- หน้าแรก
- ซ่อนกลรัก สะดุดใจยัยไฮโซ
- บทที่ 18: สัตว์นรกตัวนี้จงใจทรมานแต่ผู้หญิง
บทที่ 18: สัตว์นรกตัวนี้จงใจทรมานแต่ผู้หญิง
บทที่ 18: สัตว์นรกตัวนี้จงใจทรมานแต่ผู้หญิง
แน่นอนว่าซูลั่วได้ยินบทสนทนาของทั้งสามคนอย่างชัดเจน
คดีฆ่าหั่นศพต่อเนื่องสะเทือนขวัญแห่งเมืองปินไห่?
เขาขอยอมรับว่ารู้จักคดีนี้ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ คนในเมืองปินไห่ไม่มีใครไม่รู้เรื่องนี้เลยต่างหาก
เพราะคดีนี้มันช่างโหดเหี้ยมและนองเลือดฉิบหาย! ในช่วงเวลานั้น ข่าวคดีนี้สร้างความตื่นตระหนกตกใจไปทั่ว จนพวกผู้หญิงที่อาศัยอยู่คนเดียวในเมืองปินไห่แทบไม่กล้าก้าวเท้าออกจากบ้านในยามวิกาล
เมื่อสามเดือนก่อน มีคดีฆ่าหั่นศพสะเทือนขวัญคดีหนึ่งเกิดขึ้นในเมืองปินไห่ เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นโปรแกรมเมอร์สาวโสดที่อาศัยอยู่คนเดียว ฆาตกรลงมือสังหารเธอด้วยกรรมวิธีที่โหดร้ายทารุณผิดมนุษย์มนา ก่อนจะนำชิ้นส่วนศพไปโยนทิ้งอำพรางไว้ในป่าละเมาะ เนื่องจากฆาตกรมีชั้นเชิงที่เหนือชั้นและมีจิตสำนึกในการต่อต้านการสืบสวนที่สูงมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแทบไม่มีเบาะแสที่เป็นประโยชน์เลย
สองสัปดาห์หลังจากคดีแรก ฆาตกรใจเหี้ยมก็ลงมือซ้ำอีกครั้ง เหยื่อรายที่สองเป็นสตรีมเมอร์สาวที่พักอาศัยอยู่คนเดียว ร่างที่ไร้วิญญาณและถูกชำแหละชิ้นส่วนของเธอถูกพบโดยเพื่อนบ้านหลังจากผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งในตอนนั้นกลิ่นเน่าเหม็นโชยคละคลุ้งไปทั่วทั้งตึก
คดีฆ่าหั่นศพทั้งสองคดีเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันมาก และพฤติกรรมการลงมือก็ถอดแบบออกมาเหมือนกันเปี๊ยบ ฆาตกรจะใช้ของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะของเหยื่อจนหมดสติ จากนั้นจึงเริ่มลงมือชำแหละร่างอย่างทารุณผิดมนุษย์ โดยเหยื่อทั้งสองรายถูกตัดทรวงอกออกไปจนหมดสิ้น และเรียวขาทั้งสองข้างถูกสับแยกส่วน หนำซ้ำมือข้างหนึ่งยังถูกยัดย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องจากทางด้านล่าง ส่วนมืออีกข้างถูกยัดเข้าไปในลำไส้ใหญ่จากทางทวารหนัก—ความโหดเหี้ยมอำมหิตนั้นชวนให้ผู้คนสยดสยองพองขนเป็นที่สุด!
หนึ่งเดือนหลังจากคดีฆ่าหั่นศพต่อเนื่องสองคดีแรก มีพลเมืองดีแจ้งความว่าพบศพลอยน้ำอยู่ที่ริมแม่น้ำในเขตจื้อซาน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์บุคคล ก็พบว่าศพลอยน้ำนั้นคือเด็กสาวมัธยมปลายที่หายตัวไปนานกว่าครึ่งเดือน และสภาพของเด็กสาวคนนี้ก็ถูกตัดทรวงอกออกจนหมด มือทั้งสองข้างถูกตัดขาดและยัดเข้าไปในช่องท้องและลำไส้ใหญ่ หน้าข้างหลังข้างไม่ต่างกัน
รูปแบบพฤติกรรมการลงมือของคดีฆ่าหั่นศพทั้งสามคดีเหมือนกันทุกประการ ชี้ชัดว่าฆาตกรคือบุคคลคนเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ทางตำรวจปวดหัวมากที่สุดคือ เหยื่อทั้งสามรายไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย และกล้องวงจรปิดในบริเวณรอบจุดเกิดเหตุก็ถูกทำลายทิ้งไว้ล่วงหน้าทั้งหมด การฆ่าและหั่นศพแบบสุ่มบวกกับความสามารถในการหลบเลี่ยงการสืบสวนอันยอดเยี่ยมของฆาตกร ทำให้การทำงานของตำรวจไม่มีความคืบหน้าเลยตลอดสามเดือนที่ผ่านมา
ผู้หญิงสามคนต้องมาจบชีวิตลงด้วยการถูกหั่นศพอย่างทารุณ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสั่นประสาทคนในสังคมอย่างรุนแรง และส่งผลให้หญิงสาวที่อยู่คนเดียวไม่กล้าออกไปไหนมาไหนตามลำพัง "คดีฆ่าหั่นศพต่อเนื่องสะเทือนขวัญแห่งเมืองปินไห่" จึงกลายมาเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
เมื่อครู่นี้ซูลั่วเพิ่งได้ยินหลวี่ม่านฉี่พูดว่า คดีเมื่อคืนนี้กับคดีฆ่าหั่นศพสามคดีก่อนหน้านี้เป็นฝีมือของฆาตกรคนเดียวกัน นั่นหมายความว่า ชะตากรรมของ 【ลูกพีชฉ่ำน้ำนึ่งซีอิ๊ว】 ก็ลงเอยไม่ต่างจากเหยื่อสามรายแรก—เธอถูกชำแหละศพอย่างโหดเหี้ยม
"ผลชันสูตรพลิกศพของแฟนหนุ่มผู้ตายออกหรือยัง?" หลวี่ม่านฉี่เอ่ยปากถาม
"ออกแล้วครับ สาเหตุการตายเกิดจากการเสียเลือดมากเนื่องจากถูกของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรง บนร่างกายไม่มีบาดแผลประเภทอื่นเลยครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งรายงาน
"อืม ฆาตกรเห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนใจพวกผู้ชาย เลยเลือกที่จะลงมือฆ่าให้ตายในทันที สัตว์นรกตัวนี้มันจงใจทรมานแต่ผู้หญิงชัดๆ" หลวี่ม่านฉี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น
"แล้วกล้องวงจรปิดรอบๆ โรงแรมล่ะ ได้ตรวจสอบหรือยัง?" หลิวเฉาถามเสริม
"ตรวจแล้วครับ กล้องวงจรปิดของโรงแรมถูกทำลายไปตั้งแต่ตอนที่เกิดเหตุ ส่วนกล้องตามตรอกซอกซอยและถนนบริเวณใกล้เคียงก็จับภาพอะไรไม่ได้เลย"
"ความสามารถในการหลบเลี่ยงการสืบสวนของฆาตกรคนนี้มันสูงส่งมาก คดีก่อนๆ มันก็หลบกล้องได้หมด เพราะงั้นถนนแถวนี้จะจับภาพไม่ได้ก็คงไม่แปลกหรอก"
"ลองไปตรวจสอบรายชื่อแขกที่เข้าพักและเดินเข้าออกโรงแรมในช่วงเวลาเกิดเหตุดูซิ ว่าจะพบสิ่งผิดปกติอะไรบ้างไหม"
ทั้งสามคนกำลังยืนวิเคราะห์คดีพลางขมวดคิ้วมุ่น จนพากันลืมไปเสียสนิทว่ายังมีคนอื่นอีกคนนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย
"เอ่อ... ขออนุญาตขัดจังหวะหน่อยนะครับ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับโรงเรียนได้หรือยังครับ?" ซูลั่วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดขึ้นมา
หลวี่ม่านฉี่เพิ่งจะนึกขึ้นได้และรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย "ได้ๆ เดี๋ยวพวกเราจะจัดรถไปส่งเธอกลับเดี๋ยวนี้แหละ"
เธอละจากโต๊ะเพื่อเดินไปเปิดประตูให้ซูลั่ว และหลิวเฉาก็ลุกขึ้นยืนตามเช่นกัน ในขณะที่ซูลั่วกำลังเดินผ่านโต๊ะ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรายงานผลการชันสูตรพลิกศพของกองพิสูจน์หลักฐานที่วางอยู่ ด้วยทักษะอัจฉริยะ "การวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ขั้นเทพ" ที่มีอยู่ เพียงแค่ปรายตามองรายงานชันสูตรแวบเดียว เขาก็สามารถดักจับข้อมูลสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในนั้นได้มากมาย
หลวี่ม่านฉี่และหลิวเฉานำทางซูลั่วออกจากห้องสอบสวน จนกระทั่งเดินมาถึงบริเวณประตูทางเข้าของสถานีตำรวจ เรื่องราวความเข้าใจผิดได้รับการคลี่คลายลงเรียบร้อย ซูลั่วเตรียมตัวจะก้าวขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับมหาวิทยาลัย ทันใดนั้นเอง มีชายวัยกลางคนผมทรงสกินเฮดคนหนึ่งเดินตรงมาทางพวกเขา
หลวี่ม่านฉี่และหลิวเฉารีบยกมือขึ้นทำความเคารพพร้อมกัน "สวัสดีครับ/ค่ะ หัวหน้า!"
ซูลั่วเหลือบไปมองตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนอกเสื้อ—หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมเมืองปินไห่ เจิ้งเฉาอี้ ชายคนนี้น่าจะเป็นเจ้านายสายตรงของหลวี่ม่านฉี่และหลิวเฉา
เจิ้งเฉาอี้ปรายตมองซูลั่วแวบหนึ่ง หลิวเฉาจึงรีบก้าวเข้ามาเปิดปากรายงานสถานการณ์ทันที "หัวหน้าเจิ้งครับ พวกเราตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดกระจ่างชัดเจนแล้วครับ พ่อหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือรู้จักกับผู้ตายเลยครับ ผมกับม่านฉี่สอบปากคำและลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้วครับ"
เจิ้งเฉาอี้พยักหน้ารับทราบ "โอเค งั้นก็รีบส่งตัวพ่อหนุ่มกลับไปเรียนเถอะ อย่าให้เสียเวลาเรียนเลย"
"รับทราบครับ หัวหน้าเจิ้ง!"
"อ้อ จริงด้วย นี่คือภาพสเกตช์โฉมหน้าคนร้ายที่นักวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์จากฝ่ายเทคนิคเพิ่งจะวาดเสร็จ ฆาตกรเป็นเพศชาย อายุประมาณ 25 ถึง 35 ปี ส่วนสูงราวๆ 190 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัม รูปร่างล่ำสันกำยำและมีพละกำลังมหาศาล เสี่ยวม่าน เอาภาพนี้ไปกระจายให้พี่น้องในแต่ละแผนกช่วยกันคอยสอดส่องดูแลด้วยนะ"
พูดจบ เจิ้งเฉาอี้ก็ยื่นภาพสเกตช์ใบนั้นให้แก่หลวี่ม่านฉี่
"เยี่ยมเลยค่ะ! มีภาพสเกตช์จากฝ่ายวิเคราะห์พฤติกรรมแบบนี้ อีกไม่นานพวกเราต้องลากคอฆาตกรมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน!" หลวี่ม่านฉี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลิวเฉาชะโงกหน้าเข้ามาดูภาพสเกตช์พลางเดาะลิ้น "เหอะ ดูหน้าตาสิ เนื้อหน้าดุหย่อนยาน หน้าตาแบบนี้มองจากนอกโลกยังรู้เลยว่าไม่ใช่คนดี!"
หลวี่ม่านฉี่ถือภาพสเกตช์พินิจพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ารังเกียจ "ลักษณะทางกายภาพสอดคล้องกับพฤติกรรมของฆาตกรจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะสั่งพิมพ์ภาพนี้เพิ่มอีกหลายๆ ชุด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงคอยเฝ้าระวังตัวด้วย"
"ถูกต้องเลย! โดยเฉพาะพวกชาวเมืองที่อาศัยอยู่แถวๆ โรงแรมฮิลตัน!" หลิวเฉารีบช่วยพูดเสริม
คำพูดของหลิวเฉาช่วยสะกิดใจหลวี่ม่านฉี่ขึ้นมา เมื่อเห็นซูลั่วกำลังจะก้าวขาขึ้นรถ เธอจึงรีบตะโกนเรียกเขาไว้ทันที
"นักศึกษาซูลั่ว เดี๋ยวโยนก่อนค่ะ!"
"หืม?" ซูลั่วชะงักเท้า
หลวี่ม่านฉี่ชูภาพสเกตช์มาตรงหน้าของซูลั่ว "นี่คือภาพสเกตช์โฉมหน้าของฆาตกรฆ่าหั่นศพต่อเนื่อง เธอช่วยถ่ายรูปนี้เก็บไว้หน่อยสิ พอ กลับไปถึงมหาวิทยาลัยแล้วจะได้เอาไปแชร์ต่อให้เพื่อนๆ และคนรู้จักช่วยกันคอยระวังผู้ชายในภาพนี้ จำไว้นะว่าถ้าเกิดบังเอิญไปเจอคนหน้าตาแบบในรูปนี้เข้า ห้ามทำตัวเป็นฮีโร่เข้าไปจับกุมเด็ดขาด ให้รีบโทรแจ้งตำรวจทันที!"
"ใช่แล้ว อาขอเน้นย้ำอีกเรื่องหนึ่งนะ ถ้าเธอพบเห็นอาชญากรในภาพสเกตช์นี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือรักษาความปลอดภัยของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วค่อยหาโอกาสโทรแจ้งตำรวจ เพราะผู้ต้องสงสัยรายนี้อันตรายมาก ห้ามทำให้อีกฝ่ายไหวตัวทันเด็ดขาด" เจิ้งเฉาอี้เอ่ยเตือนด้วยความหวังดีจากด้านข้าง
"สมกับเป็นหัวหน้าเจิ้งจริงๆ ครับ คิดรอบคอบถี่ถ้วนไม่มีตกหล่นเลย!" หิวเฉารีบยกนิ้วโป้งอวยเจ้านายอย่างประจบสอพลอ
ซูลั่วจ้องมองภาพสเกตช์ตรงหน้า แต่นิ่งเฉยไม่ยอมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปเสียที เมื่อเห็นดังนั้น หลวี่ม่านฉี่จึงเอ่ยปากเร่ง "นักศึกษา? มัวยืนเหม่อคิดอะไรอยู่ล่ะ? รีบๆ ถ่ายรูปสิคะ!"
"ให้ถ่ายรูปเหรอครับ? ถ่ายรูปไอ้เนี่ยนะ?" ซูลั่วใช้นิ้วชี้ไปที่ภาพสเกตช์
"ก็ใช่สิคะ ถ้าไม่ให้ถ่ายภาพนี้แล้วจะให้ถ่ายอะไรล่ะ?" หลวี่ม่านฉี่ทำหน้ามึนงง
"แล้วทำไมผมต้องถ่ายรูปไอ้สิ่งนี้เก็บไว้ด้วยล่ะครับ?" ซูลั่วถามย้อนกลับ
หลิวเฉาถึงกับกลอกตา "นี่นาย เมื่อกี้แอบยืนหลับในอยู่หรือไง? ไม่ได้ยินที่พวกเราพูดกันหรอกเหรอ? ผู้ชายในภาพสเกตช์นี้คือฆาตกรฆ่าหั่นศพนะโว้ย! รีบๆ..."
"เขาไม่ใช่ฆาตกรหรอกครับ" ซูลั่วเอ่ยขัดจังหวะคำพูดของหลิวเฉาหน้านิ่ง
ทุกคนในบริเวณนั้นถึงกับอึ้งไปตามๆ กันแทนที่จะโกรธที่โดนเด็กเมื่อวานซืนพูดสวนกลับ หลิวเฉากลับรู้สึกขบขันขึ้นมาเสียมากกว่า
"นายบอกว่าเขาไม่ใช่ฆาตกร? อะไรกัน หรือว่านายเคยเห็นหน้าตาของฆาตกรตัวจริงมาแล้วงั้นเหรอ?" หลิวเฉาเค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ
"ไม่เคยครับ" ซูลั่วส่ายหน้า
"งั้นนายใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสินว่าคนในภาพไม่ใช่ฆาตกร?" หลิวเฉารุกคืบถามเสียงแข็งอย่างไม่ยอมลดละ
"เพราะว่าฆาตกรรายนี้ไม่ใช่ผู้ชายเลยสักนิดเดียวครับ" ซูลั่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและแววตาที่มั่นคง