- หน้าแรก
- เมื่อนางเอกสายปลาเค็มขอโบกมือลางาน
- บทที่ 521 เอาเงินฟาดหัว
บทที่ 521 เอาเงินฟาดหัว
บทที่ 521 เอาเงินฟาดหัว
บทที่ 521 เอาเงินฟาดหัว
เขาเคยคิดว่าหลิวเล่อเล่อก็เป็นคนประหลาดมากพออยู่แล้ว ท้ายที่สุดเธอก็เป็นแค่ครูมัธยมต้นวัยยี่สิบสามปี แม้เขาจะรู้สึกว่าระดับความสามารถของเธอสอนมัธยมปลายได้สบายๆ ก็ตาม
แต่มองดูตอนนี้แล้ว เขายังอ่อนหัดเกินไปจริงๆ
อัจฉริยะตัวจริงอยู่นี่ต่างหากล่ะ
หญิงประดับมุกรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ หล่อนเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พ่อหวงถลึงตาใส่ จึงทำได้เพียงกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป
"ดูสิ เรื่องทั้งหมดนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น" พ่อหวงรีบปั้นหน้ายิ้มจอมปลอมทันที
หลิวเหลียงเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ที่โรงพยาบาล เขาก็เคยใช้รอยยิ้มแบบเดียวกันนี้ เป็นรอยยิ้มที่ดูเคารพนบนอบ ถ่อมตน และพลิกแพลงได้ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหล เป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ แต่หลิวเหลียงรู้ดีว่าคนแบบเขาสามารถยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรและใจดีได้ ทว่าเนื้อแท้กลับเป็นคนที่ไร้หัวใจที่สุด วินาทีหนึ่งเขาสามารถส่งยิ้มให้คุณด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้ง แต่อีกวินาทีต่อมา เขาก็สามารถพลิกหน้ากลับมาเย็นชาและโหดเหี้ยมได้ทันที
"หมอหลิว ผมเห็นว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เขาแค่ล้อเล่นเท่านั้น พอปรับความเข้าใจกันได้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ"
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ? ใครมีตาก็ดูออกว่ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด"
หลิวเหลียงรู้สึกว่านี่มันเป็นเรื่องตลกที่ขำที่สุดในศตวรรษนี้เลย
ถึงขั้นเกือบจะใช้มีดแทงกันอยู่รอมร่อ แต่เขากลับเรียกว่าเรื่องเข้าใจผิด ใครทำให้เขาหน้าหนาได้ขนาดนี้? แม่ของเขาเหรอ? หรือว่าลูกชายไม่เอาไหนของเขากันล่ะ?
"แล้วหมอหลิวต้องการอะไรล่ะครับ?" พ่อหวงยังคงยิ้ม แต่น้ำเสียงแฝงการข่มขู่ไว้อย่างชัดเจน
"เดาสิว่าฉันจะทำอะไร?"
หลิวเหลียงเป็นพลเมืองที่เคารพกฎหมาย เธอระมัดระวังคำพูดและการกระทำ ทำตามหน้าที่และข้อผูกพันอย่างครบถ้วน แต่เธอก็ต้องการใช้สิทธิอันชอบธรรมและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเช่นกัน
"ทำตามขั้นตอน จัดการไปตามกฎหมาย แค่นั้นแหละ"
เธอจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ถ้าเธอส่งคนแบบนี้เข้าคุกไม่ได้ เธอจะไม่ขอใช้แซ่หลิวอีกต่อไป
"พูดรุนแรงไปแล้วกระมัง"
พ่อหวงยังคงรักษาความยิ้มแย้ม "หมอหลิว ผมว่าเรามาคุยกันเป็นการส่วนตัวดีไหมครับ?"
"ใครจะไปยอมความเป็นการส่วนตัวกับคุณให้โง่ล่ะ"
หลิวเหลียงไม่ได้โง่
ผู้ชายแซ่หวงคนนี้เต็มไปด้วยแผนการชั่วร้าย เขาสามารถยอมความเป็นการส่วนตัวกับครอบครัวของนีผิงหยวนได้ เพราะนีผิงหยวนและครอบครัวจำเป็นต้องใช้เงิน แต่สำหรับเธอแล้ว จำเป็นต้องใช้มันไหม?
ไม่เลย
หลิวเหลียงปฏิเสธเขาโดยไม่ต้องคิดซ้ำสอง
เธอปฏิเสธการไกล่เกลี่ยนอกรอบและการติดสินบนทุกรูปแบบ เธอพอจะเดาได้ว่าตระกูลหวงไม่รวยก็มีอำนาจ หรือไม่ก็มีทั้งสองอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่เลี้ยงดูตัวป่วนที่จองหองพองขนออกมาแบบนี้หรอก
สำหรับคนพวกนี้ เรื่องอะไรก็ตามบนโลกที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยเงินก็ไม่ใช่ปัญหา เธอเองก็กำลังรอประเมินดูอยู่เหมือนกันว่าพวกเขาจะใช้เงินเท่าไหร่มาฟาดหัวเธอ
"แกก็แค่อยากได้เงินไม่ใช่หรือไง?"
หญิงประดับมุกแค่นเสียงหยัน หล่อนเกลียดชังหลิวเหลียงเข้ากระดูกดำ กล้าทุบตีลูกชายของหล่อนถึงขนาดนี้ ความแค้นระหว่างพวกเขามันลึกล้ำนัก
หล่อนเปิดกระเป๋าสะพาย หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ดึงปึกธนบัตรออกมากำหนึ่ง แล้วปาใส่หน้าหลิวเหลียง
"แค่นี้พอไหม?"
หลิวเหลียงยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแค่มองดูธนบัตรสีแดงที่ปลิวว่อนไปทั่วราวกับหิมะสีแดงที่โปรยปราย เมื่อเห็นหลิวเหลียงไม่สะทกสะท้าน หญิงคนนั้นก็หยิบเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์อีกปึกแล้วปาลงมาอย่างได้ใจ
"เท่านี้พอไหมล่ะ?" หล่อนแค่นหัวเราะเยาะเย้ย ยังไม่พอถมความโลภที่ไร้ก้นบึ้งของแกอีกเหรอ?
"ก็ได้!" หล่อนหยิบกระเป๋าขึ้นมาอีกครั้ง ล้วงเอาเงินออกมาอีกปึก แล้วปาใส่หน้าหลิวเหลียง
หลิวเหลียงเบือนหน้าหนี หลบเงินปึกนั้น
ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เหลยฮ่าวเองก็โกรธจัด สองมือกำหมัดแน่นจนอยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้าผู้หญิงคนนั้น
หลิวเหลียงย่อตัวลง
"หมอหลิว..." เหลยฮ่าวตะลึงงัน หลิวเหลียงไม่ได้อยากได้เงินพวกนี้จริงๆ ใช่ไหม? นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ
แต่หลิวเหลียงกลับเก็บเงินขึ้นมาจากพื้นทีละใบๆ
หญิงประดับมุกเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ แม้แต่พ่อหวงก็ยังแค่นหัวเราะเยาะ ส่วนหวงจวิ้นที่หน้าบวมปูดเป็นหัวหมูก็ชูนิ้วโป้งทิ่มลงพื้น
"ทำเป็นหยิ่งผยอง ที่แท้ก็อยากได้เงินของบ้านฉันล่ะสิ"
หญิงประดับมุกเบ้ปากแล้วหันไปพูดกับพ่อหวงว่า "คุณจะไปเปลืองน้ำลายพูดกับนางนี่ทำไม? ที่หล่อนต้องการก็มีแค่เงินนั่นแหละ"
ถึงตอนนั้น หลิวเหลียงก็เก็บเงินทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยและวางมันลงบนโต๊ะ
"ดูให้ดีนะ" เธอหันไปพูดกับเหลยฮ่าว "ฉันเก็บมาขาดไปสักใบไหม?"
เหลยฮ่าวส่ายหน้าอย่างงุนงง "ไม่ขาดเลยครับ"
"พวกแกก็เห็นด้วยใช่ไหม?" จากนั้นเธอก็หันไปถามพวกเด็กเกเรที่เพิ่งถูกสั่งสอนไปอย่างหนักหน่วง—ถ้าคนอายุยี่สิบห้ายังเรียกว่าเด็กได้อยู่ล่ะก็นะ
คนพวกนั้นถูกหลิวเหลียงซ้อมมาอย่างหนัก ในหัวของพวกเขามีแต่ความคิดที่ว่า ใครสู้เก่งที่สุดคนนั้นก็คือลูกพี่ พวกเขาจึงเอาแต่พยักหน้าหงึกหงัก ไม่กล้าปริปากพูดอะไร แน่นอนว่าพวกเขายังพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด หดหัวอยู่ตรงมุมห้อง ไม่กล้าส่งเสียงหรือขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
"ดีมาก" หลิวเหลียงพอใจในที่สุด
"แข่งกันว่าใครจะเอาเงินฟาดหัวได้มากกว่ากันใช่ไหม?"
หลิวเหลียงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาจากโต๊ะ ล้วงมือเข้าไปข้างใน และชั่วอึดใจต่อมา เธอก็ดึงธนบัตรปึกหนาออกมา เงินปึกนี้มีอย่างน้อยเก้าพันหรือหนึ่งหมื่นหยวน
รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของหญิงประดับมุกแข็งค้างไปในทันที ก่อนที่หล่อนจะทันได้ตอบสนอง หลิวเหลียงก็เอาปึกเงินฟาดเข้าที่ใบหน้ามันย่องของหล่อนอย่างจัง เสียงดังป้าบ!
"หน้าหนาจริงๆ ด้วย"
หลิวเหลียงออกแรงไปตั้งเยอะ แต่กลับทำได้แค่ปัดแป้งบนหน้าของหล่อนหลุดออกไปนิดหน่อย ผิวหน้าหล่อนหนามากจริงๆ
"ชอบเอาเงินฟาดหัวคนอื่นนักใช่ไหม?"
หลิวเหลียงล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าอีกปึก แล้วฟาดเข้าที่หน้าของหญิงประดับมุกซ้ำอีกครั้ง
"แค่นี้พอไหม?" เธอตอกกลับด้วยประโยคเดียวกับที่หญิงประดับมุกเพิ่งใช้เป๊ะ "พอไหมล่ะ?"
ถ้ายังไม่พอ เธอก็ยังมีอีก
มือของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าอย่างต่อเนื่อง ปาเงินออกมาปึกแล้วปึกเล่า เธอฟาดเงินใส่หน้าพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทุกคนได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนลืมที่จะตอบสนอง
เธอฟาดเงินใส่หน้าทีละปึกๆ จนตอนนี้พื้นห้องเต็มไปด้วยธนบัตร ถ้าเธอยังขืนปาต่อไป พวกเขาคงถูกกองเงินฝังกลบจนมิดแน่ๆ
ในวินาทีนี้ เงินพวกนั้นดูไม่เหมือนเงินอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนเศษกระดาษมากกว่า
เหลยฮ่าวอ้าปากค้าง เขารีบต่อสายหาเล่อเล่อทันที เขารู้สึกว่าสถานการณ์นี้มันชักจะบานปลายเกินควบคุมแล้ว
"ว่าไงนะ?" หลิวเล่อเล่อผุดลุกขึ้นพรวดพราด "กล้าเอาเงินมาฟาดหัวหลิวเหลียงของพวกเรางั้นเหรอ? ไอ้อีพวกตาต่ำ พวกมันไม่ได้สังเกตเห็นสร้อยข้อมือกับต่างหูที่หลิวเหลียงใส่อยู่เลยหรือไง?"
หลิวเหลียงแทบไม่เคยสวมเครื่องประดับ แต่เธอมักจะสวมของสองชิ้นนี้ติดตัวไว้เสมอ มันเป็นของที่เจิงซวี่ไป๋มอบให้ และเป็นเครื่องประดับชิ้นโปรดของเธอ แน่นอนว่าในใจของหลิวเหลียง สิ่งเหล่านี้คือตัวแทนของความรัก สำหรับเธอแล้ว พวกมันมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ต่อให้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป เธอจะไม่มีวันยอมสูญเสียของสองชิ้นนี้ไปเด็ดขาด