- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 110 : เป็นนายเองเหรอ!
ตอนที่ 110 : เป็นนายเองเหรอ!
ตอนที่ 110 : เป็นนายเองเหรอ!
ตอนที่ 110 : เป็นนายเองเหรอ!
ถึงขั้นมีผู้บริหารระดับสูงหลายคนเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปไกลแล้วว่า ช่วงนี้พวกเขาก็ไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายอะไรเลยนี่นา!
ถุย ไม่ใช่สิ! ปกติพวกเขาก็ต้องไม่เคยทำอยู่แล้วต่างหาก!
พอคิดได้ดังนั้น บรรดาผู้บริหารระดับสูงต่างก็พากันยืดอกขึ้นตรงทันทีและเริ่มจับกลุ่มพูดคุยถกเถียงกันเสียงดัง
“นี่มันเฮลิคอปเตอร์ทหารเลยนะ พวกเราก็อยู่กันดีๆ แต่ทำไมจู่ๆ ถึงมีเฮลิคอปเตอร์ทหารโผล่มาแถวนี้ได้ล่ะ? หรือว่าทางการจะมีปฏิบัติการลับอะไรหรือเปล่า?”
“เฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะทำให้ลูกค้าตกใจกลัวกันหมดหรือเปล่า! สรุปมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่ามันจะเป็นแค่การซ้อมรบ?”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง การซ้อมรบจะมาเกิดบนสนามกอล์ฟเนี่ยนะ?”
ทุกคนต่างก็พากันพูดไปคนละคำ สองคำ แต่ก็ไม่มีใครหาข้อสรุปที่แท้จริงได้เลย สุดท้ายผู้จัดการใหญ่ที่ยืนขมวดคิ้วจ้องมองอยู่พักหนึ่งก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “เอาเป็นว่าพวกเราแจ้งตำรวจก่อนดีกว่า”
เพราะอย่างไรเสียการแจ้งตำรวจก็นับเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด หากทางการมีภารกิจอะไรจริงๆ พวกเขาก็จะได้ให้ความร่วมมือได้สะดวกขึ้นใช่ไหมล่ะ
เลขาสาวก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมา และกดโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที ทันทีที่ปลายสายกดรับสาย เลขาสาวก็รีบเอ่ยพูดขึ้นมาทันทีว่า “สวัสดีค่ะ ตอนนี้มีเฮลิคอปเตอร์ทหาร กำลังบินวนอยู่เหนือศีรษะของพวกเราค่ะ!”
เจ้าหน้าที่ที่รับสายก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว.......
ทว่าในขณะเดียวกัน บนเฮลิคอปเตอร์ในตอนนี้ ทุกคนต่างก็กำลังเตรียมตัวกระโดดร่มกันแล้ว
ทุกคนต่างก็พากันเริ่มตรวจเช็กเป้ร่มชูชีพของตัวเองอย่างละเอียด คุณชายคนหนึ่งก็เดินไปยืนที่ประตูห้องโดยสารและชะโงกหน้ามองลงไปด้านล่าง
เพียงแค่มองแวบเดียว คุณชายคนนั้นก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาทันที
นี่... ความสูงระดับนี้ มันสูงกว่าความสูงที่พวกเขาเคยเล่นกันตอนปกติเยอะเลยนะ!
คุณชายคนนั้นรู้สึกว่าหนังศีรษะของเขาเริ่มจะชาหนึบขึ้นมาทันที ความรู้สึกปวดปัสสาวะก็แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง เขาส่งยิ้มขัดเขินให้ทุกคนพลางพูดว่า “พี่ตู้ พี่ฉู่ครับ เอาเป็นว่าพวกพี่กระโดดกันก่อนดีไหมครับ? หรือไม่ วันนี้ผมก็ขอบายดีกว่าครับ รู้สึกว่าร่างกายมันไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่น่ะครับ”
ความสูงระดับนี้ มันทำเอาเขาปอดแหกขึ้นมาจริงๆ
แต่ทว่าเพราะอย่างไรเสียเขาก็ตามตู้จวิ้นจื้อและฉู่หลิงมาที่นี่แล้ว เพื่อที่จะรักษาหน้าของตัวเองและหน้าของอีกฝ่ายไว้ เขาจึงจำใจต้องหาข้ออ้างดีๆ มาพูดไปก่อน
ตู้จวิ้นจื้อปรายตามองเขาแวบหนึ่งพลางพูดว่า “อย่ามาทำเสียเรื่องน่า นายขึ้นมาอยู่บนฟ้าขนาดนี้แล้ว เพิ่งจะมาบอกฉันเรื่องนี้เนี่ยนะ?”
คุณชายคนนั้นส่งยิ้มแห้งๆ พลางอธิบายแก้ตัวว่า “ก็มันเพิ่งจะมารู้สึกไม่สบายตัวกะทันหันนี่นา ใครจะไปคาดคิดได้ล่ะครับ?”
คุณหนูที่อยู่ข้างๆ ก็ฟังจนรู้สึกรำคาญใจขึ้นมา ที่มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มหวานพลางพูดกับคุณชายคนนั้นว่า “งั้นนายก็อย่ามายืนเกะกะขวางประตูสิ ปล่อยมือแล้วหลบเข้ามาข้างในซะ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะกระโดดยังไงล่ะ”
“เอ๊ะ ได้เลยๆ!” คุณชายคนนั้นได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจรีบปล่อยมือทันที ทว่าในจังหวะที่เขาเพิ่งจะปล่อยมือจากขอบประตูและกำลังจะหมุนตัวกลับเข้ามานั้นเอง คุณหนูที่พูดเมื่อกี้ก็จัดการยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างแรงทันที
คุณชายที่เมื่อกี้อุตส่าห์ตั้งใจหาข้ออ้างอย่างเต็มที่ ก็ตัวลอยหงายหลังร่วงลงไปข้างล่างทันที
พอเขารู้ตัว เขาก็แผดเสียงตะโกนดังลั่นว่า “เชี่ยแล้ว! อ๊ากกก ผู้หญิงนี้มันน่ากลัวที่สุดเลย ไร้น้ำใจชะมัด พวกเราเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กนะเว้ย.......”
บรรดาคุณชายและคุณหนูคนอื่นๆ ต่างก็พากันยกนิ้วโป้งให้คุณหนูจอมโหดคนนั้น จากนั้นพวกเขาก็พากันกระโดดตามลงไปทันที
วินาทีต่อมาทั้งตู้จวิ้นจื้อ ฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิง ต่างก็พากันกระโดดตามลงไปเช่นกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉวี่เสี่ยวปิงได้เล่นกระโดดร่ม ในตอนปกติเธอไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่า ตัวเธอจะต้องมาสัมผัสกับกิจกรรมที่แสนจะอันตรายขนาดนี้
แต่ทว่าไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอได้อยู่เคียงข้างฉู่หลิง ต่อให้จะเป็นกิจกรรมที่แสนจะอันตรายแค่ไหน มันก็กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุกสนานขึ้นมาได้ทันที
หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาสั้นๆ ของการร่วงหล่นอย่างไร้การควบคุมไปแล้ว ร่มชูชีพก็พลันเปิดออกโดยอัตโนมัติ
ฉวี่เสี่ยวปิงรู้สึกว่าร่างกายของเธอถูกฉุดอย่างแรงไปแวบหนึ่ง แล้วร่างกายท่อนบนก็เหมือนกับมีพลังบางอย่างมาคอยดึงรั้งพยุงไว้
ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อครู่ก็เริ่มหายไป
จากนั้น ฉวี่เสี่ยวปิงก็รวบรวมความกล้าลืมตาขึ้นมองดู
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอมองดูโลกใบนี้จากมุมมองแบบนี้และความรู้สึกนี้มันก็ช่างมหัศจรรย์จริงๆ
ภาพทิวทัศน์ทั้งหมดดูสวยงามราวกับเป็นภาพวาดที่เรียบง่าย ภาพเหล่านั้นก็พุ่งเข้าปะทะกับตาของเธออย่างจัง แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละจุด ก็ยังเผยร่องรอยความสวยงามออกมาอย่างเต็มที่
ฉวี่เสี่ยวปิงรู้สึกแค่ว่าโลกใบนี้ช่างสวยงามจริงๆ ความรู้สึกนี้มันพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจของเธอจริงๆ!
แถมหลังจากความหวาดกลัวจางหายไป ความรู้สึกที่ตัวเองกำลังร่วงหล่นอย่างไร้แรงโน้มถ่วงนั้น มันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังบินได้
บรรดาลูกค้า พนักงานของสนามกอล์ฟ รวมไปถึงกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ต่างก็พากันจ้องมองร่มชูชีพที่ค่อยๆ กางเปิดออก
มันดูราวกับดอกเห็ดสีขาวขนาดยักษ์จำนวนมาก ที่ค่อยๆ ลอยร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์อย่างช้าๆ
ทุกคนต่างก็พากันอึ้งค้างไปหมด ให้ตายเถอะ นี่พวกเขากำลังเล่นกระโดดร่มกันอยู่งั้นเหรอ?
“นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้วไหม?”
“ถึงขั้นใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารมาเล่นกระโดดร่มเลยเหรอ? ตกลงคนพวกนี้เป็นใครกันแน่เนี่ย เล่นใหญ่กันจริงๆเลย!”
“คนพวกนี้เป็นใครกันนะ หน้าตาก็ดูเหมือนไม่ใช่ทหารในกองทัพเลย ลองดูเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่สิ ใส่ชุดลำลองกันหมดเลย!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยตกตะลึงกันอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางมาถึงที่พอดี
และคนที่เดินนำหน้ามาก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นซือหลี่หลี่นั่นเอง
ทันทีที่ซือหลี่หลี่กระโดดลงมาจากรถตำรวจ สายตาของเธอก็จ้องมองตรงไปยังท้องฟ้าที่อยู่ไม่ไกลออกไปทันทีและเธอก็ต้องอึ้งไปครู่หนึ่งเช่นกัน
นี่... มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ล่ะเนี่ย?
ซือหลี่หลี่นำพาลูกน้อง เดินมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางที่ทุกคนร่อนลงจอดทันที
ที่ด้านหลังของพวกเขา ก็มีบรรดาคนที่อยู่รอบๆ ที่เข้ามามุงดูเป็นจำนวนมาก
ทุกคนต่างก็พากันอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก ว่าคนที่เล่นของระดับนี้น่ะ จะเป็นคนประเภทไหนกันแน่
ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกฉู่หลิงก็พากันร่อนลงจอดบนพื้นดินได้อย่างปลอดภัยทีละคน
ทันทีที่ลงถึงพื้น ทุกคนก็พลันถูกกลุ่มฝูงชนวิ่งกรูเข้ามารุมล้อมไว้ตรงกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้จัดการใหญ่ของสนามกอล์ฟก็เดินก้าวเข้ามา เขามองดูตู้จวิ้นจื้อด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจพลางเอ่ยถามว่า “คุณชายตู้? นี่คุณทำอะไรอยู่ครับเนี่ย?”
จากนั้นผู้จัดการใหญ่ก็กวาดสายตามองสำรวจใบหน้าของคุณชายคนอื่นๆ แวบหนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าที่แสนคุ้นตาของบรรดาคุณชายและคุณหนูของเมือนจินหลิง เขาก็รู้สึกปวดหัวตึ้บขึ้นมาทันที
มีแต่คนคุ้นเคยกันทั้งนั้นเลยนี่นา!
ผู้จัดการใหญ่เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนจะจนใจว่า “ทุกคนครับ…… ทำไมพวกคุณถึงได้เลือกใช้วิธีเดินทางที่แสนพิเศษขนาดนี้มาเที่ยวเล่นกันล่ะครับ”
ตู้จวิ้นจื้อเดินก้าวออกมาพลางเอ่ยอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ผมโทรหาคุณตั้งหลายรอบแล้วนะ แต่คุณไม่ยอมรับสายเลย ผมเห็นว่าเราเป็นคนกันเองก็เลยตัดสินใจพากันบินตรงมากระโดดร่มเล่นที่นี่น่ะ”
พูดจบเขาก็มองดูซือหลี่หลี่และตำรวจคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังของผู้จัดการใหญ่พลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “นี่พวกคุณถึงขั้นแจ้งตำรวจเลยเหรอ?”
ถึงแม้รูปแบบการปรากฏตัวของพวกเราจะดูพิเศษไปสักหน่อย แต่วิธีการรับมือของพวกคุณนี่มันออกจะขวัญอ่อนเกินไปหน่อยไหม?
ผู้จัดการใหญ่ก้มลงดูโทรศัพท์ของตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดว่า “ต้องขออภัยทุกคนด้วยจริงๆ ครับ วันนี้พวกเรามีการประชุมใหญ่ประจำไตรมาสพอดีน่ะครับ ผมก็เลยปิดแจ้งเตือนไว้”
หลังจากพูดจบ ผู้จัดการใหญ่ก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซือหลี่หลี่และรีบเอ่ยขอโทษออกมา “ทางเราต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับคุณตำรวจ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เรื่องเข้าใจผิดกันน่ะครับ ลำบากพวกคุณให้เดินทางมาเหนื่อยฟรีแล้ว”
ซือหลี่หลี่จ้องมองเฮลิคอปเตอร์ทหารที่ยังคงบินวนอยู่เหนือศีรษะแวบหนึ่ง ก่อนจะถลึงตาใส่ผู้จัดการใหญ่แวบหนึ่ง ภายในใจก็แอบคิดว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดเลยสักนิด!
นี่มันคือเฮลิคอปเตอร์ทหารเชียวนะ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่อย่างไร้เหตุผลแบบนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซือหลี่หลี่จึงหันไปมองตู้จวิ้นจื้อทันที
เมื่อกี้เธอเองก็ได้ฟังคำพูดของผู้จัดการใหญ่แล้ว คนๆ นี้น่าจะเป็นหนึ่งในคุณชายของเมืองจินหลิง แต่คนระดับเขาน่ะเหรอจะมีความสามารถเรียกใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารได้?
“พวกมันเป็นของคุณเหรอ?” ซือหลี่หลี่ทำหน้าตึงพลางใช้นิ้วชี้ไปทางเฮลิคอปเตอร์ทหารบนท้องฟ้าแล้วเอ่ยถามแบบคาดคั้น
ตู้จวิ้นจื้อจ้องมองซือหลี่หลี่ท่าทางดุดันตรงหน้า เขาก็ได้แต่เกาหัวเบาๆ พลางเอ่ยว่า “คนอย่างผมจะไปคู่ควรได้ยังไงกันล่ะครับ? นี่มันของพี่ฉู่ต่างหากล่ะครับ”
พี่ฉู่เหรอ?
ตู้จวิ้นจื้อถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ซือหลี่หลี่ไม่รู้จักพี่ฉู่ เขาจึงชี้ไปทางฉู่หลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
ซือหลี่หลี่หันไปมองตามนิ้วและเธอก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดังทันทีว่า “เป็นนายเองเหรอ!!!”
นี่ไม่ใช่คนที่เพิ่งจะเตะมีดกลางอากาศและช่วยเด็กไว้ได้หรอกเหรอ?
แล้วทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ล่ะเนี่ย?