- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?
ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?
ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?
ตอนที่ 105 : มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน?
ในตอนนี้ ฉู่หลิงก็กำลังเดินเที่ยวเล่นกับบรรดาสาวๆ อยู่ๆ แต่ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
“พี่ฉู่ครับ ตอนนี้พี่พอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”
ในขณะที่ฉู่หลิงกำลังเดินช้อปปิ้งอยู่กับพวกฉวี่เสี่ยวปิง เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากตู้จวิ้นจื้อที่โทรเข้ามาพอดี
ฉู่หลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
ตู้จวิ้นจื้อหัวเราะออกมาจากปลายสายพลางพูดว่า “พี่ฉู่ครับ วันนี้ผมเพิ่งจะซื้อของดีมาอย่างหนึ่งน่ะครับ ผมเลยอยากจะพาพี่มาทดลองสัมผัสมันดูสักหน่อยน่ะครับ พี่ว่ายังไงครับ? พอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”
ฉู่หลิงเลิกคิ้วขึ้น ต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้เชียว?
แต่พอนึกมาถึงตรงนี้ ในใจของเขาก็พลันมีประกายความอยากรู้อยากเห็นวาบขึ้นมาทันที “อ้อ? งั้นลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ?”
“พี่ฉู่ พี่เดินทางมาถึงพี่ก็จะรู้เองแหละครับ รับรองว่าวันนี้ผมจะพาพี่ไปเปิดหูเปิดตาสัมผัสกับสิ่งที่พี่ไม่เคยเจอมาก่อนได้อย่างแน่นอนครับ” ตู้จวิ้นจื้อช่างเป็นคนปากแข็งจริงๆ เขาเอาแต่พูดให้ดูลึกลับอยู่ที่ปลายสาย ราวกับว่าถ้าฉู่หลิงไม่มาเห็นด้วยตัวเอง เขาก็จะไม่ยอมเปิดเผยมันอย่างเด็ดขาด
ฉู่หลิงถูกท่าทางของเขาทำให้ขำออกมาทันที เขายกชานมขึ้นมาดื่มแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป นายส่งพิกัดมาให้ฉันก็พอ”
ฉวี่เสี่ยวปิงที่ยืนอยู่ข้างฉู่หลิงมาโดยตลอด เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เธอจึงหันหน้ามาสบตาพลางเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
ฉู่หลิงส่ายหน้าเบาๆ พลางอธิบายว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งนัดให้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันน่ะ”
หลังจากพูดจบ ฉู่หลิงก็หันไปมองฉวี่เสี่ยวปิงและฉู่เหมิงเหมิง “พวกเธออยากจะไปด้วยไหม? ไปลองเปิดหูเปิดตาด้วยกันไหม?”
ฉู่เหมิงเหมิงและฉวี่เสี่ยวปิงก็หันมาสบตากัน ก่อนจะหันมาบอกฉู่หลิงว่า “พวกเราคงไปไม่ได้แล้วล่ะ พอดีว่าพวกเราคุยกันไว้ว่าพอกินกันเสร็จก็จะกลับไปซ้อมเต้นกันต่ออีกสักหน่อยน่ะ”
พวกเธอแต่ละคนนั้นให้ความสำคัญกับโอกาสในครั้งนี้มาก พวกเธอเลยอยากใช้เวลาไปกับการฝึกซ้อมให้ได้มากที่สุด
การออกมาเดินเล่นในครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นการพักผ่อนที่มากเหมาะสมแล้ว
“เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นฉันพาทุกคนกลับไปส่งที่บ้านก่อนก็แล้วกันนะ!” ฉู่หลิงพูดไปพลางกุมมือฉวี่เสี่ยวปิงไว้แน่น และพาทุกคนมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของลานจอดรถทันที
หลังจากเดินออกมาได้ไม่นาน พวกเขาก็มองเห็นร่างของคนสองคนที่กำลังเดินสวนกับพวกเขามาพอดี
และคนสองคนนั้นก็ย่อมสังเกตเห็นพวกเขาแล้วเช่นกัน
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ทุกคนก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนสองคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคู่รักที่เข้ามาแทรกแถวเมื่อกี้นี้นี่เอง!
ชายหนุ่มผมขาวจูงมือแฟนสาวของตัวเองพลางลอบส่งเสียงฮึดฮัดออกมาพลางพูดว่า “เป็นขยะที่หนีไม่พ้นเลยจริงๆ!”
เดิมทีเขายังคิดไม่ออกว่าจะหาทางแก้แค้นยังไงดี เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจนี้ออกไป
แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าคนพวกนี้จะยอมเสนอหน้าส่งตัวเองมาให้ถึงที่แบบนี้!
ชายหนุ่มผมขาวมองออกไปด้วยแววตาเยาะเย้ยถากถางพลางพูดว่า “ก็แค่กลุ่มนักศึกษาจนๆ กลุ่มหนึ่งแท้ๆ การที่ถูกพวกเราแทรกคิวมันก็เป็นเกียรติของพวกแกแล้ว! ยังจะกล้ามาทำท่าทางไม่พอใจใส่อีก ไม่รู้จักมองดูตัวเองกันเลย!”
หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่ลืมที่จะปรายตามองสำรวจทุกคนรอบหนึ่ง หน้าตาน่ะก็นับว่าสวยอยู่หรอกนะ แต่น่าเสียดายที่สังคมทุกวันนี้มันโหดร้ายเกินไป!
ลำพังแค่มีใบหน้าที่สวยมันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน สุดท้ายมันก็ต้องดูที่พละกำลังความสามารถต่างหากล่ะ!
พอคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มผมขาวก็ล้วงเอากุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกง และจัดการกดปุ่มปลดล็อกเบาๆ ต่อหน้าทุกคน
รถฟอร์ด มัสแตงที่จอดอยู่ไม่ไกลก็ส่งเสียงร้อง ติ๊ดๆ ออกมาพร้อมกับไฟหน้าทั้งสองข้างที่กะพริบตอบรับสองครั้ง
รถถูกปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว!
ชายหนุ่มผมขาวไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขามองไปทางทุกคนด้วยสายตาที่ท้าทาย
เขาก็แค่อยากจะให้ทุกคนได้ล่วงรู้ไว้ว่า สังคมในปัจจุบันนี้น่ะ คนรวยก็คือลูกพี่ใหญ่!
หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเธอก็พลันเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมา เธอจงใจยืดอกขึ้นและจ้องมองพวกฉวี่เสี่ยวปิงเขม็ง
หึหึ พวกแกมีหน้าตาสวยขนาดนั้น แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน?
แฟนหนุ่มของแกน่ะมันก็แค่พวกที่มีดีแต่เปลือกนอกแต่ความจริงไร้น้ำยาก็แค่นั้น! ไม่เหมือนกับตัวเธอเลยสักนิด ที่แฟนหนุ่มของเธอน่ะเป็นคนรวยตัวจริง!
“หึหึ พวกแกรู้จักรถคันนี้ไหม? ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตคันเล็กๆ ที่มีราคา 400,000 กว่าหยวนเชียวนะ! เอาเป็นว่า พูดกับพวกแกไปก็คงเสียเวลาเปล่า กลุ่มนักศึกษาจนๆ อย่างพวกแกน่ะ จะไปรู้จักความหรูหราของรถสปอร์ตได้ยังไงกันล่ะ!”
หญิงสาวพูดโอ้อวดออกมาอย่างไม่ปิดบังใดๆ เลยแม้แต่น้อย เธอจงใจพูดรายละเอียดของรถคันนี้ให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
กลุ่มนักศึกษาจนๆ อย่างพวกแก พอได้ยินแล้วก็ต้องอิจฉาตาร้อนเลยใช่ไหมล่ะ?
หลังจากคนทั้งสองคุยโวจนหนำใจแล้ว พวกเขาก็พากันเดินตรงไปยังรถฟอร์ด มัสแตง ด้วยความภาคภูมิใจ
แต่พวกเขาทั้งสองคนก็รู้สึกว่า การยืนตะโกนใส่จากระยะไกลแบบนี้น่ะ มันยังไม่สะใจพอ
สู้พากันขึ้นรถไป แล้วขับรถไปจอดตรงหน้าของคนพวกนั้นดีกว่า จากนั้นก็ค่อยเปิดฉากถากถางอีกสักรอบให้สะใจ!
แต่ทว่าฉู่หลิงและคนอื่นๆ กลับไม่ได้เห็นคนทั้งสองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างเรียบง่าย
แต่น่าเสียดายที่คนทั้งสอง ดูเหมือนจะไม่มีความคิดที่จะยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ เมื่อเห็นแบบนั้น พวกเขาก็รีบขับรถมุ่งตรงไปขวางทางไว้ทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มผมขาวก็จงใจจอดรถลงข้างฉู่หลิง
หลังจากรถจอดนิ่งสนิท ชายหนุ่มผมขาวก็เลื่อนกระจกรถลงพลางหันมาตะโกนใส่ฉู่หลิงว่า “หึ ไอ้หนู!”
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฉู่หลิงก็จัดการกดรีโมทปุ่มปลดล็อกรถในมือทันที
รถยนต์ก็สตาร์ทด้วยระบบอัตโนมัติในชั่วพริบตา ไฟหน้าที่แสนจะเท่และหรูหราของรถบูกัตติก็พลันสว่างจ้าขึ้นมาทันที เสียงเครื่องยนต์แผดร้องคำรามดังสนั่นราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลและพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ!
รูปลักษณ์ที่แสนจะงดงามและโดดเด่นสะดุดตา รวมไปถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่นหวั่นไหว และโลโก้หน้ารถที่แสนจะสะดุดตาของรถบูกัตติ……
ทุกตารางนิ้วล้วนแสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาและความอลังการของรถบูกัตติ เวย์รอน ได้อย่างชัดเจน
เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ชายหนุ่มผมขาวก็ถึงกับอึ้งค้างจนตัวแข็งทื่อไปทันที หัวใจดวงน้อยๆ ก็สั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง
นี่... นี่มันรถบูกัตติ เวย์รอน เชียวนะ!
มูลค่าของมันมากกว่า 50-60 ล้านหยวนเชียวนะ ตัวเขาต่อให้ฝันก็ยังไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำ!
ชายหนุ่มผมขาวไม่มีความสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่ารถคันนี้เป็นของฉู่หลิงจริงไหม เพราะอย่างไรเสีย รถหรูระดับนี้ ต่อให้จะเป็นการขอยืมคนอื่นมาใช้ แต่มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงบารมีและอิทธิพลที่แสนจะร้ายกาจของอีกฝ่ายแล้วไม่ใช่หรือไง?
ก่อนหน้านี้ตัวเขาก็เหมือนจะเพิ่งพูดว่า อีกฝ่ายเป็นแค่กลุ่มนักศึกษาจนๆ?
เหอะๆ ถ้าหากคนระดับนี้ยังถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาจนๆ อยู่ล่ะก็ งั้นก็เกรงว่าตัวเขาเองก็คงเทียบไม่ได้แม้แต่ขอทานในแอฟริกาแล้วล่ะ!
ส่วนบรรดาเพื่อนร่วมห้องของฉวี่เสี่ยวปิง พวกเธอต่างก็พากันอึ้งค้างจนตาค้างไปเรียบร้อยแล้ว
รถบูกัตติ เวย์รอน ต่อให้จะไม่รู้จักแบรนด์หรือโลโก้รถเลยก็ตาม แต่ทว่าถ้าได้เห็นรูปลักษณ์ที่แสนจะเท่และอลังการขนาดนี้แล้ว ก็ย่อมรู้ได้ทันทีว่ามูลค่าของมันต้องมหาศาลอย่างแน่นอน
นี่... ฉวี่เสี่ยวปิงไปหาแฟนหนุ่มที่รวยขนาดนี้มาจากไหนกันเนี่ย!
ทั้งหล่อเหลา ทั้งดีต่อเธอขนาดนี้ แถมยังรวยมหาศาลอีก?!
บรรดาเพื่อนร่วมชั้นในตอนนี้ไม่มีใครทำท่าทางอิจฉาตาร้อนอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้พวกเธอโคตรจะอิจฉาตาร้อนกันหมดแล้ว!
นี่ก่ะจะไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มีชีวิตรอดต่อไปเลยจริงๆ เหรอ?!
“นี่จะยืนอึ้งทำไมกันฮะ!” แฟนสาวของชายหนุ่มผมขาวใช้นิ้วมือสะกิดเอวเขาพลางเอ่ยถามด้วยความมึนงง
การถูกสะกิดในครั้งนี้ ก็ช่วยปลุกให้ชายหนุ่มผมขาวตื่นจากภวังค์และเริ่มได้สติกลับมาทันที
ชายหนุ่มผมขาวตกใจแทบจะสติแตกทันที
เมื่อกี้เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นป้ายทะเบียนรถของบูกัตติคันนี้เข้าพอดี มันทำให้เขาตกใจกลัวจนแทบจะหมดสติล้มพับลงไปกองกับพื้นเลยจริงๆ
เจ้าของป้ายทะเบียนรถที่แสนจะมงคลและยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ตัวเขาจะไปกล้ามีเรื่องกับอีกฝ่ายได้ยังไงกัน?
ในตอนนี้ ชายหนุ่มผมขาวก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตกใจจนฉี่ราดกางเกงอย่างไรอย่างนั้น!
ในตอนนั้นเอง ฉู่หลิงก็หันกลับมามองพลางจ้องมองชายหนุ่มผมขาวด้วยสายตาที่เรียบเฉยแล้วเอ่ยถามว่า “เรียกผมเหรอครับ? มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มผมขาวในตอนนี้จะไปกล้าเอ่ยปากรับคำท้าได้อย่างไรกัน ในสมองของเขาก็พลันมีประกายความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาทันที เขารีบชี้มือตรงไปทางชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านทางมา แล้วตะโกนลั่นขึ้นมาทันทีว่า “ไอ้หนู! ใช่แล้ว ฉันเรียกแกนั่นแหละ!”
ชายหนุ่มคนที่เดินผ่านทางมาคนนั้นก็ทำสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมึนงง เอ๊ะ???
????
มันเกี่ยวข้องอะไรกับฉันด้วยล่ะ?