- หน้าแรก
- เมื่อนางเอกสายปลาเค็มขอโบกมือลางาน
- บทที่ 601: สั่งสอนลูกชาย
บทที่ 601: สั่งสอนลูกชาย
บทที่ 601: สั่งสอนลูกชาย
บทที่ 601: สั่งสอนลูกชาย
จังหวะนั้นเอง ไม้นวดแป้งก็ถูกยื่นมาให้
เขาคว้ามันไว้ทันทีแล้วเดาะดูน้ำหนักในมือ อืม... น้ำหนักกำลังพอดีเลย
หลิวเหลียงยืนกอดอกอยู่ด้านข้าง เตรียมพร้อมดูเฉิงปินสั่งสอนลูกชาย
เฉิงปินเงื้อไม้นวดแป้งขึ้น เตรียมจะฟาดลงมา
"ลุงเฉิง อย่าตีเขาเลยนะคะ"
ป๋ายเซียงหรูหวาดกลัวจับใจ เธอเคยโดนคนบ้านตระกูลหลี่ตีด้วยไม้นวดแป้งมาก่อน ความเจ็บปวดนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นเป็นฝีมือของหญิงชราตระกูลหลี่ หญิงชราแก่แล้ว เคลื่อนไหวไม่ค่อยคล่องแคล่ว และแน่นอนว่าคงออกแรงไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังตีป๋ายเซียงหรูจนปางตาย เธอต้องใช้เวลาพักฟื้นอยู่หลายเดือนกว่าจะหายดี
แต่ตรงหน้าเธอคือเฉิงปิน ไม่ใช่หญิงชราตระกูลหลี่ เฉิงปินเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์ และผู้ชายในบ้านนี้ ตั้งแต่เฉิงปินลงไปจนถึงต้าเป่าและเสี่ยวเป่า ล้วนไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ แม้แต่หลิวเหลียงที่เป็นผู้หญิงก็ยังมีพละกำลังที่น่ากลัว
ถ้าเฉิงปินฟาดไม้นวดแป้งลงมาเต็มแรง ฟางหยวนคงไม่พ้นหัวแตก ตายคาที่ หรือไม่ก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อน นี่ลูกชายแท้ๆ ของเขานะ ไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาต
เธอวิ่งเข้าไปเอาตัวบังฟางหยวนไว้โดยไม่ได้คิด
"ลุงเฉิง ตีเขาอีกไม่ได้แล้วนะคะ ถ้าขืนตีต่อไป เขาได้ตายจริงๆ แน่"
"เซียงหรู หลบไป"
เฉิงปินโกรธจนอกสั่นกระเพื่อม เขากำไม้นวดแป้งแน่น เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมปล่อยแน่ ไอ้ลูกไม่รักดีที่เขาเลี้ยงมา ต่อให้ตีจนตายก็ไม่มีใครกล้าว่าหรอก อีกอย่าง ไอ้เด็กนี่มันก็สมควรโดนแล้ว
ป๋ายเซียงหรูส่ายหน้า ดื้อดึงไม่ยอมหลบ
"เซียงหรู!"
เสียงของเฉิงปินดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า แผดเสียงดังจนแสบแก้วหู
"ลุงรู้ว่ามันทำอะไรกับหนูไว้บ้าง—ทำเรื่องระยำยิ่งกว่าหมูหมาเสียอีก ตระกูลเฉิงของเราไม่มีคนสารเลวแบบนี้ ต่อให้ปู่ย่าตายายของมันรู้ว่ามันอยากจะทำตัวเป็นเฉินซื่อเหม่ย พวกท่านก็ต้องตีมันให้ตายเหมือนกัน"
"หลบไปเถอะ ลุงจะสั่งสอนมันแทนปู่ย่าตายายของมันเอง!" เฉิงปินกัดฟันกรอด ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ทำแบบนี้ ผู้เฒ่าทั้งสองจะได้ไม่ต้องถ่อมาถึงนี่แล้วล้มหมอนหนอนเสื่อเพราะความโกรธที่รู้เรื่องบัดซบของมัน คนอกตัญญูพรรค์นี้จะมีประโยชน์อะไร? ไอ้ตัวเนรคุณพรรค์นี้ไม่มีที่ยืนในบ้านเราหรอก วันนี้ลุงจะตีมันให้ตายเลยคอยดู"
เขาถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปน
"ลุงเฉิง พวกเราไม่ได้... เขาไม่ได้..."
นี่เป็นครั้งแรกที่ป๋ายเซียงหรูตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ และเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเฉิงปินโกรธเกรี้ยวขนาดนี้ ปกติแล้วเฉิงปินมักจะมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเสมอ เป็นพ่อบ้านที่แสนดี แล้วทำไมตอนตีคนถึงได้ดูน่ากลัวขนาดนี้ แถมยังเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ด้วย?
ยิ่งป๋ายเซียงหรูพยายามอธิบาย เธอก็ยิ่งพูดจาติดขัด เธอเป็นคนพูดไม่เก่งอยู่แล้ว ตอนที่กำลังจะอ้าปากพูด เฉิงปินก็ขัดจังหวะขึ้นมาอย่างดุดัน ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะฟางหยวนต่างหาก
ดูเหมือนเฉิงปินจะตั้งใจตีลูกชายให้ตายจริงๆ หรืออย่างน้อยก็ให้พิการไปเลย
"เซียงหรู หลบไป!"
เฉิงปินตะคอกอีกครั้ง ทำเอาแขนของป๋ายเซียงหรูสั่นเทา
"คุณหลบไปก่อนเถอะ"
ฟางหยวนเอื้อมมือไปผลักป๋ายเซียงหรู "เวลาพ่อฉันโกรธ เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนหรอก ปล่อยให้เขาตีฉันเถอะ ฉันหนังหนา โดนตีแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก"
"แต่เขาจะตีคุณจนตายนะ"
ป๋ายเซียงหรูไม่เชื่อฟางหยวนเลยสักนิด ที่บอกว่า 'โดนตีแค่นี้ไม่เป็นไร' มันหมายความว่ายังไง? นี่มันไม่เหมือนแค่การตีสั่งสอนธรรมดาแล้ว ทั้งตัวเขาอาบไปด้วยเลือด ไม้นวดแป้งก็อันเบ้อเร่อ นี่มันตั้งใจจะเอาให้ตายชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
แววตาของเฉิงปินแข็งกร้าว เขากัดกระพุ้งแก้ม และฉวยจังหวะที่ฟางหยวนโน้มตัวไปข้างหน้า ฟาดไม้นวดแป้งลงมาเต็มแรง
รูม่านตาของป๋ายเซียงหรูหดเล็กลง ด้วยสัญชาตญาณ เธอขยับตัวเข้าไปบังฟางหยวนไว้ ส่วนฟางหยวนที่หน้าซีดเผือดด้วยความกลัว ก็ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังป๋ายเซียงหรูไว้อีกชั้น ทั้งคู่ต่างแย่งกันรับเคราะห์ ราวกับคู่รักที่ถูกกีดกันไม่ให้ครองคู่กัน โดยมีเฉิงปินเป็นเพชฌฆาตที่คอยพรากพวกเขาออกจากกัน
เป้าหมายการฟาดของเฉิงปินคือหลังศีรษะของฟางหยวน แต่ในเสี้ยววินาทีที่ไม้นวดแป้งกำลังจะกระทบเป้าหมาย มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาคว้ามันไว้กลางอากาศ ห่างจากกะโหลกศีรษะของฟางหยวนไม่ถึงครึ่งเซนติเมตร
"ลุงเฉิง ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ"
หลิวเหลียงดึงไม้นวดแป้งออกจากมือของเฉิงปิน "ถ้าลุงจะตีเขา ก็อย่าใช้อันนี้เลยค่ะ ถ้ามันเปื้อนเลือดขึ้นมา หนูไม่กล้ากินของที่ทำจากมันอีกแน่"
"มันจะน่าขยะแขยงขนาดไหนกันล่ะคะ?"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงรังเกียจ แต่ก็คอยส่งสายตาให้ป๋ายเซียงหรูอย่างมีความหมาย ป๋ายเซียงหรูเข้าใจทันที จึงรีบประคองฟางหยวนลุกขึ้นแล้วพาออกไป ขืนอยู่ต่อมีหวังได้นองเลือดแน่ๆ ไม่สิ มันนองเลือดไปแล้วต่างหาก ดูฟางหยวนสิ เลือดซึมทะลุเสื้อผ้าออกมาเลย เห็นได้ชัดว่าเขาบาดเจ็บสาหัส
ตอนที่เฉิงปินลงมือ เขาไม่เคยออมแรงเลยสักนิด
หลังจากทั้งสองคนออกไปแล้ว หลิวเหลียงก็เดาะไม้นวดแป้งในมือพร้อมกับยิ้มมุมปาก
"ลุงเฉิง ถึงยังไงเขาก็ลูกชายลุงนะ ทำไมถึงตีแรงขนาดนั้นคะ? นั่นมันตีเอาเป็นเอาตายเลยนะ"
"เธอไม่เข้าใจหรอก"
เฉิงปินดึงแขนเสื้อลงให้เรียบร้อย
"นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี' ไอ้นี่มันขี้ขลาดนัก—มีลูกแล้วแท้ๆ แต่ยังเอาชนะใจแม่ของลูกไม่ได้เลย สมัยที่ลุงจีบป้าของเธอน่ะ ลุงเด็ดขาดกว่านี้เยอะ"
ไม่เหมือนไอ้ลูกแหง่นี่ ถ้าฉันไม่ใช้ไม้แข็งหลานสาวฉันคงโดนคนอื่นคาบไปกินแน่
หลิวเหลียงอยากจะแซวเฉิงปินจริงๆ เด็กยังไม่ทันคลอดเลย ลุงรู้ได้ยังไงว่าเป็นหลานสาว? อาจจะเป็นหลานชายก็ได้ แต่ก็เข้าใจได้นะว่าทำไมเฉิงปินถึงอยากได้หลานสาว
บ้านนี้มีลูกชายตั้งสามคนแล้ว แต่เขาไม่เคยมีลูกสาวตัวน้อยน่ารักน่าทะนุถนอมเลย ถึงแม้หลิวเหลียงจะนับว่าเป็นลูกสาวได้ แต่เธอก็ไม่ได้อ่อนหวานน่ารักน่าทะนุถนอมเลยสักนิด เวลาที่เธอดุร้ายขึ้นมา เธอน่ากลัวยิ่งกว่าผู้ชายอกสามศอกเสียอีก ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ที่โรงเรียนของลูกชายเขา ที่ดูนุ่มนิ่ม น่าเอ็นดู ใส่ชุดกระโปรงตัวน้อยและมัดแกละสองข้าง น่ารักน่าชังจะตายไป
แต่ชาตินี้เขาคงไม่มีโอกาสมีลูกสาวแล้วล่ะ ไม่ต้องพูดถึงอายุของเขากับหลานผิงหรอก แค่นโยบายรัฐก็ไม่เอื้ออำนวยแล้ว
ต่อให้ในอนาคตจะมีลูกคนที่สองได้ ก็คงไม่ใช่กับโจวหลานผิงอยู่ดี
ดังนั้น การหวังจะได้หลานสาวจึงดูเป็นไปได้มากกว่า แต่ฟางหยวนมันไม่ได้เรื่อง ไม่เอาไหนเลย ตามจีบมาตั้งนานแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า หลานสาวเขาอยู่ในท้องผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่ไอ้ลูกไม่ได้เรื่องก็ยังไม่รู้ตัว จะรอให้เธออุ้มท้องหนีไปก่อนหรือไง?
ถ้าถึงตอนนั้นหลานสาวเขาหายไป เขาจะไปโวยวายกับใครได้ล่ะ?
"แต่ลุงก็ไม่ควรตีเขาแรงขนาดนั้นอยู่ดีนี่คะ"
หลิวเหลียงยังคงรู้สึกว่าเฉิงปินทำเกินไป ต่อให้ไม่ต้องดู เธอก็รู้ว่าบนตัวฟางหยวนคงไม่มีผิวหนังตรงไหนที่ไม่เขียวช้ำ พ่อประสาอะไรทำกันแบบนี้?