- หน้าแรก
- เมื่อนางเอกสายปลาเค็มขอโบกมือลางาน
- บทที่ 695 "ลาพักร้อนเหรอ?"
บทที่ 695 "ลาพักร้อนเหรอ?"
บทที่ 695 "ลาพักร้อนเหรอ?"
บทที่ 695 "ลาพักร้อนเหรอ?"
จู่ๆ เขาก็หัวเราะเบาๆ มีไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้หลิวเหลียงแสดงท่าทางร่าเริงแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะบอกว่าเธอเป็นคนปล่อยวางหรือใจเย็นดั่งน้ำนิ่ง เธอก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายราวกับแม่ชี
แต่มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่ทำให้หลิวเหลียงดีใจจนเนื้อเต้นได้
นั่นก็คือการได้ลาพักร้อน
"ทายถูกมีรางวัล!"
หลิวเหลียงหยิบอมยิ้มออกจากกระเป๋า แกะห่อพลาสติกออก แล้วยัดใส่ปากเจิงซวี่ไป๋
รสชาติหวานเลี่ยนจนแสบคอ
เจิงซวี่ไป๋ลูบผมเธอเบาๆ แล้วรับอมยิ้มมาถือไว้ "คราวนี้คุณหมอหลิวได้หยุดกี่วันล่ะ?"
"ทายสิ?"
หลิวเหลียงแกะอมยิ้มอีกอันให้ตัวเอง
"หนึ่งเดือน"
เจิงซวี่ไป๋เดินไปหาที่นั่ง
หลิวเหลียง: "..."
แบบนี้ไม่สนุกเลย ทายถูกตั้งแต่ครั้งแรกได้ยังไง? ไม่ตื่นเต้นเอาซะเลย
"แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะไปไหน?"
เจิงซวี่ไป๋ยัดอมยิ้มกลับเข้าปาก ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบของหวานๆ เท่าไหร่ แต่นี่มันคือน้ำใจจากภรรยา ต่อให้น้ำตาไหลก็ต้องกินให้หมด
หลิวเหลียงคิดไว้ตั้งนานแล้ว "ฉันอยากไปเจียงหลิน ได้ยินมาว่าที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องของกินอร่อย จะได้เที่ยวไปกินไป"
จริงๆ แล้วเฟิงชวนก็เป็นอีกที่ที่เธอชอบ ได้ปีนเขาและกินอาหารพื้นเมือง แต่ประเด็นคือเธอไปมาหลายครั้งแล้ว แถมช่วงนี้ก็ไม่มีเรื่องตลาดมืดให้ไปจัดการ ซ้ำร้ายเธอยังเพิ่งไปหยิกแก้มลูกชายเจ้าของตลาดมืดมาหมาดๆ ด้วย
เพราะงั้นเธอจะไม่ไปที่นั่น
คราวนี้เธอเลยเลือกเจียงหลิน เจียงหลินมีความคล้ายคลึงกับเฟิงชวนอยู่บ้าง มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เยอะ เลยมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์มาก ซึ่งส่วนใหญ่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตหรืออาหารการกิน ก็ยังคงกลิ่นอายของยุคสมัยนั้นไว้ได้เป็นอย่างดี
แถมการพัฒนาที่นั่นก็กำลังก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ อาศัยอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ มีทั้งภูเขาและสายน้ำ ถือเป็นเมืองโบราณริมน้ำแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าไปถึงที่นั่นน่าจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้แน่ๆ
บรรยากาศแบบ 'เก็บดอกเบญจมาศริมรั้วทิศบูรพา ทอดสายตามองภูเขาทิศทักษิณอย่างสบายใจ'
ถึงจะไม่มีทะเล แต่ก็มีแม่น้ำ ถึงจะไม่มีหาดทราย แต่ก็มีโขดหินให้ดูเล่น
หลิวเหลียงรู้สึกว่าที่นี่น่าไปเยือนสักครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นั่นมีที่พักสไตล์พื้นเมืองที่เปิดประตูมาก็เจอแม่น้ำ เดินออกมาก็เห็นภูเขา แถมช่วงนี้ก็เป็นหน้าดอกไม้บานพอดี อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าหน้าร้อนแล้ว และหลิวเหลียงก็เกลียดการออกไปข้างนอกตอนอากาศร้อนจัดที่สุด
ถ้าพลาดเดือนนี้ไป คงต้องรอไปอีกทีครึ่งปีหลัง กว่าจะได้ไปอีกทีก็ผ่านไปอีกปี อายุเพิ่มขึ้นอีกปี ขาดทุนย่อยยับ
"อยากไปที่นั่นเหรอ?"
เจิงซวี่ไป๋แปลกใจ ทำไมหลิวเหลียงถึงอยากไปเจียงหลินล่ะ? เขาคิดว่าเธอชอบอยู่ใกล้ทะเลเสียอีก
"ก็ที่นั่นมีทั้งภูเขาและแม่น้ำไงคะ"
"ที่ซิงหนิงก็มีทั้งภูเขาและแม่น้ำเหมือนกันนะ"
เจิงซวี่ไป๋พูดตามความจริง ข้างนอกนั่นไงแม่น้ำซิงเหอ ถึงจะเป็นแม่น้ำขุด แต่ก็สวยงาม น้ำใสสะอาด ลมพัดเย็นสบาย ส่วนภูเขา ด้านหลังแม่น้ำซิงเหอก็มีภูเขาอยู่
"พูดดีๆ ไม่เป็นหรือไงคะ? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พี่จะเสียฉันไปนะ"
ตอนแรกหลิวเหลียงรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำตัวโรแมนติกอยู่แท้ๆ แต่พอได้ยินเจิงซวี่ไป๋พูดแบบนั้น ขนเธอก็ลุกซู่แถมยังตาขวางใส่อีก
"โอเคๆ"
เจิงซวี่ไป๋ยอมแพ้ "เราออกเดินทางพรุ่งนี้เลยนะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จองที่พักให้"
หลิวเหลียงถึงได้ยิ้มออก เธอรอประโยคนี้แหละ ส่วนเรื่องกระเป๋าเดินทางอะไรพวกนั้นไม่ต้องเตรียมหรอก พวกเขามีกระเป๋าติดตัวไปด้วยอยู่แล้ว และที่นั่นก็ไม่ใช่ป่าเขาลำเนาไพรที่ไหน ถ้าขาดเหลืออะไรจริงๆ ค่อยไปซื้อเอาดาบหน้าก็ได้
ตอนนี้หลิวเหลียงเป็นเศรษฐินีแล้วนะ เธอมีเงินตั้งเจ็ดสิบล้าน พรุ่งนี้เธอจะไปซื้อชุดอุปกรณ์จ่ายไฟชุดใหม่ให้อาจารย์ ซึ่งก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย ส่วนที่เหลือก็เป็นเงินเก็บส่วนตัว ใช้ยังไงก็ไม่หมดหรอก
"แล้วเรื่องบริษัทล่ะคะ? พี่จะทิ้งไว้แบบนี้เลยเหรอ?"
หลิวเหลียงเตรียมตัวลาพักร้อนล่วงหน้า จัดการทุกอย่างเรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาด แต่เจิงซวี่ไป๋ล่ะ? จะไปพรุ่งนี้โดยไม่บอกกล่าวใครเลยเหรอ?
"พี่จะไม่สั่งงานไว้หน่อยเหรอคะ?"
"เรามีเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ?"
เจิงซวี่ไป๋ชี้เข้าไปข้างใน ฟางหยวนกำลังยิ้มแฉ่งอุ้มลูกชายอยู่ ถวนถวนและหยวนหยวนไม่ชอบฟางหยวนเอาซะเลย และไม่อยากเล่นด้วย พอฟางหยวนโผล่มาทีไร สองแสบก็จะรีบคลานหนีสุดชีวิต ถึงจะนั่งเล่นมือตัวเองอยู่ ก็ไม่ยอมพูดด้วยสักคำ ถึงแม้จริงๆ แล้วตอนนี้พวกเขายังพูดเป็นคำๆ ไม่ค่อยได้ก็เถอะ
ฟางหยวนหัวเสียกับเรื่องนี้ทุกวัน แต่ถึงจะโกรธแค่ไหน เขาก็ทำร้ายเด็กๆ ไม่ได้ เด็กสองคนนี้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของบ้าน ถ้าเขากล้าแตะต้องล่ะก็ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย พ่อของเขานี่แหละที่จะเอารองเท้าฟาดหน้าเขาเป็นคนแรก
เขาไม่เข้าใจเอาซะเลย ตอนที่เขายังตัวแค่นั้น พ่อยังตีเขาเลย แล้วทำไมทีเด็กสองคนนี้พ่อถึงไม่ตีบ้างล่ะ?
เขาไม่รู้เลยว่าบนโลกใบนี้มีคำว่า 'ความรักความหลงของปู่ย่าตายาย' อยู่ด้วย
พ่อตีลูกเป็นเรื่องปกติ และปู่โอ๋หลานก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน
ฟางหยวนทำได้แค่แวะมาหาบ่อยๆ เพื่อให้สองแสบจำหน้าได้ เผื่อไม่ได้เจอกันนานๆ แล้วจะลืมกันไปเสียก่อน
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น เจิงซวี่ไป๋โทรมาบอกให้เขาจัดการเรื่องบริษัท ฟางหยวนก็แทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธ
"เจิงซวี่ไป๋ แกมันจะทำเกินไปแล้วนะ!"
ฟางหยวนกัดฟันกรอด "พวกแกเอาแต่คิดจะไปเที่ยวทุกวัน ไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันก็ต้องออกไปทำธุระเหมือนกัน? ทำไมถึงโยนงานทั้งหมดมาให้ฉันคนเดียวล่ะ?"
เจิงซวี่ไป๋เงียบไปพักใหญ่ ฟางหยวนนึกว่าเขาคงจะรู้สึกผิด เลยเริ่มพ่นคำรำพันถึงความคับแค้นใจของตัวเองออกมาอีกชุดใหญ่
จนกระทั่งเสียงถอนหายใจเบาๆ ดังมาจากปลายสาย
"ไม่มีใครห้ามไม่ให้นายไปนี่ นายเป็นคนไม่ไปเองต่างหาก"
ฟางหยวน: "..."
นั่นมันแทงใจดำกันเกินไปแล้วนะ
หลังจากเจิงซวี่ไป๋วางสาย ฟางหยวนก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก ทำได้แค่หาคนระบาย และคนแรกที่เขานึกถึงก็คือเฉิงปิน
"พ่อ พ่อควรจะจัดการเรื่องเหลียงเหลียงกับซวี่ไป๋บ้างนะ พวกเขาออกไปเที่ยวกันทุกๆ สองสามวัน แล้วก็ทิ้งบริษัทไว้ให้ผมดูแล ผมก็มีเรื่องต้องทำเหมือนกันนะ"
"ถ้าไม่ให้แกทำ แล้วจะให้ใครทำล่ะ?"
เฉิงปินเบื่อจะฟังเต็มทน เขามองดูคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายตรงหน้า ยิ่งมองก็ยิ่งหงุดหงิด นี่เขาต้องมาเสียเวลาที่ควรจะได้อยู่กับหลานๆ เพื่อมาฟังเรื่องพวกนี้เนี่ยนะ
"แต่พ่อ..."
"พ่ออะไรของแก?"
เฉิงปินอยากจะเอารองเท้าฟาดหน้าเขาจริงๆ
"แกก็รู้นิสัยเหลียงเหลียงดีนี่ งานของเธอหนักมาก และเธอก็ต้องออกไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเป็นระยะๆ ถ้าแกไม่ให้เธอไปเที่ยว แล้วเธอเกิดเครียดจนจับมีดผ่าตัดไม่ได้ขึ้นมา คนไข้พวกนั้นที่รอให้เธอช่วยชีวิตอยู่ จะมาเอาเรื่องแกหรือไง?"
ฟางหยวน: "..."
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ?
"ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้!"
เฉิงปินพ่นลมหายใจออกทางจมูก ฉันให้กำเนิดไอ้ลูกโง่แบบแกมาได้ยังไงเนี่ย?
ฟางหยวน: "..."
เขาไม่ได้พูดอะไรมากนี่ แค่มาระบายนิดหน่อยมันผิดตรงไหน?
จังหวะที่เขากำลังจะรู้สึกน้อยใจในชะตากรรมของตัวเองมากขึ้นไปอีก ไป๋เซียงหรูก็เดินออกมาจากด้านข้าง สายตาของเธอเย็นชาเสียจนเขาแทบจะร้องไห้
"ฟางหยวน คนเราไม่ควรเห็นแก่ตัวขนาดนี้นะ"