถมากกว่าน้องเล็ก ทั้งยังสามารถหาเงินมาให้ท่านแม่ใช้จ่ายได้ ทว่าเหตุใดท่านแม่ถึงไม่ยอมทะนุถนอมและห่วงใยข้า เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อน้องเล็กบ้างเลยเล่า...' เขาตัดพ้อในใจ

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 30 รังแกอย่างนั้นหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว