เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 : ความผิดปกติระดับ S

ตอนที่ 25 : ความผิดปกติระดับ S

ตอนที่ 25 : ความผิดปกติระดับ S


ร่างต้นของหลินจิ้นไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เลย

เขาเพียงแค่ยืนอยู่ตรงใจกลางจัตุรัสประชาชน เฝ้ามองดูรอยแยกขนาดยักษ์ที่เริ่มจะคงที่แล้ว

ทางเข้าสู่แดนวิญญาณระดับ S

ที่อีกฟากฝั่งของรอยแยก เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังอย่างสุดแสนจะพรรณนา

นั่นคือผู้บงการที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้

ความผิดปกติระดับ S

หลินจิ้นก้าวเท้าออกไปข้างหน้าและเริ่มเดินตรงไปยังรอยแยกนั้น

ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของเขา

"หลินจิ้น!"

เขาหยุดฝีเท้าและหันกลับไปมอง

ซูเชียนเสวี่ยมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ทั่วทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยบาดแผล ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด แต่ดวงตาของเธอกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย

"คุณจะเข้าไปข้างในเหรอคะ?"

หลินจิ้นพยักหน้า

"แต่นั่นมันแดนวิญญาณระดับ S เชียวนะคะ!" น้ำเสียงของซูเชียนเสวี่ยสั่นเครือ "ขืนเข้าไปคนเดียว คุณได้ตายแน่ๆ!"

หลินจิ้นมองเธอ นิ่งเงียบไปหนึ่งวินาที

จากนั้น มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย

มันเป็นสีหน้าที่ซูเชียนเสวี่ยไม่เคยเห็นบนใบหน้าของเขามาก่อนเลย

มันไม่ใช่การเย้ยหยัน และไม่ใช่ความเย็นชา

แต่มันคือความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น

"ไม่ต้องห่วง"

"ฉันไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีความมั่นใจหรอกนะ"

"ก็แค่ความผิดปกติระดับ S เท่านั้นเอง"

พูดจบ เขาก็หันหลังและก้าวเข้าไปในรอยแยก ร่างของเขาเลือนหายเข้าไปในความมืดมิด

โลกแห่งแดนวิญญาณ

วินาทีที่หลินจิ้นก้าวเข้าไปข้างใน เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ท้องฟ้ามืดมนตลอกกาล ไร้ซึ่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มีเพียงชั้นเมฆสีเทาที่ม้วนตัวไปมา ใบหน้าที่บิดเบี้ยวโผล่ออกมาจากกลุ่มเมฆอย่างเลือนราง ปล่อยเสียงคร่ำครวญที่ไร้เสียงออกมา

พื้นดินเป็นสีแดงเข้มชวนขนลุก อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นและความสิ้นหวัง ทุกๆ การหายใจเข้า ราวกับกำลังสูดดมความอาฆาตแค้นของดวงวิญญาณที่ตายไปแล้วนับไม่ถ้วน

ในที่ห่างไกล เสียงคำรามของพวกความผิดปกตินับไม่ถ้วนดังขึ้นและเบาลงสลับกัน ราวกับว่าพวกมันกำลังบูชาราชาของพวกมันอยู่

เมื่อยืนอยู่ที่ทางเข้า หลินจิ้นก็ปลดปล่อย คางุระ ชินกัน ออกมาเต็มกำลัง

การรับรู้ของเขาแผ่ขยายออกไปราวกับระลอกคลื่นที่มองไม่เห็น ครอบคลุมทั่วทั้งแดนวิญญาณในชั่วพริบตา

ที่นี่ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกความผิดปกตินับไม่ถ้วน

มีทั้งตัวที่อ่อนแอ ระดับ E และระดับ D กระจัดกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งราวกับฝูงมด อัดแน่นจนไม่อาจนับจำนวนได้

มีตัวที่แข็งแกร่งกว่า ระดับ B และระดับ A กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของแดนวิญญาณ พวกมันน่าจะเป็นเจ้านายระดับรองลงมาของดินแดนแห่งนี้ กลิ่นอายของพวกมันแต่ละตัวมากพอที่จะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ใช้พลังธรรมดาจากโลกภายนอก

และในส่วนที่ลึกที่สุดของแดนวิญญาณ มีแหล่งพลังงานที่ทรงพลังมากพอที่จะทำให้ผู้ใช้พลังขั้นอาณาเขตถึงกับหายใจไม่ออก

นั่นคือระดับ S

ความผิดปกติระดับทำลายล้างเมือง

เทียบเท่ากับความแข็งแกร่งระดับคาเงะ

กลิ่นอายนั้นเปรียบเสมือนห้วงเหวลึกภายในแดนวิญญาณ ดูราวกับว่ามันกลืนกินแสงสว่างและความหวังทั้งหมดไป เพียงแค่สัมผัสถึงการมีอยู่ของมันก็เพียงพอที่จะเพาะพันธุ์ความสิ้นหวังที่ไม่อาจต้านทานได้ในตัวคนธรรมดาแล้ว

อย่างไรก็ตาม

สำหรับหลินจิ้นแล้ว สถานที่แห่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสรวงสวรรค์

สถานที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งโลกอยู่ทุกหนทุกแห่ง

หลินจิ้นลืมตาขึ้น ประกายสีเลือดกวาดผ่านดวงตาของเขา

เขาก้าวเท้าและเดินตรงไปยังทิศทางนั้น

ตลอดทาง ความผิดปกตินับไม่ถ้วนพุ่งถาโถมเข้าหาเขา

เมื่อสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของผู้บุกรุก พวกมันก็กระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง หิวกระหายที่จะกลืนกินเนื้อสดๆ ก้อนนี้

หลินจิ้นไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้าลง

เขาเพียงแค่เดินทอดน่องต่อไป

เขาโบกมือขวาอย่างไม่ใส่ใจ คมมีดวายุก็ฟันฉับออกไป ตัดร่างความผิดปกติที่กระโจนเข้ามาขาดครึ่งท่อนไปหลายตัว เลือดสีดำสาดกระเซ็นลงบนพื้น กัดกร่อนหน้าดินจนกลายเป็นหลุมเล็กหลุมน้อย

เขายกมือซ้ายขึ้น ลูกบอลเพลิงก็พุ่งออกไป แผดเผาความผิดปกติอีกกลุ่มจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เถ้าถ่านล่องลอยขึ้นสู่อากาศและถูกสายลมพัดปลิวหายไป

เนตรวงแหวนสีเลือดของเขา ทำให้พวกความผิดปกติที่เผลอสบตากับเขาแข็งทื่อไปในทันที จากนั้นพวกมันก็หันมาฉีกทึ้งและกลืนกินกันเองจนกระทั่งตัวสุดท้ายล้มลง

เขาเป็นดั่งเครื่องจักรสังหารที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ บดขยี้ความผิดปกติทุกตัวที่ขวางหน้า

【ระบบ : สังหารความผิดปกติระดับ C × 30 ตัว สำเร็จ ได้รับพลังแห่งโลก 300 แต้ม ปัจจุบัน : 2,780 แต้ม】

【ระบบ : สังหารความผิดปกติระดับ B × 10 ตัว สำเร็จ ได้รับพลังแห่งโลก 500 แต้ม ปัจจุบัน : 3,280 แต้ม】

【ระบบ : สังหารความผิดปกติระดับ A × 5 ตัว สำเร็จ ได้รับพลังแห่งโลก 500 แต้ม ปัจจุบัน : 3,380 แต้ม】

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังก้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เขาไม่ได้ปรายตามองมันเลยสักนิด

สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ส่วนลึกของแดนวิญญาณ

ในที่สุด เขาก็หยุดลง

เบื้องหน้าของเขาคือที่ราบอันกว้างใหญ่

ณ ใจกลางของที่ราบนั้น มีตัวตนขนาดมหึมาสถิตอยู่

มันคือสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่สูงกว่าร้อยเมตร

ร่างกายของมันดูราวกับถูกปะติดปะต่อขึ้นมาจากซากศพนับไม่ถ้วนแขนของมนุษย์ ลำตัวของสัตว์ร้าย และหัวที่พิลึกพิลั่น อัดแน่นและซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ราวกับภูเขาโครงกระดูก

ใบหน้านับไม่ถ้วนกระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมัน แต่ละใบหน้าล้วนบิดเบี้ยวและร้องคร่ำครวญ เสียงเหล่านั้นหลอมรวมกันจนกลายเป็นคลื่นกระแทกทางจิตใจที่มองไม่เห็น มากพอที่จะทำลายล้างสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่เข้าใกล้ได้ในพริบตา

มันหมอบอยู่ตรงใจกลางที่ราบ และพื้นดินโดยรอบก็เน่าเปื่อยไปอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นหนองน้ำสีดำทะมึน

ฟองอากาศผุดขึ้นมาจากหนองน้ำอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฟองอากาศแตกออก ความผิดปกติขนาดเล็กก็จะถือกำเนิดขึ้น คลานออกมาจากหนองน้ำและกระจายตัวไปทุกทิศทุกทาง

ความผิดปกติระดับ S

ราชาหมื่นศพ

หลินจิ้นยืนอยู่ริมขอบที่ราบ จ้องมองดูตัวตนขนาดมหึมานั้น

ราชาหมื่นศพก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเขาเช่นกัน

ใบหน้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างของมันหันขวับมาทางเขาพร้อมกัน ดวงตานับไม่ถ้วนจ้องเขม็งมาที่มนุษย์ตัวจ้อยผู้นี้

จากนั้น มันก็หัวเราะออกมา

มันเป็นเสียงหัวเราะที่เกิดจากปากนับไม่ถ้วนในเวลาเดียวกันแหลมสูง บาดหู และเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เสียงหัวเราะแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นเสียงทางกายภาพ ทำให้พื้นดินโดยรอบแตกร้าว

"มนุษย์เอ๋ย..."

มันเอ่ยปาก เสียงของมันฟังดูเหมือนคนนับไม่ถ้วนกำลังพูดพร้อมๆ กัน ปะปนกันมั่วไปหมด สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแดนวิญญาณ

"ผ่านไปกี่ปีแล้วนะ... ที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนกล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้า!"

"มนุษย์คนล่าสุดที่กล้าล่วงล้ำเข้ามา คือผู้ใช้พลังขั้นอาณาเขตเมื่อร้อยปีก่อน ศพของมันยังคงอยู่ในร่างกายของข้า กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าไปแล้ว"

ใบหน้าหนึ่งบนตัวของมันจู่ๆ ก็บิดเบี้ยว กลายเป็นใบหน้าของชายวัยกลางคน ใบหน้านั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดและความสิ้นหวัง ปากของเขาอ้ากว้างเพื่อปลดปล่อยเสียงกรีดร้องที่ไร้เสียงออกมา

"ดูสิ เขายังมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ ทุกข์ทรมานชั่วนิรันดร์ และเจ้า ก็จะต้องกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เช่นกัน"

"ดังนั้น... เจ้ามารนหาที่ตายงั้นรึ?"

หลินจิ้นไม่ตอบ

เขาเพียงแค่มองดูมันอย่างเงียบๆ

ท้ายที่สุดแล้ว คุณเคยเห็นใครโกรธมดบ้างไหมล่ะ?

ราชาหมื่นศพรออยู่ไม่กี่วินาที เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง สีหน้าบนใบหน้านับไม่ถ้วนเหล่านั้นก็เปลี่ยนจากความเย้ยหยันกลายเป็นความเดือดดาล

"มนุษย์ชั้นต่ำ! แกกล้าอวดดีต่อหน้าราชาผู้นี้เชียวรึ!"

มันยกแขนขนาดยักษ์ที่ปะติดปะต่อขึ้นมาจากศพกว่าร้อยศพขึ้น กางนิ้วทั้งห้าออก บดบังท้องฟ้ามิดชิด

มันฟาดฝ่ามือลงมา!

ตู้ม!!!

ฝ่ามือขนาดยักษ์ฟาดกระแทกลงบนที่ราบ ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและแตกออกเป็นหุบเหวไร้ก้นกบจำนวนนับไม่ถ้วน หมอกสีดำพวยพุ่งออกมาจากหุบเหวเหล่านั้น กัดกร่อนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

เมื่อควันและฝุ่นละอองจางหายไป

หลินจิ้นก็ไปยืนอยู่ในจุดอื่นเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แม้แต่น้อย

และจุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่นี้ ก็ถูกทุบจนแบนราบกลายเป็นหลุมยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าร้อยเมตร

แต่เขาไม่ได้อยู่ในหลุมนั้น

เขายืนอยู่ริมขอบหลุมพร้อมกับล้วงกระเป๋า สีหน้าของเขาเรียบเฉย

"พลังใช้ได้เลยนะ แต่... ช้าไปหน่อย"

"นี่แกพยายามจะพัดลมให้ฉันรึไง?"

ราชาหมื่นศพถึงกับชะงักไปชั่วขณะ

จากนั้น มันก็ระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างถึงขีดสุด

"แกรนหาที่ตายเองนะ!"

จบบทที่ ตอนที่ 25 : ความผิดปกติระดับ S

คัดลอกลิงก์แล้ว