- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 115 : ขนเงิน
ตอนที่ 115 : ขนเงิน
ตอนที่ 115 : ขนเงิน
ตอนที่ 115 : ขนเงิน
บรรดาคุณชายและคุณหนูคนอื่นๆ ต่างก็พากันแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและพากันเอ่ยปากพูดจาหยอกล้อว่า
“ก็คงจะมีเพียงคุณลุงตู้ที่มีเงินเหลือใช้จนเอามาทำตามใจชอบได้แบบนี้”
“ฉันเคยเห็นคนสะสมกันแค่แสนสองแสนเท่านั้นเอง แต่คุณลุงตู้นี่ช่างเป็นแบบอย่างของคนที่มีเงินล้นฟ้าจริงๆ สะสมทีเป็นล้านหยวนเลย! มหาเศรษฐีของแท้!”
“มิน่าล่ะใครๆ ต่างก็พูดกันว่า ไม่ว่าจะสะสมอะไรก็ตาม มันก็คือความชอบที่ต้องใช้เงินทองทั้งนั้น! ก่อนหน้านี้ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเลย แต่พอได้ยินเรื่องนี้ในวันนี้ ฉันบอกตรงๆ เลยว่าฉันเลื่อมใสจนแทบจะกราบไหว้เลยล่ะ สะสมทีเดียวเป็นล้านหยวน ฉันยอมใจจริงๆ!”
ตู้จวิ้นจื้อแสร้งทำท่าทางจนใจพลางผายมือออกแล้วพูดว่า “ความจริงฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน พ่อของฉันคนนี้ บางทีอาจจะเป็นพวกที่ชอบทำตัวโอ้อวดเกินจริงไปหน่อยล่ะมั้ง”
โอ้อวดเกินจริงเหรอ?
การสะสมธนบัตรเลขเรียงมูลค่าหนึ่งล้านหยวนเนี่ยนะ แบบนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องโอ้อวดเกินจริงแล้วล่ะมั้ง?
เพราะไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ขอเพียงจำนวนของมันพุ่งสูงจนถึงขีดสุด มันก็ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลขึ้นมาทันที
และนี่ก็คือความร่ำรวยที่แท้จริงอย่างแน่นอน!
บรรดาคุณชายและคุณหนูต่างก็พากันแอบลอบนินทาอยู่ในใจ แต่ทว่าความตกตะลึงต่อความมั่งคั่งของตระกูลตู้ภายในใจของพวกเขานั้นกลับเพิ่มขึ้นมาก!
ต้องรู้ก่อนว่า เงินที่นำมาสะสมแบบนี้ ล้วนแต่ต้องถูกเก็บล็อกไว้ในตู้เซฟโดยห้ามนำออกมาใช้เป็นอันขาด
คนธรรมดาทั่วไปต่อให้ชอบสะสมของแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะยอมตัดใจสูญเสียเงินทองมากมายขนาดนี้ไปในคราวเดียวหรอก
เพราะถ้าไม่ได้เก็บไว้นานมากพอ มูลค่าของมันก็จะไม่ได้ต่างอะไรจากเงินปกติเลยแม้แต่น้อย!
คุณพ่อตู้ นี่ช่างร่ำรวยจริงๆ!
จากนั้นทุกคนก็พากันนั่งรถมุ่งหน้าเข้าไปภายในคฤหาสน์เทียนฝาง
พนักงานรักษาความปลอดภัยก็รีบต่อสายโทรศัพท์ติดต่อหาฉู่หลิงทันที หลังจากได้รับการอนุญาตจากฉู่หลิงแล้ว พวกเขาก็ปล่อยให้รถของตู้จวิ้นจื้อขับแล่นผ่านเข้าไปข้างในเขตวิลล่าได้
สำหรับสถานที่แห่งนี้ ในฐานะที่พวกเขาเป็นคนรวยรุ่นที่สองระดับแนวหน้าของจินหลิง พวกเขาย่อมต้องมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง
เพราะพวกเขาก็มีเพื่อนฝูงหลายคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกัน เพียงแต่ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ที่หน้าหมู่บ้านจนถึงช่วงกลางๆ เท่านั้น แต่สำหรับวิลล่าที่อยู่ด้านในสุดนั้นพวกเขายังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเลยสักครั้ง
บรรดาคุณชายและคุณหนูที่นั่งอยู่ในรถ ต่างก็พากันชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอกด้วยความตื่นตาตื่นใจ
คฤหาสน์เทียนฝางเป็นกลุ่มวิลล่าที่หรูหราอลังการที่สุดในจินหลิงในตอนนี้ สภาพแวดล้อมโดยรอบก็ย่อมงดงามไร้ที่ติจนยากจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา
โดยเฉพาะการจัดสรรพื้นที่สีเขียวและการจัดตกแต่งทัศนียภาพที่แสนจะประณีตงดงาม จนได้รับเสียงชื่นชมจากบรรดาคุณชายและคุณหนูเหล่านี้ไม่ขาดสาย
ในตอนนั้นเอง คุณหนูคนหนึ่งก็ชี้นิ้วตรงไปยังวิลล่าหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่อีกฝั่งพลางเอ่ยถามว่า “หลังนั้นก็คือวิลล่าหมายเลขหนึ่งใช่ไหม? สมกับเป็นราชาแห่งวิลล่าจริงๆ นะ!”
คนอื่นๆ ก็มองตามปลายนิ้วของคุณหนูคนนั้นไปและในพริบตานั้นดวงตาของทุกคนก็พลันเบิกกว้างจนกลมโตทันที
วิลล่าหมายเลขหนึ่งหลังนี้ ดูแล้วมันจะหรูหราอลังการเกินไปหน่อยไหม?
ไม่ใช่แค่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดและมีทัศนียภาพที่งดงามที่สุดเท่านั้น แต่ทว่าขนาดโดยรวมของวิลล่าหลังนี้น่ะ หลังเดียวก็มีขนาดใหญ่กว่าวิลล่าหลังปกติทั่วไปอย่างน้อยสองหลังรวมกันแล้ว!
ยังไม่ต้องพูดถึงขนาดพื้นที่สวนดอกไม้ขนาดใหญ่โตมโหฬารนั่นเลย แค่ได้มองเห็นมันก็ทำให้คนต้องตกตะลึงจนตาค้างได้แล้ว!
ไม่ใช่แค่บรรดาคุณชายและคุณหนูเท่านั้น แม้แต่ตู้จวิ้นจื้อเองก็ยังตกใจจนอ้าปากค้างไปด้วยเช่นกัน เขาจ้องมองภาพวิลล่าขนาดใหญ่ตรงหน้าพลางอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
“พี่ฉู่…… พักอาศัยอยู่ในวิลล่าหมายเลขหนึ่งหลังนี้แหละ”
ตู้จวิ้นจื้อรู้สึกเพียงแต่ลำคอของเขาเริ่มแห้งผากขึ้นมาเป็นระลอกๆ เขาเค้นคำพูดเอ่ยประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก
คำพูดของเขาเปรียบเสมือนหยดน้ำที่ตกลงไปในกระทะน้ำมันเดือดๆ ทำเอาทุกคนในที่นั้นพลันตื่นเต้นขึ้นมาในชั่วพริบตา
“จะเป็นไปได้ยังไงกัน พี่ฉู่ถึงขั้นซื้อวิลล่าหลังที่เป็นราชาแห่งวิลล่าหลังนี้ได้เลยงั้นเหรอ? นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว!”
“ฉันจำได้ว่าราชาแห่งวิลล่าหลังนี้ ในตอนนั้นราคาเสนอขายของมันสูงถึงหลักพันล้านหยวนเลยไม่ใช่เหรอ! ตอนนั้นฉันยังแอบคิดเลยว่าคงไม่มีใครกล้าควักเงินซื้อมันอย่างแน่นอน!”
“ใช้เงินหลักพันล้านหยวนเพื่อซื้อบ้านหลังเดียว…… พูดตามตรงนะ ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ! อย่างน้อยที่สุดในกลุ่มคนที่ฉันรู้จัก ก็ไม่มีใครมีเงินมากขนาดนั้นแน่นอน!”
บรรดาคุณชายและคุณหนูพูดไปพลางหันมามองตู้จวิ้นจื้อที่อยู่ข้างๆ พวกเขาแทบไม่กล้าจินตนาการเลยจริงๆ ว่าจะมีคนกล้าควักเงินซื้อวิลล่าที่แสนหรูหราขนาดนี้
ตู้จวิ้นจื้อถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางพูดว่า “พวกนายอย่ามองฉันแบบนี้สิ พวกนายคิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะเอาเรื่องพรรค์นี้มาล้อเล่นน่ะ?”
หลังจากพูดจบ ตู้จวิ้นจื้อก็ก้าวเท้าเดินนำไปข้างหน้าและกดกริ่งประตูหน้าบ้าน
ในระหว่างที่รอให้ฉู่หลิงเดินออกมาเปิดประตูบ้าน ทุกคนต่างก็พากันมองสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ
การมองสำรวจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย เพราะในชั่วพริบตานั้นทุกคนก็สัมผัสได้ทันทีว่า เงินหลักพันล้านหยวนที่จ่ายไปน่ะ มันช่างสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากจริงๆ
ทำเลที่ดีที่สุดและฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของทั้งโครงการนี้ ล้วนตกเป็นของวิลล่าหลังนี้ทั้งหมด บรรดาวิลล่ารอบข้างหลังอื่นๆ ก็พลันกลายเป็นเพียงสิ่งประดับตกแต่งให้กับวิลล่าหลังนี้ไปทันที
บ้านระดับนี้ถ้าพวกเขาได้เข้ามาอยู่จริงๆ มันจะรู้สึกยอดเยี่ยมและตื่นเต้นขนาดไหนกันนะ!
ในตอนนั้นเองฉู่หลิงก็ก้าวเดินออกมาข้างนอกและช่วยเปิดประตูบ้านให้แก่ทุกคน
ทันทีที่มองเห็นพวกตู้จวิ้นจื้อ ฉู่หลิงก็พลันหัวเราะออกมาทันทีพลางพูดกับทุกคนว่า “พวกนายเดินทางมาได้จังหวะพอดีเลยนะ พอดีฉันมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยากจะรบกวนให้ช่วยสักหน่อย เป็นงานใช้แรงงานน่ะ”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันอึ้งไปครู่หนึ่ง
พี่ฉู่ไม่ได้บอกว่า เขานัดพวกเรามาปรึกษาหารือวางแผนงานกันหรอกเหรอ?
ให้ตายเถอะ ที่แท้ก็โดนพี่ฉู่หลอกลากตัวมาทำหน้าที่เป็นคนงานใช้แรงงานนี่เอง
สำหรับพวกคุณชายพวกเขาก็ยังพอรับได้ แต่ทว่าบรรดาคุณหนูทั้งหลายพวกเธอต่างก็มีใบหน้าที่แสนจะอมทุกข์ขึ้นมาทันที
เพราะทันทีที่รู้ว่าพวกเธอจะมาเจอกับฉู่หลิง พวกเธอก็อุตส่าห์จัดแจงแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมมาอย่างดีจนแทบจะไร้ที่ติ
และยิ่งพวกเธอที่ใส่รองเท้าส้นสูงมา พวกเธอจะไปมีปัญญาใช้แรงทำอะไรได้?
แต่ทว่าถ้าหากพวกเธอไม่ยอมช่วยทำล่ะก็ มันก็อาจจะทำให้พี่ฉู่รู้สึกไม่ดีกับพวกเธอได้?
ในขณะที่คุณชายและคุณหนูกำลังแอบลอบแผดเสียงคร่ำครวญอยู่ในใจนั้นเอง ตู้จวิ้นจื้อก็เริ่มตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาส่งยิ้มกว้างไปทางฉู่หลิงและออกแรงพับแขนเสื้อขึ้นพลางพูดว่า “งานอะไรเหรอครับพี่ฉู่ แรงของผมมีเยอะอยู่แล้ว ปล่อยให้ผมทำเองได้เลยครับ ว่าแต่พี่จะให้พวกเราทำอะไรงั้นเหรอ”
ฉู่หลิงเอ่ยพูดเสียงเรียบว่า “ขนเงินน่ะ”
ทุกคนพอได้ยินคำตอบนั้น ในชั่วพริบตาพวกเขาก็พลันยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่โดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหนทันที
ขนเงินงั้นเหรอ?
ยังมีงานขนย้ายของพรรค์นี้ในโลกนี้ด้วยงั้นเหรอ?
บรรดาคุณชายและคุณหนูจ้องมองแผ่นหลังของฉู่หลิง พลางอดไม่ได้ที่จะแอบนินทาอยู่ในใจทันที
แค่ขนเงินต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นมันจะต้องเป็นเงินจำนวนมหาศาลขนาดไหนกันล่ะ!
พวกเขาไม่กล้าเอ่ยปากสงสัยความมั่งคั่งของฉู่หลิงเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าต่อให้จะร่ำรวยมหาศาลขนาดไหน ก็ไม่น่าจะมีใครแอบซ่อนเงินสดจำนวนมากมายขนาดนั้นไว้ในบ้านเฉยๆ หรอกจริงไหม?
ดังนั้นใช้คนแค่สองคนก็น่าจะพอแล้วล่ะมั้ง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพี่ตู้นั้นเคยเป็นทหารมาก่อนด้วย ร่างกายของเขาเลยย่อมต้องแข็งแรงมากอยู่แล้ว
หากให้เขาทำเพียงคนเดียวล่ะก็ เกรงว่ารอบเดียวก็คงสามารถขนย้ายได้หมดแล้ว
ตู้จวิ้นจื้อเองก็เอ่ยพูดปนยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า “เงินแค่กล่องเดียวน่ะมันก็หนักแค่ร้อยกว่าจินเองไม่ใช่เหรอครับ ผมยกคนเดียวก็ไหวแล้วล่ะครับ ไม่ต้องรบกวนให้คนอื่นช่วยหรอกครับ”
จากนั้นทุกคนเดินตามหลังฉู่หลิงและมุ่งหน้าตรงเข้าไปในตัววิลล่าหลังใหญ่ทันที