เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 500 - จู่โจมฉับไว ดาบเดียวผ่าครึ่ง

บทที่ 500 - จู่โจมฉับไว ดาบเดียวผ่าครึ่ง

บทที่ 500 - จู่โจมฉับไว ดาบเดียวผ่าครึ่ง


บทที่ 500 - จู่โจมฉับไว ดาบเดียวผ่าครึ่ง

◉◉◉◉◉

นอกเมือง

จวงเสวียนจีดูมีสภาพทุลักทุเลเล็กน้อย นางถูกกุยไห่อีเตาหิ้วออกมานอกเมืองในสภาพเช่นนี้

นางมองดูกุยไห่อีเตาที่สวมหมวกสานอยู่ไม่ไกล แววตาแฝงความไม่พอใจเอาไว้เล็กน้อย

"เมื่อครู่ตอนที่ออกจากเมือง เหตุใดบนถนนในเมืองถึงดูวุ่นวายนัก!"

จวงเสวียนจีพยายามสงบสติอารมณ์แล้วเอ่ยถามขึ้น

"ไห่อู๋หยาถูกคนฆ่าตายแล้ว ถูกแทงทะลุคอหอยด้วยกระบี่เดียว! อีกสักพักในเมืองคงจะวุ่นวายยิ่งกว่านี้อีก!"

กุยไห่อีเตากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ส่วนเรื่องที่ว่าใครเป็นคนฆ่าไห่อู๋หยานั้น กุยไห่อีเตาย่อมรู้ดี

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในสายงานเดียวกับพรรคมังกรฟ้า ทว่าพวกเขาก็รู้ข้อมูลของคนในพรรคมังกรฟ้าเป็นอย่างดี

ยิ่งไปกว่านั้น

เซวียอีเหรินมาที่คฤหาสน์ของจวงเสวียนจีก่อน พวกเขาสองคนได้พบหน้ากันแล้ว

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเขาถึงสามารถบอกชื่อตัวเองออกมาได้นั้น หลักๆ แล้วเป็นเพราะพวกเขาคือสายลับที่ขึ้นตรงต่อตำหนักบูรพาแห่งหอเทียนหยา

คนนอกย่อมไม่มีทางรู้ชื่อเสียงเรียงนามของสายลับอย่างพวกเขา ต่อให้ตอนที่ตำหนักบูรพาบุกขึ้นไปบนสำนักเทียนซาน พวกเขาก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้คนนอกได้รับรู้

ยิ่งไปกว่านั้น

เมื่อครู่เขาใช้ดาบเดียวฟันร่างของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนจนแหลกละเอียด คนอื่นย่อมไม่สามารถตรวจสอบร่องรอยการลงดาบของเขาได้อย่างแน่นอน

"อะไรนะ เจ้าบอกว่าไห่อู๋หยาถูกคนฆ่าตายแล้วอย่างนั้นหรือ"

จวงเสวียนจีเมื่อได้ยินข่าวนี้ แววตาของนางก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ไห่อู๋หยาเพิ่งจะมาหาเพื่อหารือเรื่องการกู้เงิน ทั้งยังส่งคนมาลอบทำร้ายนางอีกด้วย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ไห่อู๋หยาตายลง ส่วนตัวนางก็หลบหนีออกจากเมืองมาแล้ว

คนของพรรคฉลามสมุทรจะต้องคิดว่าการตายของไห่อู๋หยาเกี่ยวข้องกับนางอย่างแน่นอน

"เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก การตายของไห่อู๋หยาไม่น่าจะสาวมาถึงตัวเจ้าได้ พวกเขารู้ดีว่าใครเป็นคนลงมือ"

"ทว่าสตรีที่ถูกข้าฆ่าตายนั่น เบื้องหลังคงไม่ธรรมดา ข้าเชื่อว่าคนของพรรคฉลามสมุทรจะต้องออกตามหาตัวเจ้าแน่"

"เมืองไห่ซาไม่ปลอดภัยแล้ว เจ้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป!"

กุยไห่อีเตามองจวงเสวียนจีแล้วกล่าว

"เจ้าจะคอยติดตามข้าตลอดไปเลยหรือ"

จวงเสวียนจีมองกุยไห่อีเตาแล้วเอ่ยถาม

"ข้าติดตามเจ้า ก็เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเจ้าเป็นการชั่วคราว เพื่อรับรองว่าการทำธุรกรรมระหว่างนายท่านกับเจ้าจะสำเร็จลุล่วง ไม่ใช่ว่าทำภารกิจสำเร็จแล้ว เจ้าเกิดเป็นอะไรไป จนทำให้การทำธุรกรรมต้องล้มเหลว"

"จากการคำนวณเวลา ข้าคิดว่าฮั่วซิงเฉินผู้นั้น น่าจะตายภายในไม่กี่วันนี้แหละ"

กุยไห่อีเตาเอ่ย

เมื่อได้ยินคำพูดของกุยไห่อีเตา ใบหน้าของจวงเสวียนจีก็ปรากฏความยินดีขึ้นมา

"ร้านแลกเงินในเมืองไห่ซา เป็นร้านแลกเงินขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่หลิงเจียง ข้ายังตรวจสอบบัญชีของร้านแลกเงินไม่เสร็จเรียบร้อยเลย ต้องรอให้เสร็จก่อนถึงจะทำการส่งมอบได้!"

"ข้านัดกับหลงจู๊จูเอาไว้ว่าอีกสามวัน จะทำการส่งมอบโฉนดที่ดินของร้านแลกเงินที่นี่"

จวงเสวียนจีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"อย่างนั้นหรือ"

กุยไห่อีเตาได้ยินดังนั้นคิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"เจ้ารออยู่ที่นี่สักครู่!"

กุยไห่อีเตากล่าวจบ ร่างก็หายวับไปจากสายตาของจวงเสวียนจีอย่างรวดเร็ว

"เขาจะไปทำอะไรกัน"

เมื่อมองดูกุยไห่อีเตาที่จากไป จวงเสวียนจีก็ชะงักไปเล็กน้อย

เวลาผ่านไปไม่นานนัก

กุยไห่อีเตาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ในมือมีเสื้อคลุมยาวสีดำและหมวกสาน

"เจ้าสวมชุดนี้ทับเอาไว้ พวกเราจะกลับเข้าไปในเมืองกัน"

กุยไห่อีเตายื่นเสื้อผ้าในมือให้กับจวงเสวียนจี

ทว่าจู่ๆ แววตาของกุยไห่อีเตาก็เคร่งเครียดขึ้นมา

สายตาทอดมองไปยังทิศทางหนึ่ง

ทางด้านนั้นมีเสียงฝีเท้าดังสวบสาบแว่วมา

จากนั้นก็มีเงาร่างสองสายปรากฏขึ้นตรงหน้ากุยไห่อีเตาและจวงเสวียนจี

หนึ่งในนั้นสวมหน้ากากครึ่งซีก รูปร่างกำยำสูงใหญ่ราวกับหอคอยเหล็ก ในมือถือกระบองทองสัมฤทธิ์ แววตาดุดันจ้องมองมาที่กุยไห่อีเตา

ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นหน้าซีดเผือดราวกับศพ แววตาเย็นชาอำมหิต มุมปากแสยะยิ้มเย็นเยียบ มองดูเป้าหมายทั้งสอง

"ฆ่าเหยาจีแล้ว ยังคิดจะหนีรอดไปได้อีก ช่างเพ้อฝันเสียจริง"

"จวงเสวียนจี หญิงงามอันดับสามในทำเนียบเทพธิดา ข้าสนใจในตัวเจ้ามาก คืนนี้ข้าจะเล่นสนุกกับเจ้าให้หนำใจเลยทีเดียว"

"พี่เถียน จัดการธุระสำคัญก่อน ฆ่าไอ้เด็กนี่ซะ แล้วค่อยพาตัวจวงเสวียนจีไป"

ชายร่างกำยำที่มาถึงก่อนเอ่ยขึ้น

"ดูเหมือนว่าบนตัวพวกเราจะมีของบางอย่าง ที่ทำให้พวกเจ้าตามมาได้เร็วขนาดนี้สินะ"

กุยไห่อีเตากล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

พวกเขาเพิ่งจะออกจากเมืองมาได้ไม่นาน ยังหยุดพักได้ไม่เท่าไหร่ อีกฝ่ายก็หาพวกเขาเจอแล้ว แสดงว่าบนตัวพวกเขาต้องมีของบางอย่างที่อีกฝ่ายใช้แกะรอยได้อย่างแน่นอน

"ไอ้หนู มึงกล้าฆ่าเหยาจี วันนี้กูจะทุบหัวมึงให้แหลกคามือ!"

ชายร่างกำยำผู้นั้นพลังปราณพุ่งพล่าน ก่อตัวเป็นม่านปราณ แววตาดุดันจ้องเขม็งไปที่กุยไห่อีเตาซึ่งสวมหมวกสานอยู่

ตูม!

ม่านปราณบนร่างของเขาก่อตัวเป็นคลื่นพลัง ซัดสาดราวกับภูเขาถล่มแผ่นดินทลาย ทรงอานุภาพน่าเกรงขามยิ่งนัก

มือกระชับกระบองทองสัมฤทธิ์แน่น

ร่างพุ่งทะยานเข้าหากุยไห่อีเตา

เคร้ง!

ในพริบตาที่กระบองทองสัมฤทธิ์ในมือของเขาฟาดลงมา กุยไห่อีเตาก็ตวัดดาบยาวในมือฟาดฟันออกไป ปราณดาบพุ่งตัดอากาศเข้าปะทะกับกระบองทองสัมฤทธิ์ของอีกฝ่าย

ชายร่างกำยำที่ลงมือถูกปราณดาบปะทะเข้ากับกระบองทองสัมฤทธิ์ ร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว

ทว่าในจังหวะที่ชายร่างกำยำถอยหลังไปนั้น

ชายแซ่เถียนผู้มีแววตาอำมหิตก็พุ่งตัวกระโจนเข้าคว้าตัวจวงเสวียนจี

ชายชุดดำผู้นี้คือผู้คุ้มกันของจวงเสวียนจี หากจับตัวจวงเสวียนจีเอาไว้ได้ ชายชุดดำก็จะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ถึงเวลานั้นอยากจะจัดการอย่างไรก็ย่อมได้

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในเรือนนานนัก แต่ตอนที่เห็นเศษเนื้อของเหยาจีกระจัดกระจาย พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าวิชาดาบของอีกฝ่ายนั้นดุดันและทรงพลังมาก

ฝ่ามือที่ยื่นออกไปนั้นดำมืดสนิท

ชายผู้มีแววตาอำมหิตผู้นี้ฝึกฝนวิชาพิษ เมื่อร่างของเขาเข้าใกล้จวงเสวียนจี บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มอันชั่วร้ายและโหดเหี้ยม

เมื่อเห็นเช่นนั้น กุยไห่อีเตาก็หมุนตัวเตรียมจะเข้าสกัดกั้น

ทว่าชายร่างกำยำที่เพิ่งถูกเขาฟันกระเด็นไปเมื่อครู่ กลับกระทืบเท้าพุ่งตัวออกมาอีกครั้ง ร่างอันแข็งแกร่งดั่งหอคอยเหล็กพุ่งทะยานเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง

ในตอนที่พุ่งตัวออกมานั้น

ผิวหนังบนร่างของชายกำยำก็เริ่มเปลี่ยนไป เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาราวกับภูเขาไฟที่กำลังเดือดพล่าน

กลิ่นอายอันร้อนแรงและบ้าคลั่งระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างรุนแรง

ชายร่างกำยำผู้นี้ราวกับงัดเอาไพ่ตายอะไรบางอย่างออกมา พลังสายเลือดทั่วร่างพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน กลิ่นอายพลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่พุ่งตัวเข้าหา

กระบองทองสัมฤทธิ์ในมือก็แปรเปลี่ยนเป็นมังกรวารีสีเลือดภายใต้พลังสายเลือดนั้น สั่นสะเทือนมิติอากาศจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น

ตูม ตูม ตูม!

ในวินาทีนี้ พลังทั้งหมดของชายร่างกำยำพุ่งสูงขึ้นอย่างถึงขีดสุด

ร่างของเขาปะทะกับอากาศจนเกิดเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า คลื่นพลังม้วนตัวอยู่รอบกาย เงากระบองพุ่งกระหน่ำเข้าใส่กุยไห่อีเตา

แผ่ซ่านความโหดเหี้ยมอำมหิตเข้าครอบงำกุยไห่อีเตา

แววตาของกุยไห่อีเตาวาบประกายเย็นเยียบ

พลังปราณทั่วร่างไหลเวียน ยกดาบยาวขึ้น สองมือกำด้ามดาบแน่น แล้วฟาดฟันออกไป ปราณดาบพุ่งทะยานราวกับเกลียวคลื่นเข้าใส่ชายร่างกำยำ

ทว่าหลังจากฟาดดาบออกไปแล้ว

ร่างของกุยไห่อีเตาก็หายวับไปจากจุดเดิม

"คิดจะจับคนต่อหน้าข้า เจ้ายังห่างชั้นนัก!"

เสียงของกุยไห่อีเตาดังขึ้นที่ข้างหูของชายผู้มีแววตาอำมหิต

เมื่อได้ยินเสียงนั้น ชายผู้มีแววตาอำมหิตก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความรู้สึกหวาดกลัวจะแล่นริ้วเข้าเกาะกุมหัวใจ

"เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!"

ในตอนที่สิ้นเสียงของเขา เสียงดาบตวัดตัดอากาศก็ดังขึ้นที่ข้างหู

พร้อมกับเสียงดาบ แสงดาบสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

แสงดาบนี้บดบังทัศนวิสัยของชายผู้มีแววตาอำมหิตจนมิด ฝ่ามือที่ยื่นออกไปชะงักงันไปชั่วขณะ

จากนั้นเขาก็คิดจะยื่นมือออกไปอีกครั้ง

ทว่าความรู้สึกหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจก็แล่นเข้ามา เงามืดแห่งความตายเข้าปกคลุมจิตใจของเขา

ฉัวะ!

เขารู้สึกเจ็บแปลบที่กลางหว่างคิ้ว

จากนั้นสติสัมปชัญญะทั้งหมดก็ดับวูบลง แววตายังคงหลงเหลือความหวาดกลัวและความไม่อยากจะเชื่อเอาไว้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 500 - จู่โจมฉับไว ดาบเดียวผ่าครึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว