เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?

ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?

ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?


ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?

ในตอนนี้ ฉู่หลิงก็กำลังเดินเที่ยวเล่นกับบรรดาสาวๆ อยู่ๆ แต่ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

“พี่ฉู่ครับ ตอนนี้พี่พอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”

ในขณะที่ฉู่หลิงกำลังเดินช้อปปิ้งอยู่กับพวกฉวี่เสี่ยวปิง เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากตู้จวิ้นจื้อที่โทรเข้ามาพอดี

ฉู่หลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”

ตู้จวิ้นจื้อหัวเราะออกมาจากปลายสายพลางพูดว่า “พี่ฉู่ครับ วันนี้ผมเพิ่งจะซื้อของดีมาอย่างหนึ่งน่ะครับ ผมเลยอยากจะพาพี่มาทดลองสัมผัสมันดูสักหน่อยน่ะครับ พี่ว่ายังไงครับ? พอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”

ฉู่หลิงเลิกคิ้วขึ้น ต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้เชียว?

แต่พอนึกมาถึงตรงนี้ ในใจของเขาก็พลันมีประกายความอยากรู้อยากเห็นวาบขึ้นมาทันที “อ้อ? งั้นลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ?”

“พี่ฉู่ พี่เดินทางมาถึงพี่ก็จะรู้เองแหละครับ รับรองว่าวันนี้ผมจะพาพี่ไปเปิดหูเปิดตาสัมผัสกับสิ่งที่พี่ไม่เคยเจอมาก่อนได้อย่างแน่นอนครับ” ตู้จวิ้นจื้อช่างเป็นคนปากแข็งจริงๆ เขาเอาแต่พูดให้ดูลึกลับอยู่ที่ปลายสาย ราวกับว่าถ้าฉู่หลิงไม่มาเห็นด้วยตัวเอง เขาก็จะไม่ยอมเปิดเผยมันอย่างเด็ดขาด

ฉู่หลิงถูกท่าทางของเขาทำให้ขำออกมาทันที เขายกชานมขึ้นมาดื่มแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป นายส่งพิกัดมาให้ฉันก็พอ”

ฉวี่เสี่ยวปิงที่ยืนอยู่ข้างฉู่หลิงมาโดยตลอด เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เธอจึงหันหน้ามาสบตาพลางเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”

ฉู่หลิงส่ายหน้าเบาๆ พลางอธิบายว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งนัดให้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันน่ะ”

หลังจากพูดจบ ฉู่หลิงก็หันไปมองฉวี่เสี่ยวปิงและฉู่เหมิงเหมิง “พวกเธออยากจะไปด้วยไหม? ไปลองเปิดหูเปิดตาด้วยกันไหม?”

ฉู่เหมิงเหมิงและฉวี่เสี่ยวปิงก็หันมาสบตากัน ก่อนจะหันมาบอกฉู่หลิงว่า “พวกเราคงไปไม่ได้แล้วล่ะ พอดีว่าพวกเราคุยกันไว้ว่าพอกินกันเสร็จก็จะกลับไปซ้อมเต้นกันต่ออีกสักหน่อยน่ะ”

พวกเธอแต่ละคนนั้นให้ความสำคัญกับโอกาสในครั้งนี้มาก พวกเธอเลยอยากใช้เวลาไปกับการฝึกซ้อมให้ได้มากที่สุด

การออกมาเดินเล่นในครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นการพักผ่อนที่มากเหมาะสมแล้ว

“เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นฉันพาทุกคนกลับไปส่งที่บ้านก่อนก็แล้วกันนะ!” ฉู่หลิงพูดไปพลางกุมมือฉวี่เสี่ยวปิงไว้แน่น และพาทุกคนมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของลานจอดรถทันที

หลังจากเดินออกมาได้ไม่นาน พวกเขาก็มองเห็นร่างของคนสองคนที่กำลังเดินสวนกับพวกเขามาพอดี

และคนสองคนนั้นก็ย่อมสังเกตเห็นพวกเขาแล้วเช่นกัน

เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ทุกคนก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนสองคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคู่รักที่เข้ามาแทรกแถวเมื่อกี้นี้นี่เอง!

ชายหนุ่มผมขาวจูงมือแฟนสาวของตัวเองพลางลอบส่งเสียงฮึดฮัดออกมาพลางพูดว่า “เป็นขยะที่หนีไม่พ้นเลยจริงๆ!”

เดิมทีเขายังคิดไม่ออกว่าจะหาทางแก้แค้นยังไงดี เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจนี้ออกไป

แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าคนพวกนี้จะยอมเสนอหน้าส่งตัวเองมาให้ถึงที่แบบนี้!

ชายหนุ่มผมขาวมองออกไปด้วยแววตาเยาะเย้ยถากถางพลางพูดว่า “ก็แค่กลุ่มนักศึกษาจนๆ กลุ่มหนึ่งแท้ๆ การที่ถูกพวกเราแทรกคิวมันก็เป็นเกียรติของพวกแกแล้ว! ยังจะกล้ามาทำท่าทางไม่พอใจใส่อีก ไม่รู้จักมองดูตัวเองกันเลย!”

หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่ลืมที่จะปรายตามองสำรวจทุกคนรอบหนึ่ง หน้าตาน่ะก็นับว่าสวยอยู่หรอกนะ แต่น่าเสียดายที่สังคมทุกวันนี้มันโหดร้ายเกินไป!

ลำพังแค่มีใบหน้าที่สวยมันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน สุดท้ายมันก็ต้องดูที่พละกำลังความสามารถต่างหากล่ะ!

พอคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มผมขาวก็ล้วงเอากุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกง และจัดการกดปุ่มปลดล็อกเบาๆ ต่อหน้าทุกคน

รถฟอร์ด มัสแตงที่จอดอยู่ไม่ไกลก็ส่งเสียงร้อง ติ๊ดๆ ออกมาพร้อมกับไฟหน้าทั้งสองข้างที่กะพริบตอบรับสองครั้ง

รถถูกปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว!

ชายหนุ่มผมขาวไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขามองไปทางทุกคนด้วยสายตาที่ท้าทาย

เขาก็แค่อยากจะให้ทุกคนได้ล่วงรู้ไว้ว่า สังคมในปัจจุบันนี้น่ะ คนรวยก็คือลูกพี่ใหญ่!

หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเธอก็พลันเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมา เธอจงใจยืดอกขึ้นและจ้องมองพวกฉวี่เสี่ยวปิงเขม็ง

หึหึ พวกแกมีหน้าตาสวยขนาดนั้น แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน?

แฟนหนุ่มของแกน่ะมันก็แค่พวกที่มีดีแต่เปลือกนอกแต่ความจริงไร้น้ำยาก็แค่นั้น! ไม่เหมือนกับตัวเธอเลยสักนิด ที่แฟนหนุ่มของเธอน่ะเป็นคนรวยตัวจริง!

“หึหึ พวกแกรู้จักรถคันนี้ไหม? ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตคันเล็กๆ ที่มีราคา 400,000 กว่าหยวนเชียวนะ! เอาเป็นว่า พูดกับพวกแกไปก็คงเสียเวลาเปล่า กลุ่มนักศึกษาจนๆ อย่างพวกแกน่ะ จะไปรู้จักความหรูหราของรถสปอร์ตได้ยังไงกันล่ะ!”

หญิงสาวพูดโอ้อวดออกมาอย่างไม่ปิดบังใดๆ เลยแม้แต่น้อย เธอจงใจพูดรายละเอียดของรถคันนี้ให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน

กลุ่มนักศึกษาจนๆ อย่างพวกแก พอได้ยินแล้วก็ต้องอิจฉาตาร้อนเลยใช่ไหมล่ะ?

หลังจากคนทั้งสองคุยโวจนหนำใจแล้ว พวกเขาก็พากันเดินตรงไปยังรถฟอร์ด มัสแตง ด้วยความภาคภูมิใจ

แต่พวกเขาทั้งสองคนก็รู้สึกว่า การยืนตะโกนใส่จากระยะไกลแบบนี้น่ะ มันยังไม่สะใจพอ

สู้พากันขึ้นรถไป แล้วขับรถไปจอดตรงหน้าของคนพวกนั้นดีกว่า จากนั้นก็ค่อยเปิดฉากถากถางอีกสักรอบให้สะใจ!

แต่ทว่าฉู่หลิงและคนอื่นๆ กลับไม่ได้เห็นคนทั้งสองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างเรียบง่าย

แต่น่าเสียดายที่คนทั้งสอง ดูเหมือนจะไม่มีความคิดที่จะยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ เมื่อเห็นแบบนั้น พวกเขาก็รีบขับรถมุ่งตรงไปขวางทางไว้ทันที

ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มผมขาวก็จงใจจอดรถลงข้างฉู่หลิง

หลังจากรถจอดนิ่งสนิท ชายหนุ่มผมขาวก็เลื่อนกระจกรถลงพลางหันมาตะโกนใส่ฉู่หลิงว่า “หึ ไอ้หนู!”

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฉู่หลิงก็จัดการกดรีโมทปุ่มปลดล็อกรถในมือทันที

รถยนต์ก็สตาร์ทด้วยระบบอัตโนมัติในชั่วพริบตา ไฟหน้าที่แสนจะเท่และหรูหราของรถบูกัตติก็พลันสว่างจ้าขึ้นมาทันที เสียงเครื่องยนต์แผดร้องคำรามดังสนั่นราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลและพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ!

รูปลักษณ์ที่แสนจะงดงามและโดดเด่นสะดุดตา รวมไปถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่นหวั่นไหว และโลโก้หน้ารถที่แสนจะสะดุดตาของรถบูกัตติ……

ทุกตารางนิ้วล้วนแสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาและความอลังการของรถบูกัตติ เวย์รอน ได้อย่างชัดเจน

เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ชายหนุ่มผมขาวก็ถึงกับอึ้งค้างจนตัวแข็งทื่อไปทันที หัวใจดวงน้อยๆ ก็สั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง

นี่... นี่มันรถบูกัตติ เวย์รอน เชียวนะ!

มูลค่าของมันมากกว่า 50-60 ล้านหยวนเชียวนะ ตัวเขาต่อให้ฝันก็ยังไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำ!

ชายหนุ่มผมขาวไม่มีความสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่ารถคันนี้เป็นของฉู่หลิงจริงไหม เพราะอย่างไรเสีย รถหรูระดับนี้ ต่อให้จะเป็นการขอยืมคนอื่นมาใช้ แต่มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงบารมีและอิทธิพลที่แสนจะร้ายกาจของอีกฝ่ายแล้วไม่ใช่หรือไง?

ก่อนหน้านี้ตัวเขาก็เหมือนจะเพิ่งพูดว่า อีกฝ่ายเป็นแค่กลุ่มนักศึกษาจนๆ?

เหอะๆ ถ้าหากคนระดับนี้ยังถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาจนๆ อยู่ล่ะก็ งั้นก็เกรงว่าตัวเขาเองก็คงเทียบไม่ได้แม้แต่ขอทานในแอฟริกาแล้วล่ะ!

ส่วนบรรดาเพื่อนร่วมห้องของฉวี่เสี่ยวปิง พวกเธอต่างก็พากันอึ้งค้างจนตาค้างไปเรียบร้อยแล้ว

รถบูกัตติ เวย์รอน ต่อให้จะไม่รู้จักแบรนด์หรือโลโก้รถเลยก็ตาม แต่ทว่าถ้าได้เห็นรูปลักษณ์ที่แสนจะเท่และอลังการขนาดนี้แล้ว ก็ย่อมรู้ได้ทันทีว่ามูลค่าของมันต้องมหาศาลอย่างแน่นอน

นี่... ฉวี่เสี่ยวปิงไปหาแฟนหนุ่มที่รวยขนาดนี้มาจากไหนกันเนี่ย!

ทั้งหล่อเหลา ทั้งดีต่อเธอขนาดนี้ แถมยังรวยมหาศาลอีก?!

บรรดาเพื่อนร่วมชั้นในตอนนี้ไม่มีใครทำท่าทางอิจฉาตาร้อนอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้พวกเธอโคตรจะอิจฉาตาร้อนกันหมดแล้ว!

นี่ก่ะจะไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มีชีวิตรอดต่อไปเลยจริงๆ เหรอ?!

“นี่จะยืนอึ้งทำไมกันฮะ!” แฟนสาวของชายหนุ่มผมขาวใช้นิ้วมือสะกิดเอวเขาพลางเอ่ยถามด้วยความมึนงง

การถูกสะกิดในครั้งนี้ ก็ช่วยปลุกให้ชายหนุ่มผมขาวตื่นจากภวังค์และเริ่มได้สติกลับมาทันที

ชายหนุ่มผมขาวตกใจแทบจะสติแตกทันที

เมื่อกี้เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นป้ายทะเบียนรถของบูกัตติคันนี้เข้าพอดี มันทำให้เขาตกใจกลัวจนแทบจะหมดสติล้มพับลงไปกองกับพื้นเลยจริงๆ

เจ้าของป้ายทะเบียนรถที่แสนจะมงคลและยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ตัวเขาจะไปกล้ามีเรื่องกับอีกฝ่ายได้ยังไงกัน?

ในตอนนี้ ชายหนุ่มผมขาวก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตกใจจนฉี่ราดกางเกงอย่างไรอย่างนั้น!

ในตอนนั้นเอง ฉู่หลิงก็หันกลับมามองพลางจ้องมองชายหนุ่มผมขาวด้วยสายตาที่เรียบเฉยแล้วเอ่ยถามว่า “เรียกผมเหรอครับ? มีธุระอะไรหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มผมขาวในตอนนี้จะไปกล้าเอ่ยปากรับคำท้าได้อย่างไรกัน ในสมองของเขาก็พลันมีประกายความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาทันที เขารีบชี้มือตรงไปทางชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านทางมา แล้วตะโกนลั่นขึ้นมาทันทีว่า “ไอ้หนู! ใช่แล้ว ฉันเรียกแกนั่นแหละ!”

ชายหนุ่มคนที่เดินผ่านทางมาคนนั้นก็ทำสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมึนงง เอ๊ะ???

????

มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉันด้วยล่ะ?

จบบทที่ ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว