เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 325 คอของเธอนี่แพงชะมัด

บทที่ 325 คอของเธอนี่แพงชะมัด

บทที่ 325 คอของเธอนี่แพงชะมัด


บทที่ 325 คอของเธอนี่แพงชะมัด

หลิวเหลียงยกเท้าขึ้นกระทืบลงไป เสียงแตกหักดังบาดแก้วหู เมื่อเธอยกเท้าขึ้น โทรศัพท์มือถือบนพื้นก็แหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปเสียแล้ว

และโทรศัพท์มูลค่ากว่าห้าพันหยวนก็ถูกบดขยี้ด้วยเท้าของเธอเพียงครั้งเดียว

"ไม่ชอบแล้วเหรอ?"

เจิงซวี่ป๋ายลูบหัวเธอเบาๆ สางผมให้ด้วยความเอ็นดู ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น

"หนูไม่ชอบค่ะ"

หลิวเหลียงไม่ชอบใจเลยที่โทรศัพท์เครื่องนั้นจะกลายมาเป็นหลักฐานปรักปรำคดีโจรกรรม

"เดี๋ยวกลับไปลุงจะซื้อให้ใหม่นะ มีสีชมพูออกใหม่ด้วย สวยทีเดียว"

"ซื้อสองเครื่องเลยค่ะ"

หลิวเหลียงจ้องเขม็งไปที่จี้เสี่ยวเหมย ผู้ซึ่งเบิกตากว้างมองเธอราวกับเห็นภูตผีปีศาจ

"ตกลง" เจิงซวี่ป๋ายรับคำ "งั้นซื้อสองเครื่อง"

"เครื่องหนึ่งเอาไว้เล่น อีกเครื่องเอาไว้ทุบทิ้งเล่นค่ะ"

หลิวเหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ทำเอาทุกคนในที่นั้น รวมถึงอธิการบดีถึงกับผงะในความโอหังของเธอ

ไม่ใช่ว่าพวกนั้นอยากจะอวดรวยกับเธอหรอกหรือ? ได้สิ งั้นมาประชันกันสักตั้ง

"ขอโทษนะครับคุณตำรวจ"

เจิงซวี่ป๋ายก้าวออกมาเบื้องหน้า บังหลิวเหลียงไว้มิดชิด "โทรศัพท์เครื่องนั้นผมเป็นคนซื้อเองครับ" เขาชี้ไปที่ซากโทรศัพท์บนโต๊ะ "ใบเสร็จทั้งหมดอยู่ที่ผม ถ้าคุณอยากดู ผมจะให้คนเอามาให้"

"ใครจะรู้ล่ะว่าคุณเอาเงินของฉันไปซื้อหรือเปล่า?"

จี้เสี่ยวเหมยพึมพำ ยังคงยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าเงินค่าโทรศัพท์ถูกหลิวเล่อเล่อขโมยไป และโทรศัพท์เครื่องนั้นก็ถูกซื้อด้วยเงินของเธอ

เจิงซวี่ป๋ายไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเด็กสาว แต่ใบหน้าของอธิการบดีกลับมืดครึ้มลง คนอื่นอาจจะไม่รู้จักเจิงซวี่ป๋าย แต่เขารู้จักดี เจิงซวี่ป๋ายคือคนของตระกูลเจิง และอิทธิพลของตระกูลเจิงในแถบหวยหยวนนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้

แค่เงินห้าพันหยวน พวกเขาเคยแยแสเศษเงินแค่นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกรำคาญจี้เสี่ยวเหมยขึ้นมาบ้างแล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมถึงไม่บอกเขาก่อน? ทางโรงเรียนจัดการให้ได้ทุกเรื่องแท้ๆ แต่เธอกลับโร่ไปแจ้งตำรวจ เขาอยากจะรู้นักว่าเดี๋ยวใครจะเป็นฝ่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

หลิวเหลียงหมุนแหวนบนนิ้วก้อยเล่นอย่างเนิบนาบ

"พี่เจิงคะ แต่ละเดือนพี่ให้ค่าขนมหนูเท่าไหร่เหรอ?"

"หนึ่งแสน"

เจิงซวี่ป๋ายตอบ "พอใช้ไหม? ถ้าไม่พอ เดือนหน้าลุงจะเพิ่มให้อีก"

"พี่คะ แล้วพี่ล่ะ?"

หลิวเหลียงหันไปถามฟางหยวน พอได้ยินคำว่า "พี่" หัวใจของเขาก็พองโต รู้สึกตัวลอยขึ้นมาทันที

"หนึ่งแสน"

ฟางหยวนเชิดคางขึ้น "นอกจากนี้..." เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง "คุณตาคุณยายให้ห้าหมื่น พ่อฉันก็ให้อีกห้าหมื่น รวมแล้วเดือนหนึ่งเธอก็ได้ตั้งสามแสน"

และเมื่อเห็นจี้เสี่ยวเหมยเบ้ปาก เขาก็รู้ทันทีว่าหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่ "มีบันทึกการโอนเงินจากธนาคารยืนยันนะ"

ปากของจี้เสี่ยวเหมยค้างเติ่ง อ้าปากค้างพูดไม่ออก

"เงินของจี้เสี่ยวเหมยหายไปไหนก็เป็นเรื่องของหล่อน" หลิวเหลียงกล่าว พลางปรายตามองจี้เสี่ยวเหมยอย่างเย็นชา "ที่เที่ยวใส่ร้ายว่าคนอื่นขโมยเงินไปเนี่ย เพื่อจะหาข้ออ้างชดเชยเงินที่เสียไป หรือแค่เพราะไม่ชอบหน้าเขากันแน่?"

"นี่มันหมายความว่าแค่ของหาย ก็เที่ยวไปปรักปรำใครก็ได้ว่าขโมยไปงั้นสิ?"

"ใช่เลย!" มือของจินโหรวยังคงเจ็บปวด มีรอยขีดข่วนหลายแห่ง "กล่องของเธอลงกลอนอย่างแน่นหนา พวกเรายังไม่ได้เฉียดเข้าไปใกล้ด้วยซ้ำ ทำไมถึงมาหาว่าพวกเราขโมย? วันๆ เธอพาคนนอกเข้ามาตั้งมากมาย ทำหยั่งกะหอพักเป็นบ้านตัวเอง ทำไมไม่ไปสงสัยคนพวกนั้นล่ะว่าขโมยไป? เที่ยวแว้งกัดคนอื่นไปทั่วเหมือนหมาบ้า"

"นี่เธอว่าใครเป็นหมาบ้า?"

พอจี้เสี่ยวเหมยได้ยินดังนั้น ก็เริ่มแผดเสียงทะเลาะกับจินโหรวทันที ในขณะที่ฉินเมิ่งผู้ชาญฉลาดกลับแกล้งตายมาตั้งแต่ต้น

"ใครเห่าเสียงดังสุดก็คนนั้นแหละ!"

เถียนเจินด่าสวนกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

"ใช่เลย!" แม้แต่อู่หมิงซิวที่ปกติเป็นคนอ่อนโยนที่สุดก็ยังขึ้นเสียงด้วยความโกรธ "เงินของเล่อเล่อไม่ได้มีชื่อเธอติดอยู่สักหน่อย เงินบนโลกนี้เป็นของเธอคนเดียวหรือไง? ถ้าเธอเก่งนัก ทำไมไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยล่ะ?"

"หลิวเล่อเล่อ!"

คิ้วของหลิวเหลียงขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

ทุกคนช่วยกันออกรับแทนหมด แล้วเธอล่ะ คนที่โดนใส่ร้าย ทำไมถึงเอาแต่เงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย?

"หลิวเหลียง..."

หลิวเล่อเล่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาชวนให้น่าสงสาร

เธอแบมือออก เผยให้เห็นเศษหินสีเขียวที่แตกละเอียดจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้อยู่ในฝ่ามือ

"พระหยกของฉันแตกหมดแล้ว"

หลิวเหลียงรู้สึกได้ว่าเปลือกตาของเธอกระตุก

ฟางหยวนเบิกตากว้าง นั่นมัน... สีหน้าของเจิงซวี่ป๋ายก็เปลี่ยนไปในทันที

"มันแตกได้ยังไง?"

หลิวเหลียงสัมผัสได้ถึงความสั่นเครือในน้ำเสียงของตัวเอง เธอไม่ได้กำชับให้เก็บรักษาพระหยกไว้ให้ดีหรอกหรือ? นั่นไม่ใช่หยกธรรมดานะ แต่มันคือหยกเขียวจักรพรรดิ! อีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า มูลค่าของมันอาจพุ่งสูงถึงหลักร้อยล้านเชียวนะ

แต่ตอนนี้มันแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี เธอเกรงว่าคงไม่เหลือชิ้นส่วนไหนพอจะเอาไปเจียระไนเป็นหัวแหวนได้อีกแล้ว

หลิวเล่อเล่อยื่นมือชี้ไปที่จี้เสี่ยวเหมย "ยัยนั่นเป็นคนทำแตก"

พูดจบ หลิวเล่อเล่อก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง

พระหยกของเธอ! โบราณว่าไว้ คนเลี้ยงหยกช่วงหนึ่ง หยกเลี้ยงคนชั่วชีวิต หยกจะคุ้มครองผู้เป็นนาย เธอสวมใส่มันมาตั้งหลายปี! มันคือของรักของหวง คือสิ่งล้ำค่าที่สุดของเธอ

"นี่ใช่ชิ้นนั้นหรือเปล่า?"

ฟางหยวนชี้ไปที่เศษหยกในมือของหลิวเล่อเล่อด้วยมือที่สั่นเทา เขาจำได้ว่าหยกชิ้นที่หลิวเหลียงตัดออกมาในตอนแรก เถ้าแก่โหวเอาไปทำเป็นกำไล ซึ่งตอนนี้ตกทอดไปอยู่กับโจวหลานผิง ส่วนแหวนหยกสองวงก็อยู่บนนิ้วของเขากับฟางหยวน ต่างหูหนึ่งคู่อยู่กับคุณยายของเขา นอกจากนี้ยังมีหัวแหวนที่เหลืออยู่อีกสองสามเม็ด ซึ่งยกให้ฉินหงกับคุณป้าหลิวไปแล้ว

และยังมีพระพุทธรูปอีกหนึ่งองค์

ที่แท้มันก็อยู่กับหลิวเล่อเล่อนี่เอง

ฟางหยวนก้าวเข้าไปใกล้ ก้มมองดูเศษหยกในมือหลิวเล่อเล่อ มันแตกละเอียดจนหมดสิ้น แม้แต่ชิ้นที่ใหญ่หน่อยก็ยังป่นเป็นผง

เขาส่ายหน้า ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงตับไตไส้พุงในทันที

แม้แต่หัวแหวนสักเม็ดยังเจียระไนไม่ได้เลย

มันพังพินาศหมดสิ้นแล้ว

"ฉันจะให้ยัยนั่นชดใช้"

หลิวเล่อเล่อกำเศษหยกไว้แน่นด้วยความร้าวรานใจ แต่ความเจ็บปวดของเธอเทียบไม่ได้เลยกับของฟางหยวน เพราะเธอยังไม่รู้ซึ้งถึงมูลค่าที่แท้จริงของพระหยกองค์นี้

"ชดใช้ก็ชดใช้สิ หยกพังๆ ชิ้นเดียว จะสักกี่บาทเชียว?"

จี้เสี่ยวเหมยยังคงลอยหน้าลอยตา หลักสิบ หรือหลักร้อยล่ะ? เธอมี่ปัญญาจ่ายอยู่แล้ว

"เธอจะชดใช้เหรอ? เธอเอาอะไรมาชดใช้ล่ะ!"

ฟางหยวนหันขวับกลับมาเกรี้ยวกราดดั่งราชสีห์ แผดเสียงลั่น "เธอรู้ไหมว่านั่นมันคืออะไร? เธอมีปัญญาชดใช้หรือไง?"

เขาชี้ไปที่เศษหยกในมือของหลิวเล่อเล่อ

"นั่นมันหยกเขียวจักรพรรดิ เนื้อแก้วเชียวนะ ราคาตามท้องตลาดสูงถึงหลักสิบล้าน ประเมินค่าไม่ได้เลยล่ะ หลายคนทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำมาทั้งชีวิตยังไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยซ้ำ แต่เธอกลับทำมันแตกเนี่ยนะ!"

อู่หมิงซิวถึงกับเอามือป้องปาก

"เล่อเล่อ นี่เธอใส่หยกเขียวจักรพรรดิเชียวเหรอ?"

"หมิงซิว หยกเขียวจักรพรรดิคืออะไรเหรอ?"

เถียนเจินกับคนอื่นๆ ไม่ประสีประสาเรื่องพวกนี้และไม่เคยผ่านตามาก่อน แต่อู่หมิงซิวดูเหมือนจะรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี

"หยกชั้นเลิศ..." อู่หมิงซิวรำพึงรำพัน การที่มันถูกขนานนามตามกษัตริย์ ก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่ามันล้ำค่าเพียงใด

"เล่อเล่อ..."

จบบทที่ บทที่ 325 คอของเธอนี่แพงชะมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว